- ชั่วดินฟ้า รักเธอ เสมอใจ ที่ฉัน รำพัน ทุกวัน ฝันไปถึงเธอ

อยากให้เธอ หวานใจ อยู่ใกล้ พลอดรัก ร้อยเรียง ร่วมเคล้าเคียง ฉันและเธอ

นั่นคือเพลงที่เธอร้อง เธอผู้นั้นคือ ยุพดี ภรรยาสาวของนายห้างพะโป้ ที่เขาไปแต่งมาจากในเมืองแล้วนำเธอมาที่ปางไม้ไกลผู้ไกลคนแห่งนี้ ที่นั่นเธอพบกับ ทิพย์ คนสนิทมือขวาของนายห้าง และ ส่างหม่อง หลานชายหนุ่มฉกรรจ์ ที่ทั้งหล่อทั้งโสด ยุพดี ชอบก้อร่อก้อติก กับพ่อหนุ่มคนเถื่อน ไม่ประสาสตรีผู้นี้ ยิ่งนายห้างเป็นชายชราร่างอ้วนลงพุงไหนเลยจะดึงดูดใจได้ดีเท่าหนุ่มๆ ยิ่งนานวันจากการหยอกล้อเล่นหัวให้เป็นที่ขันก็ยิ่งบิดผันไปตามอารมณ์วัยหนุ่มสาว ส่างหม่อง แม้จะหักห้ามใจไม่ให้ไปรักชอบของของคุณลุง ก็ยังไม่อาจห้ามใจ ยิ่งอยู่ไกลในป่าเขายิ่งพานลำบากยากเข็ญ ข้างยุพดี ก็เห็นคนหนุ่มเป็นเครื่องสนุก ด้วยว่าเขาไม่เดียงสา จนกระทั่งในที่สุดทั้งคู่ก็กระทำการเลยเถิดลักลอบเล่นชู้ให้เป็นที่โจษขานกันทั้งปางไม้ จะเว้นก็แต่นายห้างที่ยังไม่ทราบเรื่อง

แต่ความลับไม่มีในโลก ฉันใดก็ฉันนั้น แม้ทิพย์ผู้เฝ้าจับสังเกตอยู่ห่างๆจะออกโรงเตือนส่างหม่อง แต่พ่อก็ยังปฏิเสธเสียงแข็ง จนในที่สุดนายห้างก็จับพิรุธได้ แล้วตลบหลังตามทั้งคู่ไปยังบังกะโลกลางป่า

เมื่อรักแรงก็เกลียดแรง นายห้างออกปากยกยุพดีให้แก่ส่างหม่อง มีข้อแม้แต่ว่า ถ้าพวกเอ็งอยากจะอยู่ด้วยกันทั้งวันทั้งคืน อยากอยู่ด้วยกันชั่วฟ้าดินสลาย ข้าก็จักให้พวกเอ็งได้สมมาตรปรารถนา ว่าแล้วนายห่างก็จับยุพี ล่ามโซ่ไว้กับส่างหม่อง โยนกุญแจทิ้งไปเสียให้ทั้งคู่อยู่กินกันในเหย้าในเรือนโดยมีโซ่คล้องสองแขนไว้ด้วยกัน อยู่ด้วยกัน ตราบ ชั่วฟ้าดินสลาย-

จากนิยายขนาดสั้นอมตะของนักเขียนอมตะผู้ยิ่งยงอย่าง เรียมเอง หรือ ครู มาลัย ชูพินิจ เจ้าของบทประพันธ์ ยิ่งใหญ่ อย่าง แผ่นดินของเรา และ ทุ่งมหาราช นำมาดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ในปี พศ. 2498 โดย ครูมารุต หรือ ทวี ณ.บางช้าง ภายใต้การควบคุมงานสร้างโดย หนุมานภาพยนตร์ บริษัทของครูรัตน์ เปสตันยี รัตนะแห่งหนังไทย โดยในเรื่องนี้ ครูรัตน์ ลงมาถ่ายภาพให้ด้วย

