AU HASARD BALTHAZAR เพลงรำลึกบาป*

posted on 17 Apr 2007 03:16 by filmsick  in see-it-and-die

เราอาจเริ่มต้นที่เรื่องเล่าของลาตัวหนึ่ง ครอบครัวหนึ่งซื้อมันมาจากชาวนา ในช่วงเวลาที่มาพักผ่อนวันหยุด เด็กๆทั้งของครอบครัวนั้นและของครูใหญ่ในหมู่บ้าน ซึ่งควบตำแหน่งผู้ดูแลบ้านนั้นด้วย นำลาน้อยไปทำพิธีรับศีลจุ่ม เด็กหญิงตัวเล็กที่สุดในกลุ่ม ชื่อ MARIE เธอตั้งชื่อให้เจ้าลาน้อยว่า BALTHAZAR

คืนวันผันผ่าน ครอบครัวของ MARIE ยังดูแลบ้านไรหลังนั้นจนเธอโตเป็นสาว พบรักกับไอ้หนุ่มเกเรนามGERAD ที่ทำให้ชีวิตเธอมีแต่ร่วงต่ำลงไปเรื่อยๆ ส่วน BALTHAZARนั้นถูกขายต่อไปเรื่อย จากการใช้แรงงานหนักในไร่ ถูกลักพาไปเป็นลาส่งขนมปัง ถูกนำไปขายให้คนจรจัดที่ต่อมาร่ำรวย เข้าไปอยู่ในคณะละครสัตว์ กลายเป็นพาหนะในพิธีทางศาสนา ถูกจับไปใช้งานปั่นเหล้าองุ่น ชีวิตของหนึ่งคนหนึ่ลา ตีคู่ไปร่วมกัน ทุกข์ทรมานทั้งทางกายแลใจประดุจกัน จนนำไปสู่โศกนาฏกรรมที่ยากเกินเยียวยา

ฟังจากเรื่องย่อเราอาจคิดว่านี่คือหนังชีวิตสัตว์โลกแบบอบอุ่นตามสไตล์หนังดิสนีย์ แต่ นี่ไม่ใช่หนัง ลาน้อยเพื่อนรักหรืออะไรทำนองนั้น เพราะที่หนังเป็นคือการเล่าถึงชะตากรรมดิบเถื่อนที่โบยตีชีวิตของหนึ่งคนหนึ่งลา จนจบลงอย่างแสนเศร้า

นี่คือผลงานของ ROBERT BRESSON ผู้กำกับระดับปรมาจารย์ที่เป็นเสมือน ครูใหญ่อีกคนหนึ่งของวงการภาพยนตร์โลก ตลอดระยะเวลาการทำงาน 40 ปี เขาทำหนังยาวไว้ทั้งสิ้น 13 เรื่อง และทุกเรื่องถือเป็น มาสเตอร์พีซ ทั้งสิ้น

เริ่มจากการเป็นจิตรกร ก่อนที่จะขยับมาทำหนังหลังจากสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 (ซึ่งเขาถูกจับเป็นเชลยศึกต้องติดคุกอยู่ระยหนึ่ง) หนังของBRESSON อาจไม่โด่งดังเท่าเพื่อร่วมรุ่น นั่นก็เพราะสำหรับ BRESSON ผู้ซึ่งเป็นคาธอลิคที่เคร่งครัด การทำหนัง คือการสื่อสารกับพระเจ้า หนังของBRESSON มักเล่าถึงประเด็นเหล่านี้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในหนังเรื่องนี้

ROBERT BRESSON เชื่อมั่นว่า สำหรับเขานักแสดงเป็นเพียง แบบจำลอง - สำหรับBRESSON เขาแทบไม่สนใจ การแสดงใดๆ เขามักเลือกใช้นักแสดงหน้าใหม่ เคี่ยวกรำซักซ้อมนักแสดงซ้ำไปซ้ำมาจนกระทั่งนักแสดงอ่อนล้า และเทคที่เขาต้องการ นักแสดงจะเพียงพูดประโยคในบทออกมาโดยไม่แสดงอารมณ์อะไรอีก ความอ่อนล้า เมินเฉย และ ไร้ความรู้สึก คือวิธีที่ตัวละครในหนังของ BRESSON แสดงออก

