LOOK OFLOVE : ถ้ำมองที่รัก
posted on 12 Aug 2007 01:41 by filmsick
KIKU เชื่อว่าสตรีทั้งโลกควรนุ่งเฉพาะกางเกงและสวมบราเซียร์สีเขียว เขาคิดขณะจ้องมองสตรีที่เดินสวนไปมาบนลานกว้าง KIKU มีชีวิตโดดเดี่ยว อาศัยในห้องที่ทั้งมืดทั้งรก ยามค่ำคืนเขาผิดไฟมืด แอบมองหญิงสาวบ้านตรงข้าม เธอทำงานในซุปเปอร์มาร์เกต ตอนค่ำกลับบ้านมาหาคนรัก เล่มเกมพิศวาส ตรงหน้าต่าง เขาแอบมองไหลหลง และ คลั่งแค้น คืนนั้นเขาตัดสินใจใช้บริการนางทางโทรศัพท์ YEN โสเภณีชาวเวียดนามถูกส่งมา โดยสารมาพร้อมกับคุณKOYAMAแมงดา ใจดี และเพื่อนโสเภณีขาเป๋ปากกล้า ชาวมาเลเซียที่บางทีคุณพี่แมงดาอาจตกหลุมรักอยู่
KIKUไม่ได้ร่วมรักกับYEN เขาเรียกเธอมานั่งฟังทฤษฎีเพ้อๆว่าด้วยการกลายเป็นดาวเทียม ลอยคว้างกลางอวกาศจับจ้องมองผู้คนด้วยดวงตาของพระเจ้า นั่นคือที่เขาคิด หากเขากลายเป็นดาวเทียม มองดุผู้คนเท่ากับมีอำนาจไว้ในมือ YEN นึกรักสเน่ห์ของ KIKU และทุกอย่างกำลังจะไปได้สวย KIKUถึงขั้นขอต่อเวลา ในขณะที่คุณ KOYAMA หลังจากทะเลาะกับโสเภณีขาเป๋ เขาไปพบเด็กคนหนึ่งกำลังขโมยขนมจากรถของเขา แล้วติดตามเด็กไปพบ พี่น้องหลายคนที่ถูกแม้ทิ้งไว้ในห้องขัง ขณะที่โสเภณีขาเป๋ต้องผเชิญกับตำรวจวิปริต และกลับมาที่ KIKU ในที่สุดเขาทำเรื่องไม่คาดฝันสุดช๊อค แล้วลงเอยด้วยการหลบหนีอันสุดแสนจะเซอร์เรียล หลุดโลกที่ว่าด้วยเลือด คนตาย อาหาร ความรัก ดาวเทียม ไอ้หนุ่มหมัดเมา การหมุนเหวี่ยง ทะเล และซุปแรคคูน
พลอตเพี้ยนเพ้อคลั่งแบบนี้อาจทำให้หลายๆคนนึกถึงหนังคัลท์เพี้ยนๆ ที่สุดแสนหวือหวา อาจนำแสดงโดยTADANOBU ASANO หรือกำกับโดย KATSUHITO ISHII (ผกก. TASTE OF TEA ) แต่บัดเดี๋ยวก่อนหนังเรื่องนี้มันเพี้ยน เพี้ยนเพ้อคลั่งโดยไม่อินังขังขอบกับความเก๋เท่ใดๆ ไม่สนใจพลอต (ในที่นี้คือไม่สนใจโดยสิ้นเชิง) ซ้ำร้ายจงใจถ่ายทำโดยใช้กล้องแปดมิล ขาวดำ ให้ภาพบุมเบลอราวกับภาพที่ถ่ายทำจากกล้องวงจรปิด ตลอดทั้งเรื่อง สรรพสิ่งเกิดในความมืดมีเพียงเสียงและภาพที่ไม่มั่นใจในรูปทรงเป็นตัวเดินเรื่อง

สารภาพกันตรงนี้ บทความชิ้นนี้เขียนขึ้นโดยข้อมูลหลักคือความทรงจำแต่เพียงอย่างเดียว เนื่องจากหนังเรื่องนี้ฉายเพียงรอบเดียวในเทศกาล
ว่ากันว่า YOSHIHARU UEOKA เป็นอาจารย์สอนภาพยนตร์ในมหาวิทยาลัย เขาเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกับ ผู้กำกับสุดดัง KIYOSHI KUROSAWA (ผู้กำกับ KAIRO , CURE , CHARISMA)และเคยทำหนังมาแล้วหนึ่งเรื่อง
