รายงานความป่วยไข้ประจำปี 2549 (1) : หนังที่เรารัก
posted on 19 Jan 2007 10:43 by filmsickTOPTEN ARTVIRUS อัพแล้วนะครับ รวมมิตรหนัง หนังสือละครเวที ที่เราชอบในรอบปีครับ
http://www.onopen.com/2007/editor-spaces/1398
ยาวมากๆครับแต่สนุกมากๆ จะเลือกอ่าน หรือเรียงอ่านก็ตามสะดวกครับ
ขออนุญาติตัดตอนมาเฉพาะของตัวเอง พร้อมรูป ลิงค์ไปอ่านบทความเต็มๆ และเพิ่มหนังอื่นๆที่ชอบในรอบปีเข้าไปอีกครับ!!!
***********************
ประเภทหนังที่เข้าฉายในโรงภาพยนตร์เมืองไทย
นับรวมหนังที่เข้าฉายในไทยในปีนี้ และรวมที่เข้าฉายตามงานเทศกาลต่างๆในปีนี้ด้วยครับ
1. แสงศตวรรษ (SYNDROMES AND A CENTURY ) / อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล

ได้ดูหนังเรื่องนี้ด้วยความบังเอิญ ผ่านทางการช่วยเหลือของเพื่อนคนหนึ่ง หนังเล่าเรื่องที่ใกล้ตัวผมมากๆ แล้วค่อยๆพาเราจากเรื่องเล่าหนึ่งไปสู่เรื่องเล่าอื่นๆ จนไม่สามารถจะบอกเล่าเรื่องย่อของหนังได้อย่างง่ายดายนัก (ใครจะสนใจเรื่องย่อกันเล่า!) เรื่องเล่าของพี่เจ้ยยังคงทรงพลัง ดึงดูด ยั่วล้อ และหลอนหลอก ยิ่งเมื่อเราสามารถผนวกรวมเรื่องเล่าทั้งหมดกลับไปสู่ สัตว์ประหลาด และ สุดเสน่หา ได้ มันยิ่งทำให้ การไหลเวียนของเรื่องเล่า ทรงพลัง อย่างเหลือเชื่อ
http://filmsick.exteen.com/20060822/syndrome-and-a-century
2. BE WITH ME / ERIC KHOO

หนังสิงคโปร์เล็กๆ เงียบๆ ของERIC KHOO ที่เล่าเรื่องของตัวละครตกสำรวจสามคน ความสัมพันธ์พร่องพิการของพวกเขา ตัดสลับกับภาพฉายชีวิตของหญิงชราตาบอดหูหนวก คนหนึ่ง (ที่หนังได้รับแรงบันดาลใจจากเธอ) หนังพาเราทอดน่องท่องโลกเปล่าเปลี่ยว ของผู้คนที่ไม่อาจสานความสัมพันธ์ได้อีกต่อไป หนังแทบจะไร้บทสนทนา หากเต็มไปด้วยความพยายามที่จะสื่อสาร หนังจบลงอย่างเศร้าๆ และกลายเป็นหนังเงียบที่ยังอึงอลอยู่ในสองหัวตลอดปีนี้
http://filmsick.exteen.com/20060809/be-with-me
3. THE HOST /บอง จุนโฮ

หนังสัตว์ประหลาดบุกเกาหลีของ บองจุนโฮ ที่ทำได้อย่างถึงอารมณ์หนังสัตว์ประหลาด หากถีบหน้าคนดูด้วยประเด็นร้อนแรงทางการเมือง เมื่อหนังบริภาษความอ่อนแอของรัฐบาลเกาหลี (จะแทนที่ด้วยชื่ออื่นก็เป็นสิทธิ์ของผู้ชม) และความเลวร้ายของอเมริกา แทนที่หนังจะหาทางยัดเอฟเฟคต์เว่อร์ๆ หรือฉากการต่อสู้บ้าระห่ำ หนังกลับเต็มไปด้วย เรื่องของคนตัวเล็กกับอำนาจรัฐ ที่ถูกกดหัวจนต้องลุกขึ้นมาปกป้องตัวเอง อย่างยากลำบาก จากจุดนี้ THE HOST นับเป็นหนังการเมืองที่รุนแรงที่สุดเรื่องหนึ่งในรอบปี
http://filmsick.exteen.com/20060909/the-host
4. เคียด (SILENCE WILL SPEAK) /พัลลภ ฮออรินทร์

