สวยลากไส้ : สวย รากเศร้า
posted on 18 Jun 2007 10:15 by filmsick in made-in-thailand
บทความชิ้นนี้เปิดเผยเนื้อหาสำคัญของภาพยนตร์
เหตุการณ์ทั้งหมดเริ่มต้นและจบสิ้นลงแค่ในเวลาประมาณ สิบห้านาทีก่อนเที่ยงคืนในโรงพยาบาลอภัยธรรม ในคืนที่มีงานเลี้ยงฉลองของโรงพยาบาล ทุกคนไปที่งานหมดเว้นแต่พยาบาลสาวอึ๋ม 6นางที่กำลังเข้าเวร พวกเธอทั้งหก มีพฤติกรรมประหลาดแตกต่างกันไป คนหนึ่งบ้าคลั่งของแบรนด์เนมถึงขนาดตัดรูปจากนิตยสารมาแปะบนตัวแทนของจริง อีกคนคลั่งไคล้การลดน้ำหนักถึงขั้นทาบตัวเองเข้ากับรูปมนุษย์สมบูรณ์ แล้วขีดแบ่งร่างกายที่เป็นส่วนเกินไว้เพื่อทำการลดน้ำหนัก ส่งอีคนคลั่งไคล้การกินแต่กลัวอ้วนจนถึงขั้นกินเท่ไรต้องทำให้อาเจียนออกมาหมดไส้พุง อีกสองนาง ฝาแฝดนั้นคลั่งไคล้ในรูปลักษณ์ของกันและกัน เสพติดการใช้โทรศัพท์มือถือ ส่วนนางสุดท้ายคลั่งไคล้การได้แต่งงานมีครอบครัวถึงขนาดพกชุดทดสอบการตั้งครรภ์ตลอดเวลา พวกหล่อนร่วมกันแบ่งปันความลับบางอย่างเกี่ยวกับนางพยาบาลที่หายไปโดยนั่นเกี่ยวข้องกับหมอต้า หมอหนุ่มที่ได้รับรางวัลแพทย์ดีเด่นในงานเลี้ยง และภายในเวลาสิบห้านาทีพวกหล่อนแยกกันตายอย่างสวย สยอง จากน้ำมือของผีสาวผิวสีดำสนิทนางหนึ่งที่สวยและสยองไม่แพ้กัน !
ภาพยนตร์เรื่องที่สอง ของสองคู่หูผู้กำกับ ทศพล ศิริวัฒน์ และ พีระพันธ์ เหล่ายนตร์ หลังจากนายอโศกกับนางสาวเพลินจิตร หนังเรื่องแรกที่ว่าด้วยการฆ่าตัวตายของชายคนหนึ่ง กลับมาคราวนี้พวกเขาหยิบเอาฉากเล็กๆจากหนังเรื่องก่อน (ซึ่งเป็นฉากขายมุกขำแบบ ถาปัด ตามต้นสังกัดของสองผู้กำกับ โดยเหตุการณ์ในฉากนั้นเกิดขึ้นในโรงพยาบาล)มาขยายเพิ่มเติม โดยใส่แนวคิดวิพากษ์เหล่าผู้หญิงแห่งโลกวัตถุนิยม ให้ออกมากลายเป็นหนังเรื่องนี้
แม้ว่าในที่สุดมันจะเป็นคำนิยามที่ฝืดเฝือ คลุมเครือไม่ชัดเจน และยากที่จะหาเส้นแบ่งได้ แต่คำว่า หนังคัลท์- (หนังที่มีคนชอบเฉพาะกลุ่ม ซึ่งมักไม่ได้เป้นหนังดีตามมารตรฐานแต่มีลูกบ้าจนไม่อาจจัดเป็นหนังห่วยได้) ก็ยังถือเป็นคำนิยามที่เหกมาะสมต้องตรงกับหนังเรื่องนี้มากที่สุด แม้ว่า ความคัลท์ (CULTS) จะเป็นเรื่องของอัตวิสัยมากๆ และยังคล้ายกลายเป็นฉลากสำหรับแปะยกระดับหนังบางเรื่องออกจากการเป็นหนังห่วย (บางคนเรียกว่า ห่วยจนได้ดี) หรือเป็นคำที่เลือกมาใช้เมื่อไม่รู้จะจัดหนังเรื่องนั้นอยู่ในประเทไหนดีก็ตาม แต่หากพอจะนิยามหนังเรื่องนี้คร่าวๆด้วยความคัลท์ของมันก็พอจะบอกได้ว่านี่คือหนังแบบที่- ไม่รักก็เกลียดเลย เพราะหนังไม่พยายามประนีประนอมกับคนดูด้วยการเล่าเรื่องแบบตรงไปตรงมา และเพียงระยะเวลาไม่นานนักหลังจากหนังเริ่มฉาย คนดูก็จะรู้ได้ทันทีว่านี่คือ- หนังหลุดโลก แบบที่ปล่อยการตามหาความสมจริง หรือช่องโหว่ของบทกลายเป็นสิ่งไม่พึงกระทำ บรรทัดฐาน สำหรับตัดสินหนังดีในรูปแบบมาตรฐานสมควรถูกโยนทิ้งไว้นอกโรง เพราะนี่คือหนังที่มีลักษณะเฉพาะ ซึ่งไม่ใช่ความห่วย แต่เป็น ความ คัลท์ !
