LA NINA SANTA ชั่วช้าสามัญ!
posted on 12 Aug 2007 23:31 by filmsick in sickfilm.jpg)
เราไม่อาจบอกได้แน่ชัดว่า AMELIA เป็นเด็กสาวเคร่งศาสนาหรือไม่ เพราะแม้เธอจะเข้าชมรมแคธอลิกและท่องคำสวดตลอดเวลา แต่เธอกับเพื่อนสนิทก็ชอบแอบกระซิบกระซาบเรื่องตลกลามก เช่นเดียวกับ HANNAH แม่ของเธอ ที่เราไม่อาจบอกได้ว่าเป็นหญิงแกร่งหรือไร้สุข ในชุดเปิดหลังสีแดง คอยดูแลกิจการโรงแรม และอาศัยห้องหนึ่งในนั้นเป็นบ้าน และกับ คุณหมอJONA ก็เช่นกัน เราไม่อาจแน่ใจได้ว่าเขาเป็นคุณหมอ หูคอจมูกแสนสุภาพที่เดินทางมาประชุมวิชาการ หรือเป็นคนลามกที่ชอบถูไถในฝูงชนกันแน่
และท่ามกลางความเอาแน่นอนไม่ได้ เหล่านี้พวกเขาและเธอ ในโรงแรมประหลาดที่ดูมืดๆ เก่าๆ เหมือนตั้งอยู่ปลายขอบโลก อาจจะทำหรือไม่ทำอะไรเลย ท่ามกลางความคลุมเครือของภาพและเหตุการณ์ในมุมกล้องอันจำกัด ความหวาดหวั่นก่อตัวขึ้นเงียบๆเหมือนคลื่นใต้น้ำที่มองไม่เห็น ค่อยๆกดดันทั้งตัวละครและคนดู เหตุการณ์ที่ดูไร้ความสลักสำคัญ กลับอาจก่อชนวนความสะพรึงส่งต่อไปเป็นทอดๆ กดทับท่ามกลางความไม่แน่นอน ไม่มั่นใจ และความหวาดผวาราวกับเหตุการณ์ณืร้ายซุ่มซ่อนอยู่ในทุกอณูของมัน
นี่คือหนังเรื่องที่สองของผู้กำกับหญิงชาวอาร์เจนตินา LUCRECIA MARTEL ผู้กำกับที่นักวิจารณ์บางคนยกให้เอเป็น NEW
AMELIA พบหมอ JONAครั้งแรกในฝูงชน เธอยืนดูการแสดงดนตรี แล้วเขามายืนติดเธอ ลวนลามจากข้างหลัง พอเธอรู้ตัวเขาก็หลบหนี แต่เธอไม่ได้อยากประณามเขา เธอออกจะพึงใจกับการกระทำนั้นเสียด้วยซ้ำ และกำหนดให้ขา เป็นพันธกิจที่เธอพึงมีต่อพระเจ้า จากนั้นเอเฝ้ามองเขา แอบสะกดรอยตาม มองเห็นร่องรอยจางๆว่าเขาอาจจะชอบแม่ของเธอ ขณะที่แม่ของเธอก็ดูเหมือนจะเล่นด้วย
หนังสร้างลักษณะของตัวละครจากคนรอบข้างได้อย่างเข้มข้น เพราะเมื่อทเยบกับหมอเจ้าชู้คนอื่นๆ หมอ JONA ดุเป็นปกติมากที่สุด หนังให้เราเห็นหมออีกคนที่ดูเหมือนตั้งใจจะมาปล่อยเนื้อปล่อยตัวกับสาวๆเต็มที่ หากเราเป็นผู้เข้าร่วมประชุม หมอคนนี้จะเป็นคนที่ต้องระวังจะก่อเรื่องมากที่สุด และเขาก็ก่อเรื่องขึ้นมาจริงๆ หากแต่ไม่ได้มีผลกับตัวหนังเลย ในขณะเดียวกัน เราอาจมองเห็นตัวตนของHANNAH ชัดขึ้นเมื่อมองจากมุมของMIRTA แม่บ้านประจำโรงแรมที่ รู้ไส้ HANNAH ไปเสียทุกอย่าง ทุกคำพูดเหน็บของ MIRTA อาจฟังดูบาดจิตใจ (ภายใต้สีหน้าที่เรียบเฉย เหมือนรูปปั้นทำให้ตัวละครตัวนี้เฮี้ยนที่สุดในบรรดาตัวละครเฮี้ยนๆในหนังเรื่องนี้) แต่มันขับเน้นความจริงของHANNAH อย่างลึกซึ้ง ในขณะที่ AMELIA (ที่ใช้นักแสดงหน้าตารุนแรงมาก) อาจดูเข้มแข็งแต่ เมื่อเราเห็นผ่านJOSE เพื่อนสาวของเธอ คนที่ มีอะไรกับลูกพี่ลูกน้องของตัวเองเพียงเพื่อตอบสนองเพศรสของตัวเองเท่านั้น เราก็จะเห็นAMELIA ในฐานะเด็กสาวอ่อนไหว ที่แกว่งไปมาอยุ่ระหว่างความศรัทธาในพระเจ้าและเรื่องเพศลึกลับที่น่าตื่นเต้นผ่านการกระซิบกระซาบ
ในหนังเรื่องนี้ LUCRECIA MARTEL แสดงศักยภาพของเธอในการกำหนดการรับรู้ของคนดูอย่างจัดเจน ตลอดทั้งเรื่องเราแทบไม่เห็นภาพมุมไกลเลยแม้แต่น้อย แทบทุกเฟรมของหนัง เกาะติดชิดใกล้ตัวละคร ภาพโคลสอัพ จนไม่เห็นใบหน้าเต็มๆ หรือ ฉากที่เต็มไปด้วยข้าวของ บดบังมุมการรับรู้ของตัวละคร เอาเข้าจริง เราแทบนึกสภาพโรงแรมหลังนี้ไม่ออกเพราะทุกภาพที่เราได้เห็นล้วนอยู่ในระยะประชิด สร้างความแปลกแยก ของตัวละครต่อสถานที่ ขณะเดียวกันสร้างความอีดอัดขัดข้องระหว่างคนดูกับตัวละครจากภาพที่ติดชิดใกล้เกินไป

