FANTASTIC PLANET นิทานดวงดาว
posted on 27 Feb 2007 00:10 by filmsick in FILMFLU![]()
เหล่าชาวเขานั้นเราจะขอเรียกว่า DRAAG ชาว DRAAG มีวิวัฒนาการสูงล้ำ อาศัยอยู่ในดวงดาวห่างไกล นาม YGAM พวกเขาเลี้ยงOMS ไว้เป็นสัตว์เลี้ยง เล่า OMS รูปร่างหน้าตาเหมือนมนุษย์ ถูกจับสวมปลอกคอไฟฟ้า ไม่ว่าจะหนีไปที่ไหน เพียงเจ้าของเรียกหา ก็จะดึงดูด เหล่า OMS กลับมาสู่เจ้าของ
TERR ทารกน้อย ตกเป็นสมบัติของTIWA เด็กสาวชาว DRAAG ถูกเลี้ยงจนเติบโตเข้าสู่วัยหนุ่ม (เวลาของชาว DRAAG กับชาว OMS นั้นแตกต่างกัน เหมือนเวลาขวบปีของมนุษย์กับสุนัขในโลกของเรา) พวก DRAAG เรียนหนังสือผ่านทางการรับรู้โดยหูฟัง เธอมักให้ TERR อยู่ด้วยตอนเรียนหนังสือ และโยไม่ทราบสาเหตุ ความรู้ของชาวDRAAG รั่วไหลเข้ามาในหัวของTERRด้วย จนคืนหนึ่งTERR หนีออกจากบ้านไปพร้อมกับหูฟัง ไปพบกับ ชาว OMS ป่า ที่ไม่ถูกจับเป็นสัตว์เลี้ยง และรวมตัวกันจนในที่สุดนำไปสู่การลุกขึ้นต่อต้าน ชาวDRAAG ที่เห็น OMS เป็นสัตว์เลี้ยง
นี่คือการ์ตูนจากปี 1973 ฝีมือ RENE LALOUX ผู้กำกับชาวฝรั่งเศส ที่ทำหนังการ์ตูนดีๆไว้มากมายหลายเรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาร่วมงานกับ ROLAND TOPOR ศิลปินที่เป็นทั้งนักเขียน นักวาด และ ANIMATOR รวมถึงเป็นหนึ่งในหัวหอกสำคัญของกลุ่ม PANIC MOVEMENT (ที่ประกอบด้วยสองผู้กำกับสุดคัลต์อย่าง FERNANDO ARRABAL (I WILL WALK LIKE A CRAZY HORSE ) และ ALJANDRO JADOROWSKY (EL TOPO , FANDO Y LIS ) โดยในเรื่องนี้ TOPOR เป็นผู้ออกแบบ CHARACTER และร่วมกับ LALOUX ในการพัฒนาบทจากนิยายของนักเขียนชาวฝรั่งเศส STEFAN WUL ซึ่งอาศัยกรอบของหนังวิทยาศาสตร์ มาใช้ในการวิพากษ์ การเมืองของเชคในยุคที่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของรัสเซีย

หากพิจารณาโดยอาศัยแง่มุมทางการเมือง ชาว OMS ไม่ต่างอันใดจากชาวเชคที่ตกอยู่ภายใต้อาณัติของ รัสเซีย ซึ่งเห็นพวกเขาเป็นเพียง สัตว์เลี้ยง อันเป็นสถานะที่เสมือนว่าเทียบเท่า หากที่แท้กลับถูกกดให้ต่ำกว่าอย่างยิ่ง ในฉากหนึ่ง สาวน้อย TIWA เล่นสนุกกับ TERR ราวกับเป็นพี่เป็นน้องแต่เมื่อเธอไม่พอใจ TERR เธอก็สามารถ จัดการกับเขาอย่างเด็ดขาด- ในฐานะสัตว์เลี้ยงได้เช่นกัน ไม่ต่างจากที่จ้าวอาณานิคม จัดการกับชาวอาณานิคม หรือประเทศแม่ที่จัดการกับประเทศที่ยึดเอามาได้ ดังนั้น เลยพ้นไปจาก กรณีของเชคกับ รัสเซีย เราจึงอาจแทนที่คู่ประเทศอื่นๆเข้าไปได้ โดยที่สถานการณ์เหล่านี้ยังใหม่สดเสมอ ราวกับเกิดขึ้นเมื่อวานนี้
