MY BKIFF ROUGH CUT PART 2
posted on 30 Jul 2007 17:34 by filmsick in FILMFLU1.DEMENTIA (JOHN PARKER /1955 ) ( นอกเทศกาล) (A+)


หนังหลอนจิตที่ไร้บทสนทนา เมื่อปี 1955 ของ JOHN PARKER ที่หลังจากสร้างเสร็จ ก็โดนกองเซนเซอร์ในขณะนั้นแบนด้วยข้อหาว่าจะทำให้ศีลธรรมเสื่อมทราม ยุยยงให้ผู้คนก่ออาชญากรรม ตัวหนังนั้นเล่าเรื่องคืนหลอนของสตรีนางหนึ่งกับมีดพกของเธอ เมื่อเธอถูกส่งไปพบชายอ้วนเพื่อบราการทางเพศแต่กลับฆ่าเขาตาย แล้วต้องหนีไปเรื่อยโดยมีอดีตเรื่องการฆ่าพ่อตามหลอกหลอน และไปจบลงในบาร์มืดทึม ชนิดสุดหลอน
ตัวหนังอาจชวนช๊อคอยุ่บ้างเพราะมีฉากตัดมือ แต่เมื่อเทียบกับหนังสมัยนี้มันก้แทบจะกลายเป็นหนังเด็กไปแล้ว หากที่น่าสนใจคือความเห็นประหลาดของคณะกรรมการเซนเซอร์ (ที่ในDVD แนบมาให้อ่านแบบเต็มๆ )
หนังมีสองฉบับ โดยหลังรอดตะไกร เซนเซอรื ก็เปลี่ยนชื่อเป็นDAUGHTER OF HORROR เพิ่มเสียงบรรยายน่ากลัวๆ เข้าไป และตัดหนังออกสองนาที ซึ่งมำให้ไม่หลอนเท่าต้นฉบับ ซึ่งที่จริงความเจ๋งของมันไม่ได้เกิดขึ้นเพราะคณะกรรมการเซนเซอร์ แต่เพราะมันเป็นหนังขาวดำ ที่ใช้ประโยชน์จากภาพ สุดหลอน การแสดงประหลาดๆ และสกอร์น่ากลัว ที่บีบคั้นได้ทรงพลังกว่า บทสนทนาเป็นไหนๆ
รับประกัยว่าคุณจะไม่ลืมฉากมือในช่อดอกไม้อย่างแน่นอน!
http://www.mondo-digital.com/dementia.html
2.THE BEST OF TIMES (TSO CHI CHANG /2002)( นอกเทศกาล) (A++++++++)

หนังจากไต้หวันที่เข้าฉายที่ลิโด้ หนังถูกโปรโมทว่าเป็นหนังเกย์ ทั้งๆที่ตัวหนังพูดถึงชะตากรรมของสองหนุ่มชนชั้นใต้ถุนสังคมของเมืองไทเป หนังเล่าเรื่องชะตากรรมที่คล้ายหนังฮ่องกงสุดฟูมฟาย แต่แหกขนบด้วยการฉายภาพช่วงเวลาที่ดีที่สุดของเขาทั้งคู่ไปอย่างเรียบเรื่อย ภาพครอบครัวในหนัง สมจริงจนรู้สึกเหมือนจะรู้จักหลายๆตัวละครในหนัง
หลายๆฉากของหนังสามารถฟูมฟายบีบคั้นน้ำตาคนดูได้ ผลชะงัด แต่กลับเรื่องวางกล้องให้ทอดตามอง จากสายตาของบุคคลที่สาม เราเห็นภาพร่างชะตากรรมแสนเศร้าและมันจำต้องเป็นเช่นนั้น ฉากจบของหนังคลี่คลายไปสู่ความเหนือจริง ที่ แสนงดงาม
ความเรียบเรื่อยที่สมจริงของหนังเป็นของขวัญสุดพิเศษที่ทำให้เราได้ใช้เวลาละเลียดมนุษย์คู่นี้อย่างงดงาม
3.TRISTANA (LUIS BUNUEL / 1970 )(A+)

