เยอรมันตะวันออก ปี 1984 5ปี ก่อนการล่มสลายของกำแพงเบอร์ลิน ในขณะนั้นกรุงเบอร์ลินยังแบ่งออกเป็นสองส่วน ฝั่งตะวันตก เป็นเสรีนิยมประชาธิปไตย ในขณะที่อีกฝั่งยังคงเป็นสังคมนิยม

ในห้วงยามนั้น รัฐถืออำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในการตรวจตราสอดส่องประชาชนที่กระทำการอันเชื่อได้ว่า จะเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ เหล่าตำรวจลับ สตาซี่ ถูกฝึก ให้สอดแนม จับกุม สอบสวน รีดเค้นเอาความลับจากผู้ต้องสงสัย พวกเขามีโรงเรียนฝึกสอน โดยเฉพาะ และ คุณ WEISLER ตำรวจมือดี เป็นอาจารย์อยู่ที่นั่น

ค่ำวันหนึ่งเขาถูกเชิญไปดูละครเวที ที่เขียนบทโดย GEORGE DREYMAN นักเขียนคนดังที่ยึดครองใจประชาชน และนำแสดงโดย CRISTA MARIA SIELAND ดาราสาวที่เป็นคู่รักของDREYMAN ทั้งคู่ดูจงรักภักดีเป็นปกติสามัญจนน่าชื่นชม แต่ท่านรัฐมนตรีกลับบอกว่า จำต้องจับตาคนคู่นี้ คุณ WEISLER จึงได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติการสอดแนมอยู่ในชั้นบนของอพาร์ทเมนต์ ติดเครื่องดักฟังและจัดเวรยามคอยบันทึกทุกคำพูดตลอดทั้ง 24 ชั่วโมง

และเมื่อเขาก้าวล่วงไปบนชีวิตของ DREYMAN เขาก็ได้ค้นพบโลกใบใหม่ ที่อบอวลด้วย เสียงดนตรี กรุ่นเสียงบทกวี และความรักอันลึกซึ้งของคู่รักที่ เสรีจากภายในโดยไม่ได้เกี่ยวข้องกับระบบการปกครองใด หากกลับต้องตกเป็นเหยื่อของเกมการเมืองอันโหดร้ายทารุณ

นี่คือภาพยนตร์เรื่องแรกของ FLORIAN HENCKEL DONNERSMARCK ผู้กำกับชาวเยอรมัน ที่เพียงทำหนังเรื่องแรก ก็คว้ารางวัลมากมายในทุกที่ที่เข้าประกวด รวมไปถึง รางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยมจากปีที่ผ่านมา เขาศึกษาภาพยนตร์ในมิวนิค และทำหนังสั้นจำนวนมาก คว้ารางวัลมากมายเป็นประวัติการณ์ จนในที่สุดเมื่อเขาต้องทำหนังสำหรับจบ เมื่อปี 2001 ห้าปีต่อมาTHE LIVES OF OTHERS ก็เสร็จสิ้น ซึ่งจะว่าไป นี่คือหนังสำหรับจบของเขา!

หลังจากเมื่อไม่กี่ปีก่อน GOODBYE ,LENIN พาเราย้อนเวลากลับไปในช่วงเวลาเดียวกันนี้ ด้วยอารมณ์ยั่วล้อเจือ ถวิลหาอดีต โดยเลือกหยิบเอาด้านปัจเจกของมนุษย์ ที่มีต่อดินแดนที่เขาเชื่อว่ามีอยู่จริงแต่ไม่มีอยู่ มุมมองยั่วล้อนั้นอาจยังความเข้าใจผิดให้คนเชื่อว่า เยอรมันตะวันออกในยุคสังคมนิยม เป็นเพียงประเทศแช่แข็งน่ารักน่าใคร่ (อย่างไรก็ดีต้องไม่ลืมว่าเป้าประสงค์ของGOODBYE ,LENIN ไม่ใช่การวิพากษ์การเมือง แต่นำการเมืองมาใช้เป็นฉากหลังในการฉายภาพของมนุษย์) แต่ในปีนี้กับ THE LIVES OF OTHERS หนังฉายภาพอีกด้านหนึ่งของประเทศเยอรมันตะวันออก ที่เลือกหยิบมุมมองเชิงปัจเจกในแง่ของ ความเข้าใจเสรีภาพ มาแสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของการเมืองที่มีต่อชีวิตเล็กๆ โดยหนังตัดอารมณ์ขันรุ่มรวย ถวิลหาอดีตลง และฉายภาพเย็นชา ตายด้าน อย่าสมจรงสมจัง