หนังยาวทำเองเรื่องนี้ เข้าฉายในเทศกาลภาพยนตร์ WORLD FILM FESTIVAL และสร้างปรากฏการณ์คนเดินออกมากที่สุดเรื่องหนึ่ง เนื่องด้วยหนังไม่มีเรื่องเล่า เป็นเพียงฉากเหตุการณ์ไม่ปะติดปะต่อ ของสังคมกรุงเทพ ปราศจากดนตรีประกอบและการเร้าอารมณ์ หากหนังกลับอัดแน่นด้วยพลัง เมื่อหนังตัดต่อฟุตเตจเหตุการณ์ พฤษภาทมิฬเข้ากับภาพร่างชีวิตคนเมือง และเมื่อมองโดยรวมนี่อาจเป็นหนังเรื่องแรกที่ประมวลเหตุการณ์ทางการเมือง นับตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 จนถึงยุคปัจจุบัน อย่างกล้าหาญ โดยซ่อนเร้นไว้ในเหตุการณ์ไม่ปะติดปะต่ออย่างชาญฉลาด ให้ ความเงียบ- ได้ พูด- อย่างแท้จริง บางที นี่อาจเป็นหนังเรื่องแรกที่เราพอจะเรียกว่าหนังการเมืองได้อย่างเต็มปากในประเทศเรา!
ปล.ว่ากันว่า BIOSCOPE จะจัดฉายหนังเรื่องนี้เดือนมกราคม ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวงครับ
http://filmsick.exteen.com/20070110/silence-will-speak
5. เรื่องเล่าจากเมืองเหนือ (STORIES FROM THE NORTH ) / อุรุพงษ์ รักษาสัตย์

หนังทำเองจากเชียงราย ของคุณ อุรุพงษ์ รักษาสัตย์ ที่หยิบเอาชีวิตจากถิ่นฐานบ้านเกิดมาทำเป็นหนังสั้น แล้วก็ร้อยเรียงหนังสั้นทั้งเก้าเรื่องเข้าเป็นหนังยาวเรื่องนี้ หนังเข้าฉายในเทศกาลBKK FILMFEST เมื่อต้นปี หนังเล็กๆที่แทบไร้บทสนทนาทั้งเก้า บ้างเป็นเรื่องของชาวนา คนชรา เด็กๆ นักดนตรี เกษตรกร ไปจนถึงชมรมจักรยาน คนที่ผูกพันอยู่กับแผ่นดิน และตามไม่ทันการเปลี่ยนแปลงของโลกทุน บางเรื่องเป็นหนังเซอร์เรียล บางเรื่องคล้ายสารคดี บางเรื่องเป็นหนังที่ไม่เล่าเรื่อง และโดยเฉพาะ วันที่ยาวนาน ที่ถ่ายทำชีวิตของยายสองคนได้อย่างน่าอัศจรรย์ เรียกน้ำตาให้หลั่งเงียบเชียบใน 15นาทีอันยาวนานนั้น
หนังมีขายเป็นแผ่น VCD โดยกลุ่ม THAI SHORT FILM หาซื้อได้ที่เว็บไซต์ร้านหนังสั้น จตุจักรครับ
http://filmsick.exteen.com/20060302/my-bkiff-2006-part-3
6. V FOR VENDETTA / JAMES McTEIGUE

