คืนแรกในเริงจิต

โรงหนังร้างแห่งนั้นมีชื่อว่า - เริงจิต - สถานที่ไร้เจ้าของแห่งแรกที่เราพบยามพลบค่ำ โรงหนังขนาดกว้างใหญ่ไพศาลแบบที่ไม่มีใครคิดสร้างทำกันอีกแล้ว เก้าอี้ 20 แถว แถวละ 30 ตัว ผ้าม่านและทุกอย่างเป็นสีแดงเลือดนก เราขึ้นไปบนห้องฉายหนัง ตรวจดูเศาฟิล์มที่ยังหลงเหลือ ไม่มีเครื่องฉายแล้ว เราจึงยกเศษฟิล์มส่องกับไฟ เห็น มล. สุริวัลย์ สุริยง ยกขาขึ้นเตะผู้ร้ายเรียงต่อกันไป เศษโปสเตอร์เห่าๆซุกอยู่บนชั้นอับๆ พอพลิกขึ้นมาดูก็พบปลวกคลานยั้วเยี้ย จนเหลือแค่เสี้ยวหน้าของ เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ เศษซากชิ้นส่วนความบันเทิงตกสมัย กลายเป็นที่หลับนอนของเราในคืนนี้ เราเลือกนอนในห้องฉายหนัง ต่อหน้าโปสเตอร์หนังเรื่อง มาดามยี่หุบ มองตาปิยะมาศ โมนยะกุลไปตลอดคืน

เราขโมยเพื่อมีชีวิต จิตรขโมยอาหารมาจากร้านสะดวกซื้อ จิตรเรียกมันว่า การปันส่วน มีอาหารมากมายในสต๊อคสินค้าหลังร้าน อาหารที่ผลิตอย่างแร้นแค้นยากลำบาก กลายเป็นสินค้ารอผู้ซื้อหาอันมีรสนิยม จับจ้องมองหีบห่อ อันสวยงามและมีมูลค่าเพิ่มจนกลับคุณค่าทางอาหาร

กูไม่เอากล่อง จิตรรำพึงในคลังสินค้า แกะเอาหีบห่อสวยหรูทิ้งไว้ให้คนงานดูต่างหน้า แล้วเอามาแต่อาหาร ขนมปัง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนมขบเคี้ยว น้ำเปล่า ทั้งหมดจัดใส่ภาชนะเท่าที่จำเป็น เรากินมื้อค่ำกันสามคนด้วยกองไฟที่เราก่อขึ้นเอง

ค่ำคืนมืดดำ เมื่อกองไฟมอด โรงหนังก็ตอยู่ในความเงียบ เงียบจนชูมานได้ยินเสียงติ๊กๆของเครื่องฉายที่ไม่ได้มีอยู่

ชูมานนอนอยู่ตรงกลางระหว่างผมกับจิตร เธอเอื้อมมือมากุมมือเราสองคนไว้ ผมรู้สึกว่าผมรักเธอ แต่ผมไม่ได้พูด เธอจูบผม ในความมืด รสริมฝีปากของเธออุ่นและชื้น เธอหันไปจูบจิตร เราสามคน นอนเรียงเคียงกันต่อหน้าโปสเตอร์หนังของกำธร ทัพคัลไล เลื่อนลอย ไปกับอารมณ์เบื้องลึก ในความมืด หูเราสามคนได้ยินเสียงเคลื่อนไหวของเครื่องฉายหนัง

เพดานห้องฉายเปื้อนคราบไคลของสายฝน เศษฝุ่นและสายลมเป็นด่างดวง ชูมานเปลือยเปล่า ผม และจิตรด้วย เราอาจกำลังเริ่มลงมือสำนึกบาปในสิ่งที่เราก่อขึ้น

ชูมานระบายลมหายใจยาว ก่อนจะเอื้อนเอ่ยสุนทรพจน์เปิดเปลือยของเธอ เราจ้องมองหน้าอกสะท้านไหว ขึ้น ไม่ใช่เพราะอารมณ์ดำกฤษณา แต่เพราะความคับแค้นภายในของเธอระเบิดออก