ฉากหนึ่งที่โดดเด่น ถึงขีดสุด คือฉากที่ AMELIA และ JOSE เดินทางไปดู สถานที่เกิดอุบัติเหตุ เพื่อนสาวคนหนึ่งเล่าเรื่องผีของคนที่ตายตรงนั้น ภาพระยะประชิด มองเห็นเพียงรอยแตกของกระจกรถโดยสาร และเมื่อพวกเธอลงไปที่นั่น กล้องตามติดชิดใกล้หมุนเหวี่ยงได้ยินเสียงกรีดร้องว่าเห็นมือศพ ทั้งสามกรีดร้องแยกกันวิ่ง กล้องเลือกถ่ายจากอีกฟากถนนเห็นรถคันหนึ่งแล่นสวนมา เกือบจะชนเด็กสาว และเมื่อพวกเธอเตลิดเข้าไปในป่า เราได้ยินเสียงปืน ราวกับมีใครไล่ล่าเด็กสาว แต่นั่นเป็นเสียงปืนของนักล่าสัตว์ต่างหาก ท่ามกลางความตกตะลึงพรึงเพริด เรารุ้สึกถึงเหตุการณ์ร้ายเข้มข้นรุนแรง แต่ทั้งหมดนั้นที่แท้ ไม่ได้มีอะไรรุนแรงเกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย LUCRECIA MARTEL สร้างความรุนแรงขึ้นโดยวิธีการทางภาพยนตร์ล้วนๆ หรือกล่าวอย่างง่าย ความรุนแรงในเรื่อสามัญ นั่นคือสิ่งที่เธอนำเสนอ ได้อย่างเข้มข้น
ลองมาดูหนังเรื่องนี้ทั้งเรื่อง เอาเข้าจริงๆแล้วเราจะพบว่าเหตุการณ์ทั้งหมดในหนังแทบจะเป็นเรื่องสามัญทั้งสิ้น เว้นแต่สองเหตุการณ์ คือการลวนลามของหมอJONA (ซึ่งเอาเข้าจริงก็เป็นเหตุการณ์สามัญ ในแง่ที่ว่าสามารถเกิดขึ้นได้ ) และ เรื่องความสัมพันธ์ของ JOSEซึ่งทั้งสองเหตุการณ์ เกิดขึ้นอย่างสามัญ (ในขณะที่ถ้าอยู่ในหนังเรื่องอื่นมันจะเกิดขึ้นอย่างรุนแรงมาก) หากเหตุการณ์ณืสามัญหลังจากนั้นต่างหากที่ถูกนำเสนออย่างรุนแรง น่าเคลือบแคลง และอันตราย

หนังเลือกจบได้ในจังหวะที่เหมือนจะกระโดถีบหน้าคนดู คือหนังเลือกจบเรื่องลงในช่วงก่อนไคลแมกซ์ ! คนดูกำลังคาดเดาเรื่องเหตุการณ์ร้ายๆอย่างเต็มที่ แต่หนังกลับจบลง ซึ่งนั้นราวกับผู้กำกับ โยนระเบิดเวลา ใส่หน้าคนดู แล้วปล่อยให้มันไประเบิดในใจคนดูหลังหนังจบเอาเอง ผลลัพธ์แห่งความค้างคา คลุมเครือไม่รู้หน ทำให้ ระเบิดเวลาลูกนี้ทรงประสิทธิภาพอย่างรุนแรง ซึ่งนั่นก็เป็นไปตามวิธีการของหนัง ความคลุมเครือ ไม่แน่ใจ ไม่มั่นคง อารมณ์หลักของหนังถูกนำมาสิงสู่คนดูแล้วในฉากจบ
งานของLUCRECIAMARTEL ชิ้นนี้ชวนให้ระลึกนึกถึงเจ้าพ่อหนังตบกะโหลกคนดู ที่ทำหนังว่าด้วยความชั่วช้าในความสามัญได้อย่างเข้มข้นที่สุดอย่าง MICHAEL HANEKE และหากคุณชอบหนังของ JESSICA HAUSNER ( LOVELY RITA , HOTEL ) หรือ BRUNO DUMINT ( TWENTYNINE PALMS , FLANDRES ) นี่คือหนังที่พลาดไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง!

#1 By sofa on 2007-08-14 23:00