FANDO AND LIS รักแรกผวา
posted on 31 Jan 2007 00:14 by filmsick in sickfilm
เขาและเธอจะไปเมืองทาร์ เมืองที่ว่ากันว่าเมื่อไปถึงจะมีแต่ความสุขสมบูรณ์ไม่ต่างจาก ยูโทเปีย เขาชื่อ FANDO ไอ้หนุ่มร่างผอม และเธอคือ LIS สาวขาพิการ FANDO จับLIS ใส่รถเข็น เดินทางไปพร้อมกับเครื่องเล่าจานเสียงรุ่นโบราณ และ กลองแต๊กหนึ่งอัน ออกเดินทางไปในดินแดนประหลาดแห้งแล้งร้างไร้ไม่ต่างจากทะเลทรายของซากปรักหักพัง ถ้าเมืองทาร์ไม่มีอยู่ เราจะสร้างมีนขึ้นมาเองก็ได้ LIS บอกเช่นนั้น
และระหว่างทาง ทั้งคู่พเจอแต่เรื่องวิปริตผิดประหลาด ทั้งจากผู้คนและจากกันและกัน อันประกอบด้วย กลุ่มไฮโซที่ออกมาเปิดบาร์แจซซ กันกลางซากปรักหักพัง โดยนักดนตรีเล่นเปียโนที่กำลังลุกเป็นไฟ! หรือเหล่ามนุษย์โคลนที่ลุกขึ้นมาเริงระบำในยามค่ำคืน(ที่ดูไม่เหมือนกลางคืนสักหน่อย) หรือเหล่าคุณป้าขาไพ่ ที่พนันกันด้วยลูกพุทราเชื่อม ใครชนะได้ป้อนพุทราให้ทาสหนุ่มในชุดกางเกงในตัวเดียว โบว์ลิ่งมรณะที่ไล่ล่าFANDO ยามใดที่ถูกโบว์ลิ่งชนล้ม อีสาวผิวสีมือแส้จะวิ่งตามมาฟาดเปรี้ยง ฟาดเปรี้ยง หรือเหล่ากระเทยแต่งหญิงที่จับFANDOกับLIS มาสลับเครื่องแต่งกายกัน ไปจนถึง อารมณืแปรปรวนของทั้งคู่ที่บางทีLIS ก็ร่ำให้ออกมาเหมือนเด็กๆ ในขณะที่เวลา FANDO อารมณ์ร้าย เขาจะลากLIS ครูดไปกับพื้นกรวดทรายบางทีก็จับเธอแก้ผ้า เลยเถิดไปจนกระทืบเธอ
ใช่แล้วครับ นี่มันวิปริตชัดๆ! เฟมินิสต์อาจลุกขึ้นมากรีด มนุษย์เคร่งศีลธรรม อาจชอคตาตั้งเป็นลมเป็นแล้งไป บางคนอาจอยากเผาทำลายโรงหนัง และกระทืบผู้กำกับ(เหตุการณ์หลังสุดนี้เกิดขึ้นจริงๆเมื่อหนังออกฉายครั้งแรกในเทศกาลหนังที่

แต่พวกเขาเรียกตัวเองว่า PANIC MOVEMENT ชื่อ PANIC มาจากเทพเจ้าPAN เทพเจ้ากรีกโบราณที่มีรูปร่างครี่งคนครึ่งแพะ และยามค่ำมืดคอยส่งเสียงคำรามให้คนที่ผ่านไปมาตกใจเล่น นำซึ่งอาการหวาดผวาอย่างไร้สาเหตุ และเป็นที่มาของคำว่า PANICที่ใช้ในปัจจุบัน
ใช่แล้วความตระหนก วิตกจริต หวาดผวาอันไร้สาเหตุคือของหวานของพวกเขา ศิลปินกลุ่มPANIC MOVEMENT กลุ่มคนที่รวมตัวกันปฏิเสธวิธีคิดหลักตรรกะเหตุผลแบบสมจริง (REALISTIC) อีกทั้ง ปฏิเสธความเหนือจริง (SURREAL ) ซึ่งใช้ลักษณะผิดประหลาดเหนือจริงมาเป็นลายแทงให้ตีความหมาย เพื่อเสียดสี จิกกัด สังคมสมจริงอีกชั้นหนึ่งสำหรับกลุ่มPANIC พวดเขาปล่อยงานศิลปะให้ล่องลอยในอวลอารฒณ์ชวนหวาดหวั่นผวาเยือก เปล่าประโยชน์จะตีความภาพที่เห็น เองด้วยผู้สร้างก็ไม่ประสงค์ให้ตีความมาตั้งแต่ต้น มันคือการล่องไหลไปตามแรงกดดันภายในอันลึกเร้นและชวนสยอง
