DISTANT VOICES, STILL LIVES เสียงในความทรงจำ
posted on 20 Dec 2006 23:38 by filmsick in alienation
เราอาจบอกได้ว่านี่ไม่ใช่ภาพยนตร์ หากคือภาพบันทึกของสิ่งที่เรียกว่าความทรงจำ และโดยมาก คือ - ความทรงจำอันเลวร้าย
นี่คือภาพร่างอันซ้อนทับ ไม่ปะติดปะต่อ แตกแยกเสียงออกจากภาพ และบังเกิดขึ้นในความมืดสลัว ห้องที่ปิด แสงแดดส่องไม่ถึง โถงทางเดินแคบ อุโมงค์หลบภัย กลางคืนที่มืดดำ ห้องใต้หลังคา
และความทรงจำนั้นอาจคือฝันร้าย ภาพหลอนของพ่อเจ้าอารมณ์ที่ทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจทุกคนในบ้าน ความทรงจำเลวร้านแฝงฝังและปากฎในรูปชิ้นส่วนความทรงจำกระจัดกระจาย จากคนหนึ่งสู่คนหนึ่ง ระหว่างที่พ่อนอนแซ่วรอความตายอยู่บนเตียง
หนังเปิดฉากด้วยภาพของเช้าวันฝนตก ได้เยินเสียงพยากรณ์อากาศ แม่เปิดประตูบ้านอออมากหยิบนม แหงนหน้ามองท้องฟ้า กลับเข้าบ้านแล้วตะโกนเรียกลูกๆ ตรงเชิงบันได กล้องจับภาพบันไดแน่วนิ่งขณะเราได้ยินเสียงคนเดินลงบันได เสียงพูดคุยหยอกล้อเล่น และเสียงฮัมเพลงกล่อมเด็ก แต่บันไดที่เราเห็นตลอดเวลานั้นกลับว่างเปล่า

หนังตั้งชื่อว่า DISTANT VOICES , STILL LIVES อันหมายถึง เสียงจากดินแดนแสนไกล ที่ยังดังอยู่ และสิ่งนั้นคือความทรงจำ
หนังตัดแบ่งตัวเองออกเป็นสองส่วน ในส่วน ของ DISTANT VOICE หนังฉีกตัวเองออกเป็นห้วงๆคล้ายๆโมงยามรำลึก โดยมาเกี่ยวข้องกับพ่อ ชาวชาวอังกฤษชนชั้นแรงงานผู้หม่นเศร้า และดุร้าย หนังเต็มไปด้วยชิ้นส่วนกระจัดกระจายของพ่อที่ทุกบตีแม่ ตะคอกลูกสาวลูกชาย บ้าอำนาจ และทารุณ ในฉากหนึ่งเราเห็นพ่อแอบย่องเข้าห้องลูกๆเพื่อเอาของขวัญคริสมาสต์ไปให้ เห็นเขาแต่งต้นคริสมาสต์ หากในฉากถัดมา เขานั่งที่โต๊ะอาหารกับลูกๆ ตะโกนด่าทอแม่ แล้วลากผ้าปูตะลงมากองกับพื้นกราดเกรี้ยว พ่อตัวจริงกำลังจะตาย นอนแซ่วอยู่บนเตียงในโรงพยาบาล ลูกๆแลภรรยาไปเยี่ยมเยียน และเขาตายลง ในบางฉากเราเห็นเด็กๆทั้งสามปีนขึ้นบนหลังคาโรงนา แอบมองพ่อแปรงขนม้า เงียบเชียบและดูงดงามอย่างยิ่งแล้ว โดยตัดสลับกับภาพการแต่งงานของพี่สาว ภาพนิ่งของครอบครัวที่ทุกคนจ้องมองมา โดยมีฉากหลังเป็นวอลเปเปอร์ลายดอกไม้ที่แขวนรูปถ่ายขาวดำของพ่อ
ในครึ่งนี้หนังแทบจะถ่ายทำไปในแสงอันเล็กน้อย สรรพสิ่งมืดหม่นเหมือนแสงส่องไปไม่ถึง อังกฤาในยุคสงคราม ลีวิตชนชั้นแรงงานถูกถ่ายทอด ออกมาด้วยอารมณืของกวี ไม่ปะติดปะต่อ หรือพยายามเล่าเรื่องแต่เรียงร้อยจนเต็มไปด้สนอารมณ์มืดดำทะลักทะล้น
มีเพียงไม่กี่ฉากที่มีแสงแดดสาดส่อง หนึ่งในนั้นคือฉากที่แม่นั่งบนขอบหน้าต่างยืนตัวออกมาด้านนอก เพื่อช็ดกระจกหน้าต่าง จากข้างนอก โดยมีลูกสาวยืนมองแม่จากด้านล่าง และรู้สึกสยองขวัญสั่นประสาท ภาวนาไม่ให้แม่ตกลงมา ภาพของแม่ จากในบ้าน หากเสียงกลับเป็นของลูกสาวที่นอกบ้าน ย้อนแย้งกันและกัน
ในครึ่งหลัง พ้นไปจากเงาพ่อ หนังดูมีเรื่องมีราวมากขึ้น แต่ทั้งหมดก็ถูกตัดสลับไปมา ระหว่างลูกๆทั้งสามคนที่ค่อยๆเติบโต และมีชีวิตไปตามหนทางของตน มีครอบครัวของตน และยังผูกพันกันและกันอยู่ในบ้านทึบแสงที่แสนหม่นเศร้านั้น อยู่ในเสียงจากแสนไกลที่ยังดังอยู่ในหู