หนังที่สร้างจากการ์ตูนหม่นมืดของ ALAN MOORE เรื่องนี้เข้าฉายในบ้านเราตรงยุคสมัยจนชวนตะลึง และเหตุการณ์บ้านเมืองก็จวนเจียนจะเดินไปบรรจบกับในหนังอยู่รอมร่อ (แต่ในบ้านเรากลายเป็นหนังหักมุมสุดหลอนไปแล้ว) แม้จะสร้างจากการ์ตูนแต่ไม่ได้หมายความว่าหนังจะต้องออกมาหวือหวา ไร้สาระเพราะหนังอัดแน่นไปด้วยบทสนทนาเฉียบคม และเนื้อหาของหนังทำให้ต้องเอาไปนอนคิดต่อไปสามวันแปดวัน
http://filmsick.exteen.com/20060321/v-for-vendetta-political-is-personal
7. DAYS OF GLORY / RICHARD BUCHAREB
![]()
หนังเรื่องนี้ถูกค่อนแคะว่าเป็นเพียง SAVING PRIVATE RYAN เวอร์ชัน ALGERIA หนังตลาดจนนักวิจารณ์เมิน และ อาร์ตจนคนดูหนังตลาดไม่ไปดู หนังเข้าฉายและลาโรงไปเงียบๆในบ้านเรา แต่ภายใต้เรื่องเล่าเกี่ยวกับทหารแอลจีเรีย ที่ไปรบเพื่อฝรั่งเศส แล้วถูกหลงลืมไป หนังตั้งคำถามสำคัญ ที่ทุกประเทศในท่าสุดต้องตระหนัก นั่นคือ ประวัติศาสตร์ของประเทศ ที่แท้แล้ว คือประวัติศาสตร์ของทุกคนหรือไม่ หรือ ประวัติศาสตร์ ของประเทศเป็นเพียงประวัติศาสตร์ของผู้มีอำนาจเท่านั้น ฉากจบที่คล้ายคลึงกับ SAVING PRIVATE RYAN นั้น ไม่ใช่เพียงการลอกเลียน เพราะมันคือความเจ็บปวดที่ฝังรากลึกยาวนาน
8. BROKEBACK MOUNTAIN / ANG LEE
![]()
หนังรักของคนหนุ่มสองคนท่ามกลางความงดงามของภูเขาหลังหัก และชีวิตของเขาที่เหลือหลังจากนั้น หนังแสนเศร้าและเจ็บปวดเรื่องนี้เป็นมากกว่าหนังเรียกร้องความเข้าใจในเพศที่สาม หากมันคือเรื่องเล่าอันขมขื่นของมนุษย์ที่มีเลือดเนื้อจิตวิญญาณ หนังเล่าเรื่องโดยไม่เร้าอารมณ์ และจบลงโดยไม่ตั้งใจจะสั่งสอน เหมือนเราเฝ้าดูเหตุการณ์ของเพื่อนคนหนึ่งตลอดเวลาหลายปี เศร้ากินลึกและซ่อนนัยยะทางสังคมไว้ได้อย่างแนบเนียน
http://filmsick.exteen.com/20060323/brokeback-mountain
9. I DONT WANT TO SLEEP ALONE / TSAI MING LIANG