นี่คือหนังรักโศกลึกที่มาก่อนกาล แม้ตัวหนังจะถ่ายทำในรูปแบบหนังไทยคลาสสิค นั่นคือไม่ได้มีลีลากล้องอันพิเศษพิสดาร หรือมีเทคนิคภาษาภาพชวนค้นหา อีกทั้งเหล่านักแสดงก็แสดงไปตามบทบาท ถ้าไม่แข็งทื่อ ก็ออกจะล้นเกินงาม แต่สิ่งต่างๆเหล่านี้ก็ไม่สามารถบดบังความจริงที่ว่านี่เป็นหนังที่มีเรื่องราวน่าสนใจมากที่สุดเรื่องหนึ่ง ซ้ำพอมองย้อนกลับไป การแสดงอันทื่อทึ่ม และการกำกับแบบสามัญ กลายเป็นเสน่ห์อันซื่อตรงของหนังจากยุคสมัยนั้นไปเสีย

ชื่อของหนังนั้นสุดแสนจะโรแมนติคอ่อนหวาน อีกทั้งฉากที่เพลง ชั่วฟ้าดินสลายปรากฏในหนัง ก็เป็นฉากที่ ยุพดีร้องเพลงนี้ขณะเล่นเปียโน ให้แก่ส่างหม่องฟังด้วยอารมณ์เคลิบเคลิ้มขัดเขิน หากแต่ในที่สุดหนังกลับจงใจยั่วล้อ ความรัก แบบ ชั่วฟ้าดินสลาย เพราะเมื่อทั้งสองต้องมาอยู่ด้วยกัน ทั้งวันทั้งคืน รักที่หวานก็พาลขมขื่น เพลงชั่วฟ้าดินสลายกลายเป็นเพียงคำรำพันพร่ำเพ้อเจ้อของหญิงนางหนึ่ง ความรักที่ไร้สถานะ ไร้กาลเวลาของเธอ ไม่ได้ยิ่งยืน ชั่วฟ้าดินสลายจริงอย่างในเพลง เพราะที่แท้แล้วไม่มีมนุษย์คนใด จะอยู่กับใครไปได้ชั่วนิรันดร์ เมื่อส่างหม่อง ถูกบังคับให้อยู่แต่ในบ้าน โดยไม่ได้ออกไปทำงาน ลดทอน ตำแหน่งหน้าที่ เพื่อจะได้ อยู่ด้วยกันทั้งวันคืน เขาก็พาลสิ้นอดทน สิ้นรัก ที่ว่าชั่วดินชั่วฟ้า เพลงหวานกลายเป้นเพลงขมที่บาสดจิตบาดใจ จนเมื่อนายห้างพะโป้เสนอทางออกในนามของความตาย ส่างหม่องก็เห็นเป็นดีไปเสีย น่าเศร้าที่ความตายไม่ได้ได้มาโดยง่าย และทำร้าย ชั่วฟ้า ดินสลาย จนสิ้นสูญ

โศกนาฏกรรมของส่างหม่องกับยุพดี จะว่าไปออกจะแปลกธรรมเนียมเก่าอยู่ไม่น้อย เริ่มจากที่ ยุพดี หญิงผู้มีสามีอยู่แล้ว ยั่วยวนส่างหม่อง จนทั้งคู่ ซึ่งเป็นตัวเอก ไปเสวยสุขลับหลัง นายห้าง(โดยที่คนดู มีหน้าที่เพียงบุคคลที่สามที่สี่จับตาดูการกระทำโดยไม่เห็นอกเห็นใจ หรือถ้าจะมีก็ไปทางสมน้ำหน้า ) จนเมื่อทั้งคู่ต้องรับกรรมที่ก่อไว้จริงๆ คนดูก็เริ่มกลับสงสารในโชคชะตาของคนทั้งคู่ จนพาลเศร้าใจในช่วงท้าย แม้หนังจะเล่าเรื่องสุดแสน CLICHÉ เกี่ยวกับการเล่นชู้ แต่การเล่นกับประเด็น ชั่วฟ้าดินสลาย อันไม่จีรัง ทำให้หนังมองประเด็นนี้ลึกซึ้งกว่าเรื่องศีลธรรมฉาบฉวย จนเป็นที่น่าสงสัยว่า หากหนังเรื่องนี้ออกฉายในปีนี้ ซึ่งเต็มไปด้วย มนุษย์ ศีลธรรมจัด (โดยมีข้อแม้ว่าเป็นหนังใหม่พลอตไม่ได้ยกมาจากบทประพันธ์คลาสสิค) หนังจะถูกบริบททางสังคมโจมตี หนักข้อขนาดไหน (ตลกดี ที่ผู้คนศีลธรรมจัดดังกล่าว มักยึดโยงกับความดีงามเชิงถวิลหาอดีต ราวกับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วดีเสมอ ต่อให้สิ่งนั้นขัดกับหลักการของเจ้าตัวก็ตาม ซึ่งนั้นทำให้เป็นเรื่องยั่วล้อชวนขันได้เสมอๆ และทำให้ตระหนักได้ว่าเส้นศีลธรรม ไม่ได้ถ่างออกหรือแคบเข้า มีแต่มีแต่ทรรศนะของเจ้าตัวเท่านั้นที่เป็นปัญหา)

