เราอาจบอกได้ว่านี่ไม่ใช่ภาพยนตร์ หากคือภาพบันทึกของสิ่งที่เรียกว่าความทรงจำ และโดยมาก คือ - ความทรงจำอันเลวร้าย

นี่คือภาพร่างอันซ้อนทับ ไม่ปะติดปะต่อ แตกแยกเสียงออกจากภาพ และบังเกิดขึ้นในความมืดสลัว ห้องที่ปิด แสงแดดส่องไม่ถึง โถงทางเดินแคบ อุโมงค์หลบภัย กลางคืนที่มืดดำ ห้องใต้หลังคา

และความทรงจำนั้นอาจคือฝันร้าย ภาพหลอนของพ่อเจ้าอารมณ์ที่ทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจทุกคนในบ้าน ความทรงจำเลวร้านแฝงฝังและปากฎในรูปชิ้นส่วนความทรงจำกระจัดกระจาย จากคนหนึ่งสู่คนหนึ่ง ระหว่างที่พ่อนอนแซ่วรอความตายอยู่บนเตียง

หนังเปิดฉากด้วยภาพของเช้าวันฝนตก ได้เยินเสียงพยากรณ์อากาศ แม่เปิดประตูบ้านอออมากหยิบนม แหงนหน้ามองท้องฟ้า กลับเข้าบ้านแล้วตะโกนเรียกลูกๆ ตรงเชิงบันได กล้องจับภาพบันไดแน่วนิ่งขณะเราได้ยินเสียงคนเดินลงบันได เสียงพูดคุยหยอกล้อเล่น และเสียงฮัมเพลงกล่อมเด็ก แต่บันไดที่เราเห็นตลอดเวลานั้นกลับว่างเปล่า

หนังตั้งชื่อว่า DISTANT VOICES , STILL LIVES อันหมายถึง เสียงจากดินแดนแสนไกล ที่ยังดังอยู่ และสิ่งนั้นคือความทรงจำ

หนังตัดแบ่งตัวเองออกเป็นสองส่วน ในส่วน ของ DISTANT VOICE หนังฉีกตัวเองออกเป็นห้วงๆคล้ายๆโมงยามรำลึก โดยมาเกี่ยวข้องกับพ่อ ชาวชาวอังกฤษชนชั้นแรงงานผู้หม่นเศร้า และดุร้าย หนังเต็มไปด้วยชิ้นส่วนกระจัดกระจายของพ่อที่ทุกบตีแม่ ตะคอกลูกสาวลูกชาย บ้าอำนาจ และทารุณ ในฉากหนึ่งเราเห็นพ่อแอบย่องเข้าห้องลูกๆเพื่อเอาของขวัญคริสมาสต์ไปให้ เห็นเขาแต่งต้นคริสมาสต์ หากในฉากถัดมา เขานั่งที่โต๊ะอาหารกับลูกๆ ตะโกนด่าทอแม่ แล้วลากผ้าปูตะลงมากองกับพื้นกราดเกรี้ยว พ่อตัวจริงกำลังจะตาย นอนแซ่วอยู่บนเตียงในโรงพยาบาล ลูกๆแลภรรยาไปเยี่ยมเยียน และเขาตายลง ในบางฉากเราเห็นเด็กๆทั้งสามปีนขึ้นบนหลังคาโรงนา แอบมองพ่อแปรงขนม้า เงียบเชียบและดูงดงามอย่างยิ่งแล้ว โดยตัดสลับกับภาพการแต่งงานของพี่สาว ภาพนิ่งของครอบครัวที่ทุกคนจ้องมองมา โดยมีฉากหลังเป็นวอลเปเปอร์ลายดอกไม้ที่แขวนรูปถ่ายขาวดำของพ่อ

ในครึ่งนี้หนังแทบจะถ่ายทำไปในแสงอันเล็กน้อย สรรพสิ่งมืดหม่นเหมือนแสงส่องไปไม่ถึง อังกฤาในยุคสงคราม ลีวิตชนชั้นแรงงานถูกถ่ายทอด ออกมาด้วยอารมณืของกวี ไม่ปะติดปะต่อ หรือพยายามเล่าเรื่องแต่เรียงร้อยจนเต็มไปด้สนอารมณ์มืดดำทะลักทะล้น

