PHOTO ESSAY 4 : VISUAL JOURNAL SAPA AND CHIILDREN OF HEAVEN

posted on 07 Jun 2007 16:30 by filmsick

ใครบางคนบอกว่า เด็กๆคือดวงดาว

ไม่รู้ว่าตัวเองตั้งใจหรือไม่ตั้งใจผมมักได้ภาพ-แอบถ่ายเด็กๆ- ติดมาในกล้องเสมอๆ

ไปเวียดนามคราวนี้ขึ้นบนภูเขา ได้ภาพเด็กๆของสรวงสวรรค์มาจำนวนหนึ่ง

พร้อมทั้งเรื่องเล่าของเด็กชาวเขาเร่ขายของในเมืองซาปา ที่ผมหวังว่า

สักวันคงมีโอกาสเล่าสู่

สำหรับภาพเหล่านี้

ผมอยากให้คุณ

มองดูดวงตา

ของเด็กๆ แห่งสรวงสวรรค์ เหล่านี้

เด็กๆผู้เป็นราชาและราชินีแห่งภูเขาลำเค็ญ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

รู้มั้ยว่าความฝันของฉันคืออะไร?
...
การได้เดินทางไปทุกหนแห่ง
เก็บเกี่ยวเรื่องราวของเหล่าเด็กน้อย
ตามรายทางนี่ไงล่ะ คือคำตอบ

#1 By © มานี on 2007-06-07 19:13

เวียดนาม อากาศ เป็นยังไงบ้างคะ ที่ไปเยือนมา

#2 By ชิงชิง (203.155.186.18) on 2007-06-08 14:49

ชอบถ่ายรูปเด็กๆ
โดยเฉพาะก้นเด็กชะมะ..

#3 By sofa on 2007-06-08 22:04

อิจฉาจังครับ
เพราะอยากไปเที่ยวเวียดนามเหมือนกัน แต่ยังไม่มีโอกาสได้ไปสักที

อย่างไรก็ตาม ผมมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับ "เวียดนาม" หลาย ๆ เรื่อง มาแลกเปลี่ยนครับ

เรื่องแรก คงเป็นเรื่องเล่าที่พวกเราทุกคนได้ยินกันมาบ้างไม่มากก็น้อย

คือ เรื่องเล่าจากปากและความคิดของชนชั้นนำและคนชั้นกลางจำนวนหนึ่งที่มองเวียดนามด้วยความวิตกกังวลว่า จะเป็นคู่แข่งรายสำคัญของไทยในแทบทุก ๆ ด้าน ตั้งแต่กีฬา การศึกษา เรื่อยไปถึง เศรษฐกิจ โดยความวิตกกังวัลดังกล่าวก็เกิดขึ้นจากผลการแข่งขันกีฬาประจำภูมิภาค ผลการแข่งขันโอลิมปิกวิชาการ หรือ ตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจ

แต่ผมก็ไม่แน่ใจนักว่า (และดูเหมือนชนชั้นนำและคนชั้นกลางจำนวนหนึ่งเหล่านั้นก็มักไม่ค่อยพูดหรือนึกถึง) ภายใต้การพัฒนาที่ปรากฏออกมาผ่านตัวเลขเหรียญรางวัลในการแข่งขันกีฬาหรือโอลิมปิกวิชาการ และ ตัวเลขจีดีพีนั้น มีมิติการพัฒนาที่นำไปสู่ความไม่เท่าเทียมกันระหว่างผู้คนภายในประเทศซ่อนอยู่บ้างหรือไม่? (เช่น ภายใต้ภาพของนักเรียนอัจฉริยะที่ได้รับเหรียญรางวัลโอลิมปิกวิชาการนั้น มีระบบการศึกษาที่ไร้ประสิทธิภาพถูกซุกซ่อนอยู่หรือไม่? คือ ในขณะที่มีการมุ่งพัฒนาอัจฉริยบุคคลเหนือมนุษย์ การจัดการการศึกษาขั้นพื้นฐานให้คนทั่วประเทศจริง ๆ กลับกำลังประสบปัญหา และมีเด็กนักเรียนจำนวนมากที่ไม่ได้รับการดูแลจากระบบการศึกษาดังกล่าว เป็นต้น)

ดังเช่นที่ในครั้งหนึ่ง ประเทศไทยก็มีภาพของการเป็นประเทศที่มีพัฒนาการสูงส่งทางด้านเศรษฐกิจ กีฬา การศึกษา ฯลฯ แต่พวกเราก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ภายใต้ภาพลวงตาเหล่านั้น มันเต็มไปด้วยความไม่เท่าเทียมกันระหว่างผู้คนที่ถูกซุกซ่อนอยู่อย่างมากมายมหาศาล