หนังสุดร้ายของ LUIS BUNUEL ว่าด้วยเรื่องโคแก่กินหญ้าอ่อน แต่มันก็ช่วยไม่ได้ เพราะหญ้าอ่อนที่ว่าคือ แคทเธอรีน เดอเนิฟ เมื่อครั้งยังสวยใส! หนังเรื่องนี้คล้ายกับ การรวมเอาBELLE DE JOUR กับ VIRIDIANA มาไว้ด้วยกัน เรื่องของชายเฒ่าที่อุปการะเด็กหญิง พเป็นสาว ก็ต้องการให้เธอเป็นทั้งลูกสาวและภรรยา คล้ายคลึงกับ VIRIDIANA (แต่ใน VIRIDIANA ดูเหมือน BUNUEL สนุกกับการวิพากษ์ ศาสนา และวิธีคิดแม่พระมากกว่า และเป็นไปอย่างถึงพริกถึงขิง! ) ในขณะที่ฝันหลอนของ TRISTANA ที่โดนลวนลามบนหอระฆัง ก่อนที่จะไปแกว่งระฆัง (ที่มีลักษณะ เหมือนอวัยวะเพศชายยังไงยังงั้น) และลูกตุ้มอีกอันเป็นศรีษะของชายเฒ่านั้น ให้ความรู้สึกฝันหลอนเหมือนกับ ฉากฝันว่าโดนมัดใน BELLE DE JOUR (และทั้งสองเรื่องเล่นโดย แคทเธอรีน เดอเนิฟเหมือนกัน)
หนังกลายเป้นสงครมประสาทของคนสองคนที่มุ่งร้ายทำลายกัน ทั้งชีวิต ไม่มีสายตาเวทนาสงสารให้คนทั้งคู่ มันคือสงครามอันเข้มข้น ชิงไหวชิงพริบ และร้ายลึก ความรักและชังไหลรวมกัน นำมาสู่จุดจบสุดกระอักกระอ่วน (หนังไม่กระทั่งให้ความรู้สึกสมเพชเวทนาความร้ายกาจของตัวละคร ) เรากำลังช๊อค ตึ้ง! หนังจบ!
นี่เป็นหนังของBUNUELอีกเรื่องที่พลาดไม่ได้!!! ดีใจสุดๆที่ได้ดูมันบนจอใหญ่ๆ
4.INSIDE PARIS (CHRISTOPHE HONORE / 2006)(A)

หนังฉลาดๆของCRISTPH HONORE (อดีตผกก. MA MERE ) เล่าเรื่องของสามหนุ่มชาวปารีเซียงและความสัมพันธ์ของเขากับสาวๆ หนังดูฉลาด และคมคายมาก (โดยเฉพาะบทพูด ว่าด้วย สามประการ ที่คุณลุกไปเข้าห้องน้ำๆทันทีหลังมีเซกส์ ) แต่อย่างไรก็ดี ความฉลาด ของหนังทำให้ผมรู้สึกว่าที่จริงแล้วหนังก็ไม่ได้แตกต่างจากหนังทำฉลาดทำเก๋ พวก อเมริกะน อินดี้ ในขณะที่หนังอเมริกัน ยังเต็มไปด้วยความฉลาดแบบไม่มั่นใจ ความอิหลักอิเหลื่อน่ารักๆ แต่หนังเรื่องนี้เดินเรื่องด้วยความฉลาด และมั่นใจ จนหลายครั้งอดหมั่นไส้ทั้งคนทำหนังและตัวละครไม่ได้
5.PINGPONG (MATTHIAS LUTHARDT /2006) (A+)

ถ้าคุณชอบ THE PAGE TURNER หรือ LEMMING หรือ RED LIGHTS หรือ LOVELY RITA นี่คือหนังของคุณ เพราะหนังเยอรมันเรื่องนี้ ส่งเสริมสถาบันครอบครัวอย่างยิ่งด้วยการให้เรานั่งดุ เกมอำนาจของแม่ลูกคู่หนึ่ง ที่กำลังเล่นเกม ปิงปองอำนาจ โดยมีหลานชายร้ายลึกเป็นลูกปิงปอง หนังเดินหน้าด้วยความเรียบนิ่งแต่เต็มไปด้วยคลื่นใต้น้ำ ฉากหน้าสวยสดสงดงามแต่ซ่อนความสะพรึงเอาไว้ เมื่อเราดูไปสักพัก เราจะจดจ่อกับการที่ว่า จะต้องมีเรื่องร้ายเกิดขึ้น ไม่ตอนไหนก็สักตอน อารมณืลุ้นระเบิดเวลานี้ฉุดให้พลังของหนังสูงขี้นสุดขีด และการที่หนังปิดตัวอย่างร้ายกาจ ทำให้มัค้างในใจมากๆ
หนังเหมาะจะฉายควบกับหนังครอบครัวของดีสนีย์มากๆ เพื่อจะได้เห็นสองด้านของ ครอยครัวแสนสุข!
