LA NINA SANTA ชั่วช้าสามัญ!

posted on 12 Aug 2007 23:31 by filmsick  in sickfilm

เราไม่อาจบอกได้แน่ชัดว่า AMELIA เป็นเด็กสาวเคร่งศาสนาหรือไม่ เพราะแม้เธอจะเข้าชมรมแคธอลิกและท่องคำสวดตลอดเวลา แต่เธอกับเพื่อนสนิทก็ชอบแอบกระซิบกระซาบเรื่องตลกลามก เช่นเดียวกับ HANNAH แม่ของเธอ ที่เราไม่อาจบอกได้ว่าเป็นหญิงแกร่งหรือไร้สุข ในชุดเปิดหลังสีแดง คอยดูแลกิจการโรงแรม และอาศัยห้องหนึ่งในนั้นเป็นบ้าน และกับ คุณหมอJONA ก็เช่นกัน เราไม่อาจแน่ใจได้ว่าเขาเป็นคุณหมอ หูคอจมูกแสนสุภาพที่เดินทางมาประชุมวิชาการ หรือเป็นคนลามกที่ชอบถูไถในฝูงชนกันแน่

และท่ามกลางความเอาแน่นอนไม่ได้ เหล่านี้พวกเขาและเธอ ในโรงแรมประหลาดที่ดูมืดๆ เก่าๆ เหมือนตั้งอยู่ปลายขอบโลก อาจจะทำหรือไม่ทำอะไรเลย ท่ามกลางความคลุมเครือของภาพและเหตุการณ์ในมุมกล้องอันจำกัด ความหวาดหวั่นก่อตัวขึ้นเงียบๆเหมือนคลื่นใต้น้ำที่มองไม่เห็น ค่อยๆกดดันทั้งตัวละครและคนดู เหตุการณ์ที่ดูไร้ความสลักสำคัญ กลับอาจก่อชนวนความสะพรึงส่งต่อไปเป็นทอดๆ กดทับท่ามกลางความไม่แน่นอน ไม่มั่นใจ และความหวาดผวาราวกับเหตุการณ์ณืร้ายซุ่มซ่อนอยู่ในทุกอณูของมัน

นี่คือหนังเรื่องที่สองของผู้กำกับหญิงชาวอาร์เจนตินา LUCRECIA MARTEL ผู้กำกับที่นักวิจารณ์บางคนยกให้เอเป็น NEW ARGENTINA CINEMA หนังยาวเรื่องแรกของเธอคือ THE SWAMP ได้ฉายในเทศกาลหนังเบอร์ลิน และได้รับเสียงชื่นชมมากมาย และ ใน THEHOLY GIRL หนังเรื่องที่สองของเธอเรื่องนี้ มันได้รับเลือกไปฉายในเทศกาลหนังเมืองคานส์ เมื่อปี 2004ด้วย

AMELIA พบหมอ JONAครั้งแรกในฝูงชน เธอยืนดูการแสดงดนตรี แล้วเขามายืนติดเธอ ลวนลามจากข้างหลัง พอเธอรู้ตัวเขาก็หลบหนี แต่เธอไม่ได้อยากประณามเขา เธอออกจะพึงใจกับการกระทำนั้นเสียด้วยซ้ำ และกำหนดให้ขา เป็นพันธกิจที่เธอพึงมีต่อพระเจ้า จากนั้นเอเฝ้ามองเขา แอบสะกดรอยตาม มองเห็นร่องรอยจางๆว่าเขาอาจจะชอบแม่ของเธอ ขณะที่แม่ของเธอก็ดูเหมือนจะเล่นด้วย