#4 By คนมองหนัง on 2007-06-08 23:17

เรื่องเล่าเรื่องที่สอง

ผมมีคนรู้จักหลายคนที่เคยเดินทางไปเวียดนาม และผมพบว่ามีคนรู้จักกลุ่มหนึ่งที่เมื่อเดินทางไปถึงเวียดนามแล้ว จะเดินทางกลับมาด้วยความผิดหวังมาก ๆ

คนกลุ่มดังกล่าว ก็คือ กลุ่มคนที่เป็นทหาร ตำรวจ หรือข้าราชการ นั่นเอง แต่ขณะเดียวกันก็เป็นที่น่าแปลกใจว่า คนกลุ่มนี้นี่แหละที่เป็นคนกลุ่มสำคัญกลุ่มหนึ่งที่มักแสดงความเห็นว่า เวียดนามกำลังพัฒนาขึ้นมากในแทบทุก ๆ ด้าน จนกลายเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวของไทย

ทว่าเมื่อคนกลุ่มนี้เดินทางไปถึงเวียดนามจริง ๆ และได้พบกับความวุ่นวายจากการจราจรบนท้องถนน หรือ ความล้าสมัยไม่สะดวกสบายและความน้อยนิดของสถานบันเทิงเริงรมย์ต่าง ๆ เมื่อเทียบกับไทย (ตั้งแต่ห้างสรรพสินค้า เรื่อยไปจนถึง สถานที่ขายบริการทางเพศ) พวกเขาก็มักจะพร่ำบ่นในทำนองที่ว่า เวียดนามไม่มีอะไรเลย หรือ ผิดหวังกับเวียดนามมาก เราประเมินมันผิดไป (คือประเมินเขาไว้สูงส่งเกินจริง) เป็นต้น

#5 By คนมองหนัง on 2007-06-08 23:29

เรื่องเล่าเรื่องที่สาม

เมื่อภาคการศึกษาที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้เรียนหนังสือกับอาจารย์ชาวไทยที่กำลังศึกษาระดับปริญญาเอกอยู่ที่มหาวิทยาลัยในเวียดนามครับ

สิ่งที่น่าสนใจซึ่งได้รับทราบจากอาจารย์คนนี้ก็คือ ขั้นตอนการศึกษาในระดับปริญญาเอกของแกครับ

เพราะนอกจากแกจะต้องเขียนวิทยานิพนธ์และสอบ defend วิทยานิพนธ์ปากเปล่ากับกรรมการสอบที่เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยแล้ว ก่อนหน้านั้น แกยังต้องสอบ defend วิทยานิพนธ์กับ "คณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม" ด้วย! และถ้าสอบในขั้นตอนนี้ไม่ผ่าน ก็จะหมายถึงการไม่จบการศึกษาทันที

ผมไม่แน่ใจว่า นักศึกษาระดับปริญญาเอกในเวียดนามทุกคนต้องสอบ defend วิทยานิพนธ์กับกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์หรือไม่? หรือว่าเป็นเพราะอาจารย์คนดังกล่าว เป็นนักศึกษาต่างชาติที่มาศึกษาเรื่องกลุ่มชาติพันธุ์ซึ่งอาจถือเป็น "ชนกลุ่มน้อย" ในเวียดนาม แกจึงต้องไปสอบ defend กับคณะผู้บริหารสูงสุดของประเทศดังกล่าว


อย่างไรก็ตาม หากถามผมว่าอยากไปศึกษาต่อที่เวียดนามหรือไม่? ผมขอตอบว่า ถ้าไปเรียนแล้ว ต้องสอบกับบรรดาท่านกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์ด้วย ก็คงจะขอสละสิทธิ์ครับ

และไม่แน่ใจว่า บรรดาคนกลุ่มหนึ่งที่เห็นว่าระบบการศึกษาของเวียดนามกำลังก้าวล้ำนำหน้าไทยนั้น จะคิดอย่างไรบ้างกับข้อเท็จจริงในกรณีนี้?

ปล.
ทว่าเมื่อผมมานั่งคิดนอนคิดแล้ว แม้ระบบการศึกษาของไทยจะดูเหมือนมีอิสระเสรีภาพมากกว่าเวียดนาม
แต่มันจริงหรือครับ ที่เราสามารถจะศึกษา จะสร้าง/ชมงานศิลปะ จะสามารถแสดงความคิดเห็นในทุก ๆ กรณีได้ โดยปราศจากการควบคุมใด ๆ ทั้งสั้น ในประเทศนี้
ผมคิดว่า ไป ๆ มา ๆ แล้ว กลไกการจำกัดสิทธิเสรีภาพในสังคมไทยอาจทำงานอย่างมีประสิทธิภาพอย่างไม่ด้อยไปกว่าคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามเลย

#6 By คนมองหนัง on 2007-06-08 23:49

เรื่องเล่าเรื่องสุดท้าย

นิตยสารฟุตบอลสยามรายสัปดาห์หวนคืนกลับสู่แผงหนังสืออีกครั้ง หลังจากห่างหายไปนานราว ๆ 4 ปีครับ