หนังเดินเรื่องด้วยความเหนือจริงตลอดเวลา (อันที่จริงฉากต้นกำเนิดของหนังเรื่องนี้ในนายอโศก ฯก็เป็นฉากสุดแสนเซอร์เรียลมาตั้งแต่ต้น) สร้างบรรยากาศโรงพยาบาลไม่สมจริงและนางพยาบาลที่แต่งตัวไม่สมจริง (ว่ากันว่ามีการดีไซน์ชุดพยาบาลของแต่ตละคนให้เป็นไปตามบุคลิก) หนังสร้าง และจัดวางทุกอย่าง ในฉากของหนัง เราจึงได้เห็นห้องพักพยาบาลหนาตาเก๋ๆ ติดกับห้องคนไข้เชื่อมกันด้วยทางเดินโทรมๆแบบโรงพยาบาลเก่าร้าง หรือราวตากผ้าที่หันเข้าหากันเป็นดอกไม้ ป้ายกาชาดที่กลายเป็นเลขสี่ หรือ การที่โรงพยาบาลนี้ไม่มีคนไข้แม้สักคนเดียว ทำให้โรงพยาบาลในหนังกลายเป็นเพียงแดนสังหารพยาบาลสาวแต่ละนางมากกว่าจะเป็นโรงพยาบาลที่มีอยู่จริง

หนังเดินหน้าเต็มตัวในรูปแบบหนังฆาตกรรมเขย่าขวัญ และใช้เวลาทั้งหมดไปกับรูปแบบความตายที่ไม่ได้เป็นไปเพื่อแค่แสดงความคิดสร้างสรรค์ของคนทำหนัง แต่ความตายในหนังเรื่องนี้มีขึ้นเพื่อจิกกัด วิธีคิดแบบบริโภคนิยมสุดขั้ว โดยอาศัย ความบ้าคลั่งของอิสตรีมาเป็นช่องทาง เมื่อคนที่คลั่งการรักษาสุขภาพร่างกาย(รวมไปถึงเส้นผม)ตายสยองจากแชมพูผมผี (แน่นอนฉากนี้มีที่มาที่ไปจาก JU-ON ผีแม่ลูกมหาภัยคู่นั้น )หรือสาวบ้าแบรนด์กลายเป็นสาวหัวกระเป๋า หรือหนึ่งในสองฝาแฝดที่โทรมือถือกันจนจมเข้าไปในใบหน้า
หนังก็แสดงให้เห็น (โดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็แล้วแต่) ว่าที่แท้ ความคาดหวังที่ทำให้ผู้หญิง แข่งกันสวย- นั้นมีที่มาจากผู้ชาย ความสวยที่ถูกนำมา ลากไส้-กันนั้นที่แท้มี รากอันแสนเศร้า จากการพยายามทำตามความคาดหวังของผู้ชาย (ในที่นี้ถูกแทนด้วยหมอต้า ที่ดูเหมือนจะมีความสัมพันธ์กับพยาบาลทุกคน) ความพยายามทั้งหมดไม่ได้เป็นไปเพื่อตัวเอง หากเป็นไปเพื่อพยามเพื่อเพศตรงข้ามต่างหาก และกระทั่งผู้ชายด้วยกัน ยังถึงขั้นศัลยกรรมให้เป็นหญิงเพื่อผู้ชายด้วยซ้ำ (ประเด็นศัลยกรรมถูกนำมาเล่นเป็นประเด็นหนังหลักในหนังเรื่อง ผีคนเป็น ที่สะท้อนความล้นเกินของการบริโภค และความอยากเป็นsomebody ได้น่าสนใจมากเรื่องหนึ่ง)