หนังไต้หวันร่วมโปรเจคต์เดียวกับแสงศตวรรษ ที่หลุดเข้ามาฉายในงาน WORLD FILM FEST. ปีนี้ว่าด้วยเรื่องของหนุ่มพเนจร หนุ่มบังคลาเทศแรงงานต่างด้าว และสาวใช้คนหนึ่งอันเกี่ยวข้องด้วย เซ็กส์ และฟูกปรารถนา ! หนังคงสไตล์ขันขื่น แบบพี่ไฉ้ไว้ครบถ้วน บทพูดชนิดนับคำได้ และ สถานการณ์กึ่งประหลาดกึ่งวิปริต หากในคราวนี้พี่ไฉ้ย้ายจากไต้หวัน มาใช้มาเลเซียเป็นฉากหลัง และใช้ออกมาได้เต็มประโยชน์ ทำให้หนัง กึ่งฮากึ่งวิตถารเรื่องนี้กลายเป็นหนังรักเศร้าๆของคนนอกที่สงบงดงามในฉากจบ! แม้โดยผาดเผินจะเป็นงานแบบเดิมๆ ของพี่ไฉ้ แต่การเล่นกับประเด็น คนต่างด้าวผู้ถูกกระทำซ้ำซ้อนทำให้หนังมีน้ำหนักมากพอจะก้าวพ้นข้อกล่าวหานั้นได้ (แถมยังถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียนอีกต่างหาก)
http://filmsick.exteen.com/20061029/i-don-t-want-to-sleep-alone-my-world-film-fest-2
10. FLANDERS /BRUNO DUMONT
เป็นเรื่องน่าแตกตื่นยินดีที่หนังของBRUNO DUMONT ได้เข้าฉายในเมืองไทย น่าเสียดายที่มันเข้าฉายและลาโรงไปอย่างเงียบเชียบ (จนน่าแตกตื่น) ครั้งนี้ HANEKE น้อย (ฉายาส่วนตัวที่ผมตั้งขึ้นเอง) เล่าประเด็น POST 9/11 ในรูปแบบของตัวเองครบครัน หนังจึงเต็มไปด้วยความเงียบ ทัศนียภาพที่กดดันตัวละคร และตัวละครประหลาดน่าชังทั้งหญิงร่านสวาท และชายเก็บกด บทสรุปของหนังกลายเป็นความแตกร้าวเกินเยียวยา ที่ทำให้รู้สึกเย็นไปถึงไขสันหลัง
http://filmsick.exteen.com/20061224/flanders
11. WOLF CREEK / GREG McCLEAN
ขออนุญาตห้อยท้ายด้วยหนังที่เป็น MY TYPE สักเรื่อง หนังฆาตกรโรคจิตสุดดิบเถื่อนที่เล่าเรื่องของหนุ่มสาวกลุ่มหนึ่งที่เดินทางข้ามทะเลทรายแล้วถูกฆาตกรโรคจิตไล่ฆ่า พล็อตหนังธรรมดา เรื่องเล่าธรรมดา แต่หนังพลิกขนบหนังทำนองนี้จนน่าตื่นตา ทั้งการให้กว่าจะเข้าช่วงโหดหนังก็ผ่านไปร่วมชั่วโมง และการสร้างสถานการณ์เคว้งคว้างไม่รู้เหนือใต้ ที่สำคัญการเลือกฆ่าและไม่ฆ่า ที่เหนือความคาดหมายของคนดูสุดขั้ว แม้หนังจะไม่ได้ต้องการเป็นอะไรมากกว่าหนังสยองขวัญไล่ฆ่า แต่เทคนิคของหนังทำให้หนังไปได้ไกลกว่าหนังสยองขวัญดาดๆมากนัก
TOP ELEVEN ประเภทหนังนอกจอ
นับรวมDVD VCD เท่าที่หาดูได้ โดยไม่สนใจปีที่หนังออกฉายครับ
1. PUNISHMENT PARK / PETER WATKINS (1971)

หนังสารคดีเทียม (MOCKUMENTARY) โดยฝีมือ PETER WATKINS ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1971 ตบหน้าวาทกรรม รักอเมริกันจนถูกถอนออกจากโปรแกรมตั้งแต่ฉายได้สามวัน หนังเล่าเรื่องของกลุ่มหนุ่มสาวที่โดนข้อหา ต่อต้านอเมริกา ถูกจับมายังแดนลงทัณฑ์ เพื่อให้รับโทษด้วยการวิ่งไปหาธงชาติ ภายในเวลาที่กำหนด โดยมีเจ้าหน้าที่คอยไล่ฆ่าอย่างสะใจ หนังสร้างขึ้นหลังเหตุการณ์สังหารหมู่นักศึกษาใน มหาวิทยาลัย KENT STATE หลังจากถูกดองหลายสิบปี ก็ได้ฉาย และยังคงสดใหม่จนถึงตอนนี้
http://filmsick.exteen.com/20060504/punishment-park-1
2. THREE TIMES / โหว เสี่ยว เชี่ยน (2005)

