FREE ZONE : โลก เสรี ?

posted on 11 Jul 2007 00:01 by filmsick

บทความนี้เปิดเผยเนื้อหาส่วนสำคัญของภาพยนตร์

หนังเรื่องนี้มีกำหนดจะเข้าฉายในเทศกาล BANGKOK INTERNATIONAL FILM FESTIVAL ปลายเดือนนี้ ว่ากันว่า ผู้กำกับจะเดินทางมาQ n A ด้วย ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวงครับ

หญิงผู้หนึ่งกำลังร้องให้ หญิงอเมริกันผู้หนึ่งกำลังร้องให้ หญิงอเมริกันผู้หนึ่งกำลังร้องให้ในรถของหญิงชาวยิวผู้หนึ่ง หญิงอเมริกันผู้หนึ่งกำลังร้องให้ในรถของหญิงชาวยิวผู้หนึ่งในประเทศอิสราเอล โดยมีเพลงประกอบร้องว่า พ่อฉันซื้อเนื้อแกะ แมวมากินเนื้อแกะ หมามาเห่าแมว ไม้มาตีหมา ไฟมาเผาไม้ น้ำมาดับไฟ วัวมากินน้ำ คนขายเนื้อมาฆ่าวัว และมัจจุราชมาเอาชีวิตคนขายเนื้อ พ่อจ๋าเมื่อไหร่ วงจรอุบาทว์นี้มันจะสิ้นสุดลงเสียที!

นั่นคือฉากเปิดเรื่องของหนังเรื่องนี้ หญิงอเมริกันผู้นั้นรับบทโดย NATALIE PORTMAN เธอร้องให้ นานห้านาที โดยไม่มีการตัดภาพ และทั้งหมดซึ่งดูเหมือนจะเป็นจุดสำคัญกลับกลายเป็นส่วนที่ไร้สาระที่สุดของหนัง ไป

เพราะหนังเล่าเรื่องของสาวอเมริกันคนหนึ่งที่เพิ่งบอกเลิกคู่หมั้น เธอขึ้นรถ ของ HANNAH และบอกว่าขอที่ไหนก็ได้ให้พ้นจากประเทศนี้ HANNAH กำลังจะไป ที่ เขตอิสระ ( FREE ZONE ) ซึ่งเป็นเขตระหว่างชายแดนของ อิสราเอล จอร์แดน และ ซาอุดิ อาระเบีย ที่นั่นเธอนัดพบ - คนอเมริกัน - เพื่อรับเงินแทนสามี ที่นอนป่วยหลังโดนลูกหลงระเบิดของปาเลสไตน์

หลังจากผ่านการตรวจสุดโหด หลายต่อหลายครั้ง พวกเขาก็มาถึงหมู่บ้านเล็กๆ ที่นั่นพวกเขาไม่พบ คนอเมริกัน พบแต่ LEILA สาวปาเลสไตน์ ที่บอกว่า คนอเมริกา และเงินไม่อยู่ที่นั่น ถ้าอยากได้เงิน ก็ต้องเดินทางกับเธอบึกเข้าไปในหมู่บ้าน แล้วสามสาวก็ออกเดินทางไปท่ามกลางความมืดมิด ในดินแดนที่ความตายพร้อมจะหายใจรด

ภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของ AMOS GITAI ผู้กำกับชาวอิสราเอล ที่จบมาทางสถาปัตย์ เคยไปรบในสงคราม และถ่ายหนังสารคดี ด้วยกล้องแปดมิล จากเฮลิคอปเตอร์ และเคยทำหนังสารคดี ฉาวจนต้องลี้ภัยไปอยู่ฝรั่งเศสหลายปี จนมีการเปลี่ยนแปลงประธานาธิบดี อิสราเอล เขาจึงกลับมาทำหนังในอิสราเอลอีกครั้ง หนังของ GITAI จะว่าไปแล้ว ก็ตกอยู่ในสถานะเดียวกับหนังของ อภิชาติพงศ์ ในบ้านเรา บางเรื่องของเขาก็ทำเงิน แต่โดยมาก มันไม่ได้รับการต้อนรับในบ้านตัวเองมากนัก นักวิจารณืหลายคนบอกว่า เขา เป็นยุโรปมากเกินไป- และใช้ความเป็นยุโรปทำหนังที่มีอิสราเอลเป็นฉากหลัง นอกจากนั้นโดยมาก หนังของGITAI มักเต็มไปด้วยประเด็นการเมือง ด้วยแนวคิดแบบเอียงซ้าย และนั่นสร้างความพอไม่พอใจให้หลายๆคน

และใน FREE ZONE มองผาดเผินหนังอาจเป็นเพียง ROAD MOVIE ของผู้หญิงสามสัญชาติ แต่ผู้หญิงในเรื่องไม่ได้เป็นเพียงผู้หญิงสามคน แต่ยังเป็นตัวแทน ของสามเชื้อชาติอีกด้วย กล่าวอย่างง่าย หนังที่กล้องแทบไม่ออกจากรถเลยเรื่องนี้ เล่าที่มาที่ไปของความขัดแย้งอันยืดเยื้อยาวนานของอิสราเอล และปาเลสไตน์ ผ่านทางตัวละคร โดยมี อเมริกา- เป็นเสมือนคนกลาง หรือในอีกทางหนึ่งคือคนที่ทำให้เรื่องยุ่งยากมากขึ้นนั่นเอง

หนังเริ่มต้นที่ REBECCA เธอร้องให้ยาวนาน ท่ามกลางเพลงที่ชวนให้คิดว่าเกิดเหตุร้ายขึ้นกับเธอ จนถึงขนาดกล่าวปฏิเสธประเทศนี้ แต่เรารับรู้ในภายหลังจากกระแสสำนึกของเธอเองว่า ที่เธอร้องให้เป็นเพราะเธอเลิกกับคู่หมั้น ซึ่งไปทำบางเรื่องในค่ายอพยพ การร้องให้ยาวนานของเธอในต้นเรื่องที่จริงแล้วไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเรื่องทั้งหมดเลย เธอร้องให้ และ-หนีเที่ยว- ติดรถ HANNAH (ซึ่งยอมเพราะรู้จักกับแม่ของคู่หมั้นเธอ) ข้ามพรมแดนเข้าไปสร้างเรื่องยุ่งยากให้กับ HANNAH ที่ต้องผ่านด่านตรวจเข้ม จนในด่านหนึ่งคนตรวจแทบไม่ให้ข้ามไปเพราะสงสัยในสัมภาระ กระโปรงหลังรถ และเมื่อผ่านไปได้ REBECCA ก็เริ่มทำตัวเป็น นักท่องเที่ยวเธอผูกมิตรกับผู้คนข้างทาง (โดยไม่รู้ หรือไม่ก็ไม่ได้สนใจว่า HANNAH กำลังรีบ ) แวะกินกาแฟที่ปั๊มน้ำมัน ชื่นชมทัศนียภาพข้างทางและพยายามร่ายประวัติศาสตร์ให้ HANNAH ฟัง

ในขณะที่ HANNAH เป็นสาวโรงงานที่ทำงานหนัก สามีเธอเปิดอู่ซ่อมรถ และรับจ้างขับรถ เขาบาดเจ็บจากระเบิด เธอจึงต้องทำหน้าที่แทน ในการรับเงิน จาก คนอเมริกัน - (ที่ไม่ใช่ REBECCA) กล่าวอย่างง่าย คนอเมริกัน คือความหวังสู่ชีวิตที่ดีกว่าของเธอและสามี คนอเมริกันที่อยู่ใน เขตอิสระ-