หนังสร้างลักษณะของตัวละครจากคนรอบข้างได้อย่างเข้มข้น เพราะเมื่อทเยบกับหมอเจ้าชู้คนอื่นๆ หมอ JONA ดุเป็นปกติมากที่สุด หนังให้เราเห็นหมออีกคนที่ดูเหมือนตั้งใจจะมาปล่อยเนื้อปล่อยตัวกับสาวๆเต็มที่ หากเราเป็นผู้เข้าร่วมประชุม หมอคนนี้จะเป็นคนที่ต้องระวังจะก่อเรื่องมากที่สุด และเขาก็ก่อเรื่องขึ้นมาจริงๆ หากแต่ไม่ได้มีผลกับตัวหนังเลย ในขณะเดียวกัน เราอาจมองเห็นตัวตนของHANNAH ชัดขึ้นเมื่อมองจากมุมของMIRTA แม่บ้านประจำโรงแรมที่ รู้ไส้ HANNAH ไปเสียทุกอย่าง ทุกคำพูดเหน็บของ MIRTA อาจฟังดูบาดจิตใจ (ภายใต้สีหน้าที่เรียบเฉย เหมือนรูปปั้นทำให้ตัวละครตัวนี้เฮี้ยนที่สุดในบรรดาตัวละครเฮี้ยนๆในหนังเรื่องนี้) แต่มันขับเน้นความจริงของHANNAH อย่างลึกซึ้ง ในขณะที่ AMELIA (ที่ใช้นักแสดงหน้าตารุนแรงมาก) อาจดูเข้มแข็งแต่ เมื่อเราเห็นผ่านJOSE เพื่อนสาวของเธอ คนที่ มีอะไรกับลูกพี่ลูกน้องของตัวเองเพียงเพื่อตอบสนองเพศรสของตัวเองเท่านั้น เราก็จะเห็นAMELIA ในฐานะเด็กสาวอ่อนไหว ที่แกว่งไปมาอยุ่ระหว่างความศรัทธาในพระเจ้าและเรื่องเพศลึกลับที่น่าตื่นเต้นผ่านการกระซิบกระซาบ

ในหนังเรื่องนี้ LUCRECIA MARTEL แสดงศักยภาพของเธอในการกำหนดการรับรู้ของคนดูอย่างจัดเจน ตลอดทั้งเรื่องเราแทบไม่เห็นภาพมุมไกลเลยแม้แต่น้อย แทบทุกเฟรมของหนัง เกาะติดชิดใกล้ตัวละคร ภาพโคลสอัพ จนไม่เห็นใบหน้าเต็มๆ หรือ ฉากที่เต็มไปด้วยข้าวของ บดบังมุมการรับรู้ของตัวละคร เอาเข้าจริง เราแทบนึกสภาพโรงแรมหลังนี้ไม่ออกเพราะทุกภาพที่เราได้เห็นล้วนอยู่ในระยะประชิด สร้างความแปลกแยก ของตัวละครต่อสถานที่ ขณะเดียวกันสร้างความอีดอัดขัดข้องระหว่างคนดูกับตัวละครจากภาพที่ติดชิดใกล้เกินไป

ฉากหนึ่งที่โดดเด่น ถึงขีดสุด คือฉากที่ AMELIA และ JOSE เดินทางไปดู สถานที่เกิดอุบัติเหตุ เพื่อนสาวคนหนึ่งเล่าเรื่องผีของคนที่ตายตรงนั้น ภาพระยะประชิด มองเห็นเพียงรอยแตกของกระจกรถโดยสาร และเมื่อพวกเธอลงไปที่นั่น กล้องตามติดชิดใกล้หมุนเหวี่ยงได้ยินเสียงกรีดร้องว่าเห็นมือศพ ทั้งสามกรีดร้องแยกกันวิ่ง กล้องเลือกถ่ายจากอีกฟากถนนเห็นรถคันหนึ่งแล่นสวนมา เกือบจะชนเด็กสาว และเมื่อพวกเธอเตลิดเข้าไปในป่า เราได้ยินเสียงปืน ราวกับมีใครไล่ล่าเด็กสาว แต่นั่นเป็นเสียงปืนของนักล่าสัตว์ต่างหาก ท่ามกลางความตกตะลึงพรึงเพริด เรารุ้สึกถึงเหตุการณ์ร้ายเข้มข้นรุนแรง แต่ทั้งหมดนั้นที่แท้ ไม่ได้มีอะไรรุนแรงเกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย LUCRECIA MARTEL สร้างความรุนแรงขึ้นโดยวิธีการทางภาพยนตร์ล้วนๆ หรือกล่าวอย่างง่าย ความรุนแรงในเรื่อสามัญ นั่นคือสิ่งที่เธอนำเสนอ ได้อย่างเข้มข้น