เพราะสำหรับ BRESSON สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ภาพ ซึ่งเขาให้ความใส่ใจอย่างยิ่ง เนื่องมาจากขึเริ่มต้นจากจิตรกรก่อนจะมาเป็นผู้กำกับ สำหรับเขาภาพจึงมีหน้าที่เล่าเรื่องสำคัญ ใน AU HASARD BALTHA ZARเขาเลือกใช้ เพียงแต่ภาพอย่างเดียวในฉากเปิดเรื่องที่แทบจะไร้บทสนทนา และที่น่าทึ่งคือภาพของBRESSONไม่ได้มาเป็นชุดๆเพื่อเล่าเรื่อง เขาจะใช้เพียงคัตหนึ่งในการเล่าเรื่องเรื่องหนึ่ง ก่อนที่คัตต่อไป เรื่องจะคืบหน้าไป โดยไม่ต้องซ้อนภาพขยายความ ทุกสิ่งทุกอย่างรวมอยู่หน้าเลนส์ กล้องเพียงปาดไปมาเล็กน้อยก็สามารถเล่าเรื่องทั้งหมดได้

ว่ากันว่า AU HASARD BALTHAZAR (ที่แปลได้ว่า ชะตากรรมของ BALTHAZAR ) คือภาพจำลองวิธีคิดเกี่ยวกับ บาป ของBRESSON เมื่อเราเห็นชีวิตของหญิงผู้หนึ่งที่ค่อยๆจมลงในห้วงปาปทั้งที่เธอก่อขึ้นและไม่ได้ก่อขึ้น ในขณะที่ BALTHAZAR (ซึ่งเป็นชื่อของหนึ่งในสามผู้พิทักษ์ของพระเยซู ) เป็นเสมือนผู้ไถ่บาป ด้วยการรับทัณฑ์ทรมานโดยไม่อาจขัดขืน พร่ำบ่น หนังมักตัดสลับ ระหว่าง ชะตากรรมของ MARIE กับ BALTHAZAR ในขณะที่ MARIE ดิ้นรนจะหนีไปจากชะตากรรมของตัว แต่ BALTHAZAR ผู้ซึ่งไม่อาจไปไหนได้ การที่ BALTHAZARถูกขายต่อให้กับผู้คนมากหน้าหลายตา ซึ่งล้วนเป็นตัวแทนของบาปในรูปแบบต่างๆ ราวกับว่าBALTHAZAR คือพยานรู้เห็นในการดำรงคงอยู่ของบาป และการ รับบาป(โดยการถูกโบยตี ถูกใช้งานหนัก ถูกเลี้ยงดูอย่าทารุณ จนกระทั่งถูกฆ่า) ความตายในฝูงแกะของBALTHAZAR ใคร่ครวญหวนให้ระลึกถึงการถือกำเนิดใน พระคริสตธรรมไม่น้อย

ในขณะที่ MARIE เป็นเสมือนมนุษย์ทั่วไป ที่ถูกเย้ายวนด้วยแรงปรารถนาภายในจาก GERAD หนุ่มนักเลงประจำหมู่บ้าน เธอถูกดึงดูดเข้าไปหามัน ลุ่มหลง ทั้งความรักและความชัง สุดท้าย เมื่อเธอคิดได้เธอกลับต้องชดใช้บาปที่เธอก่อ ร่างเปลือยของMARIE จากด้านหลัง และดูเศร้าสร้อยเหลือเกิน

หนังมีฉากที่สวยงามสะเทือนอารมณ์ อยู่หลายฉาก โดยเฉพาะฉากความตายของชายขี้เมาที่แหงนขึ้นไปถามไถ่สรวงสวรรค์ บอกลาหลักกิโลเมตร ราวกลับสงสัยในชีวิต ก่อนจะล้มลงตาย และฉากในละครสัตว์ ที่ BALTHAZAR สบตากับสัตว์ในกรง การตัดสลับภาพไปมา ให้อารมณ์ยากบรรยายว่าคืออารมณ์แบบใด หรือจะสื่อถึงสิ่งใด (การจ้องมอง การเป็นพยานร่วมรับรู้ในบาป คือแก่แกนเรื่องหลักและอาจจะเป็นสิ่งนั้น)

