PHOTO ESSAY 1 : VISUAL JOURNEY MIDNIGHT HANOI
posted on 04 Jun 2007 18:31 by filmsick in my-S-P-A-C-Eการเดินทางตายแล้ว
ใครบางคนเคยกล่าวไว้อาลัยอย่าเศร้าๆคล้ายรำพึงเงียบกับตัวเอง
และนี่คือการท่องเที่ยวอันสามัญดาษดื่นยิ่งของนักท่อเที่ยวห้าคนที่กระเบียดกระเสียรเก็บเงิน ทั้งปี เพื่อมาเดินเล่นในโลกกว้าง ถูกลากจูงด้วยกระแสหลากไหลของข้อมูลจากผู้ผ่านทางมาก่อน บางทีเราฝัน คาดเดาเอาว่าเป็นนักเดินทางผู้พิชิต แต่ไม่ว่าจะไปไกลแค่ไหน ด้วยวิธีการใด มันก็จำต้องยอมรับว่าเราเป็นแค่ นักท่องเที่ยวแสนสามัญดาษดื่นเท่านั้น ย่ำไปตามถนนที่ถูกจัดไว้ให้ ในนามของการท่องเที่ยว การผจญภัย การไปขอบโลก
และทั้งหมดที่คุณจะได้เห็น ก็เพียง รูปรำพึงอย่างเศร้าสร้อย ทดอสายตาไปในถนนชีวิต ด้วยมุมมองของ คนนอก ที่ไม่ได้หมายความว่าเป็น ขบถ หากเป็นเพียง คนข้างนอก ที่พยายามอวดตนว่าเข้าใจในสถานที่หนึ่งซึ่งไม่อาจเข้าใจได้ เพียงถูกกลืนหายไปชั่วครู่เท่านั้น
tyhhtyhthyth

tyhhtyhthyth
MIDNIGHT HANOI
tyhhtyhthyth
เรามาถึงฮานอยตอนสี่ทุ่มเศษ รถแทกซี่จากสนามบินพาเรามาส่งที่เกสต์เฮาส์เก่าที่เราเคยมาพัก เก็บของเสร็จแล้วเราออกเร่ร่อนไปตามถนน วันเสาร์ค่ำ มีNIGHT MARKET mถนน HANG DAO เราคลำทางไปจนถึงตอนตลาดวายพอดี จึงททำได้แตเดินเล่นกลับมาห้องพัก ลัดเลาะไปตามถนนมืดๆ เสียงแตรจากมอเตอร์ไซค์ยังคงก้องไปตามถนน ราวกับว่า มันไม่ได้มาจากที่ใดที่หนึ่งแต่มีอยู่ในทุกที่ ฮานอย มีมอเตอร์ไซค์เป็นจำนวนมาก และในบรรดามากกว่ามาก ให้สัญญาณกันและกันด้วยเสียแตร ในเบื้องต้น มันบาดหูและดูเกรี้ยวกราด แต่พอนานไป มันก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของ -เสียงของเมืองนี้- เราเดินผ่านตรอกเล็กแคบพอสองคนเดินผ่าน หญิงชาวฮานอยคนหนึ่งเปิดหม้อต้มซุปควันโชยฉุย เฝอในยามค่ำอันร้อนเร่า ทำให้เหงื่อชื้นแผ่นหลัง ผมไม่ได้กินเฝอของเธอ แต่เก็บภาพของเธอมาแทน
tyhhtyhthyth

tyhhtyhthyth
MDINGHT HANOI 2
tyhhtyhthyth
ตามฝาผนังบ้านสีเหลืองเข้มของฮานอย จะถูกป้ายไว้ด้วยแถวของตัวเลขหนึ่งแถว ซ้อนไว้ใต้แถวของตัวย่อภาษาอังกฤษสามสี่ตัว มันอาตจเป็นเครื่องหมายอะไรสักอย่างที่ผมยังสงสัยตัวเองอยู่ไม่หายว่าทำไมได้ถามเอากับใครสักคนว่ามันคือสิ่งใด แสงไฟกลางคืนสว่างนวล ทาบรอยลงบนตัวเลข ผมเก็บภาพนี้หลังจากออกจากตรอกเล็ก กลางคืนในฮานอย มีไฟข้างทางไม่มากนัก หลายซอกซอยตกในความมืด เรามองดูแสงไฟถัดไปไกลโพ้น ไม่แน่ใจว่าว่าถนนHANG GA อยู่ตรงไหน เพื่อนคนหนึ่งถามสาวชาวเวียดที่กำลังง่วนกับการเก็บล้างร้านเฝอหน้าบ้านของเธอ ทั้งคู่สื่อสารด้วยภาพมือ ราวกับย้อนหกลับไปยังบรรพกาลยุคที่ผู้คนยังไม่มีภาษาเป็นของตัวเอง ภาษาทำให้ผู้คนเข้าใจกัน ขณะเดียวกันมันก้แบ่งแยกผู้คนออกจากกัน ผมระลึกถึงตลาดชาวเขาใน ซาปา ครั้งหนึ่งแม่ค้าชาวไทยใหญ่พูดกับเราด้วยภาษาเดียวกัน ลึกไกลในโพ้นหุบเขา ทำให้เรารู้สึกอุ่น ท่ามกลางภาษามากมายในโลกนี้ อาเข้าจริง เราสื่อสารกันได้แม้อับจนถ้อยคำ ภาษาสากลอยู่ในดวงตา ในท่าทาง และในชีวิต ตัวเลขนี้เป็นภาษาหนึ่ง สื่อความหมายหนึ่ง ความหมายที่เราไม่เข้าใจ ไม่ต้องเข้าใจ แค่ยอมรับว่า เราอยู่กันอย่างแบ่งแยก แต่ร่วมกัน
tyhhtyhthyth