ลองมาดูหนังเรื่องนี้ทั้งเรื่อง เอาเข้าจริงๆแล้วเราจะพบว่าเหตุการณ์ทั้งหมดในหนังแทบจะเป็นเรื่องสามัญทั้งสิ้น เว้นแต่สองเหตุการณ์ คือการลวนลามของหมอJONA (ซึ่งเอาเข้าจริงก็เป็นเหตุการณ์สามัญ ในแง่ที่ว่าสามารถเกิดขึ้นได้ ) และ เรื่องความสัมพันธ์ของ JOSEซึ่งทั้งสองเหตุการณ์ เกิดขึ้นอย่างสามัญ (ในขณะที่ถ้าอยู่ในหนังเรื่องอื่นมันจะเกิดขึ้นอย่างรุนแรงมาก) หากเหตุการณ์ณืสามัญหลังจากนั้นต่างหากที่ถูกนำเสนออย่างรุนแรง น่าเคลือบแคลง และอันตราย

หนังเลือกจบได้ในจังหวะที่เหมือนจะกระโดถีบหน้าคนดู คือหนังเลือกจบเรื่องลงในช่วงก่อนไคลแมกซ์ ! คนดูกำลังคาดเดาเรื่องเหตุการณ์ร้ายๆอย่างเต็มที่ แต่หนังกลับจบลง ซึ่งนั้นราวกับผู้กำกับ โยนระเบิดเวลา ใส่หน้าคนดู แล้วปล่อยให้มันไประเบิดในใจคนดูหลังหนังจบเอาเอง ผลลัพธ์แห่งความค้างคา คลุมเครือไม่รู้หน ทำให้ ระเบิดเวลาลูกนี้ทรงประสิทธิภาพอย่างรุนแรง ซึ่งนั่นก็เป็นไปตามวิธีการของหนัง ความคลุมเครือ ไม่แน่ใจ ไม่มั่นคง อารมณ์หลักของหนังถูกนำมาสิงสู่คนดูแล้วในฉากจบ

งานของLUCRECIAMARTEL ชิ้นนี้ชวนให้ระลึกนึกถึงเจ้าพ่อหนังตบกะโหลกคนดู ที่ทำหนังว่าด้วยความชั่วช้าในความสามัญได้อย่างเข้มข้นที่สุดอย่าง MICHAEL HANEKE และหากคุณชอบหนังของ JESSICA HAUSNER ( LOVELY RITA , HOTEL ) หรือ BRUNO DUMINT ( TWENTYNINE PALMS , FLANDRES ) นี่คือหนังที่พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง!

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

#1 By sofa on 2007-08-14 23:00

น้องเคยดูหนังแบบไม่ต้องคิดสักกี่เรื่องกัน

หนังที่ดูเฉย ๆ หัวเราะได้ ยิ้มได้ อืม... เรื่อง Serendipity เป็นไง (ไม่อยากแนะนำ Notting Hill แล้วน่ะ แต่ถ้ามันอยู่ใกล้มือมากกว่าก็ขอแนะนำ)