เมื่อมองจากมุมนี้หนังดูเหมือนจะเป็นหนังด่าผู้หญิงจากผู้ชายปากจัด ที่มองว่าอาการ บริโภคจนล้นเกินของผู้หญิงในโลกทุนนิยมนั้นเป็นเรื่องน่ารำคาญ แต่ในอีกทางหนึ่งหนังก็เป็นเพียงมุมมองของเพศชายที่ไม่ได้พยายามเจาะลึกปัญหาที่มาที่ไปของอาการเหล่านี้ หากเพียงหยิบจับประเด็นนี้มาเล่นให้เป็นที่สนุกปากสนุกตา ซึ่งนั่นอาจทำให้ผู้หญิงหลายคนรู้สึกอึดอัด รู้สึกเหมือนถูกตบหน้า เมื่อดูหนังเรื่องนี้ ที่สำคัญหนังยังเสริมเติมความเป็นแฟนตาซีของเพศชายด้วยการให้บรรดาสาวๆในเรื่องพากันนุ่งน้อยห่มน้อย อยู่ในท่าทางเซกซี่ตลอดเวลา ทำให้ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่มันกลายเป็นหนังแฟนตาซีกดขี่ทางเพศไปโดยปริยาย
โชคดี ที่หนังไม่ทำถึงขั้นเป็นหนังสั่งสอนว่าเพราะเธอเป็นเช่นนั้นเธอจึงต้องตายสยองเช่นนี้ ซึ่งเป็นหนังรูปแบบที่หนังไทยชอบเป็น และผู้ใหญ่จำนวนหนึ่งในบ้านในเมืองต้องการให้หนังเป็น ให้หนังเรื่องหนึ่งถือไม้บรรทัดคอยสั่งสอนผู้คน ตั้งข้อกำหนดว่า หากมีฉากไม่ดีไม่งาม ต้องเป็นไปเพื่อสั่งสอนให้คนเชื่อมั่นในความดีงาม (ซึ่งที่แท้เป็นเรื่องอัตวิสัยยิ่งกว่าความคัลท์!) ซึ่งด้วยเหตุผลคร่ำครึประการนี้ยังผลให้หนังไทยจำนวนหนึ่งกลายเป็นหนังที่ห่างเหินไปจากน้ำเนื้อของชีวิต เป็นเพียง ฉากชืดๆ เล่าเรื่องราวจืดๆ เพื่อปลอบประโลมความรู้สึกสูงส่งจอมปลอม บางชนิด ทั้งที่ภาพยนตร์ไม่ได้จำต้องมีหน้าที่เยี่ยงนั้น (อันที่จริง จะทำหน้าที่เช่นนั้นก็ได้ เพราะภาพยนตร์มีมิติหลากหลายมากกว่ามิติใดมิติหนึ่ง แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องมีเพียงมิติเดียว) ภาพยนตร์อาจสั่งสอนได้ ในขณะเดียวกัน ภาพยนตร์ อาจทำเพียงฉายภาพตามความเป็นจริง กระทั่งสร้างจินตนาการเหนือจริงเพื่อเหตุผลอื่นก็ย่อมไม่ใช่เรื่องผิดประหลาดแต่ประการใด ซึ่งหากมองในกรณีของ สวยลากไส้ เปรียบเทียบกับหนังที่โดนแบนอย่าง แสงศตวรรษ ทัศนคติของคณะกรรมการเซนเซ่อ (โดยเฉพาะแพทยสภา) กลายเป็นเรื่องน่าหัวร่อขำขันกว่าหนังเรื่องใดทั้งหมด เพราะในระยะเวลาห่างกันไม่กี่เดือน ข้อกล่าวหาที่คณะกรรมการเซ็นเซ่อ มีต่อ แสงศตวรรษ ปรากฏหมดสิ้นอย่างโจ่งแจ้งในหนังเรื่องนี้ โจ่งแจ้งจนทั้งน่าขัน และน่าเศร้าสลดในทัศนคติคับแคบนั้นอย่างยิ่ง

