PANS LABYRINTH นิทานระทม
posted on 07 Mar 2007 21:58 by filmsick in sickfilm
fwefefwefwefw
เดือนตุลาคม ปี 1936 นายพลฟรังโก้ซึ่งได้รับการช่วยเหลือลับๆจากเยอรมัน และออสเตรีย รวมไปถึงรัสเซีย เป็นผู้ชนะในสงครามกลางเมืองของสเปน ขึ้นปกครองประเทศด้วยรูปแบบเผด็จการ เต็มขั้น ตลอดระยะเวลาของสงครมโลกครั้งที่สอง (ซึ่งการสู้รบในสเปน เป็นฉากแรกๆของสงครามโลกครั้งนั้น) เขานำพาสเปนให้ใช้นโยบายวางตัวเป็นกลาง แต่ก็แอบช่วยเหลือมิตรเก่าอย่างลับๆ นายพลฟรังโก้ ได้รับการจดจำ ทั้งในฐานะของผู้นำที่เด็ดขาด และ เผด็จการที่บ้าอำนาจ จนกระทั่งเมื่อเขาตายลง สเปนจึงกลายเป็นประชาธิปไตยเต็มขั้น และยังมีผู้กำกับสเปนหลายคนที่หวนรำลึกถึงช่วงเวลาอันยากลำบากนั้นอยู่ (กระทั่งในBAD EDUCATION ของ เจ้าป้า PEDRO ALMODOVAR ยังกล่าวถึงความบีบคั้นในยุตสมัยของนายพลฟรังโก้ไว้)
หากในปี 1944 เด็กหญิงโอฟีเลีย ลูกสาวช่างตัดเสื้อ เดินทางไกลไปกับแม่ที่กำลังท้องแก่ของเธอ ลึกเข้าไปในค่ายทหาร เพื่อไปพบ พ่อใหม่ ที่เป็นกัปตัน นายทหารใหญ่อยู่ที่นั่น และตอนนี้กำลังตามจับพวกปฏิวัติที่หลบซ่อนอยู่บนภูเขาอย่างเข้มข้น
ระหว่างทางไปค่าย โอฟีเลีย ซึ่งมีเพียงหนังสือมากมายเป็นเพียงได้พบกับตัวแฟรี่ แมลงประหลาดๆที่สามารถกลายร่างเป็นภูตได้ แฟรี่นำพาเธอไปยังเขาวงกต และพบกับ ฟอน สัตว์ประหลาดครึ่งมาครึ่งคนที่บอกกับเธอว่าที่แท้เธอเป็นเจ้าหญิงแห่งเมืองใต้พิภพ ที่หลบหนีขึ้นมาบนโลกมนุษย์ เพราะอยากเป็นมนุษย์ พระบิดาของเธอยังคงรอเธอกลับไป แต่เธอต้องปฏิบัติภารกิจสามชิ้นเสียก่อนวันเพ็ญจะมาถึงไม่เช่นนั้นเธอจะไม่ได้กลับไปอีก
และท่ามกลางโลกจริงที่เข้มข้นบีบคั้น โลกในจิตนาการของโอฟิเลียก็บีบคั้นไม่แพ้กันเธอหลุดหลงไปในจินตนาการประหลาดๆ ตื่นขึ้นมาพบกับความจริงอำมหิต ของพ่อเลี้ยงกับโลกฟาสซิสต์ และทุกสิ่งนำไปสู่จุดจบที่สุดสะพรึง

ภาพยนตร์เรื่องล่าสุดของGUILERMO DEL TORO ผู้กำกับชาวเมกซิโกที่หลายคนอาจจะรู้จักจากการทำหนังแฟนตาซี แอคชั่นอย่างHELLBOY หรือ BLADE ภาค 2 (และถ้าใครจำได้ นั่นรวมถึงMIMIC หนังแมลงยักษ์ในทางรถไฟใต้ดินที่นำแสดงโดย MIRA SORVINOด้วย) แต่ก่อนหน้าที่เขาจะมาฮอลลีวู้ด เพื่อทำ MIMIC เขาเคยทำหนังแฟนตาซีสุดสะพรึงอย่างCRONOS ที่นำแสดงโดย MAC VO SYDOW (และเคยมีแผ่นลิขสิทธิ์พากย์ไทยให้เช่าในบ้านเราด้วย) หลังทำ MIMIC เขากลับไปทำ THE DEVILS BACKBONE ที่บ้านเกิดก่อนจะกลับมาทำหนังฮอลลีวู้ดอีกสองเรื่อง แล้วกลับไปทำ PAN S LABYRINTH นี้ ตัวหนังนั้นได้รับเชิญไปฉายในคานส์ และยังข้ามมาเข้าชิงหลากหลายสาขาในออสการ์ปีที่ผ่านมา และแน่นอน มันเป็นนิทาน ที่มากกว่านิทาน
นี่คือภาคน้องสาวของ DEVILS BACKBONE เดลโตโร เคยให้สัมภาษณ์ เมื่อครั้งPAN S LABYRINTH ออกฉาย เพราะใน DEVILS BACKBONE หนังเล่าเรื่องของสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าห่างไกลในสเปน ช่วงปี 1939 หลังการเรืองอำนาจของ นายพลฟรังโฏ้ กับเรื่องของเด็กกำพร้าที่มีพ่อเป็นฝ่ายตรงข้ามกับนายพลฟรังโก้ หลังพ่อแม่ตายหมด เขาถูกส่งมาที่นี่ ค้นพบว่าโรงเลี้ยงเด็กกำพร้าประหลาดๆนี้มีผีสิง และ คำทำนายของภูตผีนั้นกลายเป็นจริง มีคนล้มตายลงไปตามคำทำนายนั้น
wefefwefwefw

