INTERROGATION : รัฐวัตถุ
posted on 17 Aug 2007 02:03 by filmsick in humanism
หลังการแสดงในค่ำคืนนั้น TONIA DZIWIZ ซึ่งกำลังโกรธที่แอบเห็นสามีอี๋อ๋อกับหญิงอื่น ตอบรับคำชวนของเด็กหนุ่มออกไปดื่มเหล้า ในบาร์เธอเมามายไม่ได้สติ มาฟื้นอีกที ก็พบตัวเองอยู่ในคุก!
โดยไม่ทราบข้อหา เธอถูกจับขังรวมกับนักโทษหญิงจำนวนมาก คุกสภาพแออัด และสกปรก นักโทษหญิงคอยดูแลตรวจตรากันเองอย่างเข้มงวด คนหนึ่งผิด คนอื่นอาจซวยทั้งหมด เธอถูกเรียกเข้าห้องสอบสวน การสอบสวนกินเวลายาวนาน เธอถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับเรื่องประสบการณ์ทางเพศ นอนกับผู้ชายมาแล้วกี่คน ใครบ้าง อย่างไร ไม่อายหรือ เธอถูกบังคับให้ตอบคำถามซ้ำๆ นั่งบนเก้าอี้ไม่มีพนัก ยาวนาน นายตำรวจเกรี้ยวกราดทุบตีเธอ บังคับให้เซ็นคำรับสารภาพ ว่าเธอผิดต่อพรรคคอมมิวนิสต์ เธอหลับนอนกับชายที่อาจจะเป็นสายลับ เธอเซ็นรับทราบในสภาพอ่อนล้า จากการอดนอน เธอถูกเรียกอีกหลายครั้ง จนเธอเริ่มรู้ว่าคำสารภาพนั้นเป็นเรื่องแต่เพื่อป้ายสี เธอปฏิเสธการเซ็นชื่อ นำมาซึ่งการทรมานหนักหน่วงใน ห้องอาบน้ำ ทั้งร่างกายและจิตใจบอบช้ำ ไร้ทางออก สิ้นหวัง และมืดมิด
ภาพยนตร์จากปี 1982 โดย RYSZARD BUGAJSKI หนังโปแลนด์เรื่องสุดท้ายที่ถูกแบนจากรัฐอยู่ถึงเจ็ดปี BUGASJKIทำหนังเรื่องนี้ในปี 1981 ไม่กี่เดือนก่อนโปแลนด์ ตกอยู่ภายใต้กฎอัยการศึก หลังจากหนังเสร็จสมบูรณ์ เขาต้องฉายหนังให้คณะกรรมการดู และเขาโดนประณามอย่างหนักว่าเป็นหนังที่รุนแรง และไม่สมควรจะสร้างขึ้นมา เขาโดนแบน และรัฐเก็บฟิล์มตัวจริงเอาไว้ วิธีเดียวทำได้คือแอบก๊อปปี้หนังลงในวีดีโอเทปคุณภาพย่ำแย่ และหนีไปอยู่แคนาดา

จนในอีก เจ็ดปีต่อมาหนังได้ฉายครั้งแรกในเทศกาลหนังเมืองคานส์ ส่งผลให้ KRYSTYNA JANDA คว้ารางวัลดารานำหญิงยอดเยี่ยมมาครองแบบไร้ข้อกังขา และเมื่อหนังเรื่องนี้เปิดฉายรอบปฐมทัศน์ในโปแลนด์ ANDREZJ WAJDA ผู้กำกับคนสำคัญของโปแลนด์ขึ้นกล่าวก่อนหนังฉายว่า - นี่คือวันสุดท้ายในโปแลนด์ สำหรับการเซนเซอร์ หลังจากวันนี้ไป จะไม่มีนักการเมืองหน้าไหน หรือใคร มาสั่งให้เราดูหรือไม่ดูอะไรได้อีกต่อไป -
หนังพาเราย้อนกลับไปปี 1951 เมื่อครั้งที่โปแลนด์ ยังเป็นคอมมิวนิสต์ ในครั้งกระนั้นตำรวจลับ อาศัยอำนาจว่าด้วยการกระทำที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ สอดมือเข้ายุ่งเกี่ยวกับทุกชีวิต กระทั่งเรื่องในมุ้งก็ยังไม่วายเว้น เมื่อสงสัยผู้ใดเรียกตัวสอบสวนได้โดยไม่มีสิทธิ์โต้แย้ง ไม่มีทนาย ไม่ต้องแจ้งข้อหา มีแต่คำสารภาพชนิดบังคับเซ็น และการทรมานต่างๆนาๆ ตั้งแต่การตบตี การให้พูดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่ให้พัก ไม่ให้อาหาร ไปจนถึงการจับแก้ผ้าแก้ผ่อน บังคับให้กินของเสีย จับไปแช่น้ำ หรือเลวร้ายที่สด เอาปืนจ่อหัวบังคับให้เซ็นชื่อ!