แต่ถึงไม่มีข้อมูลอะไรหนังเรื่องนี้ก็ยังน่าตื่นตามากๆอยู่ดี เพราะจะว่าไปนี่คือหนังที่ในทางหนึ่งย้อนแย้งขนบของหนังญี่ปุ่นร่วมสมัยโดยสิ้นเชิง เพราะนี่คือหนังที่รวบรวมเอาแนวทางแบบหนังญี่ปุ่นร่วมสมัยมาไว้อย่างครบครัน ตั้งแต่การเปิดเรื่องแบบเท่ๆ เหมือนหนังของ ISHII (ที่ได้กล่าวไปแล้ว) หรือ การเล่าเรื่องวิปริตแบบ TAKASHI MIIEKE (VISITOR Q ) หนังขันขื่น แบบ KITANO (SONATINE )หรือกระทั่งหนังสารคดีแบบ HIROKASU KORE EDA ( NOBODY KNOWS) หนังทุกรูปแบบมีอยู่ในหนังเรื่องนี้ โดยนำมาตัดทอน รูปลักษณ์ ยำใหญ่ และยั่วล้อ เพราะในหนังเรื่องนี้ ชายเพี้ยน ไม่ได้เก๋เท่ เขาป่วยทางจิตจริงๆจังๆ ในขณะที่เด็กๆที่ถูกทอดทิ้ง ไม่น่าสงสารแต่น่ากลัวเหมือนภูตผี แมงดายากูซ่าก็กลายเป็นคนใจดีที่พึ่งพาอะไรไม่ได้ (และไม่โหดเอาเสียเลย) เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ไม่รู้จริงหรือลวง ที่สำคัญหนังพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ให้ความต่อเนื่องใดๆ ไม่ให้ความคาดหวังใดๆ ทั้งในเนื้อหา และ งานด้านภาพ
หนังเล่นกับประเด็น การจ้องมองอย่างสนุกสนาน หนังชื่อ LOOK OF LOVE แปลง่ายๆได้ว่า การจ้องมองของความรัก (ชื่อฟังดูเหมือนหนังรักชะมัด) หนังให้ตัวเอกเป็นนักถ้ำมอง ผู้ซึ่งใฝ่ฝันจะเป็นนักถ้ำมองที่ยิ่งใหญ่ที่สุด นั่นคือเป็น ดาวเทียม! เพราะดาวเทียมสามารถเฝ้าจับจ้องโลกทั้งใบได้ แต่ในขณะเดียวกัน หนังก็ยั่วล้อการจ้องมองของเขา เพราะนอกจากการที่เราไม่แน่ใจว่า สิ่งที่เข้ามองนั้นเกิดขึ้นจริง ( หมายถึงการเล่นเกมสวาทของสาวข้างบ้าน ) แต่สิ่งที่ไม่จริงนั้นกลับมีผลอย่างมากต่อตัวKIKUถึงขั้นผลักดันให้เขาทำเรื่องร้ายๆลงไปได้ ในขณะเดียวกันหนังก็ยั่วล้อ คนดูที่ จับจ้องมองพฤติกรรมของเขาอยู่ (ในที่นี้คนดูอาจเป็นเหมือนดาวเทียม) ปัญหาคือภาพจากดาวเทียม (บนจอ) เป็นภาพที่ถูกปรับแต่งจนสูกเสียทั้งความคมชัด และความสว่าง เป็นภาพบุมเบลอ ที่คนดูต้องจินตนาการเอาเอง เรื่องทั้งหมด (โสเภณีหญิงกับตำรวจ เด็กๆที่ถูกทิ้ง ) เราจ้องมองมัน แต่เราไม่ด้เห็นมากับตา ความคิดที่เรมีต่อหนัง เอาเข้าจริงก็ไม่ได้ต่างจากสิ่งที่ KIKUทำ เพราะจริงๆเราไม่รู้ว่าหนังถ่ายติดอะไรมาบ้าง