หนังเชื่อมร้อย ภาพอันไม่ปะติดปะต่อนั้นด้วยเสียง แต่ไม่ใช่เพียงแค่เสียงพูดเสียงบรรยาย เสียงที่สำคัญที่สุดในหนังกลับคือเสียงเพลง
ในทุกฉาก ของทุกเศษเสี้ยวความทรงจำ จะเกี่ยวข้องกับเสียงเพลง ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ถ้าไม่มาจากวิทยุ ก็มีใครสักคนฮัมเพลง ไม่ก็ร้องออกมาจริงๆ ( ซึ่งมีฉากร้องเพลงนับสิบเพลง ) ตัวละครทุกตัวในเรื่องต่างพากันร้องเพลง เพลงป๊อบ แจ๊ซซเก่าแก่ตั้งแต่ยุคหลังสงคราม เพลงยังดังแม้ฉากจะเฟดมืด หรือเปลี่ยนฉากไป เพลงใหม่เข้ามาแทนที่ เพลงรักหวานเศร้า เพลงเต้นรำสนุกสนานใครสักคนฮัมเพลง ร้องเพลง แม้ในยามที่เลวร้ายทีสุด
หนังบางเรื่องใช้การร้องเพลงเข้าแทนที่แสดงอารมณ์เบื้องลึกที่ตัวละครพูดอออกมาไม่ได้ พวกเขาอาจโต้ตอบกัน แต่เวลาเขาแสดงความรู้สึกพวกเขาไม่พูดพวกเขาร้องเพลง
แต่หนังเรื่องนี้ไปไกลกว่านั้น เพลงที่พวกเขาร้อง เป็นเพลงรักหวานๆทั่วไป แต่พวกเขาแสดงอารมณ์ผ่านเพลงเหล่านั้น ไม่ใช่เนื้อเพลง แต่เป็นวิธีการที่พวกเขาร้องเพลง นั้นต่างหาก พวกเขาร้องเพลงเพลงหนึ่ง ฮัมเพลงเพลงหนึ่ง บทเพลงอาจจะแสนหวาน แต่วิธีที่พวกเขาร้อง อาจทำให้เราตระหนักได้ว่าเขากำลังใช้เพลงหวานนั้นเยียวยาความเจ็บปวดรวดร้าวภายใน
น่าเสียดายที่ผมไม่มีความรู้เกี่ยวกับเพลงที่ประกอบในหนังเลย เป็นไปได้อย่างสูงว่าทที่มาที่ไป และเนื้อหาของเพลงเหล่านั้น จะสื่อสะท้อนอะไรได้มากมายเพราะกระทั่งในคำโปรยของโปสเตอร์หนัง ยังบอกว่า ในความทรงจำ ทุกสิ่งผูกโยงอยู่กับเพลง
หนังได้การแสดงอันน่าทึ่งของ PETE POSTELVESTE ในบทพ่อที่เป็น เสียงในความทรงจำ- ของลูกๆของทุกคน ในทางหนึ่ง พ่ออาจจะหมายความได้ถึง อังกฤาในยุคสงครามและยุคเศรษฐกิจตกต่ำ ยิ่งหนังกดข่มโฟกัสลงไปยังผู้คนชนชั้นแรงงานที่อยู่อย่างยากลำบากมันยิ่งสะท้อนสะเทือนมากขึ้น

TERRENCE DAVIESผู้กำกับหนังเรื่องนี้ เคยทำหนังเรื่อง THE NEON BIBLE ที่ว่าด้วยความสัมพันธืของเด้กชายขาดรักผู้หนึ่งกับป้าขี้เมาของเขา ซึ่งนำแสดงโดย GENA ROWLANDS เนื้อหาหนังคล้ายกับ DISTANT VOICE แต่ เล่าเป็นเรื่องมากกว่า หากไม่สวยงามถึงอารมณ์เท่า และเคยเข้ามาฉายในบ้านเรา และ THE HOUSE OF MIRTH ที่เล่นโดย GILLIAN ANDERSON และมีแผ่นลิขสิทธิ์ในบ้านเราด้วย
ความไม่ปะติดปะต่อ การจัดวาง เหลื่อมซ้อน แบ่งแยก และทิ้งค้างของภาพและเสียงในหนัง คือบทสะท้อน ความทรงจำ- ของ TERRENCE DAVIES ที่มีต่อประเทศอังกฤษ นับจากยุคสงครามโลกเป็นต้นมา เขาประสมเอาภาพ และเสียง มาจัดวางในรูปแบบไม่เล่าเรื่องแต่เป็นประหนึ่งบทกวี ว่ากันว่า เขาอุทิศหนังเรื่องนี้ให้กับแม่และครอบครัวของเขา เหล่าคนชนชั้นแรงงาน และความเจ็บปวดของพวกเขา
ขอบคุณ Madeliene de Scudery สำหรับ ดีวีดีอนุเคราะห์ครับ

#1 By คุณน้องเต้ on 2006-12-21 06:00