BLUE สีของความเศร้า
posted on 20 Dec 2006 01:59 by filmsick in alienation
บทความชิ้นนี้เปิดเผยเนิ้อหาสำคัญของภาพยนตร์
วันหนึ่งหนึ่งในโรงเรียน สำหรับ คายาโกะ ดูเนิบช้าและยาวนาน เธอเป็นเพียงเด็กสาว ม.ปลายธรรมดาที่ยังไม่รู้จริงๆว่าจะเอายังไงกับชีวิต วันหนึ่งเธอนั่งเหม่อริมหน้าต่าง มองเห็นรถพยาบาลไม่เปิดไซเรนในสนามยามบ่าย วันต่อๆมา เธอยังคงนั่งเหม่อ จนอาจารย์กล่าวว่าเธอต่อหน้าเพื่อนร่วมชั้น หลังชั่วโมงเรียน คายาโกะ ยืนร้องให้คนเดียวในห้อง ตอนนั้นเอง เธอได้พบกับ เอนโด
เอนโด เป็นนักเรียนหญิงฉาวโฉ่ ที่ถูกพักการเรียนไปโดยไม่ทราบสาเหตุ เธอบอกคายาโกะว่าเธอเชื่อว่าคายาโกะไม่ได้หลับ เธอโดยสารรถคันเดียวกับคายาโกะ กลับบ้าน และหลังจากนั้นทั้งคู่ก็เริ่มสนิทสนมกัน และค่อยๆก่อความสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกัน
เมืองนั้นติดกับทะเล สถานที่ที่มีท้องฟ้ากับน้ำ สีฟ้า สีฟ้าเหมือนโลกในฤดูหนึ่งของเด็กสาวสองคน
BLUE เป็นหนังเล็กๆเรียบๆเรื่อยๆของ HIROSHI ANDO ในหนังหญิงรักหญิงเรื่องนี้ ไม่ได้พยายามจะเรียกร้องสิทธิของเพศที่สาม ไม่ได้พยายามแสดงถึงความไม่ยอมรับของสังคม มันเป็นเพียงหนังเล็กๆที่ค่อยๆเจาะลงไปในชีวิตของเด็กสาวคนหนึ่ง โลกสีฟ้าที่เต็มไปด้วยความเสร้า ความเจ็บปวดและการก้าวพ้นวัยของเธอทั้งคู่
คายาโกะ รัก เอนโด เธอเก็บงำเรื่องนี้ไว้กับตัว ถึงขั้นเข้าโรงแรมไปกับไอ้หนุ่มคนหนึ่งที่เพื่อนสาวเธอหมายปอง เจอในงานปาร์ตี้ เธอไม่ได้รักชอบไอ้หนุ่มนั่น บางทีเธออาจแค่มีเซกสืเพื่อพิสูจน์บางอย่างภายในตัวเธอ เท่านั้นเอง
ในขณะที่เอนโด รักชายหนุ่มคนหนึ่งที่มีลูกเมียแล้ว เธอถึงขั้นท้องกับเขาแล้วไปทำแท้งจนต้องโดนพักการเรียน เธอรับรัก เอนโด ทั้งคู่มีชีวิตที่ดีด้วยกันระยะหนึ่ง วันหนึ่ง เอนโดไม่สบาย และหลังจากวันนั้นเธอหายตัวไป ทิ้ง คายาโกะไว้ลำพังในปิดเทอมฤดูร้อนอันเงียบเหงายาวนาน จนกระทั่งเธอก้าวพ้นมันมาได้ เอนโดก็กลับมา
แต่โลกทั้งใบของเธอทั้งคู่ก็ไม่เหมือนเดิมอีก