หนังไม่ได้แสดงให้เราเห็นปูมหลังของ TONIA ในช่วงสิบนาทีแรก เราอาจคิดว่าเธอเป็นแค่ สาวไร้สติคนหนึ่ง เราไม่เชื่อว่าเธอจะทนการสอบสวนได้นานนัก เพราะ เธอเอาแต่ร้องแรกแหกกระเชอ แต่หนังกลับค่อยๆทำให้เราเห็นถึงความเข้มแข็งที่ซ่อนอยู่ข้างใน หนังฉายแสงความหวังอยู่อย่างเลือนรางตลอดเวลาท่ามกลางสถานการณ์ที่บีบรัด เหี้ยมโหด ในหนัง มีผู้หญิงคนหนึ่งถูกจับเข้าคุกข้อหา เอาขวานจามหัวเจ้าหน้าที่ที่จะมาไล่ที่เธอ ในคุก ทันทีที่เธอมาถึง เธอจัดการโยน เมล็ดข้าวไปบนกรอบหน้าต่างที่มีเศษดินเกาะอยู่ จากนั้นเฝ้ารดน้ำมัน ด้วยน้ำลายทุกวันๆ เราเห็นต้นกล้าเติบโตขึ้น จนกระทั่งเธอถูกลากไปยิงเป้า ต้นกล้าแก้งตาย ดับไปพร้อมกับความหวังของ TONIA แต่บางสิ่งยังคงเรืองรอง
หนังแสดงภาพเลวร้ายของคอมมิวนิสต์โดยไม่ปิดบังซ่อนเร้น หนำซ้ำยังรุนแรงหนักแน่น และน่ากลัวจนแทบจะกลายเป็นหนังPROPAGANDA ความโหดเหี้ยมของคอมมิวนิสต์ไปโดยปริยาย ติดเสียแต่ว่า เป็นที่ทราบกันในโปแลนด์ว่า เรื่องเหล่านี้ เกิดขึ้นจริง !
หนังแสดงให้เห็นถึงขั้นที่ ประชาชนสามารถตำหนิตนเองที่เอาใจออกห่างพรรค เมื่อหญิงคนหนึ่งมาติดคุก เพราะเธอพาคนคนหนึ่งเที่ยวชมเมืองโดยไม่รู้ว่า คนคนนั้น มีเหตุผลให้เชื่อได้ว่าเป็นสายลับอเมริกัน ข้อกาที่เธอได้รับคือเป็นสายลับ และเธอยืดอกรับมัน เพราะในทางเทคนิค เธอกลายเป็นสายลับ ที่ช่วยพาชายผู้นั้นชมเมือง เธอยินดีเข้ามาอยู่ในคุก และบอก TONIA ให้เซ็นสารภาพไปเสีย มันง่ายกว่า และช่วยให้ชีวิตเธอไม่เลวร้ายจนเกินไป
แต่TONIA ไม่ยอมเซ็นรับ ท่ามกลางการทรมาน เธอผูกสัมพันธ์กับเจ้าหน้าที่สอบสวน เมื่อเธอตั้งคำถามที่เขาไม่อาจตอบเกี่ยวกับหารสอบสวน และ ความยุติธรรมของพรรค เธอถูกทำลายทั้งร่างกายและจิตวิญญาณ สามีบอว่าเธอเป็นนางสำส่อนเป็นสายลับ เธอถูกเพื่อนที่เธอไว้ใจหักหลัง แต่เธอค่อยๆเข้มแข็งและเข้าใจสภาพของ คนคุถกอย่างจัดเจนราวกับว่าในที่สุดไม่มีอะไรให้เสียอีกต่อไป กระทั่งชีวิต แต่ในฐานะนักโทษกระทั่งความตายก็อยู่ไกลเกินไป เธอฆ่าตัวตายด้วยการกัดข้อมือตัวเอง ถูกส่งมาโรงพยาบาลบ้า มีลูก และถูกพรากไปจากอก ความหวังเกิดขึ้นและดับไปครั้งแล้วครั้งเล่า จนในที่สุดมันแทบไม่สำคัญว่าจะมีความหวังหรือไม่ เธอค้นพบว่าการกักขังเธอในที่สุดเป็นเพียงเรื่องไร้สาระสายลับอดีตคนรักของเธอ ถูกฆ่าตายไปตั้งนานแล้ว เธอเพียงถูกขังไว้ เพื่อรักษาภาพลักษณ์ความเฉียบขาดของพรรค เธอไม่ใช่มนุษย์เป็นเพียงแค่วัตถุในมือรัฐที่นึกจะเขี่ยทิ้งหรือบดทำลายเสียก็ได้
