FREE THAI CINEMA MOVEMENT : NEWS

posted on 07 Jul 2007 00:52 by filmsick  in FILMFLU

ความเป็นมาและการเคลื่อนไหวเรียกร้องให้มีการแก้ไขพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวิดีทัศน์ ฉบับ พ.ศ....

ปฏิเสธไม่ได้ว่า พรบ. ภาพยนตร์ ฉบับปี 2473 ที่ถูกใช้สำหรับการพิจารณาภาพยนตร์ในปัจจุบันนี้ได้ล้าหลังเกินกว่ายุคสมัยอย่างมาก โดยเฉพาะการให้อำนาจการควบคุมพิจารณาแก่รัฐ ซึ่งในที่นี้ได้แก่กรมตำรวจ อย่างเบ็ดเสร็จ (อาจด้วยเพราะพรบ. ฉบับนี้เกิดขึ้นก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475) โดยเจ้าหน้าที่ของรัฐมีสิทธิ์ขาดในการตรวจพิจารณาภาพยนตร์ทุกเรื่องก่อนเข้าฉายตามโรงภาพยนตร์ ตลอดระยะเวลาการใช้พรบ. ฉบับนี้ มาร่วม 77 ปี มักจะเกิดข้อสงสัยในการตรวจพิจารณาอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็น ประเด็นเรื่องมาตรฐานที่ลักลั่น คุณสมบัติของคณะกรรมการผู้ตรวจพิจารณา ความไม่ชอบมาพากลในกระบวนการพิจารณา หรืออำนาจที่รัฐใช้ผ่านการตรวจพิจารณาภาพยนตร์อยู่นี้ไปละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการแสดงออกและรับรู้หรือไม่

นอกจากนี้ ประเด็นที่มีการพูดถึงกันมากที่สุดก็คือ ประเทศไทยยังคงยึดหลักการพิจารณาแบบระบบเซ็นเซอร์ (Censorship) แทนที่จะใช้ระบบการจัดประเภทภาพยนตร์ (Rating) ตามอารยประเทศ โดยหลายฝ่ายเล็งเห็นว่าระบบการเซ็นเซอร์ส่งผลโดยตรงต่อจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ ทำให้เรื่องที่จะนำเสนอในภาพยนตร์ไทยมีจำกัด และเมื่อสร้างภาพยนตร์เสร็จแล้ว ภาพยนตร์อาจถูกห้ามฉายหรือถูกตัดทอนและ/หรือ ลบทิ้ง ซึ่งมีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อธุรกิจภาพยนตร์ รวมทั้งยังส่งผลต่อคุณภาพของภาพยนตร์ และที่สำคัญที่สุด การเซ็นเซอร์เป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพของทั้งผู้สร้างสารและผู้รับสาร รวมทั้งเป็นการปิดกั้นการรับรู้และเข้าถึงข้อมูล

ด้วยเหตุดังนี้ จึงมีการเคลื่อนไหวเรียกร้องให้เปลี่ยนแปลงการตรวจพิจารณาภาพยนตร์มาโดยตลอด ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2533 มีการจัดสัมมนาโดยภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็น กรมประชาสัมพันธ์ และ คณะกรรมาธิการศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งการเชิญกลุ่มประชาสังคมต่างๆ ภาคธุรกิจ เอกชน นักวิชาการ นิสิตนักศึกษา และประชาชนทั่วไป เข้าร่วมการพิจารณา เพื่อร่าง พรบ.ภาพยนตร์ฉบับใหม่ขึ้นมาใช้แทน รวมทั้งการประเมินความเป็นไปได้ที่จะนำระบบการจัดประเภทภาพยนตร์เข้ามาใช้แทน และในที่สุดก็ได้ร่างพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. ...