มีเพียงไม่กี่ฉากที่มีแสงแดดสาดส่อง หนึ่งในนั้นคือฉากที่แม่นั่งบนขอบหน้าต่างยืนตัวออกมาด้านนอก เพื่อช็ดกระจกหน้าต่าง จากข้างนอก โดยมีลูกสาวยืนมองแม่จากด้านล่าง และรู้สึกสยองขวัญสั่นประสาท ภาวนาไม่ให้แม่ตกลงมา ภาพของแม่ จากในบ้าน หากเสียงกลับเป็นของลูกสาวที่นอกบ้าน ย้อนแย้งกันและกัน

ในครึ่งหลัง พ้นไปจากเงาพ่อ หนังดูมีเรื่องมีราวมากขึ้น แต่ทั้งหมดก็ถูกตัดสลับไปมา ระหว่างลูกๆทั้งสามคนที่ค่อยๆเติบโต และมีชีวิตไปตามหนทางของตน มีครอบครัวของตน และยังผูกพันกันและกันอยู่ในบ้านทึบแสงที่แสนหม่นเศร้านั้น อยู่ในเสียงจากแสนไกลที่ยังดังอยู่ในหู

หนังเชื่อมร้อย ภาพอันไม่ปะติดปะต่อนั้นด้วยเสียง แต่ไม่ใช่เพียงแค่เสียงพูดเสียงบรรยาย เสียงที่สำคัญที่สุดในหนังกลับคือเสียงเพลง

ในทุกฉาก ของทุกเศษเสี้ยวความทรงจำ จะเกี่ยวข้องกับเสียงเพลง ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ถ้าไม่มาจากวิทยุ ก็มีใครสักคนฮัมเพลง ไม่ก็ร้องออกมาจริงๆ ( ซึ่งมีฉากร้องเพลงนับสิบเพลง ) ตัวละครทุกตัวในเรื่องต่างพากันร้องเพลง เพลงป๊อบ แจ๊ซซเก่าแก่ตั้งแต่ยุคหลังสงคราม เพลงยังดังแม้ฉากจะเฟดมืด หรือเปลี่ยนฉากไป เพลงใหม่เข้ามาแทนที่ เพลงรักหวานเศร้า เพลงเต้นรำสนุกสนานใครสักคนฮัมเพลง ร้องเพลง แม้ในยามที่เลวร้ายทีสุด

หนังบางเรื่องใช้การร้องเพลงเข้าแทนที่แสดงอารมณ์เบื้องลึกที่ตัวละครพูดอออกมาไม่ได้ พวกเขาอาจโต้ตอบกัน แต่เวลาเขาแสดงความรู้สึกพวกเขาไม่พูดพวกเขาร้องเพลง

แต่หนังเรื่องนี้ไปไกลกว่านั้น เพลงที่พวกเขาร้อง เป็นเพลงรักหวานๆทั่วไป แต่พวกเขาแสดงอารมณ์ผ่านเพลงเหล่านั้น ไม่ใช่เนื้อเพลง แต่เป็นวิธีการที่พวกเขาร้องเพลง นั้นต่างหาก พวกเขาร้องเพลงเพลงหนึ่ง ฮัมเพลงเพลงหนึ่ง บทเพลงอาจจะแสนหวาน แต่วิธีที่พวกเขาร้อง อาจทำให้เราตระหนักได้ว่าเขากำลังใช้เพลงหวานนั้นเยียวยาความเจ็บปวดรวดร้าวภายใน

น่าเสียดายที่ผมไม่มีความรู้เกี่ยวกับเพลงที่ประกอบในหนังเลย เป็นไปได้อย่างสูงว่าทที่มาที่ไป และเนื้อหาของเพลงเหล่านั้น จะสื่อสะท้อนอะไรได้มากมายเพราะกระทั่งในคำโปรยของโปสเตอร์หนัง ยังบอกว่า ในความทรงจำ ทุกสิ่งผูกโยงอยู่กับเพลง

หนังได้การแสดงอันน่าทึ่งของ PETE POSTELVESTE ในบทพ่อที่เป็น เสียงในความทรงจำ- ของลูกๆของทุกคน ในทางหนึ่ง พ่ออาจจะหมายความได้ถึง อังกฤาในยุคสงครามและยุคเศรษฐกิจตกต่ำ ยิ่งหนังกดข่มโฟกัสลงไปยังผู้คนชนชั้นแรงงานที่อยู่อย่างยากลำบากมันยิ่งสะท้อนสะเทือนมากขึ้น