หนังอาศัยภาพบีบคั้นระยะใกล้ และการแสดงระดับเทพของ KRYSTYNA JANDA หนังทั้งเรื่องขึ้นอยู่กับเธอเพียงผู้เดียว และเธอค่อยๆเข้มแข็งขึ้น ทีละน้อย ทีละน้อย เธอพัฒนาจากหญิงสาวที่ไม่รู้อะไรเลย ไปสู่ภาพของหญิงสาว ผู้ก้าวผ่านความเลวร้ายทั้งหมดมาได้ เพียงแต่สูญเสียจิตวิญญาณบางส่วนไว้ข้างใน
ความตรงไปตรงมาของหนังสร้างความอึดอัดขัดข้อง ต่อรัฐทุกรูปแบบ ที่ ใช้ อำนาจในการปกครองทั้งสิ้น จึงไม่แปลกที่หนังจะถูกแบน ประสบชะตากรรมไม่ต่างจากตัวละครหลักในเรื่อง แต่ความยืนหยัด และไม่ยอมจำนน ให้ดอกผลที่คุ้มค่าเสมอ
หนังเลือกจบลงอย่างน่าทึ่ง แน่นอนพอดูไปสักครึ่งเรื่อง เราอาจภาวนาให้เธอตาย เพราะหนังแสดงให้เราเห็นว่า บางครั้ง ความตายอาจเป็นทางออกที่ง่ายดายกว่า แต่ TONIA ไม่เลือกความตาย เธอเลือกจะมีชีวิตอยู่ หลังออกจาคุก เธอไปรับลูกที่ไม่รู้จักเธอ และยังไม่รู้ว่าจะใช้ชีวิตต่อไปอย่างไร ไม่มีภาพความหวังหลงเหลืออยู่ในฉากสุดท้ายนี้ มีแต่เลือดเนื้อล้วนๆสองชีวิตเท่านั้นเอง
หนังออกมาเป็นภาพร่างที่น่าตื่นตะลึงเกี่ยวกับอำนาจรัฐ หลายครั้งมันประหวัดให้เรานึกถึง ปัญหาในร่างกฎหมายเกี่ยวกับสิทธิเสรีภาพในปัจจุบัน ตอนนี้ ไม่มีคอมมิวนิสต์อีกแล้ว แต่การก่อการร้ายยังคงมีอยู่ มาในรูปแบบใหม่ ที่รัฐไม่อาจรับมือได้โดยง่าย หากกฎหมายจำกัดสิทธิเสรีภาพ มีไว้เพื่อรักษาความมั่นคงของชาติ ผ่านออกมาจริง เราควรยอมรับแต่โดยดี หรือเราควรตั้งข้อกังขา ถึงวิธีการที่รัฐใช้ ภายใต้นี่ห้อ ความมั่นคงของชาติ หนังเรื่องนี้อาจทำให้นักสิทธิมนุษยชนช๊อค และต้องตั้งคำถามว่า เราจะปล่อยให้รัฐมีอำนาจเหนือเราได้มากมายถึงเพียงนั้นจริงหรือ และการก่อการร้ายที่ว่า ที่มีอยู่จริง ในทางหนึ่ง สุดท้ายมันคือการเขียนเสือให้วัวกลัว เพื่อให้เรายอมที่จะรับผิด หรือไม่
หลายปัญหาที่หนังไม่ได้เฉลย และไม่จำเป็นต้องเฉลย คำตอบ นั้นคนดูต้องคิด ส่วนหนังแค่แสดงตัวอย่าง และนี่คือตัวอย่างที่น่าขนลุกขนพองที่สุด ครั้งหนึ่งเท่าที่เคยเห็นมา

#1 By Adsense Blog แอดเซนส์ หารายได้พิเศษ on 2007-08-17 02:15