เราจะเรียกหนังเรื่องนี้ว่าเป็น ประวัติศาสตร์ไต้หวันฉบับย่อ หรือ รวมประวัติการทำหนังของโหวเสี่ยวเชี่ยน ฉบับย่อก็ได้ เมื่อหนังย่อประวัติศาสตร์ชาติไต้หวันมาใส่ไว้ในหนังที่เล่าเรื่องความสัมพันธ์ของชายหญิงคู่หนึ่งในสามยุค โดยแต่ละยุค ก็อาจเทียบสลับกลับไปหา หนังในแต่ละยุคของโหวเสี่ยวเชี่ยนได้ด้วยเช่นกัน มองผ่านๆแต่ละตอน สามารถมองเป็นหนังรักเงียบๆ (ตอนหนึ่งเป็นหนังเงียบเลยทีเดียว) แต่เมื่อสวมปลอกประวัติศาสตร์ลองไปสังเกตสังกา จะพบว่านี่คือหนังที่เล่าถึง คนไต้หวัน ท่ามกลางความผันแปรยาวนานของประเทศนี้ แต่หากไม่สนใจประวัติศาสตร์ เฉพาะ TIME FOR LOVE อาจทำให้หนังของหว่องกาไว กลายเป็นหนังรักดาดๆไปได้เลยทีเดียว
http://filmsick.exteen.com/20060401/three-times-the-best-of-our-times
3. 4 / ILYA KHRJANOVSKY ( 2005 )
หนังประหลาด สุดสยองจากรัสเซีย ที่ทำหลายคนผวามาแล้วเมื่อครั้งมาฉายในเทศกาล WORLD FILM เมื่อปีก่อน หนังเล่าเรื่องของชายหญิงสามคนที่พบกันในบาร์แล้วออกไปเจอเหตุการณ์บ้าๆบอๆประหลาดชวนขนลุกขนพองท่ามกลางอาถรรพ์เลข 4 ที่ปรากฏทั่วไปหมด หนังหลอกหลอนคนดูด้วยศิลปะภาพยนตร์ชนิดไม่ติดเบรค ตั้งแต่การใช้เสียงประกอบการเล่นภาพซ้ำ การซ่อนกล้อง การสร้างบรรยากาศหยำเหยอะชวนขนลุก และการแสดงชนิดวินาศสันตะโรของเหล่าหญิงชราแห่งหมู่บ้านชนบท หากซ่อนนัยยะบริภาษโลกแห่งการผลิตซ้ำ และสังคมรัสเซียหลังคอมมิวนิสต์ล่ม อย่างชวนขนลุก
คำเตือน หนังเรื่องนี้อาจหลอกหลอนคุณไปเป็นสัปดาห์หลังจากดูจบ !
http://filmsick.exteen.com/20060713/entry
4. THE WORLD / JIA ZHANGKE (2004)

ว่ากันว่า นี่คือหนังที่ป๊อบที่สุดของ เจีย จางเคอะ ผู้กำกับชาวจีนรุ่นที่ 6 ที่กำลังโด่งดังและกลายเป็นผู้กำกับที่มาแรงที่สุดคนหนึ่งของโลก ไม่ปฏิเสธว่าหนังเรื่องนี้ เปรี้ยว ป๊อบ สนุก และฮามากๆ ว่าด้วยเรื่องของหนุ่มสาวที่ทำงานใน-โลกจำลอง ชั่วนาทีหนึ่ง อาหมวยห่มส่าหรีเดินอยุ่หน้าหอไอเฟล (จำลอง) แล้วไปเต้นที่ทัชมาฮาล!!! หนังเป็นเรื่องรักนอกใจสุดแสนธรรมดา แต่ทว่าซ่อนนัยยะวิพากษ์ โลกยุค โลกภิวัฒน์ ที่เชื่อมถึงกันหมดได้อย่างเจ็บแสบ และที่น่าตื่นเต้น หนัง คารวะ ปรมาจารย์ผู้กำกับ ยาสึจิโร่ โอสุ แบบตรงๆ แต่ทรงพลัง
มากๆ
http://filmsick.exteen.com/20060502/the-world
5. MEE POK MAN / ERIC KHOO ( 1995 )

หลังจากเสียชีวิตคาจอไปกับ BE WITH ME ผมก็ไปไล่ดูหนังทั้งหมดของ ERIC KHOO และพบว่า MEE POK MAN เป็นหนังของ ERIC KHOO ที่เปล่าเปลี่ยวยิ่งกว่า เจ็บร้าวยิ่งกว่า และหลอกหลอนยิ่งกว่า BE WITH ME มากมาย (แม้โดยรวม BE WITH ME จะเป็นหนังที่ผมชอบมากกว่าก็ตาม) หนังเล่าเรื่องความรักของโสเภณี กับคนขายหมี่ปัญญาทึบ คืนหนึ่งเธอถูกรถชน แล้วไอ้หนุ่มขายหมี่พาเธอไปรักษาที่บ้าน นำมาซึ่งฉากรักสุดหลอน ! หนังสะท้อนภาวะแปลกแยกเปลี่ยวเหงาของคนชนชั้นล่างในสิงคโปร์ได้อย่างตรงไปตรงมา และไม่พยายามเร้าอารมณ์แต่อย่างใด ผลที่ได้คือความรักของคนทั้งคู่ ผิดจังหวะ ผิดที่ผิดทางและน่าสมเพชเกินกว่าจะโรแมนติคได้ ที่สำคัญ 15 นาทีสุดท้ายของหนังทำให้หนังกลายเป็นหนังสุดหลอน อีกเรื่องในรอบปีนี้ฃ
http://filmsick.exteen.com/20060915/mee-pok-man
6. SHIKI JITSU / HIDEAKI ANNO ( 2000 )

