ROMEO , JULIET AND DARKNESS : คู่รักในความมืด
posted on 09 Aug 2007 01:37 by filmsick in humanism
ย้อนไปครั้งสมัยนาซีกรีฑาทัพเข้าไปในเชค คนยิวถูกบังคับให้สวมเสื้อโค๊ตปักรูปดาวเดวิด เพื่อแสดงความเป็นคนยิว ต่อมาไม่นานนัก ก็ถูกกักบริเวณให้อยู่เฉพาะในโซนที่ควรอยู่ ก่อนที่ จะถูกไล่กวาดต้อนขึ้นรถไฟ ส่งไปค่ายกักกันอันโหดเหี้ยมรุนแรงเป็นรอยด่างพร้อยที่ลบไม่ออกของประวัติศาสตร์มวลมนุษย์ วันนั้นPAVEL เพิ่งกลับจากเรียน เขาสวนกับครอบครัวชาวยิวตรงปากทางเข้าบ้าน พวกเขาขนข้าวขนของย้ายออกจากแฟลต โดยไม่มีใครมาส่ง นอกจากแอบมองลอดช่องหน้าต่าง พวกเขาลากเวียนเล็กๆเดินไปบนถนนปูอิฐ ประกอบด้วยพ่อแม่และลูกเล็กๆ ที่ตั้งคำถามว่าที่ค่ายกักกันจะมีตุ๊กตาสวยไหม เด็กชายคนพี่แวะฝากPAVEL ช่วยดูแลหนูตะเภาที่เขาทิ้งไว้ในห้อง กระซิบสองสามคำสั้นๆ PAVELกลับเข้าบ้าน แม่ของเขาบ่นที่เขาคุยกับคนยิว ระวังเถอะนาซีจะมาจับไปสักวัน แต่เขาไม่ได้สนใจ พอขึ้นไปที่ห้องว่างของครอบครัวชาวยิวเพื่อนบ้าน นอกจากพบหนูตะเภา เขาพบหญิงสาวคนหนึ่งที่ปากประตู
เธอชื่อ HANKAหอบกระเป๋าหมายจะมาพบ ครอบครัวคนยิวแต่กลับสวนทางกัน เรื่องร้ายคือรายชื่อเธอต้องขึ้นรถไฟไปวานนี้ แต่เธอไม่ได้ขึ้น ห้องนี้กำลังจะเปลี่ยนมือ เพราะ มีสาวเชคคนหนึ่งจะย้ายมา ทุกคนเกลียดเธอเพราะเธอเป็นเมียลับของนาซี ทั้งเกลียดทั้งกลัว และด้วยเหตุนั้น PAVELจึงพา HANKA ไปซ่อนในห้องใต้หลังคาที่เขาเก็บไว้ทำห้องมืดล้างรูป แอบเอาขนมปังจากแม่ ( ที่ในที่สุดก็ต้องเอาเสื้อผ้าที่เคยตัดให้ครอบครัวคนยิว มาตัดซ้ำให้สาวเชคคนนั้น ) แล้วในที่สุดหนุ่มสาวก็ตกหลุมรักกันและกัน ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียด ชวนสะพรึง และ สิ้นหวัง
ประเทศเชค มีผู้กำกับดีๆเป็นจำนวนมาก พวกเขาถึงกับได้รับการกล่าวขานว่าเป็น CZECH NEW WAVE น่าเสียดายที่ความผันผวนทางการเมือง ส่งผลโดยตรงต่องานศิลปะ พวกเขาหลายคนถูกบีบให้ไปทำหนังทีวี บางคนโดนแบนทำหนังไปตลอดชีวิต และบางคนก็ถูกบีบให้ลี้ภัยออกนอกประเทศ และ JIRI WEISS ก็เป็นผู้กำกับคนหนึ่งในจำนวนนั้น

