PHOTO ESSAY 2 : VISUAL JOURNEY INTO CHAOS CITY
posted on 04 Jun 2007 21:21 by filmsick
ปี 1946 เป็นที่สงครามอินโดจีนระเบิดขึ้น กองทัพเวียดมินห์ ภายใต้การนำของโฮจิมินห์ ลุกขึ้นต่อต้านกองทัพฝรั่งเศสที่ยึดครองประเทศไว้เป็นยเวลานาน หากจะนับความลำเค็ญในภูมิภาคนี้ เวียดนาม ไม่ต่างจากกัมพูชาที่ผ่านมรภูมิมาชั่วชีวิต ประเทศที่แลกมาด้วยน้ำตานี้ ฉายแสงกับเราในเช้าวันต่อมา เมื่อเราออกเร่ร่อนไปในเมืองหลวง

HANOI 2007
สาวน้อยเจ้าของร้านขาย SUAT CHA อาหารที่ประกอบด้วย หมูสับปั้นก้อน และ หมูสามชั้นแล่บาง คลุกซอสน้ำไปปิ้งไฟสุกหอม เทลงในไปในน้ำซุปรสชาติเปรี้ยวอมหวาน ฝานมะละกอดิบใส่ โรยกระเทียมสับและพริกเม็ดโกตสีส้ม ที่เผ็ดจัด กินกับเส้นขนมจีนสด จุ่มลงในน้ำซุปให้เส้นแตกแล้วซดน้ำแนมผักสดกลิ่นหอมเย็น เรากินSUAT CHA และ ปอปียะญวนจนอิ่มท้อง ลอบถ่ายภาพเด็กสาวนุ่งเสื้อยืดกางเกงยีน ยืนอยู่ใต้ภาพสาวเวียดนามในชุด ใหญ่ ประจำขาติ เธอเหม่อมองไปยังท้องถนน ผละผมคิดถึงมายาคติของเราที่ยังคงเชื่อว่าเวียดนามจะต้องสงวนตัวเหมือนหญิงสาวชาวป่า รอให้เรามาชมภาพสาวน้อยในชุดประจำชาติ มายาคติพานักท่องเที่ยวไปผิดทางเสมอในการเรียกร้อง จนหลายคนต้องลุกขึ้นมาเอาใจนักท่องเที่ยวด้วยชุดประจำชาติแนมการขูดรีดราคา ความสวยอยู่ในดวงตา ฮานอยที่ผมเห็น อาจเสื่อมโทรมไปตามกาล แต่มันยังคงสวยและทรงพลังในแบบของมันเอง


อาหารในฮานอย เดินทางมาถึงตัวได้โดยไม่ต้องออกไปข้านอก รถจักรยานเร่ขาย เต้าหู สับปะรด ดอกกุหลาบไปจนถึงต้นไม้ มีให้เห็นปะปนไปกับมหกรรมมอเตอร์ไซค์

OLD QUARTER
ย่าน โอลด์ ควอเตอร์ ในทางหนึ่งเป็นเหมือนถนนข้าวสารของนักท่องเที่ยว แต่ในทางหนึ่งมันประกอบด้วย ถนนสามสิบหกสาย ขายของสามสิบหกอย่าง ถนนเส่นนี้ ขายไม้ไผ่ ตอนเช้า ป่าไผ่เรียงรายเป็นพืดไปตามท้องถนน โดยมีเจ้าของร้านเรียงแถวเฝ้าไม้ไผ่ของตน ภาพประหลาด น่าตื่นตา ในอีกสายหนึ่ง รองเท้านับพันนับหมื่นคู่ รอคอยเท้าที่เหมาะสม ถนนอีกสาย อวลไปด้วยกลิ่นสมุนไพรหลากพันธุ์ แต่ละสายคล้ายดินแดนหนึ่ง เส้นพรมแดนก็เพียงถนนอันอวลด้วยผู้คนและเสียงแตรทิ้งค้างในอากาศไม่รู้จบ