6.URANYA (COSTAS KAPAKAS / 2006 ) (A+)


หนังน่ารักจากกรีซ ที่ว่าด้วยหมุ่บ้านเล็กๆปลายขอบโลก และเด็กๆของหมุ่บ้านเล็กๆที่มีความใฝฝันจะเก็บเงนไปเสียตัวให้กับ URANYA โสเภรีสาวแสนสวยประจำหมู่บ้าน ในยุคสมัยแรกมีโทรทัศน์ คนกำลังจะขึ้นไปเหยียบดวงจันทร์ ท่าสมกลางความผันผวนของการเมืองภายใน
หนังทำท่าจะเป้นหนังหวานซึ้งแบบ CINEMA PARADISOบวก แฟนฉัน แต่หนังกลับน่าสนใจด้วยการแสดงให้เห็นว่าแม้แต่หมู่บ้านปลายขอบโลกที่เวลาเหมือนจะหยุดลงไปแล้วนี้ กาเมืองก็ยังเดินทางมาถึง เมื่อมีใครสักคนแค่เพียงแวะผ่าน หนังแสดงความไร้สาระของอำนาจรัฐในการจัดระเบียบหมู่บ้านเล็กๆนี้ เมื่อซ้ายตกขอบคนเดียวของหมู่บ้าน แค่เพียงบ่นให้ลูกฟังไปวันๆยังถูกจับไปสอยสวน หัวหน้าตำรวจก็ไม่ได้รู้อะไรนอกจากชิลๆไปเรื่อยๆ แต่ก็มีมือลึกลับยื่นมือมาจัดระเบียเข้าจนได้
ในตอนท้ายหนังมาเล่นทำซึ้งได้อย่างน่าสนใจ เพราะนี่เป็นหนังไม่กี่เรื่องที่โปรการมาถึงของทีวีอย่างออกนอกหน้าการจบด้วยให้ผู้คนวิ่งจากโรงหนังมาดูทีวีดูเป็นเรื่องผิดธรรมเนียมหนังที่มักจะต้องรำลึกการดูหนัง
แต่เมื่อหนังเลือกจบด้วยการ -บิน-ผ่านหน้าโรงหนัง(ที่กำลังฉายEASY RIDER )ภาพมุมสูงนอกจากจะทำนายอนาคตของตัวเอก ยังเป็นการทอดตาอลัย ภาพยนตร์ ในวันเก่าๆอีกด้วย
ชอบฉาก ทำพิธีให้เครื่องฉายหนังมากๆๆๆๆๆๆๆ
7.GRINDHOUSE : PLANET TERROR (นอกเทศกาล) (ROBERT RODIGUEZ)
8.GRINDHOUSE : DEATH PROOF(นอกเทศกาล)(QUENTIN TARANTINO)
(A++++++++++++++++++++++++++++++++)

ดูหนังสองเรื่องนี้ต่อกัน ในสองวัน (เรื่องแรกดูรอบดึกวันหนึ่งอีกเรื่องในรอบเที่ยงวันต่อมา)
นี่คือหนังที่รอคอยที่สุด ในรอบปี และสมมาดปรารถนามากที่สุดในรอบปี ดูไปซู้ดปากไปกรี๊ดไปเป็นระยะๆ รอบที่ดู PLANET TERROR ตกลงกับพี่ MdSและ คุณลูน่าจัง ว่า เนื่องจากรอบนี้มันเป็นของเรา (และเป็นรอบที่หกของวันนี้) ถ้าจเออะไรถูกใจให้กรี๊ดดังๆ และได้ผล ผมทั้งกรี๊ด ทั้งฮาแบบสุดตีน