ชั่วฟ้าดินสลาย อาจไม่ใช่หนังที่วิเศษ ในแง่ของภาพยนตร์ อีกทั้งยังมีรูปแบบอันเชยล้าสมัย ชนะ ศรอุบล นักแสดงนำ จาก โรงแรมนรก ยังคงเล่นหนังแบบทื่อๆตรงๆ (ว่ากันว่านี่คือหนังที่เจ้าตัวชอบมากที่สุดเรื่องหนึ่ง ) ส่วนงามตา ศุภพงษ์ ผู้รับบทยุพดี ก้อาจไม่สวยสะเท่าสาวสมัยใหม่ (แสดงให้เห็นว่าความสวยเป็นเรื่องของยุคสมัยแล วัฒนธรรม) แต่ไม่ว่าจะอย่างไร นี่ก็เป็นหนังไทยที่น่าจดจำ โดยเฉพาะในแง่มุมของการวิพากษ์ความรักหนุ่มสาว ที่ยังคงสดใหม่แม้จะผ่านเวลาไปนานสักแค่ไหน และประสปการณ์การชมภาพยนตร์เรื่องนี้ก็เป็นประสปการณ์การดูหนังที่ดีที่สุดอีกครั้งในรอบปี

สั่งซื้อหนังเรื่องชั่วฟ้าดินสลายในรูปแบบ DVDได้จาก มูลนิธิหนังไทย ที่นี่ครับ

หนังสือ ชั่วฟ้าดินสลายเพิ่งพิมพ์ซ้ำมาขายใหม่ไม่นาน อ่านเกี่ยวกับหนังสือได้ ที่นี่ครับ

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับเพลง ชั่วฟ้าดินสลาย ได้ ที่นี่ครับ

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เคยดูตอนช่อง 7 เอามาฉายค่ะ แล้วก็หลงรักหนังเรื่องนี้ไปเลย http://gallantfoal.exteen.com/20060714/entry

#1 By gallantfoal on 2007-06-21 01:50

#2 By sofa on 2007-06-21 20:18

v_v อืมมม ถ้าไม่ได้อ่านเนื้อเรื่องเนี่ย
ดูแค่ชื่อ ก็คิดว่าเป็นหนังรักหวานซึ้งแน่นอน
แต่พออ่านแล้ว อ่า ออกแนวโหดนา

#3 By < Cotton Mania > on 2007-06-23 08:05

อยากทราบว่าตอนจบตามที่ครูมาลัย ชูพินิจแต่ง ส่างหม่องฆ่ายุพดีตาย เพราะทนให้ตัวติดกันตลอดไม่ไหว หรือว่าอย่างไร เคยดูตอนเด็ก แต่จำไม่ได้แล้ว เวอร์ชั่นคุณวิฑูรย์ กรุณา แสดง หนังเรื่องนี้คลาสสิคมาก แต่แบบโหดๆ นะ

#4 By เอ (124.120.129.45) on 2009-01-06 15:47

ดูแค่ชื่อ ก็คิดว่าเป็นหนังรักหวานซึ้ง

#5 By iJigg (124.121.137.58) on 2009-11-19 09:48

ได้มีโอกาสดูตอน TPBS เอามาฉายคะ ตอนแรกไม่ตั้งใจดูเท่าไร ในตอนช่วงท้ายๆ เรื่องรายก็เข้มข้นมา ทำให้เราเห็นว่า ชั่วฟ้าดินสลายไม่ได้หวาน ไม่ได้ชั่วนิรันดร์แบบที่คิด หนัังเหมือนตอกหน้าเราชัดๆ ว่า นี่ไงหล่ะ ชั่วฟ้าดินสลาย

#6 By only human*EM on 2010-08-19 18:03

หรืออีกชื่อ ชู้รักเริงสวาทตราบชั่วนิรันดร

#7 By กะทาชาย (180.210.216.131) on 2010-09-13 23:19

ดูแค่ชื่อ ก็คิดว่าเป็นหนังรักหวานซึ้ง

#8 By ดูหนังออนไลน์ (58.8.42.213) on 2011-08-08 02:18