ในฐานะแฟนเก่าแฟนแก่ เมื่อได้ไปเปิดอ่านนิตยสารที่หวนกลับมาเกิดใหม่ดังกล่าว ผมก็พบว่ายังมีองค์ประกอบหลาย ๆ อย่างของนิตยสารที่ไม่ลงตัว และคงต้องอาศัยเวลาอีกสักนิดในการปรับเปลี่ยนให้เข้าที่

อย่างไรก็ตาม มีคอลัมน์ ๆ หนึ่งที่ผมชอบมาก ในฟุตบอลสยามยุคใหม่ นั่นคือ คอลัมน์ที่บอกเล่าเรื่องราวของ "วงการฟุตบอลเวียดนาม" โดยเฉพาะเรื่องราวของนักฟุตบอลไทยที่ไปค้าแข้งในเวียดนาม ครับ
ที่น่าสนใจก็คือ ทางกองบก. จัดวางคอลัมน์ดังกล่าวไว้ในหน้าต้น ๆ ของนิตยสาร อันแสดงให้เห็นว่า กองบก.ให้ความสำคัญต่อคอลัมน์ดังกล่าวเป็นอย่างมาก

เนื้อหาในคอลัมน์ดังกล่าวก็มีตั้งแต่
การแนะนำสโมสรฟุตบอลในวีลีก ว่าตั้งอยู่ในเมืองใด มีองค์กรธุรกิจหรือรัฐวิสาหกิจอะไรให้การสนับสนุน ด้วยเงินทุนปีละเท่าไหร่ มีนักเตะไทยคนใดค้าแข้งอยู่ในสโมสรไหนบ้าง
ฉายาของนักเตะไทยแต่ละคนที่ค้าแข้งในวีลีก ของเวียดนาม
หรือ วิถีชีวิตของนักฟุตบอลและโค้ชชาวไทย ที่ใช้ชีวิตอยู่ในเวียดนาม เป็นต้น

ทว่า สิ่งที่น่าสนใจก็คือ เมื่อฟุตบอลสยามยุคใหม่วางแผงมาได้สักสาม-สี่ฉบับ ก็มีจดหมายจากผู้อ่านเขียนมาว่า ตนเองเห็นว่านิตยสาร "ฟุตบอลสยาม" ไม่ควรจะมีคอลัมน์เกี่ยวกับฟุตบอลเวียดนามรวมอยู่ด้วย ซึ่งทางบก. ผู้ตอบจดหมาย ก็ตอบรับว่า ทางกองบก. ก็เห็นด้วยกับความคิดนี้เช่นกัน และจะมีการปรับเปลี่ยนในส่วนคอลัมน์วงการฟุตบอลเวียดนามเร็ว ๆ นี้
อย่างไรก็ตาม การสนทนากันผ่านจดหมายดังกล่าว ไม่ได้มีการพูดคุยถึงข้อเท็จจริงที่ว่า มีนักฟุตบอลฝีเท้าดี ๆ ของไทยจำนวนมาก กำลังค้าแข้งอยู่ในเวียดนาม แต่อย่างใด
ปัญหาก็คือ เราจะเข้าใจวงการฟุตบอลไทยในยุคปัจจุบันให้ถ่องแท้ได้อย่างไร หากปราศจากการรับรู้ความเคลื่อนไหวในวงการฟุตบอลเวียดนามอย่างสิ้นเชิง?

#7 By คนมองหนัง on 2007-06-09 00:10

ดูภาพแล้วนึกเป็นลายเส้น เหมือนผลงานวาดภาพ"เด็กๆ"ของศิลปินญี่ปุ่น (จำชื่อไม่ได้แล้ว) ว่ากันว่าเขาวาดภาพ"เด็กๆ"อย่างเดียว ในหนังสือโต๊ะโต๊ะจังครับก็เป็นผลงานของเขา ชอบๆ

#8 By leavesomespace (161.200.255.162) on 2007-06-09 09:39

ทำไมเห็นภาพเด็กๆ
แล้วรู้สึกน้ำตามันจะพาลเอ่อมาเนี่ย
งงเหมือนกัน

อาจบางที เพราะว่าความไร้เดียงสา ที่ไม่ได้สัมผัสมานาน

#9 By < Cotton Mania > on 2007-06-09 19:16

ORANJESTAD, Aruba - Felix rapidly strengthened into a dangerous Category 5 hurricane and churned through the Caribbean Sea on a path toward Central America, where forecasters said it could make landfall as

#10 By Kenethursedet (72.36.250.34) on 2007-09-07 04:47

Fabulous !
I reading your post today. It proved to become Very informative to me and i am sure to all the comments here It’s always great when you can not only be informed, but also entertained I’m sure you had fun writing this essay…….Remember me

#11 By Essay Writing Service (182.178.64.169) on 2010-12-23 17:55