tyhhtyhthyth
MIDNIGHT HANOI3
tyhhtyhthyth
และเป็นร้านขายน้ำอ้อยของค่ำคืนนี้เอง ที่บอกทางที่ถูกต้องกับเรา เรายืนอยู่บนถนนที่ถูกต้องแต่เลือกเดินสวนทาง เดินผ่านหน้าโรงแรมของตัวเองไปสู่ที่มีแสงไฟ หรือบางทีความสว่างก็หลอกตา ความอบอุ่นงดงามไม่ใช่ทางออกของสรรพสิ่ง หลายผู้คนค้นพบประตู ฉมจมอยู่ในความืดมิด แม้จะอยุ่ใกล้ชิด ผมก็ไม่ได้กินน้ำอ้อยร้านนี้ นอกจากจะเก็บภาพมา ในวินนาทีหนึ่งผมค้นพบ ภาพถ่ายไม่ต่างจากการเสือกเท้าเข้าไปในชีวิตของผู้คน ซึ่งเคลื่อนไหวไม่รู้จบ และห่างไกลจนทำให้ภาพนิ่งเหล่านี้ไม่ได้สื่อความหายอะไรของคนในภาพเลย ฉฉกของท่นอ้อยใต้แสงไฟ แตกออกไปเหมือนดวงดาวสีดำ ผมคืดถึงความืดมิด ของชีวิต ของเมือง ของสิ่งที่สว่างที่สุด ของผมเอง
tyhhtyhthyth

tyhhtyhthyth
MIDNIGHT HANOI 4
tyhhtyhthyth
ที่จริงแล้วผมถายภาพนี้ในคืนต่อมา คืนที่เราออกเร่ร่อนชอปปิ้งในเมืองที่ -ขอบถูก-ที่สุดเมืองหนึ่ง แต่เต็มไปด้วยเล่ห์กระเท่แยบยลของการต่อรองราคามากที่สุดเมืองหนึ่ง บางคนออกกฏของฮานอยว่า ราคาที่แม่ค้าบอก สามารถต่อรองลงได้ครึ่งหนึ่งสเมอ บอกหนทางการใช้ลูกเล่นของผู้ซื้อเสร็จสรรพ ผมถ่ายรูปนี้ตอนที่เพื่อนๆของผมและแม่ค้าขายเป้ กำลังเล่นเล่ห์กระเท่กันอยู่ ช่วยไม่ได้เลยที่ผมรู้สึกอึดอัด ไม่ใช่ความผิดของใครเลย ในทางหนึ่งกาต่อรองราคาทำให้ผู้คนขยับมาชิดใกล้กัน ผ่านทางลูกเล่นน้อยๆอันน่ารัก แต่บ่อยครั้งมันมักลุกลามไปสู่การก่อสงครามของคนที่เอาแต่ได้สองคนจนน่ารังเกียจ ผมคิดถึงบางข้อมูลเกี่ยวกับราคาสิ่งของ ขณะสองหูแว่วฟังการต่อรองนั้น ราคาต่ำที่สุดที่เราต่อได้ ใช่หรือไม่คือราคาที่เหมาะสม หรือมันคือราคาที่กดหัวคนขายจนเขาต้องจำใจขายออกไปอย่างเลือดซิบ หรือราคาสูงสุดที่เขาเสนอ ในทางเดียวกันคือราคาที่โขกหัวเราผู้ซื้อจนมึนงง ผมนึกถึงความพอดี ที่มีไม่พอ หรือที่จริงสิ่งที่ดีที่สุดในทุกสิ่งไม่เคยไม่ได้มาโดยไม่ข่มเหงทำร้ายผู้อื่น คนขายลูกโป่งสั่นไหวอยู่ในดวงตาภาพนิ่งขิงผม คล้ายไต่ถามความพอดี
เรากลับเข้าบ้านพัก หลังเที่ยงคืน เหนื่อยล้าจากการเดินทาง จากผู้คน จากความวุ่นวายของเมือง ผมผล๊อยหลับไปแทบจะทันทีที่ก้าวขึ้นเตียง นึกร้ายๆว่าตัวเองถูกโกงไปเท่าไหร่ และนึกร้ายกว่านั้นว่า ความกลับของผมทำลายทำลายเยื่อใยสวยงามไปโดยไม่ตั้งใจ สักเท่าไหร่ หรือบางทีการท่องเที่ยวไม่ใช่อะไรนอกจากการตักตวงเอาผลประโยชน์จากกันและกัน มันสอนให้คนแกร่งขึ้นมองโลกอย่าสงปรานีขึ้น หรือตรงกันข้ามผมไม่แน่ใจ เสียงแตรลอดมาให้ได้ยิน ผมกำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของเมือง ที่สมควรแล้วที่จะมีทั้งด้านสว่างและด้านมืด การท่องเที่ยวไม่ใช่ข้อยกเว้น ผมหลับ ฝันว่าตัวเองกำลังทำความเข้าใจ
โ ป ร ด ติ ด ต า ม ต อ น ต่ อ ไ ป
#1 By T-A-O-L (203.113.33.8) on 2007-06-04 20:38