แต่ที่นั่นไม่มีคนอเมริกันอยู่ มีแต่ คนปาสไตน์ ชาติที่เป็นคู่รักคู่ค้นกันมายาวนาน LEILA เป็นคนที่HANNAH (หรือประชาชนอสราเอล) ไม่เคยใส่ใจจดจำชื่อ เธอถูกปฏิเสธจากลูกของและหมุ่บ้านของเธอ (เหมือนที่อิสราเอลปฏิเสธการมีอยู่ของปาเลสไตน์) และด้วยวัตถุประงสค์ประการเดียวคือเงิน HANNAH จึงยินยอมตามLEILA เข้าไปในหมู่บ้าน

หากสถานที่นั้นเหมือนนรก ผู้คนถือคบเพลิง วิ่งไล่กัน บ้านเรือนถูกเผาวอดวาย สถานการณ์ไม่ต่างจากสงครามกลางเมืองในฉนวนกาซ่า ที่นั่น พวกเขาไม่พบเงิน พบแต่บ้านเมืองวายวอด และ พบว่าลูกชายของ LEILA อาจเป็นคนขโมยเงินไป

ยามเช้า REBECCA ได้พบกับ คนอเมริกัน ที่คลี่คลายความจริง ว่าเขาเป็นเพียงเด็กกำพร้ารุ่นแรกที่ถูกส่งไปอเมริกาเพื่อพบกับความสิ้นหวัง และกลับมาที่นี่โดยถือสัญชาติคนอเมริกันเท่านั้นเอง กล่าวง่ายๆว่า อมเริกา ไม่เคยมีอยู่ ไม่มีจริง มีแต่ความสิ้นหวังและล้มเหลว เช้านั้นชายคนนั้นเล่าประวัติศาสตร์ที่มาที่ไปของโอเอซิสกลางทะเลทรายนี้ให้ให้ REBECCA ฟัง และนั่นคือประวัติศาสตร์อันขมขื่นของชนชาติตน

หนังจบลงบนเส้นพรมแดนของ เขตอิสระ  เมื่อ HAANH เริ่มสงสัย LEILA รถจอดอยู่ตรงด่านข้ามพรมแดน ในที่สุด อิสราเอล กับปาเลสไตน์ก็ลงมือทะเลาะทุ่มเถียงกันเอาเป็นเอาตาย จากเรื่องที่แทบไม่เป็นเรื่อง และหยุดตัวเองจากการเดินทางร่วมกันไปสู่ทางคลี่คลาย (สุดท้ายพวกเขาก้เอาแต่ทะเลาะกันจนไม่ได้ ไปหาเงินจากลุกชายของ LEILA ในขณะที่สาวอเมริกัน ดินแดนแห่งเสรีภาพ วิ่งเตลิดข้ามพรมแดน ราวกับเธอคือเสรีชน ทั้งที่ที่แท้แล้ว นั่นไม่ใช่แดนเสรีของเธอ

หนังเล่าประวัติศาสตร์ผ่านตัวละคร แต่เล่าปัจจุบันผ่านทางทัศนียภาพ สองข้างทาง เราได้เห็น ด่านตรวจที่น่าสะพรึง สุสานรถสองข้างทางที่เหมือนซากปรักหักพัง อาคารทรุดโทรม ผุดขึ้นแทนสถานที่ที่เคยเป็นดินแดนประวัติศาสตร์ เหลือเพียงอาคารโทรมๆในสถานที่รกร้างเท่านั้น นอกจากนี้หนังยังได้การแสดงอันเข้มข้นจากดาราทั้งสามคน โดยเฉพาะ HANNA LASLO ที่ไปคว้ารางวัลดารานำหญิงมาจากคานส์ในปี 2005