แต่เลยพ้นไปจากเรื่องทางการเมือง สถานการณ์ของ ชาว OMS กับ ชาว DRAAG (ผู้ซึ่งสามารถถอดจิตออกจากร่างกายได้โดยการนั่งสมาธิ และมีการประชุมสัมมนาราวกับเป็นชนชั้นอารยะ ) นี่คือการต่อสู้ของมนุษย์ กับพระผู้เป็นเจ้า สำหรับแนวคิดเทวนิยม ใช่หรือไม่ที่ที่แท้มนุษย์เป็นเพียง-สัตว์เลี้ยง- ของพระเจ้า ในโลกเช่นนั้น มนุษย์อาจมีสิทธิ์เสรีที่จะกระทำตามใจตนปรารถนา แต่ทั้งหมดทั้งปวงนั้นล้วนตกอยู่ภายใต้การจับตาของพระเจ้า เมื่อมนุษย์ตัดสินใจบางประการที่ขัดกับพระประสงค์ของพระองค์ พระเจ้าก็พร้อมที่จะลงโทษมนุษย์
และเมื่อมนุษย์รวมกลุ่มกัน ในรูปแบบที่ OMS บนต้นไม้รวมตัว พสกเขาอาจกระทำอะไรได้ไม่มาก จนกระทั่งพวกเขาได้ความรู้จากพระเจ้า ( ในรูปของหูฟังชาว DRAAG ) ซึ่งอาจหมายถึงความรู้ในเชิงวิทยาศาสตร์ ที่ทำให้เทคโนโลยีของมนุษย์ก้าวหน้าจนหลงคิดว่า พวกเขารู้เท่าทันพระเจ้าและกล้าท้าทายพระองค์ จนนำมาสู่การสังหารชาว DRAAG คนหนึ่งที่มองพวก OMS เป็นมดปลวก ( ฉากนี้เกิดขึ้นราวกับการจราจลระหว่างคนสองเชื้อชาติ)
และสิ่งทีกลายเป็นจุดเปราะบางที่สุดของชาวDRAAG กับคือเรื่องเพศ เมื่อวก OMS ค้นพบว่า พวกเขาจะถอดวิญญาณ เพื่อไปเสพสม (ดังเช่นหลักคิดของ ฟรอยด์ ที่เชื่อว่าสรรพสิ่งล้วนถูกขับดันโดยแรงขับทางเพศเป็นเบื้องต้น ) เช่นเดียวกัน เหล่า OMS ก็ถูกผลักด้วยแรงขับทางเพศ เมื่อในฉากหนึ่ง TERR ตื่นขึ้นกลางดึก แล้วเห็นเหล่าชาว OMS ออกไปกลางแสงจันทร์แล้วแยกคู่กันไป
หนังได้รับการออกแบบตัวละคร และองค์ประกอบฉากอย่างพิถีพิถันโดย ROLAND TOPOR ให้ภาพพิลึกพิสดาร จนน่าตระหนก และสวยงาม รวมกับเพลงประกอบสุดคลาสสิคของ ALAIN GORAGUER (ซึ่งอาศัยดนตรีกึ่งๆ ไซคีเดลิค ที่ล้ำยุคมากในตอนนั้น) ทำให้หนังกลายเป็นจินตนาการพิลึกประหลาดที่ตรึงตาด้วยงานภาพ และแน่นไปด้วยความคิด