หนังญี่ปุ่นที่ว่าด้วยผู้กำกับสมองตัน ที่ไปพบเด็กสาวหลุดโลกคนหนึ่งที่ใช้ชีวิตอยู่ในวันเพียงวันเดียว เธอแต่ตัวประหลาด ครึ่งดีครึ่งบ้า หลังจากเจอกันหนังก็เริ่มนับเวลาถอยหลัง ไปเรื่อยๆ นี่คือหนังญี่ปุ่น ประหลาด (ซึ่งจริงๆหนังญี่ปุ่นกว่าครึ่งก็เต็มไปด้วยอะไรประหลาดๆแบบนี้) ที่สร้างขึ้นจากนิยาย ของ AYAKO FUJITANI โดยเธอมารับบทเป็นนางเอกของเรื่องเอง และได้ ชุนจิ อิไว ผู้กำกับคนดังมารับบทผู้กำกับ หนังเดินเรื่องไปอย่างเชื่องช้าเต็มไปด้วยงานออกแบบศิลป์ เท่ๆ กลางสถานที่จำพวกตึกร้าง และซากปรักหักพัง ขุดลึกลงไปในสติวิปลาสของเด็กสาวด้วยงานออกแบบฉาก และภาพฝันหลอน ชวนตะลึง นิ่งเงียบ กราดเกี้ยวและตราตรึง
http://filmsick.exteen.com/20061108/shiki-jitsu
7. LIMELIGHT / CHARLIE CHAPLIN (1952)

หนังเล่าเรื่องรักของตัวตลกตกสมัย ชายชราขี้เหล้าที่เข้าไปช่วยชีวิตนักบัลเล่ต์ขาพิการ และสร้างแรงบันดาลใจให้เธอ แต่ความรักต่างวัยของทั้งคู่ก็เต็มไปด้วยอุปสรรค ทั้งความสำเร็จของเด็กสาวและเลือดศิลปินของเขาเอง หนังเก่า เล่าเรื่องแบบเก่าที่คนสมัยนี้ทำไม่ได้อีกแล้ว สวยงามและเปี่ยมความหวัง เหนือสิ่งอื่นใด นี่คือหนังเรื่องเดียวที่เราได้เห็น บัสเตอร์ คีตัน และชาร์ลี แชปลิน สองดาราหนังเงียบ ได้แสดงร่วมกัน มันอาจเป็นฉากตลกที่ดีที่สุดฉากหนึ่งของโลก แต่หากใครรู้จักคนทั้งคู่ จะพบว่านี่เป็นฉากที่น่าร้องไห้ มากที่สุดฉากหนึ่ง โดยไม่ปฏิเสธ ผมร้องไห้อย่างรุนแรงที่สุดในรอบปีในฉากนี้ และหลังดูจบมันทำให้ผมรู้สึกว่าโชคดีที่ได้เกิดมาร่วมโลกของคนแบบ แชปลิน เพราะมีหนังของเขา โลกจะไม่โหดร้ายจนเกินไป
http://filmsick.exteen.com/20060928/limelight
8. THE CAMERA MAN (and BUSTER KEATONs FILMS) / BUSTER KEATON (1928)