เนื่องจากหนังก้าวพ้นความเป็นหนังเกรดบีในตัวของมันเอง ไปสู่แนวทางใหม่ที่รวบรวมทั้งบรรยากาศการทำ การฉาย การดู ไว้ในเรื่องเดียวกัน ทำให้จำต้องเขียนถึงหนังยาวๆ (อยากดูอีกสักสองรอบ) อีกครั้งหนึ่ง และในฐานะคนที่โตมากับวัฒนธรรมหนังเกรดบี
ถูกใจมากเพ่! กร๊ดให้ สามร้อยแปดสิบที!!!!!!!!!
ปล. FILMSICKworship น้องแฝดนรกมั่กๆ!
หนังจากเทศกาลหนังสั้นมาราธอน
9. TICHILA ( ฉัตรชัย งามสิริมงคลชัย / 5นาที )
MVแบบอนิเมชั่นประกอบเพลง ติชิลาของริค ภาพลายเส้นในคืนจันทรุปราคาน่าตื่นเต้นดี
10.CHANGE (วินัย กิจเจริญ / 3.48 นาที )
animationว่าด้วยบ้านและความเปลี่ยนแปลง โดยใช้วิธีค่อยๆวาดค่อยๆทำ แนวคิดยังเป็นแบบเดิมๆ แต่การนำเสนอน่าสนใจไม่น้อย
11.พลังงาน ( วิรัส ยั่งยืน / 4.04 นาที)
หนังทดลองว่าด้วยเรื่องพลังงาน การจับจ้องมองแสงไฟ ปลั๊กไฟ แหล่งกำเนิดพลังงานและพลังงานโดยมีเสียงประกอบเป็นเสียงครางหึ่งของเครื่องใช้ไฟฟ้า แม้หนังไม่เล่าเรื่องแต่การเลือกมุมมภาพ และการทำเบลอของหนัง ให้ตความรู้สึกหลอนๆมึนๆน่าสนใจมาก
12. BEFORE AFTER ( สุชาติ มัฆวิมาลย์ / 9.06 นาที)
หนังสั้นว่าด้วยการฆ่าตัวตาย ที่ทำออกมา ได้ตามระเบียบ จนไม่มีอะไรแปลกใหม่น่าสนใจทั้งตัวเรื่องและการนำเสนอ
13. ครูครับ..ครู(ภานุวัฒน์ นิลรักษ์ / 30 นาที) (A+++++++)
หนังสั้นที่น่าตื่นตาตื่นใจจาก นครศรีธรรมราช หนังเลือกเล่าเรื่องที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไรพิเศษ เรื่องของการช่วยเฟหลือเพื่อนที่กำลังป่วย แต่วิธีการที่หนังใช้ ด้วยการลงไปถ่ายทำใหนสถานที่จริง ใช้เด็กๆที่น่าจะเป็นเด็กในพื้นที่จริงๆ เมื่อจำเป็นต้องพูดบท เด็กก้มีอาการขัดเขิน ไม่สมจริงจริงๆ แต่ การที่หนังแอบทิ้งกล้องไว้ เพื่อแอบเก็บภาพทีเผลอของเด็กๆ ทำให้ความเป็นธรรมชาติคานกับความไม่สมจริงของเรื่องเล่าจนเป็นงานที่น่าสนใจ
แต่ที่กล้าและน่าชื่นชมคือการเลือกจบแบบปลายเปิด ซึ่งหนังทำออกมาได้กำลังดีมากๆ
เป็นหนังสั้นที่ชอบมากๆเรื่องหนึ่งในปีนี้ ลุ้นให้ได้เข้ารอบน่อ
14.แข่งบั้งไฟ (อุรุพงศ์ รักษาสัตย์ / 18.3 นาที )