เมื่อเปรียบเทียบกับ นายอโศกฯ สวยลากไส้ ทำออกมาได้ลงตัวกว่าอย่างเห็นได้ชัด ทั้งมุกตลก ที่มาในจังหวะพอดี (มุก เมตตาธรรมค้ำจุนโลกาเป็นมุกที่ผู้เขียนชอบมากๆเป็นการส่วนตัว) ไม่ล้นเกินหรือฝืดเฝือเหมือนในครั้งนายอโศก ความสยองในหนังก็ไม่ได้เล่นกับผีตกใจ ใช้เสียงเหมือนที่นิยมกัน ที่สำคัญ หนังค่อนข้างใช้ภาพที่สยดสยองจนไม่เหมาะกับเด็กๆนัก (หนังขึ้นคำเตือนเรื่องนี้ไว้ตั้งแต่ต้นเรื่อง )
ว่ากันว่าตัวหนังยังมีฉบับ DIRECTORS CUT ที่สุดขั้วมากกว่านี้ น่าเสียดายที่ไม่ได้นำออกมาฉาย แต่จากในฉบับนี้ นี่พอจะเป็นหนังไทยที่เรียกเต็มปากได้ว่าเป็นหนังCULT ที่ทำได้ถึง โดยไม่ต้องประนีประนอมกับคนดูจนเกินงาม (แม้จะประนีประนอมไปมากแล้วก็ตาม) และใช้รูปแบบหน้าหนังมาเล่นกับประเด็นทางสังคม ได้น่าสนใจ (แม้หนังจะไม่พยายามขับเน้นเรื่องนี้มากนัก ก็ตาม) โดยลากไส้ รากเศร้าๆของความสวย ออกมาให้เราได้คิดทบทวนกัน

FOOTNOTE
และโดยส่วนตัว นี่คือหนังไทย ที่ชอบมากที่สุดอีกเรื่องในรอบหกเดือนนี้ (ซึ่งก่อนหน้านี้มีเพียง อสุจ๊าก เท่านั้น (และตั้งข้อสังเกตว่าล้วนเป้นหนังแฟนตาซีตอบสนองเพศชายทั้งสิ้น! ) และเนื่องจากทั้งสองเรื่อง นำแสดงโดย น้อง ปุ้ม ดลรส ทั้งคู่ ผู้เขียนจึงขอยกตำแหน่ง นางเอกแห่งปีให้น้องปุ้ม (ซึ่งในสวยลากไส้เธอรับทหนักมากกกก) โดยไม่มีคู่แข่งแต่อย่างใด!

ยกตำแหน่งสาวแห่งปีให้สาวๆทั้ง 7 นางที่สะบักสะบอมในเรื่องนี้ส่วนคนที่สงสารที่สุดคือคุณปุ้ม
เธอสุดยอดและทุ่มเทจริงๆ
ดูเรื่องนี้เอาเป็นว่สำหรับเราโอเคค่ะ มันมีจุดที่ชอบพีคๆ แต่ก็ไม่สามารถแนะนำให้คนอื่นดูได้ เพราะมันเป็นความชอบส่วนตัวจริงๆ เวลามีใครมาถามว่าหนังเรื่องนี้ดีมั้ย สมควรดูมั้ยก็เลยตอบไม่ได้ค่ะเพราะว่ามันเป็นความชอบส่วนตัวจริงๆเลยไม่กล้าแนะนำให้คนอื่นดู
เรื่องความเซ็กซี่ในเรื่อง เราดูแล้วชอบนะ ไม่คิดว่าโดนกดขี่แต่อย่างใด แต่ผู้ชายดูคงได้เปรียบกว่ามากกๆๆๆ 555 เพราะผู้หญิงแต่ละคนสวยม๊ากกกกกกกกกกก
แต่ทว่าแต่ละคนก็ตายโหดมาก จนแอบคิดว่า ผกก นี่มีเรื่องอะไรหรือเกลียดผู้หญิงเปล่าวะ 55 ฆ่าตายเสียหมดเลย
แต่ที่เราไม่ชอบคือประเด็นผีเกย์ แม้ว่าเราจะคาดไม่ถึงก็เหอะ แต่การที่ผีเกย์มุดออกมาตอนสุดท้าย มันทำให้สุดท้ายแล้วเพศชายก็ชนะหรือเปล่า?
แม้ว่าต่อมาผีเกย์จะพูดประโยคที่เราขำก๊ากกกกกและอยากลุกขึ้นยืนปรบมือให้เลยก็ตาม
มันขำมากกกกกกกกกกกกและสะใจมากก 555
สรุปแล้วผู้ชายกลัวเกย์และการผูกมัดสินะ?
#1 By gallantfoal on 2007-06-18 10:43