LIVES OF OTHERS สามารถแปลตามตัวได้ว่า ชีวิตของผู้อื่น มันอาจแปลความได้มากความหมายกว่าที่คิด โดยความหมายแรก คือการพูดถึงชีวิตของผู้อื่น ผ่านทางการยื่นมือเข้าแทรกแซงชีวิตของผู้อื่นโดยรัฐ ภาพฉายชัดแจ้งถึงการพยายามสอดแนม คนซึ่งเชื่อได้ว่า เป็นภัยต่อความมั่นคง การกระทำดังกล่าวในโลกประชาธิปไตย เราอาจเรียกมันว่า การละเมิดสิทธิมนุษยชน (ลองคิดถึงว่าเราจะรู้สึกยังไง ถ้ามีการรายงานว่า เราทำอะไรในห้องส่วนตัว เราร่วมรักกับใครตอนไหน เปลือยเปล่าหรือเพ้อเจ้ออะไรบ้าง และทั้งหมดนั้นสามารถใช้เป็นหลักฐานมัดตัวเราเมื่อมีการจับกุมได้) แต่ในโลกของสังคมนิยม นั้น การกระทำเช่นนี้เป็นเรื่องถูกกฎหมายที่สามารถกระทำได้ และเมื่อได้หลักฐาน เราต้องยินยอมให้จับกุมโดยไม่มีข้อโต้แย้ง และในขณะเดียวกันเราอาจถูกใช้ให้ แทรกแซง ชีวิตของผู้อื่น ได้โดยผ่านทางการให้การระบุตัวเพื่อนพ้องของเรา เพื่อแลกกับอิสระของเราเอง กลายเป็นแขนขาของอำนาจรัฐไปโดยปริยาย

กล่าวโดยไม่ต้องคิด ในแง่มุมนี้ การแทรกแซง ชีวิตของผู้อื่น โดยมือไม้ของรัฐนั้นเป็นเรื่องที่น่าขนลุกขนพองเป็นอย่างยิ่ง หนังแสดงภาพรายงาน ที่ระบุการกระทำ ตามวันเวลา ตัดสลับกับเรื่องเล่าของนักเขียนรายหนึ่งที่ถูกขึ้นบัญชีดำไม่ให้สร้างสรรค์ผลงานใดๆอีก จนนำมาสู่บทสรุปอันเป็นโศกนาฏกรรมสำหรับทุกคน

โดยพื้นฐานแนวคิดที่ความมั่นคงของส่วนรวมย่อมต้องมาก่อนส่วนบุคคล ปัจเจกบุคคลจึงถูกกดให้เป็นเพียงสิ่งของชิ้นหนึ่งที่รัฐสามารถยื่นมือมาจัดระเบียบได้ภายใต้ความชอบธรรมยี่ห้อ ความมั่นคง หรือความสงบ หรือความสามัคคี ปล่อยหน้าที่ของการคิดให้เป็นของรัฐ พลเมืองมีหน้าที่พียงปฏิบัติตามโดยห้ามตั้งข้อสงสัย ในสังคมเช่นนั้น ศิลปะจึงคือหนามแหลมที่คอยทิ่มแทงรัฐ เพราะ ศิลปะทุกแขนงล้วนเป็นไปเพื่อก่อร่างมนุษย์ในฐานะปัจเจกบุคคลที่แตกต่างกัน อย่างน้อย มันก็ยืนยันความคิดส่วนบุคคลของผู้เขียน แสดงตัวตนว่า ฉันมีชีวิตอยู่ ไม่ได้เป็นเพียงแค่พลเมืองคนหนึ่งที่มีสมอง ใบหน้า เสื้อผ้า เหมือนกันไปหมด ดังที่รัฐต้องการให้เป็น (รัฐอาจแปะยี่ห้อง่ายๆที่ชื่อว่า ความเท่าเทียมกัน) ศิลปะสอนให้มนุษย์รู้ว่าเราแตกต่างกัน เรามีสิทธิ์ที่จะคิด ที่จะฝัน ในฐานะของตัวเราเอง ไม่ใช่ในฐานะของพลเมือง หรือไพร่ฟ้าหน้าใส