สารคดีเล่าด้วยภาพ งานใหม่จาก คุณ อุรุพงศ์ รักษาสัตย์ เจ้าของหนัง เรื่องเล่าจากเมืองเหนือ คุรอุรุงพงษ์ ยังทำงานในเชียงราย และหยิบเอาภาพการแข่งบั้งไฟจากชียงราย มาเล่าโดยไม่ต้องบรรยายรายละเอียด อาศัยเพียงการตัดต่อ และภาพสดๆที่ให้บรรยากาศ อย่างเต็มที่
15. คู่มือปฏิบัติการถ่ายทำวีดีโอทางอากาศเพื่อนำเสนอในงานแต่งงาน ( เดชา ปิยะวัฒน์กูล / 17.58 นาที)
สารคดีฮาๆว่าด้วยการทำ PRESENTATIONในงานแต่งงาน หนังดุเหมือนเล่าเรื่องด้วยอารมณ์กวนๆของผู้กำกับ แต่หนังก็แอบตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับงานแต่งงาน ไว้ตอนท้ายได้น่าสนใจไม่น้อย
15. SYSTEAM OF A DOWN ( เอกภูมิ หรรษาภิรมย์โชค / 2.58 นาที )
MVเหวอๆประกอบเพลงของSYSTEM OF A DOWN
16. ความลักลั่นของงานรื่นเริง (ปราบต์ บุญปาน /28.51 นาที ) (A++++++++++++++++++)
หนังไทยที่น่าตื่นเต้นที่สุดของงาน หลังจากปีก่อนหน้านี้เรามี เคียด (พัลลภ ฮอหรินทร์) และปีที่แล้วมี ไม่มีอะไรให้ดู (สุชาติ สวัสดิ์ศรี ) ปีนี้เรามี ความลักลั่นของงานรื่นเริง!
ว่ากันว่าคุณ ปราบต์ บุญปาน ทำหนังการเมืองมาหลายเรื่องแต่ผมเพิ่งได้ดุหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องแรก และชอบมากๆๆ
เนื่องจากมีหลายประเด็นน่าสนใจ ขอยกยอดไว้ไปเขียนยาวๆอีกครั้ง แต่ขออนุญาตยืมคำพูดของMdS มาใช้ในการบรรยาย หนังเรื่องนี้
นี่คืหนังที่ดูแล้วรู้สึกเหมือนถูกตบหน้า สามสิบทีโดยรู้สึกว่าสมควรแล้วที่โดนตบ!
สรุปอันดับเทศกาล
1.OUR DAILY BREAD
1. LOOK OF LOVE
1.EDEG OF HEAVEN
(ครองอันดับร่วม!)
2.THIS IS ENGLAND
3.RAISED FROM DUST
4.CRY IN SILENCE
5.CASHBACK
6.SAGA ( OKINAWA ANIMATION)
7.BEFORE WE FALL IN LOVE AGAIN
8.VANAJA
9.URANYA
10.WANDERING BRIDE
11.PINGPONG
12.FREE ZONE
13.SUELY IN THE SKY
14.MARK OF CAINE
15.INSIDE PARIS
16.BROKEN ENGLISH
17.CHILDREN OF GLORY
หนังไม่ให้คะแนน
1.THE MILKY WAY
2. TRISTANA
(คุณจะเอาบุนเยลมารวมกับหนังอื่นแล้วตัดคะแนนรวมได้ไง!)
หนังที่ไม่เอามานับ(เพราะดูแผ่นผี)
1.SHORTBUS (ถ้าจัดอันดับจะอยู่ต่อจาก CRY IN SILENCE)

#1 By @พักใจ on 2007-07-30 19:17