หนังเต็มไปด้วยช่องว่างมากมาย โลกสีฟ้าเวิ้งว้างในหนัง ถูกถ่ายทอด ออกมาเต็มพื้นที่ นักแสดง มีบทพูดไม่มาก เหตุการณ์ในหนังก็ดำเนินไปอย่างเชื่องช้า และไม่สลักสำคัญ ราวกับเป็นการคว้าจับโมงยามอันหงอยเหงาของเด็กสาวแรกรุ่น ที่หลงทางว่างเปล่า ถูกดึงดูดเข้าหากัน แล้วแลกการเติบโตกับความเจ็บปวดเพื่อข้ามพ้นมัน หนังเต็มไปด้วยภาพกว้างๆของทุ่งโล่งสีเขียวตัดขอบท้องฟ้า ทะเลที่ทอดไปสู่ความว่างเปล่า ถนน สายที่ไม่มีรถผ่าน สนามโรงเรียนเงียบเศร้าในแสงแดดบ่าย ดาดฟ้าสีเทา ของอาคารเรียน และ บ้านเงียบเชียบ ที่เปิดออกสู่สวนเล็กๆ ความว่างของหนังเติมบรรยากาศความเวิ้งว้างให้อัดแน่นมากกว่าการใช้เรื่องเล่า ในฤดูร้อนอันยาวนาน ความเงียบของหนัง และความ เปิดโล่งของสถานที่บนจอกดข่มตัวละคร ยิ่งหนังทำให้เธอนอนแซ่วติดพื้นในแสงแดด ภาพก็ยิ่งกดเธอลงไป
หนังได้การแสดง แบบนิ่งๆของ MIKAKO
หากแต่โลกใหม่ของเอนโด ไม่ใช่โลกของเธอ เธอเพียงรับช่วงโลกใบนั้นมาจากชายที่เธอหลงรัก และส่งมอบมันให้คายาโกะ และดูเหมือนเธอจะรู้ตัวดี จึงไม่แปลกใจที่เธอจะบอกว่าเธอจะเรียนต่อที่นี่ (แม้ในเวลาต่อมาเธอรำพึงว่าเธออยากไปจากเมือง) ที่สำคัญคือในฉากริมทะเล ที่คายาโกะบอกรัก เอนโดบอกกับคายาโกะว่า เธอเป็นคนเจอฉัน
และเธอส่งต่อโลกใบใหม่ให้กับคายาโกะ เพราะในฤดูร้อนลำพัง คายาโกะเรียนรู้ที่จะตั้งมั่นกับชีวิต และเริ่มต้นวาดรูปเป็นครั้งแรก จนในที่สุดเธอก้าวข้ามมันมาได้
มันจึงเป็นตรงกันข้ามกับในช่วงแรกเมื่อคายาโกะเป็นคนที่ไปจากเมือง และเอนโด แม้จะหนีไปสุดขอลโกล สุดท้ายเธอก็ได้แต่อยู่ที่นั่น

หนังมีฉากที่ผมชอบมาก เมื่อเอนโดสารภาพกับคายาโกะว่า เขามีความหมายกับฉันมากกว่าเธอ ข้อความเจ็บปวดแบบนี้ ในหนังเรื่องอื่นอาจทำลายรื้อถอนตัวละครไปสู่โศกนาฏกรรมแต่ในหนังเรื่องนี้ คายาโกะเพียงบอกว่า ต่อให้เธอไม่มีเขา ฉันก็ไม่เคยเป็นที่หนึ่ง เธอสงวนที่หนึ่งไว้ให้ใครคนอื่นเสมอ เมื่อเขาเธอก็จะยกให้เขา แต่สำหรับฉันเธอคือหนึ่งเดียว และในที่สุดทั้งคู่ใช้เวลาทั้งคืนอยู่ด้วยกันในชุดนักเรียน แต่ก็ต่างเติบโตและจูงมือกันวิ่งไปหารถเที่ยวแรก
นี่คือหนังเล็กๆอันเศร้าสร้อย ที่มุ่งกัดกินภายในจิตวิญญาณคนดูมากว่าเล่าเรื่องโฉ่งฉ่าง หนังอาจไม่ถูกลิ้นของนักดูหนังนิยมเรื่องเล่า และอาจทำให้หลายคนกระอักกระอ่วนในอารมณ์หญิงรักหญิง แต่ที่แท้ หนังคือหนังแห่งการก้าวพ้นวัย ของเด็กสาวคนหนึ่ง หญิงรักหญิงเป็นเพียงประเด็นรองที่ถูกบอกเล่าอย่างเก็บงำ งดงาม และร้าวรานใจ เป็นที่สุด
หนังปิดฉากลงอย่างเศร้าสร้อยเมื่อเอนโด ถ่ายภาพเส้นขอบฟ้ามาให้คายาโกะภาพสีฟ้าของท้องฟ้าตัดกับสีฟ้าของน้ำทะเล เส้นขอบฟ้านั้น ช่างเวิ้งว้างว่างเปล่าสิ้นดี ยิ่งไกลออกไป ไกลออกไป ทุกสรรพสิ่งก็เลือนหายกลายเป็นสีฟ้า อันเป็นสีของความเศร้า

ผมต้อหาดูเรื่องนี้ให้ได้ ขอบคุณนะครับที่แนะนำหนังดีๆ
#1 By เอกน้อย on 2006-12-20 02:16