และเป็นศิลปะนี้เองที่ส่งผลให้ WEISLER เปลี่ยนแปลงตัวเองไป ในทางหนึ่งการได้อยู่ชิดใกล้กับศิลปิน (ป่านทางการแทรกแซงชีวิตของผู้อื่น) ทำให้เขาหวั่นไหว พอที่จะทำอะไรอย่างเช่นช่วย CRISTA MARIA ตัดสินใจ แต่การได้เสพศิลปะ (ผ่านทางการแอบฟัง) ไม่ว่าจะเป็น โซนาต้าแด่ยอดคนดี ที่ GEORGE เล่น หรือการได้อ่านหนังสือของ BERTOLT BRECHT(แบร์โทลด์ เบรคทช์ ) (ที่เขาขโมยมา) ทำให้เขาหัดคิดในฐานะ ปัจเจกบุคคล ๆไม่ใช้ ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่รัฐอีกต่อไป

และเป็นชะตากรรมของปัจเจกบุคคลนี่เองที่สั่นสะเทือนรัฐอย่างยิ่ง บทความของGEORGE ไม่ได้พูดถึงเรื่องนโยบายการเมืองใดๆที่รัฐข่มเหงประชาชน แต่พูดถึงชะตากรรมของคนคนหนึ่ง ที่จบชีวิตไปเพราะผลพวงจากกลไกของรัฐ ชะตากรรมของปัจเจกสะท้อนสะเทือน อำนาจรัฐได้ ทีนี้เราจึงเข้าใจได้แล้วว่าทำไมรัฐจึงพยายามปกครองประชาชนของตนด้วยความกลัว เพราะรัฐเองก็ยืนอยู่บนพื้นฐานของความกลัวด้วย หากใครสักคน แม้จะเป็นสถานภาพที่ไร้ความสำคัญ เกิดคิดได้ว่าถูกกดขี่ มันจะนำมาซึ่งความวุ่นวายใหญ่หลวงยิ่ง

ดังนั้นในแง่มุมหนึ่ง ชีวิตของผู้อื่น จึงยังสามารถหมายถึงชีวิตของคนสามัญทุกคน ที่ในทางหนึ่ง สามารถสั่นคลอนอำนาจของรัฐได้

และ เลยพ้นไปจากแง่มุมของการเมือง LIVES OF OTHERS ยังพูดถึงมนุษย์ในฐานะของชีวิต ที่มีความเกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงกันอีกด้วย การกระทำหนึ่งของเรา ล้วนส่งผลต่อ ชีวิตของผู้อื่น- การกระทำของCRISTA MARIAส่งผลต่อรัฐมนตรี ส่งผลกลับมายังGEORGE และเมื่อ WEISLERซึ่งก็เป็นผลจากการกระทำข้างต้น ก้าวเข้ามาในชีวิต การกระทำของพวกเขาก็ล้วนส่งผลถึงกัน การกระทำของWEISLER (ซึ่งน่าสงสัยว่า เขาทำลงไปในฐานะของ มนุษย์หรือของคนดูผู้อ่อนไหวต่อนาฏกรรมความรักของนักเขียนหนุ่มกับดาราสาว เพราะในที่สุด การดักฟังของเขากลายเป็นสิ่งที่ไม่แตกต่างจากการดูละครอีกต่อไป เมื่อเขากระวนกระวานที่จะรู้ ตอนต่อไปของความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่)

และในตอนท้าย การกระทำของWEISLER นำมาซึ่งผลอันคาดไม่ถึง แสดงผลของการแทรกแซง - ชีวิตของผู้อื่น ไม่ว่านั่นคือเจตนาดี หรือร้าย ผลลัพทธ์ใดๆก็สุดคาดเดาทั้งสิ้น