แต่กระนั้นก็ตาม เมื่อร่างพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวผ่านสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และรอให้คณะรัฐมนตรีอนุมัติ ปรากฏว่ามีการพยายามบิดเบือนร่างพรบ.ฉบับที่นำส่ง ในขณะที่ ร่างฉบับที่นำส่งพยายามให้บทบาทกับภาคประชาสังคมในการควบคุมดูแลกันเอง เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของระบอบประชาธิปไตย แต่ร่างพรบ. ฉบับผ่านกฤษฎีกากลับยังคงให้อำนาจกับภาครัฐในการควบคุมการแสดงออกและเสรีภาพของประชาชนเช่นเดิม

มาถึงบัดนี้ ทางกลุ่มเครือข่ายรณรงค์เพื่อเสรีภาพของภาพยนตร์จึงต้องการยับยั้ง ร่างพรบ.ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ฉบับ พ.ศ.... ดังกล่าวเสียก่อน แล้วทบทวนร่างพรบ. ฉบับนี้กันใหม่ เพื่อให้ตรงตามเจตนารมณ์ของทุกๆ ฝ่าย โดยเฉพาะฝ่ายของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่าง ผู้ผลิต ผู้บริโภค และกลุ่มประชาสังคมอื่นๆ ต่อไป

.............. ............... .............. ............

เครือข่ายรณรงค์เพื่อเสรีภาพของภาพยนตร์
50/17 ถ.ศาลายา-นครชัยศรี
พุทธมณฑล นครปฐม 73170
โทร 081 6155137, 0867898323

11 มิถุนายน 2550

เรื่องขอให้รัฐบาลทบทวนพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. .
กราบเรียน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พล.อ. สุรยุทธ์ จุลานนท์ (ผ่านเลขาธิการนายกรัฐมนตรี)
สิ่งที่แนบมาด้วย บันทึกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาประกอบร่างพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ.... และ ร่างพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ...

ตามที่รัฐบาลได้จัดทำร่างพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. . เพื่อใช้แทนพระราชบัญญัติภาพยนตร์ พ.ศ. 2473 โดยบัดนี้ร่างดังกล่าวได้ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาและส่งมายังคณะรัฐมนตรีแล้ว เพื่อให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาเพื่อนำเสนอเข้าสภานิติบัญญัติแห่งชาติต่อไป นั้น

พวกข้าพเจ้าทั้งหลาย ในนามเครือข่ายเสรีภาพยนตร์ในประเทศไทย ซึ่งประกอบด้วยบุคคลและองค์กรจากภาคเอกชนและภาครัฐ อันได้แก่ สมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย มูลนิธิหนังไทยฯ ในพระอุปภัมป์ของพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าอนุสรมงคลการ สมาคมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย หอภาพยนตร์แห่งชาติ คณาจารย์และนักวิชาการด้านนิเทศศาสตร์ นักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ เอกภาพยนตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นักศึกษาคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน เอกภาพยนตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ เอกภาพยนตร์และเอกวิทยุโทรทัศน์มหาวิทยาลัยกรุงเทพ กลุ่มศิษย์เก่านิสิตนักศึกษาวิชาภาพยนตร์ กลุ่มเยาวชนรักประชาธิปไตย เทศกาลภาพยนตร์โลกกรุงเทพฯ กลุ่มไทยอินดี้ กลุ่มฟิล์มไวรัส ชมรมหนังสั้นแห่งประเทศไทย กลุ่มละครมะขามป้อม กลุ่มบี-ฟลอร์เธียเตอร์ นิตยสารไบโอสโคป วารสารปาจารยสาร และนิตยสาร CMYK เป็นต้น ซึ่งกลุ่มข้าพเจ้าเคยได้รับเชิญจากคณะกรรมการกฤษฎีกาให้เข้าไปแสดงความคิดเห็นในการประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสีย โดยได้เข้าร่วมประชุมให้ความคิดเห็นหลายครั้งตลอดเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมา โดยหวังว่าร่างพระราชบัญญัติภาพยนตร์ฉบับใหม่นี้จะสามารถตอบสนองความเปลี่ยนแปลงของสังคมและความเรียกร้องต้องการของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้ แต่เมื่อเสร็จสิ้นการประชุมรับฟังความเห็นแล้ว ปรากฏว่าทางคณะกรรมการกฤษฎีกาไม่เคยให้พวกข้าพเจ้าเห็นผลสรุปที่ออกมาเป็นร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวเลย

มาบัดนี้เมื่อพวกข้าพเจ้าได้เห็นร่างพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. . ที่ผ่านการ
พิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา ไปถึงคณะรัฐมนตรีแล้ว จึงเพิ่งพบว่าเนื้อหาในร่างพระราชบัญญัติมิได้เป็นไป โดยทางที่สอดคล้องกับความคิดเห็นส่วนใหญ่ของพวกข้าพเจ้าที่ได้ร่วมให้ความคิดเห็นไว้ ซึ่งทำให้พวกข้าพเจ้าเห็นว่า ร่างพระราชบัญญัติภาพยนตร์ฉบับใหม่นี้ ยังมิได้ตอบสนองความต้องการที่แท้จริงของสังคมและข้าพเจ้าทั้งหลายในนามผู้มีส่วนได้เสีย แทนที่พระราชบัญญัติภาพยนตร์ฉบับใหม่นี้จะได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้นกว่าฉบับเดิม กลับจะยิ่งมีข้อเสียกว่าเดิม โดยเฉพาะฉบับใหม่นี้ปรากฏว่ามีเจตนาที่จะให้อำนาจรัฐควบคุมมากกว่าที่จะให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วม อันจะเห็นได้จากจำนวนสัดส่วนของกรรมการในคณะกรรมการภาพยนตร์แห่งชาติซึ่งเป็นตัวแทนจากภาครัฐเกือบทั้งหมด ซึ่งนี้แสดงว่า กลไกของรัฐไม่จริงใจในการรับฟังความคิดเห็นของราษฎรและไม่เคารพความเห็นของราษฎร นอกจากนี้ยังมีรายละเอียดในเนื้อหาข้อกำหนดหลายประเด็นที่แสดงให้เห็นว่า คณะกรรมการกฤษฎีกาที่รับฟังความเห็นจากพวกข้าพเจ้า ไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและไม่สามารถเข้าใจปัญหาที่แท้จริงได้

พวกข้าพเจ้าทั้งหลายเห็นว่า ร่างพระราชบัญญัติภาพยนตร์ ฉบับใหม่นี้ นอกจากจะไม่เป็นไปในทางสร้างสรรค์แล้ว หากมีการบังคับใช้ จะก่อให้เกิดปัญหาความขัดข้องใจและความขัดแย้งมากยิ่งกว่าที่เป็นอยู่

ดังนั้น พวกข้าพเจ้าทั้งหลาย จึงขอกราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรี เพื่อโปรดยังยั้งการส่งร่างพระราชบัญญัติภาพยนตร์ฉบับใหม่นี้ไปยังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ โดยขอให้มีการทบทวนแก้ไขอีกครั้ง และหากเป็นไปได้เมื่อปรับแก้แล้ว ควรให้ผู้มีส่วนได้เสียทั้งหลายซึ่งคณะกรรมการกฤษฎีกาได้เชิญหรือให้โอกาสเข้าไปแสดงความคิดเห็น ได้มีโอกาสลงมติยอมรับร่างพระราชบัญญัติภาพยนตร์นั้นเสียก่อน

จึงกราบเรียนมา เพื่อโปรดพิจารณาตามแต่จะเห็นสมควร


ขอแสดงความนับถืออย่างยิ่ง



( น.ส ชลิดา เอื้อบำรุงจิต )
ตัวแทนเครือข่ายรณรงค์เพื่อเสรีภาพของภาพยนตร์

ข่าวจากเวบไบโอสโคป

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

#1 By sofa on 2007-07-07 19:57

#2 By (58.10.147.83) on 2007-09-04 18:52