TERRENCE DAVIESผู้กำกับหนังเรื่องนี้ เคยทำหนังเรื่อง THE NEON BIBLE ที่ว่าด้วยความสัมพันธืของเด้กชายขาดรักผู้หนึ่งกับป้าขี้เมาของเขา ซึ่งนำแสดงโดย GENA ROWLANDS เนื้อหาหนังคล้ายกับ DISTANT VOICE แต่ เล่าเป็นเรื่องมากกว่า หากไม่สวยงามถึงอารมณ์เท่า และเคยเข้ามาฉายในบ้านเรา และ THE HOUSE OF MIRTH ที่เล่นโดย GILLIAN ANDERSON และมีแผ่นลิขสิทธิ์ในบ้านเราด้วย

ความไม่ปะติดปะต่อ การจัดวาง เหลื่อมซ้อน แบ่งแยก และทิ้งค้างของภาพและเสียงในหนัง คือบทสะท้อน ความทรงจำ- ของ TERRENCE DAVIES ที่มีต่อประเทศอังกฤษ นับจากยุคสงครามโลกเป็นต้นมา เขาประสมเอาภาพ และเสียง มาจัดวางในรูปแบบไม่เล่าเรื่องแต่เป็นประหนึ่งบทกวี ว่ากันว่า เขาอุทิศหนังเรื่องนี้ให้กับแม่และครอบครัวของเขา เหล่าคนชนชั้นแรงงาน และความเจ็บปวดของพวกเขา

ขอบคุณ Madeliene de Scudery สำหรับ ดีวีดีอนุเคราะห์ครับ

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เรามี House of Mirth แบบไม่พูดไทยด้วย (คือพูดอังกฤษ ซับอังกฤษนั่นเอง)

#1 By คุณน้องเต้ on 2006-12-21 06:00

#2 By sofa on 2006-12-21 14:40

ขอบคุณมากค่ะที่เขียนถึง DISTANT VOICES, STILL LIVES

TERENCE DAVIES จัดเป็นเกย์นักกำกับภาพยนตร์แถวหน้าคนนึงของอังกฤษค่ะ เขามักได้รับการเปรียบเทียบกับ DEREK JARMAN อยู่เป็นประจำ แต่แตกต่างกันตรงที่ TERENCE DAVIES มาจากชนชั้นแรงงาน และไม่ได้มีพื้นฐานความรู้ด้านศิลปะสูงมากแบบ DEREK JARMAN อย่างไรก็ดี ถึงแม้ TERENCE DAVIES ไม่ได้เรียนด้านศิลปะ แต่หนังของเขาก็ถ่ายภาพออกมาได้งามสุดๆ

เคยดูหนังของเขาแค่สองเรื่องค่ะ ซึ่งก็คือ THE NEON BIBLE (1995, A+) กับ THE LONG DAY CLOSES (1992, A++++++++++) โดย THE LONG DAY CLOSES นั้นมีการใช้เพลงประกอบที่เพราะสุดๆในช่วงท้ายเรื่อง และเป็นหนังแนวกึ่งอัตชีวประวัติของเขาเหมือนกับ DISTANT VOICES, STILL LIVES

The Long Day Closes is the story of eleven-year-old "Bud." A sad and lonely boy, Bud struggles through his days. With cinema as his main source of solace, he haunts the local movie-house. All the while, his family looms large in our peripheral vision as do the menacing bullies of his school, but Bud is the center of attention both from the camera's angle and from his doting family. With a gray background, the film fuses clips and audio from classic movies into Bud's dreary childhood and brings it to life with an elegance Bach would bring to your home movies. The overall effect is a montage of memory which seems to ignite flashes of recognition in the viewer.

เนื่องจาก DISTANT VOICES, STILL LIVES มีเนื้อหาเกี่ยวกับ

#3 By M.Scudery Worships Gerald Van Der Kaap (61.7.151.172 /192.168.0.78, 61.7.151.172) on 2006-12-21 22:30

ได้ดู The House of Mirth เมื่อนานมาแล้ว และชอบมากๆ มืดหม่น เศร้าสร้อย จิลเลี่ยน แอนเดอร์สัน กับ ลอร่า ลินนีย์ เล่นกันได้สุดยอดจริงๆ

#4 By Riverdale (58.8.13.157) on 2006-12-29 16:28

#5 By (125.24.66.172) on 2007-06-07 12:22

อยากดู House of Mirth มากๆๆๆค่า

#6 By uyichan (125.25.160.14) on 2008-01-25 00:47

Canada Goose Coats

#7 By Canada Goose Coats (110.85.115.185) on 2011-09-09 13:09