ก่อนจะเป็นผู้กำกับเขากำลังเรียนกฎหมาย แต่หลังจากได้รางวัล จากเทศกาลหนังเวนิซ จากหนังเรื่อง PEOPLE IN THE SUN ( 1936) เขาก็เลิกเรียน สองปีต่อมา เขาหนีไปปารีส จากนั้นไปลอนดอน หลังจากนาซีเข้ายึดครองเชค แล้วเริ่มต้นทำสารคดีอย่าง THE RAPE OF CZECHKOSLOVAKIA (1939) และBEFORE THE RAID (1943) ซึ่งว่าด้วยเรื่องของกลุ่มชาวประมงที่ต้องเผเชิญกับการยึดครองหมู่บ่านเล็กๆของพวกเขาโดยนาซี
หลังสงครามเขากลับมายังกรุงปราก แล้วเริ่มต้นทำหนังอีกครั้ง ก่อนที่ต่อมาเขาจะถูกผนวกรวมกับผู้กำกับรุ่นหลังอย่าง MILOS FORMAN หรือ IVAN PASSER หรอื JAN NEMEC จนกระทั่งในปี 1968 เขาย้ายออกจากเชคอีกครั้ง หลังจากโซเวียต บุกยึดเชค มาเป็นอาจารย์สอนในมหาวิทยาลัยในอเมิรกา หนังเรื่องสุดท้ายที่เขาทำในช่วงนั้นเป็นหนังฆาตกรรมแบลคเมลล์ เรื่อง MURDER MANNER CZECH STYLE (1966) และทิ้งช่วงนานไปถึง 23 ปี ก่อนจะกลับมาทำ MARTHA AND I ในปี 1989 และเป็นหนังเรื่องสุดท้ายที่คล้ายจะเป็นอัตชีวประวัติกลายๆของเขา
เขาทำ ROMEO , JULIET AND DARKNESS ในปี 1959 ช่วงหลังจากกลับมาปราก งานชิ้นนี้พาผู้ชมย้อนรำลึกไปถึงความกดดันของประชาชนในช่วงสงคราม พลอตของหนังอาจเป้นหนังรักระหว่างรบธรรมดา แต่ด้วยความชาญฉลาดของ WEISS เขากลับเลือก ที่จะให้ผู้ชมรู้เห็นแต่พอสมควร และกันบางส่วนออไว้เป็นที่วางสำหรับจินตนาการส่วนบุคคล ซึ่งมักลงเอยอย่างน่ากลัว
WEISS ไม่ให้เราเห็น ความร้ายกาจของนาซีเลย ตลอดทั้งเรื่อง เราเห็นทหารนาซีในระยะใกล้ที่สุดคือเมื่อพวกเขา อยู่บนรถถัง หรือรถบรรทุก ที่แล่นตรวจตราความสงบเรียบร้อยไปตามถนน ไม่มีนาซีสักคนเป็นตัวละครหลักในหนัง คนที่เข้าใกล้มากที่สุดคือสามีของหญิงชาวเชค ซึ่งไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องแต่อย่างใด การปิดกั้นภาพนาซีจากคนดู ทำให้เราตกอยู่ในสภาวะเดียวกีบ HANKA สาวชาวยิวที่มีชีวิตเพียงในห้องมืด เธอไม่เห้น นาซีแต่รับรู้ได้ถึงการมีอยู่ชวนผวา ในขณะเดียวกันหนังใช้เสียงประกาสแจ้งให้ประชาชน พาคนยิวไปขึ้นทะเบียน และใครที่มี คนยิวอยู่ในบ้านโดยไม่ขึ้นทะเบียนจะถูกลงโทษสถานหนัก ก่อนจะตามมาด้วยฉากลากคอนักเรียนออกไปจากห้อง ซึ่งหนังไม่ได้ใส่ความรุนแรงลงไปแต่ส่งผลต่อความสะพรึงกลัวของคนดู ในฐานะเดียวกันกับ PAVEL อย่างยิ่ง
ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้น หนังก็ยังเปิดโอกาสให้หนุ่มสาวได้เป็นหนุ่มสาวที่แท้ เมื่อทั้งคู่ต่างตกหลุมรักกัน นั่งอยุ่ด้วยกันในห้องเพดานที่มีเพียงหน้าต่างบานเล็ก เฝ้ามองดวงดาวใฝ่ฝันถึงวันสันติ หลังสงครามPAVELจะพาเธอไปแม่น้ำ นอนมองดูดวงดาว แต่ตอนนี้แม่น้ำ เป็นได้ก็เพียงน้ำในเหยือกที่ PAVELไปแอบเอามาให้เธอในตอนกลางคืน

หนังเดินเรื่องไปข้างหน้าอย่างเร้าอารมณืเต็มที่ เปิดเผยเห็นว่า ที่น่ากลัวไม่ใช่ทหารนาซี แต่เป้นคนดีๆด้วยกันเอง คนอย่างหญิงสาวผู้มาใหม่ที่พยายามก้อร่อก้อติกกับPAVEL หรือเพื่อนที่เขาคิดว่าไว้ใจได้ และร้ายที่สุด กระทั่งแม่ของเขาเอง ความโหดเหี้ยมของหนังเรื่องนี้จึงไม่ได้อยู่ที่การกระทำชั่วช้าของทหารนาซี แต่อยู่ที่การที่ทหารนาซี ทำให้คนที่เรารักหวาดกลัวถึงขั้นลงมือห้ำหั่นกันเอง ก่อนที่หนังจะดำเนินไปสู่ฉากจบ ที่ร้ายกาจ ร้าวรานใจโดยคนดูไม่เห็นเลือดแม้แต่หยดเดียวบนจอ
หนังถ่ายทำอยู่ในสถานที่แคบๆ และใช้ประโยชน์จากมันอย่างเต็มที่ แสดงให้เห็นภาวะอันตราย ตึงเครียดและน่ากลัวได้อย่างถึงลุกถึงคน โดยไม่จำเป็นต้องเสนอภาพเหี้ยมโหด เลือดสาดกระจายเลยแม้แต่น้อย
หนังตั้งชื่อไว้อย่างเจ็คบปวดว่าโรมิโอ จูเลียต และความมืด หากPAVELและ HANKAคือตัวแทนของโรมีโอ และจูเลียต หนุ่มสาวผู้บูชาความรักจากบทละครอมตะของ เชคสเปียร์ สิ่งที่ทำลายพวกเขาแยกพวกเขาออกจากกันไม่ใช่เพียงความแค้นสองตระกูล แต่มันคือความเลวร้ายของเชื้อชาติ ต่อเชื้อชาติ อันคือความมืดสุดประมาณ ที่กัดกินผู้คน ไม่เฉพาะแต่ในห้วงยามสงครามโลก หากในขณะนี้ก็รุนแรงไม่แพ้กัน


เรื่องนี้น่าดูอีกแล้วว
#1 By nanoguy (125.24.78.140 /192.168.182.167) on 2007-08-09 03:39