เราอาจบอกได้ว่าชีวิตของบัสเตอร์ คีตันนั้นเต็มไปด้วยเรื่องเศร้า หากหนังของเขากลับสนุกอย่างมาก และยังคงพิลาศพิไลแม้ผ่านไปหลายสิบปี THE CAMERAMAN ที่ผมเลือกมาเป็นเพียงตัวแทนหนึ่งในหนังเงียบ อันเยี่ยมยอดของเขาเท่านั้น อาจเพราะนี่คือหนังที่มีชะตากรรมเศร้าเหมือนเจ้าตัว ก็เป็นได้ ฟิล์มหนังสูญหายไปหลายสิบปี จนในยามยาก คีตั้นต้องขายมุกในหนังให้ดาราตลกกระจอกไปสร้างซ้ำเพื่อหาเงิน แต่เมื่อเราค้นพบมันก็เหมือนหนังของเขา อาจเศร้า อาจเจียมตัว แต่มันเป็นตัวจริง ของจริงซึ่งทนทานเหนือกาลเวลา การได้ดูหนังของบัสเตอร์ คีตั้นไม่ว่าเรื่องไหน ถือเป็นความสุขที่สุดในชีวิตของผมในรอบปีนี้
http://filmsick.exteen.com/20060131/the-camera-man-city-lights
9. THE INTRUDER / CLAIRE DENIS ( 2004)

ผลงานชิ้นล่าของ ราชินี น้ำแข็ง CLAIRE DENIS ท็อปฟอร์มด้วย การเล่าเรื่องแบบไม่ปะติดปะต่อ สร้างโลกแปลกแยกซ้อนทับไปมา หนังเล่าเรื่องของชายแก่เห็นแก่ตัวคนหนึ่งกับการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจและการตามหาลูก หนังซับซ้อนเกินกว่าจะเล่าได้หมด และเอาเข้าจริงมันอาจไม่มีหนังหรือตัวละครใดๆในหนังเรื่องนี้ เป็นเพียงภาพหลอน สะท้อนไปมาบนแผ่นฟิล์มซึ่งว่าด้วยเรื่องของ การบุกรุก และ ผู้บุกรุก- ซึ่งกินความตั้งแต่แรงงานต่างด้าวไปจนถึงอวัยวะเทียม เดอนีส์ยังคงตั้งคำถาม ยั่วล้อและปลุกเร้าคนดูของเธอ ด้วยความเย็นเยียบ จนเราได้แต่ใจเต้น ตื่นกลัวตอลดเวลาของหนังทั้งที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย
http://filmsick.exteen.com/20060420/the-intruder
10. FACE /JUNJI SAKAMOTO (2000)

หนังญี่ปุ่นประหลาดๆ ที่เล่าเรื่องหญิงอ้วนคนหนึ่งซึ่งค้นพบความหมายของชีวิตหลังจากฆ่าน้องสาวตาย แล้วขโมยเงินงานศพแม่ออกเดินทางไปในที่ต่างๆ หนังเล่าเรื่องที่ควรจะมืดมากๆอย่างนี้ ให้ออกมาสว่างมากๆ ตลอดการเดินทาง เธอได้เรียนรู้ชีวิต พบรัก ได้ผจญภัย และกลายจากสาวคานทองชีวิตบัดซบเป็นสาวสวยที่รู้จักคุณค่าของตัวเอง ! ท่ามกลางความหม่นมืด หนังเล่าเรื่องได้อย่าสนกุสนานไม่น่าเชื่อและการแสดงของของ NAOMI FUJIYAMA ก็กลายเป็นการแสดงระดับเทพที่ต้องจดจำ
http://filmsick.exteen.com/20060120/face
11. LAND OF SILENCE AND DARKNESS / WERNER HERZOG

หนังสารคดี ที่อ่อนหวาน และมองโลกงดงามของผู้กำกับหัวใจบ้าบิ่น WERNER HERZOG เรื่องนี้เล่าเรื่องของผู้คนที่ตาบอดและหูหนวก พวกเขาต้องถูกตัดขาดจากโลกภายนอก แต่ยังคงมีพลังชีวิตมากพอที่จะต่อสู้เพื่อให้โลกตระหนักรู้ถึงความมีอยู่ของเขา หลังจากทำหนังบ้าบอคอแตกมาหลายเรื่อง ในเรื่องนี้เราได้เห็นด้านที่งดงามผ่านทางการวาดกล้องของเขา หากแต่มันยังทรงพลังแห่งการแสดงถึงความยิ่งใหญ่ของมนุษย์ แบบที่ HERZOG เคยเป็น นับเป็นสารคดีที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งเท่าที่ผมเคยดูมา
http://filmsick.exteen.com/20060929/land-of-silence-and-darkness
หนังของพี่มีอยู่แค่เรื่องเดียวที่ผมเคยดู
#1 By นกฮูกดีไซน์ on 2007-01-19 10:47