พวกเขาเริ่มจากงานละครเวที การแสดงละครประหลาด ก่อนจะขยับมาทำหนัง และ FANDO AND LIS เรื่องนี้คือผลผลิตเรื่องแรกๆของ ศิลปินกลุ่ม PANIC MOVEMENT ที่สั่นสะเทือน ทั้งวงการภาพยนตร์ และวงการศิลปะ โดยหัวหอกคนสคัญคนหนึ่งของกลุ่มอย่าง ALEJANDRO JODOROWSKY ผู้ซึ่งเป็นเจ้าของหนังอย่างEL TOPO และ SANTA SANGRE ที่ความแรงไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าหนังเรื่องนี้
(อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับกลุ่ม PANIC MOVEMENT ได้จาก บทความของคุณ กัลปพฤกษ์ ในFILMVIRUS เล่ม 4 สางสำแดง ครับ)
FANDO AND LIS สร้างจากบทละครเก่าของ FERNANNDO ARRABAL อีกหนึ่งผู้กำกับในกลุ่ม PANIC โดยสร้างขึ้นในปี 1967 ด้วยฟิล์มขาวดำ และงบประมาณอันจำกัด โดยถ่ายกันเฉพาะวันเสาร์อาทิตย์ เท่านั้น
ภายใต้ความวิปริต วิตถารของตัวหนัง ใช่ว่ามันจะเป็นเพียงการปลดปล่อยอารมณ์ดิบกร้าวของผู้กำกับแต่เพียงถ่ายเดียว เอาเข้าจริง หนังร้อยเรียงตัวเองไว้อย่างหลวมๆ สะเปะสะปะในการกล่าวถึงประเด็นต่างๆ ด้วยวิธีการสุดโต่ง เปิดกว้าง และไม่ได้มุ่งเน้นไปยังจุดใดจุดเดียว แต่ละฉาก อาจมีความหมายเริ่มต้นและจบลงในตัวของมันเอง หรืออาจเป็นเพียงสิ่งไร้สาระเรียงต่อเนื่องกันไป เพื่อทำให้ความไร้สาระนั้นเต็มล้นไปด้วยความมีสาระก็เป็นได้

หนังเปิดฉากด้วยLIS กินดอกกุหลาบ เธอประจงกัดกินกลืนอย่างเชื่องช้า ต่อหน้าเรา บางทีหนังอาจพูดเรื่องรัก เพราะเรามักเปรียบความรักคล้ายดั่งดอกกุหลาบ แต่เธอไม่ได้ให้หรือรับ ดอกกุหลาบ เธอ กิน- มันเข้าไปต่างหาก หากมันเป็นเรื่องรักมันจะเป็นการ-กลืนกิน-ความรักต่างหาก
จะว่าไปแล้วการผจญภัยของFANDO กับ LIS เราอาจเล่าคร่าวๆอย่างสรุปได้ว่าคือการสำรวจตรวจตราความสัมพันธ์หญิงชายคู่หนึ่งผ่านทางการเดินทางไปด้วยกัน ไม่ต่างจากหนังROAD MOVIE เจาะลึกความสัมพันธ์คู่ผัวตัวเมียเรื่องอื่นๆ เพียงแต่มันคือการเดินทางไปในความวิปริต
หนังเล่าเรื่องของเมืองทาร์ ผ่านทางรูปวาดสุดหลอนของ ROLAND TOPOR ภาพรุนแรงประหลาดผิดเพี้ยน สวนทางกับการบอกเล่าว่าเมืองทาร์นี้หนาเต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์และเสรีภาพ และเมื่อการเดินทางเริ่มขึ้นเราก็เริ่มสงสัยว่าพวกเขาไปไหนระหว่างเมืองทาร์กับนรก
ผู้คนประหลาดที่ผ่านเข้ามาในเรื่องคล้ายกับบททดสอบในความสัมพันธ์ ฉากหนึ่งFANDO ถูกผูกผากิดตา ล่อลวงด้วยสัมผัสหญิงเปลือย ให้จูบกับคนหนุ่ม ในทางหนึ่งมันคือการล่อลวงนอกใจ แต่ในอีกทางหนึ่งมันอาจยั่วล้อพวกคนชั้นสูงที่เห็นผู้อื่นเป็นของเล่น หรืออาจจะไม่ทั้งสองอย่าง กะเทยแต่งหญิงสลับบทบาทของชายหับหญิงให้แก่ FANDO และ LIS รถเข็น ขาที่พร่องพิการ ล้วนบ่งบอกสภาวะความสัมพันธ์ของชายหญิงแบบสุดโต่งเมื่อฝ่ายชายเห็นฝ่ายหญิงเป็นเพียงวัตถุ เขาอาจเข็นเธอไปไหนๆ แต่ก็ทำลายเธอได้ ทอดทิ้งเธอได้เมื่อพึงใจ ฝ่ายหญิงขาพิการ ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากกรีดร้อง ขณะที่ FANDO ล่ามโซ่เอติดกับรถเข็น และพยายามจะใส่กุยแจมือเธอ (ซึ่งน่าจะซ่อนนับยวิพากษ์ วิธีคิดแบบชายเป็นใหญ่เอาไว้)