AMOS GITAI เล่าเรื่องไปเรื่อยๆโดยแทบไม่มีเหตุการณ์รุนแรงใดๆเกิดขึ้น แทบไม่ปล่อยกล้องแทบหลุดออกจากตัวรถ หากค่อยๆทวีความตึงเครียดของตัวละครไปเรื่อยๆ และน่าสนใจมากที่ฉากไคลแมกซ์ของหนังเป็นฉากสั้นๆที่ผู้หญิงสามคนในที่สุดโดยสารรถคันเดียวกันมุ่งไปในทิศทางเดียวกัน และร้องเพลงร่วมกัน ฉากนี้ปรากฏขึ้นสั้นๆ สว่างวาบแล้วสูญสิ้น เหมือนแสงแห่งสันติภาพแห่งภูมิภาคนี้

ความไร้สาระของสงคราม อันยาวนานของ อิสราเอล และปาเลสไตน์สรุปคร่าวๆไว้ในหนัง และเสียดสี เสรีภาพแบบอเมริกาได้อย่างเจ็บปวด เพราะเอาเข้าจริง REBECCA เป็นแค่นักเดินทาง ความแร้นแค้นของผู้คนบนดินแดนนี้ไม่ได้มีผลอะไรกับเธอ เธอแค่มาเที่ยวดู ทำท่าสงสาร ร่วมรับรู้ แล้วละทิ้งมันไป เธอร้องให้ ให้แต่กับเรื่องของตัวเองเท่านั้น

ปล. เพลงประกอบภาพยนตร์ในฉากแรกคือเพลง HAD GADIA อันเป้นเพลงพื้นเมืองของ อิสราเอล

AMOS GITAI

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet

เคยอ่านคล้ายๆจะเป็นรีวิวเรื่องนี้
ที่ bloggang ของคุณ it ซียู
แต่เขาเน้นตรงเพลง had gadia

#1 By cotton (58.9.161.25) on 2007-07-14 23:40

อ่านบล๊อกนี้แล้วแจ่มแจ้งขึ้นในอีกระดับนึงครับ (หลังจากงมโข่งกับภาษาอังกฤษสำเนียงฮีบรูและอาหรับอยู่นานสองนาน)

อย่างไรก็ตาม ก็ยังชอบฉากเปิดเรื่อง และฉากปิดเรื่องเอามากๆ เหมือนเดิม

#2 By nanoguy (161.200.255.162) on 2007-07-23 09:58

this can be specifically accurate should you keep in mind to put on them bare foot, which could be the accurate method to put on an Ugg.
[url=http://www.pandorabeadsjewellerymall.com/]pandora bracelets[/url]

#3 By pandora bracelets (205.209.142.62) on 2010-11-26 12:50

อ่านบล๊อกนี้แล้วแจ่มแจ้งขึ้นในอีกระดับนึงครับ (หลังจากงมโข่งกับภาษาอังกฤษสำเนียงฮีบรูและอาหรับอยู่นานสองนาน)

อย่างไรก็ตาม ก็ยังชอบฉากเปิดเรื่อง และฉากปิดเรื่องเอามากๆ เหมือนเดิม

#4 By thomas sabo (74.222.11.21) on 2010-12-14 15:05

อ่านบล๊อกนี้แล้วแจ่มแจ้งขึ้นในอีกระดับนึงครับ

#5 By tiffany jewellery (222.209.94.39) on 2011-01-11 17:06

Very useful write-up. I merely stumbled upon your internet site and wanted to say that I’ve incredibly favored studying your blog posts. Any indicates I’ll be subscribing within your feed and I hope you publish after extra soon.

#6 By pandora (180.110.219.62) on 2011-01-17 14:17

อย่างไรก็ตาม ก็ยังชอบฉากเปิดเรื่อง และฉากปิดเรื่องเอามากๆ เหมือนเดิม

#7 By Titanium Jewelry (121.229.30.152) on 2011-02-15 12:16

I merely stumbled upon your internet site and wanted to say that I’ve incredibly favored studying your blog posts. Any indicates I’ll be subscribing within your feed and I hope you publish after extra soon.

#8 By Titanium Jewelry (61.77.158.85) on 2011-02-15 12:21