- อย่าห่วงเลย ฉันไม่ถืออะไรพรรค์นั้นหรอก เราไม่ยึดถืออะไรต่อไปอีกแล้วนี่นา ใช่ไหมจิตร ฉันรักพวกเธอทั้งสองคน รักในฐานะของเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน สิ่งที่พวกเธอกระทำต่อฉัน หรืออาจจะกระทำกันและกัน มันไม่ได้เกี่ยวข้องห่าอะไรกับความรักสักนิด เราเพียงถูกขับเคลื่อนด้วยสัญชาติญาณริยำ ฉันจะให้มันนำทาง แต่เธอต้องรู้ว่ามนุษย์ไม่เคยจบสวยด้วยการใช้สัญชาติญาณของตัวเอง เราจึงต้องมีกฎกำกับการอยู่ร่วมกัน เราจึงกลายเป็นทรัพย์สมบัติของกันและกัน ห่าเอ๋ย ในยุคดึกดำบรรพ์เราเป็นโลกผัวเดียวเมียเดียว เสียที่ไหนกัน นั่นมันเกิดขึ้นจากการที่เธอหมายมั่นจะครอบครองตัวฉันต่างหาก ฉันไม่ใช่ทรัพย์สมบัติของใครทั้งนั้น โยนีของฉันก็เป็นทรัพย์สมบัติของฉัน ฉันมีสิทธิ์จะให้เธอ หรือเธอรุกล้ำเข้ามาได้ แต่เธอไม่ได้เป็นเจ้าของฉัน

- มารกซิสต์ ผมบอกกับเธอ

ชูมานเหยียดมุมปากหัวร่อ

-ไม่ใช่เว้ย คนกำลังจะตายไม่เกี่ยวอะไรกับ มารกซ์บ้าบอนั่น ฉันนี่ จิ๋มฉันนี่ ทำไมใครสักคนต้องเป็นนางร่านสวาท คำดอกทอง ไม่ได้มีอยู่เพราะตัวของสตรี มันมีอยู่เพราะพวกเธอผู้จับจ้องครอบครองไม่อาจยอมรับการตัดสินใจของฉันได้ เธอคิดว่า จิ๋มนี่เป็นของเธอ เอจึงยอมให้ฉันเป็นนางร่าสวาท เพื่อจะถ่มถุยฉันให้สะใจ จำไว้นะ เมื่อไรก็ตามที่ฉันรักใครสักคน เราจะไม่สมสู่กันอีก เพราะมันจะนำพาความริษยามาสู่ เราคือสิ่งมีชีวิตซับซ้อนที่จะละลาไปจากทุกสรรพสิ่งบนโลก พวกคุณ พวกฉัน สิ้นหวังด้วยกันทุกคน

อกเธอสะท้อนขึ้นลง ไม่ใช่อกหญิงสาวที่เร้าอารมณ์อีกต่อไป เราหลับไปพร้อมกัน เปลือยเปล่า เจ็บปวด และทุกข์เศร้า

เราทิ้งสรรพสิ่งมา หรือสรรพสิ่งทิ้งเราไปก่อนหน้านั้นแล้วเนิ่นนาน เราไม่รู้ได้ ไม่รู้เลย

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

โอ้ววววววว
......
เห่อะๆ

#1 By sofa on 2006-12-04 23:36

ไม่รู้ทำไม อ่านแล้วน้ำตามันปริ่มๆ
มีประโยคนึงจี้ดมาก
อัพแล้วๆๆๆๆ แย้
นกฮูก

#3 By lonesome-cities on 2006-12-05 11:09

จิ๋มของฉัน จู๋ของเธอ
โยนีของฉัน องคชาติของเธอ

กรี๊ดดดดด หยาบคายค่ะ รับไม่ได้

ขอฟังซ้ำอีกครั้งหนึ่ง

#4 By Sunday Syndrome on 2006-12-06 00:36