ภาพหลอนของหนัง ที่มืดมัว เรื่องนี้เป็นข้อดีอันประหลาดล้ำ ของหนัง เพราะท่ามกลางความมืด คนดูพากันแต่งเติมจินตนาการภาพให้สัมพันธ์กับเสียง(ที่ไม่สัมพันธ์กับความจริง) ในฉากหนึ่งที่หลอกหลอนที่สุดของหนัง คุณคายามะตามเด็กชายเข้าไปในบ้าน เราได้รับข้อมุลว่า แม่ของพวกเขาหนีไปทิ้งพี่น้องให้อยู่กันเองในบ้าน ทุกคนกำลังจะตาย เพราะไม่มีอะไรกิน น้องคนเล็กทารกตายไปแล้ว พวกเขาเก็บศพไว้ในตู้ แต่ถาพที่เห็น เราไม่เห็นเด็กสักคนนอกจากห้องมืดๆทึมๆ ยิ่งหลอนมากขึ้น เมื่อจู่ๆ เราได้ยินเสียงทารก(ที่น่าจะตายไปแล้ว) แทรกเข้ามา! และหลอนสุดขีด เมื่อคุณคายามะพยามช่วยเด็กๆ ให้ได้กินข้าว พวกเด็กๆจึงตอบแทนด้วยการลุกขึ้นมาร่ายรำไอ้หนุ่มหมัดเมา ทั้งที่ตัวเองกำลังจะตาย แน่นอนฉากนี้จอมืดสนิท!
การจ้องมองคือการจ้องจอที่มืดสนิท เราแต่งเติมเรื่องในหัวขึ้นมาเอง ภาพที่เห็นไม่ได้มีความหมายอีกแล้วนอกจาก แปะฉลากให้ตัวเราในฐานะผู้จ้องมอง ทำให้เรื่องเล่า(ที่อาจไม่จริง)ของเรามีน้ำหนักทันทีในฐานะความจริง!
ครึ่งชั่วโมงสุดท้ายหลังผ่านฉากชวนช๊อค หนังกลายเป็นหนัง ROAD MOVIE พันธุพิลึกKIKU ต้องการไปทะเลก่อนตาย คนที่ตายไปแล้วผุดขึ้นมา ทุกคนหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันพูดถึงอาหารที่ชอบ ซึ่งสำหรับรสชาตินั้นจะมีเพียงครั้งเดียว พวกเขาจดจำรสชาตินั้นมาและเชื่อว่านั่นคืออาหารโปรด ทั้งที่ในครั้งอื่นรสชาติมันไม่ได้เป็นเช่นที่รู้สึก และพวกเขาเปรียบเทียบมันกับ ความรัก เกิดขึ้นเพียงชั่ววูบแต่ยึดถือกันชั่วนิรันดร์
หนังไร้สติสุดขีดเมื่อพวกเขาเดินทางไปพบดาวเทียมจริงๆ มันทำจากรดาษแข็งกระจอกๆ ลอยอยุ่กลางฟ้าสีชมพู (ฉากนี้เหนังพลันมีสีเจิดจ้า) และเมื่อ KIKU ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของดาวเทียม แล้วดาวเทียมปฏิเสธว่า ตอนนี้ฉันเลิกสนใจมนุษย์ แล้ว ที่ฉันสนใจ ปรัชญาชีวิต ธรรมมะและความว่างเปล่า ดาวเทียมพูดได้อาจจะแปลกน้อยไปไอ้เด็กหมัดเมา ยังมาหมุนเหวี่ยงอยู่กลางฟ้าอีกต่างหาก ( ไม่ต้องรู้อะไรกันอีกแล้ว)
เป็นการยากที่จะบอกว่าเอาเข้าจริงหนังจะพูดเรื่องอะไรกันแน่ จากการดูหนังเพียงครั้งเดียว แต่ ความพิเศษของภาพและ บรรยากาศสุดพิลึกพิลั่นทำให้นี่เป็นหนังที่น่าจดจำมากที่สุดอีกเรื่องหนึ่งของปีนี้สำหรับผมครับ
แต่ถ้าฟังจากที่เล่า คงหาดูยากแน่ๆเลย
ไม่รู้ว่าที่ไหนจะมีขายบ้าง
ตกลงหนังชื่อlook of loveจริงๆใช่มั้ยคะเนี่ย
#1 By *บลาสต์ on 2007-08-12 08:21