และแม้หนังของROBERT BRESSON มักจบลงอย่างเศร้าสร้อย ( ไม่เว้นแม้กระทั่งเรื่องนี้ ) แต่หนังของBRESSON ไม่อาจจะใช้คำว่า โศกนาฏกรรมได้เต็มปาก เพราะหนังของเขาไม่พยายามที่จะเร้าอารมณ์แม้แต่น้อย เขาปล่อยให้เหตุการณ์ดำเนินไป ราวกับเพียงทอดสายเย็นชาจ้องมอง ไม่มีทีท่าเห็นอกเห็นใจ หรือสมเพชเวทนา เพียงจ้องมอง เล่าเรื่อง อย่างเย็นชา ทิ้งระยะยังผลให้ความรู้สึกเศร้าสร้อยสิ้นหวังในหนังของROBERT BRESSON เป็นไปอย่างสุดขั้วโดยไม่เหลือความโรแมนติคในความเศร้าเลยแม้แต่น้อย เพียงความเศร้า และทุกข์ทนเท่านั้นที่ดำรงคงอยู่(ว่ากันว่า MICHAEL HANEKE อาจได้อิทธิพลในเรื่องนี้มาจาก BRESSON) หากความทุกข์เศร้านั้นคือชีวิตมิใช่หรือ

*ชื่อบทความได้จากชื่อฉบับแปลนิยายเล่มหนึ่งของ อังเดร ฌีด

อ่านเกี่ยวกับหนัง และ ROBERT BRESSON ได้ที่นี่ครับ

http://camera-eye.net/2006/08/29/au-hasard-balthazar-review/

http://www.sensesofcinema.com/contents/directors/02/bresson.html

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ไม่มีคนมาต่อเลยแฮะ ขาประจำไปไหนหมด

จำได้ว่าเมื่อก่อนต้องนั่งรอดูหนังแบบนี้อยู่แถวสมาคมฝรั่งเศสหลายชั่วโมง เลิกเรียนบ่ายไปรอตอนรอบ 2 ทุ่ม ดูได้รอบเดียว แล้วไม่คิดว่ามีโอกาสดูซ้ำอีกแล้วชาตินี้ แต่นี่เราอยู่ในยุคดีวีดีกันแล้ว ซื้อหาได้ในรคาถูก ๆ แต่สงสัยว่าคนก็ยังดูน้อยเหมือนเดิม ฮ้าไฮ้

#1 By สนธยา (124.121.66.8) on 2007-04-17 15:36

เฮ้อ ผมอดทนดูอยู่สามวันแน่ะครับ มาอ่านบทความของน้องแล้วค่อยชัดเจนทางความคิดขึ้น ยอมรับว่าไม่สามารถเข้าถึงหนังได้ถ่องแท้เอาเลย นอกจากมีความรู้สึกว่า นักแสดงที่เล่นมันแข็งกระโด๊กยังไงไม่ทราบ
เลยขอยกย่อง "ลา" ครับ เล่นดีทุกฉาก เล่นดีกว่าคนอีกแฮะ

#2 By นักกล้าม (124.120.147.213) on 2007-10-15 01:17

ตอนที่ผมดูแบบไม่ได้อ่านข้อมูลอะไรเลยมาก่อน

ทั้งเ รื่องผมนึกว่า ลา เป็นตัวแทนของชนชั้นกรรมกรsad smile

โดยเฉพาะฉากที่ลาลากรถเลื่อนลงจากเขาเร็วขึ้นเรื่อยๆ ล้อหมุนเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนสุดท้ายรถคว่ำ ผมคิดไปว่า ลาเหมือนเป็นตัวแทนกรรมกรที่ลากรถเลื่อนลงไปเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนสุดท้ายระบบทุนนิยมพัง แต่ก็มาโทดลา และไม่มีใครสนใจใยดีมัน

เรื่องนี้ผมคิดว่าถ้าดูแบบไม่มีข้อมูลมาก่อน งงแน่นอนครับ เรื่อง pickpocket , มูเชด , L\'argent ดูง่้ายกว่าเยอะ

ผมดู pickpocket จบ มาดูเรื่องนี้ต่อแบบไม่รู้อะไรเลย สรุปว่างงเต๊กembarrassed embarrassed

#3 By saadpralard (58.64.73.77) on 2008-10-05 09:43