หนังบางเรื่องดูแล้วมีความสุขเหรอ

#2 By Mrs. Holmes on 2007-08-15 13:55

ตอบอะไรไว้จ๊ะ มันขึ้นว่า 3 คอมเม้นต์

คือที่ถามข้างบนน่ะ เพราะทราบมาว่าน้องเขียนวิจารณ์หนังเป็นอาชีพด้วยน่ะค่ะ

เมื่อเป็นอาชีพ บางทีแม้ไม่อยากดูก็ต้องดูอะค่ะ

ทีนี้ บางเวลาอาจไม่มีโอกาสเลือกว่าจะดูอะไร

อยากให้ได้ดูอะไรที่ยิ้มไปได้ทั้งวันบ้างน่ะค่ะ

#4 By Mrs. Holmes on 2007-08-15 14:25

โทษที มือไวไปหน่อย

วันนี้พี่ต้องไปแล้วนะคะ ไม่อยู่รอคำตอบแล้ว เพลงก็ได้ฟังแล้ว

บ๊ายบายค่ะ

#5 By Mrs. Holmes on 2007-08-15 14:26

ขออนุญาติ ตอบรวมทุกคำถามในทุกกระทู้ครับ

ผมไม่เคยต้องถูกบังคับดูหนังสักเรื่องเลยครับ ทั้งหมดทั้งมวลที่อยู่ในบลอกนี้ผมใช้ความพยายามส่วนบุคคลที่ไปไขว่คว้าหามาดุให้จงได้ทั้งสิ้น

และสำหรับผม การได้คิดถึงหนังเหล่านี้ คือความสุขขั้นสุดยอดครับ เพราะสำหรับผมหนังไม่ใช่เพียงเป็นเครื่องบันเทิงใจสำหรับพาฝันชั่วครั้งชั่วคราว แน่นอนครับ มันง่ายกว่าที่เราจะเลือกดูหนังชวนเบิกบานสำราญใจ และใช่ว่าหนังเหล่านั้นไม่มีคุณค่า แต่ความสุขฉาบฉวยไม่ช่วยให้เราเติบโตทางจิตวิญญาณได้หรอกครับ

และนั่นคือสาเหตุที่ผมบอกว่า ผมโตมาอย่างป่วยไข้ ในโลกที่เกิดความชั่วร้ายมากมายถึงเพียงนี้ การมองโลกในแง่ดีบางครั้งคือการปิดตาตัวเองเสียข้างหนึ่ง เป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะเติบโตมาบนโลกนี้โดยไม่รู้สึกป่วยไข้ เพราะวิธีการเดียวที่เราจะเยียวยาโลกนี้ได้คือยอมรับว่ามันมีความป่วยไข้ เกิดขึ้นจริง

หนังเหล่านี้เป็นกระบอกเสียงทางศิลปะชั้นดีที่บอกเล่าเรื่องนั้น และสำหรับผมถือเป็นหน้าที่ที่จะใคร่ครวญชวนคิดถึงมัน ตะโกน จากตรงนี้ว่า เฮ้ ยังมีหนังแบบนี้อยู่ ยังมีคนเล่าเรื่องพวกนี้ เรื่องที่พวกคุณควรหันมามอง โศกเศร้ากับมัน เจ้บปวดกับมัน แต่ไม่ทอดอาลัย กับมัน การเรียนรู้เพื่อทำความเข้าใจนั้นสำคัญที่สุดครับ

นี่คือสาเหตุที่ผมเขียนถีงหนังทั้งหมด พยายามอย่างถึงที่สุด ผมเชื่อว่า แค่ใครสักคน อ่านบทความเหล่านี้ แล้วออกไปหาหนังเหล่านั้นมาดู และคิดเกี่ยวกับโลกนี้ให้มากขึ้น มันก็เป็นประโยชน์จนผมต้องก้มลงกราบผู้คนเหล่านั้นแล้วครับ

นั่นคือเห็นผลที่ผมป่วยไข้ และภูมิใจกับมัน ครับ

ปล. ผมดู NOTTING HILLห้ารอบ และมันมีประเด็นมากมายชวนคิด ทั้งความพาฝันของมันที่มีขึ้นเพื่อรับใช้วาทกรรมบางอย่าง เป็นต้น ครับ

#6 By filmsick on 2007-08-15 15:07

มารับคำตอบแล้วนะคะ

ดีใจที่ได้ยิน ความสุขนั้นหายาก พบแล้วต้องกอดไว้

#7 By Mrs. Holmes on 2007-08-15 16:41