บ้านเรือนในโอลด์ ควอเตอร์ นั้นทั้งเล็กทั้งแคบ มันเป็นเพียงห้องตื้น ที่สรรพสิ่งเข้าไปอัดกันอยู่ข้างใน คนขายของ นั่งอยู่บนเก้าอี้พลาสติกตัวเล็ก มุมใดมุมหนึ่งของร้าน และแต่ละแถวของตึก สลับกันระหง่างร้านขายของตื้นๆกดับตรอกลึกที่ทอดตัวหายลับไปในอาคาร ผมใคร่คิดเข้าไปชมดูแต่ไม่กล้า เพียงรู้สึกชัดแจ้งว่าน่าจะมีอาคารซ้อนในอาคาร และบางทีเพราะความคับแคบ ผู้คนในโอลดืควอเตรอ์ จึงมักทำภารกิจทุกอย่างบนทางเท้าหน้าบ้าน พวกเข้านั่งยนเก้าอี้ตัวเล็ก ดื่มน้ำชาเข้มๆสีเหลือง นั่งยองๆกินเฝอบนเก้าอี้ที่บางทีก็ไม่ทีโต๊ะ ยาม สูบยาเส้นในกระบอกไม้ไผ่อันใหญ่ที่ต้องแบ่งกัน ยามค่ำ นั่งบนม้านั่งตัวเล็กพัดวีตัวเอง หนุ่มสาวร่อนมอเตอร์ไซค์ราวกับมีมหกรรมอะไรสักอย่างตลอดเวลา รอบทะเลสาบ หกลางใจเมือง หนุ่มสาวคู่รักกาจจูบกันต่อหน้าครอบครัวที่ออกมาเดินเล่น ผู้คนพลุกพล่านตลอดเวลาจนไม่รู้ว่าใครเป็นใคร พื้นที่ส่วนตัวหดสั้นเพื่อใช้ประโยชน์สูงสุดจนผู้คนพากันหหลั่งไหลไปในทุกที่สาธารณะ ที่ถนน TRANG TEIN เราพบกับมหกรรมการกินไอติมที่น่าตื่นตะลึงเพราะหนุ่มสาวนับร้อยยื้อแน่งกันซื้อไอติม เพื่อจะกินที่นั่นแล้วจึงจากไป ยืนออเหมือนรอรับแจก ผมโชคดีได้ชิมไปเสียหลายแท่ง รสชาติไม่แตกต่างแต่บรรยากาศพลุกพล่านนั้นเข้มข้นจนกลายเป็นการกินไอติมครั้งที่ลืมไม่ลง ในเมืองที่ลืมไม่ลง
CALMNESS IN CHAOS
แต่ใช่ว่าความพลุกพล่านจะทำให้ทุดสิ่งสับสนวุ่นวาย บนถนน HANG NGA เราพบชายชรานั่งวาดรูปเหมือน ที่เหมือนจนน่าทึ่ง บนฝาผนังแคบๆ เรียงรายด้วยรูปดาราอเมริกันคลาสสิค น่าแปลกที่แม้มองจากข้างนอกผมกลับรู้สึกสงบอย่างยิ่ง


CALMNESS IN CHAOS 2
ปละสุดถนนสายหนึ่งโบสถ์เก่าแก่ตั้งตระหง่าน สูงใหญ่จนรู้สึกเราถูกบีบเล็กจ้อยเมื่อแหงนมอง ผมหลุดเข้าไปในโบสถ์นั้นในยามเย็น แสงจากกระจกสี สะท้อนทาบบนกันและกัน เพดานสูงโปร่ง พระแม่มารีมองด้วยดวงตาอ่อนโยน มีคนในโบสถ์ไม่มากนัก และแม้ผมจะไม่ได้เป็นชาวคริสต์หากรู้สึกสงบอย่างประหลาด
โ ป ร ด ติ ด ต า ม ต อ น ต่ อไ ป

#1 By น้ำเงินเจือขาว on 2007-06-04 22:42