และหากพิจารณาหนังเรื่องนี้ผ่านกรอบคิดในปัจจุบันขณะ นี่ยังคงเป็นหนังไม่ตกยุค เพราะประเด็นอันร้อนแรงของหนังคือการว่าด้วยเรื่องของการแบ่งแยกชาติพันธุ์นั่นเอง ผู้คนในชนชาติหนึ่งแลเห็นตัวเองสูงล้ำกว่าอีกชนชาติ รังแกได้โดยไม่ต้องคำนึงถึงความเท่าเทียม หรือกระทั่งแสร้งอารีซ่อนเร้นด้วยความรู้สึกดูถูกเหยียดหยาม หากแต่แต่ละชาติพันธุ์ ไม่อาจเป็นสัตว์เลี้ยงให้กันและกันได้ มันจึงนำมาสู่การต่อสู้ ทั้งเพื่อปกป้องตนเอง เรียกคืนศักดิ์ศรีความเท่าเทียมไล่ไปจนถึงการเอาคืนผู้คนที่เคยเหยียดหยามดูถูก สิ่งเห่านี้จะไม่เกิดขึ้นหากไม่เริ่มต้นที่การแบ่งแยกในทุกรูปแบบ หากแบ่งแยกเสียแต่ต้น ความอารีที่ไหลตามมาก็เป็นเพียงแค่ฉลากแห่งความดีงามที่ปิดทับความต่ำช้าเอาไว้เท่านั้น

เห็นคุณ FILMSICK เขียนถึงแนวคิดเทวนิยมใน FANTASTIC PLANET ก็เลยนึกถึงคำพูดของ BLAISE PASCAL (1626-1662) ที่ดิฉันชอบมาก BLAISE PASCAL พูดว่า
Men never do evil so completely and cheerfully as when they do it from religious conviction.
--นักวิจารณ์บางคนตั้งข้อสังเกตว่า งานออกแบบของ ROLAND TOPOR ใน FANTASTIC PLANET ทำให้นึกถึงผลงานของ ODILON REDON (1840-1916)
อ่านประวัติของ ODILON REDON ได้ที่
http://www.ibiblio.org/wm/paint/auth/redon/
ตัวอย่างภาพจิตรกรรมของ ODILON REDON
ภาพ THE GOLDEN CELL (1892)
http://www.ibiblio.org/wm/paint/auth/redon/redon.golden-cell.jpg
ภาพ PARSIFAL (1912)
http://www.ibiblio.org/wm/paint/auth/redon/redon.parsifal.jpg
ภาพ THE SEASHELL (1912)
http://www.ibiblio.org/wm/paint/auth/redon/redon.coquille.jpg
ภาพ THE RED SPHINX (1912)
http://www.ibiblio.org/wm/paint/auth/redon/redon.red-sphinx.jpg
ภาพ THE CYCLOPS (1914) ของ ODILON REDON
http://www.ibiblio.org/wm/paint/auth/redon/redon.cyclops.jpg
--GUY MADDIN เคยกำกับหนังสั้นเรื่อง ODILON REDON OR THE EYE LIKE A STRANGE BALLOON MOUNTS TOWARD INFINITY (1995, A+) ด้วย ดิฉันเคยดูหนังสั้นเรื่องนี้ในวิดีโอรวมหนังสั้นชุด DREAMS เป็นหนังสั้นที่ทำออกมาเหมือนหนังเงียบเมื่อ 80 ปีก่อนตามสไตล์ของกาย แมดดิน และเป็นหนังที่ดูฮาๆดี ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าหนังเรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับ ODILON REDON หรือว่าอาจจะได้แรงบันดาลใจจากภาพจิตรกรรมของเขา
http://www.imdb.com/title/tt0114028/
DVD หนังสั้นชุด DREAMS
http://www.amazon.com/gp/product/B000031VPS/imdb-adbox/
#1 By M.Scudery Worships Si Begg (61.7.149.161 /192.168.0.52, 61.7.149.161, 61.7.149.161) on 2007-03-03 10:03