ใน PANS LABYRINTH หนังพาเรากลับไปยังยุคจองนายพล ฟรังโก้อีกครั้งหนึ่ง และแม้จะหลอกล่อเราด้วยจินตนาการหลุดโลกสุดหลอน สลับไปกับเรื่องเล่าเข้มข้นของยุคสมัย แต่ที่จริงจินตนาการไม่ได้เป็นจินตนาการ จินตนาการไม่ได้มีไว้เพียงเพื่อหลบหนีไปจากโลกจริงอันโหดร้าย หากหนังเรื่องนี้ทำให้เราเห็นว่า จินตนาการนั้นรับใช้ความเป็นจริง มันคือการสนองตอบ การแสดงออก การสะท้อนสะเทือนความเป็นจริง ให้ออกมาบิดเบี้ยว และทุกขั้นตอนอาจตีความกลับไปสู่ความจริงโหดเหี้ยมได้ทั้งสิ้น
การเล่าเรื่องแบบตีคู่สองฝั่งในหนังทำให้เรื่องนี้ชัดเจนขึ้น เมื่อ ในโลกจริง กัปตันกำลังวุ่นวายอยู่กับการกักตุนเสบียงกรัง และกุญแจล๊อคห้องเก็บเสบียง เธอก็ได้รับภารกิจให้ไปเอากุญแจจากคางคก และในเวลาต่อมา เมื่อ กัปตัน พาลูกน้องออกไปล้อมจับโจร โอฟีเลียก็ต้องไปปฏิบัติภารกิจ กับปีศาจไร้หน้าในห้องจัดเลี้ยง โดยเฉพาะในฉากสุดท้าย เมื่อโอฟีเลียต้องเลือกภารกิจสุดท้ายของน้องชายตัวเองกับฟอน

กัปตันในโลกจริงถูกแทนที่ด้วยตัวประหลาดหน้าตาสยองโลกในจินตนาการของโอฟีเลีย ในขณะที่ตัวเธอเอง ก็สามารถซ้อนทับกับ เมอร์ซีเดส หญิงรับใช้ที่เป็นไส้ศึกให้กับกองโจรบนเขา ทั้งในฐานะของคนที่แกว่งไปมาระหว่างสองโลก และอยู่ในสถานการณ์หวดเสียวพอกัน
และคงไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ให้หนังไปเกิดขึ้นในช่วงเวลาฟาสซิสต์ครองเมืองของสเปน ดังนั้น กัปตัน ซึ่งอาจเป็นภาพแทนของปีศาจมากมายในเรื่อง ( รวมทั้งฟอนด้วย ) จึงจะเป็นตัวแทนของใครไปไม่ได้จนอกจากนายพลฟรังโก้ ตลอดเรื่องเราได้เห็นความฉลาด และความเหี้ยมโหดของเขา หากลูกชายที่เพิ่งจะเกิดคือประชาชนยุคใหม่ของสเปน เขาเลือกโดยไม่ลังเลที่จะทำลายแผ่นดิน(แม่)ทิ้ง เพื่อสืบทอดเผ่าพันธุ์ใหม่ของตัวเอง
เช่นนั้นเราสามารถซ้อนทับโอฟีเลีย เข้ากับเมอร์ซีเดส และเทียบกลับไปสู่ ตัวแทนของประชาชนชาวสเปน แม่เธอตาย น้องชายถูกพรากไปจากอก ทิ้งเธอไว้ในดินแดนประหลาด ที่เธอถูกบังคับให้ต่อสู้กับเรื่องราวโหดร้าย และไม่ว่าจะอย่างไรประชาชนก็คือผู้ที่หลอกใช้ ถูกทำลายและหลงลืมไปในท้ายที่สุดจนได้
หนังเล่าเรื่องในรูปแบบนิทาน แต่นิทานเรื่องนี้ไม่ได้เหมาะสำหรับเด็ก ๆ แน่นอนมันมีเทวดา นางฟ้า เจ้าหญิงสัตว์ประหลาด แต่โลกจริงๆมันชั่วร้ายเช่นที่แม่เธอพูดดังนั้นไม่ใช่ว่าเจ้าหญิงจะได้พบเจอแต่เรื่องราวสวยสดงดงาม เพราะที่เธอจะเจอะเจออาจคือความทุกข์ระทมไม่สิ้นสุด หนังจบลงสวนทมางกับความคาดหวังที่มีในนิทานอย่างสิ้นเชิง แม้จะปลอบประโลมเราด้วยฉากพิลาศพิไล แต่การตัดต่อในท้ายเรื่อง สามารถทำให้เราเข้าใจและคลี่คลายความคลุมเครือของโลกทั้งสองใบได้ไม่ยากนัก
ตัวหนังนั้นเต็มไปด้วยฉากรุนแรงตามยุคสมัยของสงครามกลางเมือง และในข้างฉากของจินตนาการนั้นก็ออกไปแนวทางสยดสยองมากกว่าสวยงาม และนั่นคือการขยายขอบเขตให้นิทานไปไกลกว่าการหลบหนีแต่เพียงถ่ายเดียว แต่อาจกลับเป็นแรงสะท้อนกลับผ่านทางนัยยะซ่อนเร้นในตัวนิทานนั้นเองก็เป็นได้
wefefwefwefw

GUILLERMO DEL TORO

#1 By スニーカース on 2007-03-07 22:49