สำหรับความรักพวกเขาให้เห็นว่าทั้งคู่รักกันที่สุดในตอนFANDO คร่อมบนตัวLIS เขียนชื่อตัวเองลงบนร่างเปลือยของเธอและ LIS ที่ตอนนั้นยังไม่พิการเขียนชื่อ FANDO บนผนัง เขาเองก็เขียนชื่อเธอ บนตัวของฝ่ายหนึ่งมีชื่อของอีกฝ่าย จากนั้นก็ละเลงสีจนห้องทั้งห้องเปรอะเปื้อนเจิ่งนอง
และความรักของคนทั้งคู่มักเกี่ยวข้องกับความตายเสมอ เมื่อ LIS ร้องเพลงเศร้าว่าถ้าเธอตาย จะไม่มีใครไปเยี่ยมหลุมศพของเธอ แต่ FANDO บอกว่าเขาจะไปพร้อมกับหมาและดอกไม้ ตามาด้วยฉากที่ทั้งคู่เล่นสนุก(กึ่งวิปริต) ในสุสาน ดูเหมือนจะเป็นฉากที่สว่างไสวที่สุดของหนัง และในที่สุดหนังได้พิสูจน์ว่า ความตายเท่านั้นทำให้เรารู้จักความรัก

หนังมีฉากย้อนอดีตของคนทั้งคู่ที่ทำได้น่าสนใจ และสุดหลอกหลอน LIS อาจถูกล่อลวง และข่มขืนโดยกลุ่มผู้แสดงละครสัตว์ ในฉากหนึ่งนักแสดงหุ่นชักออกมาแสดงด้วยการตัดเชือกทีละเส้น จนหุ่นชักตกพื้น เมื่อ LIS เข้าไปยื้อแย่งเธอก็ถูกจับโยนไปหลังเวที
ขณะที่ FANDO มีแม่เป็นนักแสดงผู้ยิ่งยง( ฉากการปรากฏตัวของแม่ และไข่ต้มทำให้อดคิดไม่ได้ว่านี่คือแรงบันดาลใจหนึ่งในหารสร้างตัวละครแม่ (เล่นโดย EDITH MASSEY )ในหนัง PINK FLMINGOES ของJOHN WATERS ) ก่อนตายเธอสั่งให้คนไล่ฆ่าสามีตัวเองกรีดผ่าเอานกในหัวใจออกมาให้สามใช้ของเธอกิน FANDO รำลึกเรื่องนี้ได้ขณะเผาแมงมุมทั้งเป็น และพบชายคนหนึ่งที่กำลังผ่าตุ๊กตาตรงส่วนที่เป็นอวัยวะเพศ แล้วยัดงูลงไป
ตุ๊กตาของ LIS และ กลองของFANDO ดูเหมือนจะมีนัยยะที่โยงไปยังความเป็นเด็กของคนทั้งคู่ ซึ่งมีแต่เรื่องเลวร้าย เมื่อตุ๊กตาของLIS ถูกฝัง และ กลองของFANDO พังจากการระเบิดอารมณ์ของLIS นำมาสู่ฉากจบสุดสะพรึง
มาถึงจุดนี้ผมไม่แน่ใจว่าที่เขียนลงไปเป็นการวิเคราะห์หนัง หรือเป็นเพียงการเล่าฉากวิปริตของหนังโดยไม่มีอะไรมากกว่านั้นกันแน่ ความพยายามตีความทำให้ผมรู้สึกโง่เง่า และการนิ่งเฉยมองดูมันด้วยความหวาดผวาเพียงอย่างเดียวทำให้ผมรู้สึกไม่พอใจ บางทีนี่กระมังสิ่งเรียกกันว่า PANIC
คงไม่ได้ดูแน่ ๆ เลย เพราะไม่ชอบหนังแนวนี้น่ะค่ะ แค่อ่านยังเอ่อ ๆ ๆ

บางที ความวิปริต ก็อาจ rebel อะไรซักอย่าง (ที่ก็ยังไม่รู้ว่าอะไร เพราะบอกตรงๆ ก็ตีความไม่ออกเหมือนกัน โฮ่ๆ)
#1 By nyanta on 2007-01-31 01:00