แต่หนังกลับเลือกจบลงด้วยการไม่แทรกแซงผู้อื่น ในตอนท้าย เมื่อ GERORGE พบความจริง เขาเลือกที่จะไม่เข้าไปแทรกแซงชีวิตของผู้อื่นอีกต่อไป ฉากที่ทั้งคู่พบกันเป็นCLIMAXที่ทำออกมาได้อย่างพอดีและตอบสนองแก่นแกนหลักของเรื่องได้อย่างดี) ในที่สุดทุกคนก็เพียงใช้ชีวิตของตนไปและให้แต่ละชีวิต เป็นชีวิตของตัวเองโดยปราศจากการแทรกแซงอย่างแท้จริง

แม้ไม่ได้บอกออกมา หนังเรื่องนี้แสดงภาพให้เห็นได้ว่า เราโชคดีถึงเพียงไหนที่ได้อยู่ในโลกเสรีประชาธิปไตย และความโชคดีไม่ได้ได้มาโดยง่ายซ้ำรักษาไว้ก็ยากยิ่งเสรีประชาธิปไตยเป็นระบอบการเมืองที่ต้องเปลี่ยนจากข้างใน ไม่มีภาวะครึ่งๆกลางๆ มีเสรีภาพ หรือไม่มีเลย และการดูและเสรีภาพนั้น เป็นเรื่องของน้ำมือประชาชนด้วยกันเองหาได้ต้องการการแทรกแซง ชีวิตของผู้อื่น จากรัฐไม่

หมายเหตุ

DVDลิขสิทธิ์ของหนังเรื่องนี้วางตลาดโดย J BICSชื่อไทย วิกฤตรักแดนเบอร์ลิน ครับ

หากอยากดูหนังที่พูดถึงความน่าสะพรึงของการถูกแทรกแซงโดยอำนาจรัฐ แนะนำ THE FIFTH HORSEMAN IS FEAR

เรื่องสั้นบางเรื่อง ของ BERTOLT BRECHT สามารถหาอ่านได้จาก หนังสือ เรื่องสั้นเยอรมัน สำหรับนักศึกษา แปลโดย อ. อำภา โอตระกูล มีขายที่ศูนย์หนังสือจุฬา ในราคาแค่ 120 บาท หรืออ่านรายละเอียด เกี่ยวกับงานแปล จากงานของBRECHTได้ใน BOOKVIRUS เล่ม1 ครับ

FLORIAN HENCKEL DONNERSMARCK

Comment

Comment:

Tweet

ชอบเรื่องนี้มากจนซื้อเรื่องนี้เก็บไว้ดูค่ะ และก็ชอบอ่านรีวิวหนังจากเว็บนี้มากค่ะ ขอบคุณมากนะคะสำหรับการแบ่งปัน :-)

#4 By Film sick F.C. (202.29.57.113|202.29.57.113) on 2015-05-18 12:35

>__< ขอบคุณสำหรับบทความมากค่า จริงๆแล้วรักหนังเรื่องนี้สุดใจ ที่สำคัญกำลังเรียนเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้อยู่พอดีเลย

ศิลปะทุกแขนงล้วนเป็นไปเพื่อก่อร่างมนุษย์ในฐานะปัจเจกบุคคลที่แตกต่างกัน อย่างน้อย มันก็ยืนยันความคิดส่วนบุคคลของผู้เขียน << หนังเรื่องนี้ได้เข้าถึงความจริงนั้นได้อย่างจับใจเลยค่ะ นอกจากนั้นตัวละครทุกตัวยังส่งผลกระทบกันและกันได้อย่างลงตัว เป็นหนังที่ถูกดำเนินเรื่องอย่างชาญฉลาดมาก

#3 By Daiong [ไดอง] on 2009-03-11 10:08

ชอบหนังเรื่องนี้มากๆ ไคล์แม็กซ์ของหนังเรียกว่าบีบหัวใจระดับสุดยอด ก่อนจะค่อยๆ ทิ้งอารมณ์ไปสู่ฉากจบอันนุ่มนวล เปี่ยมความหวัง

#2 By riverdale (58.8.14.205) on 2007-07-19 13:02

น่าดูมากค่ะ ไม่ค่อยได้ดูหนังที่เกี่ยวกับรัฐเท่าไหร่เลยช่วงนี้
ถ้ามีโอกาสจะไปลองหามาดูค่ะ

#1 By daranee on 2007-07-19 07:35