ปี 1974 TOBE HOOPER นำหนังเรื่อง THE TEXAS CHAINSAW MASSACRE ออกฉายเป็นครั้งแรก หนังว่าด้วยเรื่อง การตายสยองของกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มหนึ่ง ที่เดินทางไปท่องเที่ยวฝนวันหยุด แต่ดวงซวยดันไปเจอครอบครัวประหลาด ที่ชอบไล่ฆ่าคนที่พลัดหลงเข้ามา และหนังในนั้นเป็นชายร่างยักษ์ ที่ชอบแกว่งเลื่อยไฟฟ้าไปฆ่าคนสวมหน้ากากที่ทำจากหนังมนุษย์จนได้ฉายา LEATHERFACE หลังจากหนังออกฉาย ความดิบเถื่อน ของหนังทำให้มันเป็นที่กล่าวขวัญถกเถียงกันในวงกว้าง ถึงความรุนแรงบนจออันไร้ที่มาที่ไปหากเขย่าประสาทอย่างยิ่ง และในที่สุดก็ผลักดันให้มันกลายเป็นหนังสยองขวัญ ที่ขึ้นหิ้งหนัง CULT CLASSIC

หลังจากนั้น LETHERFACE และตระกูล วิปริตของเขา ก็ยังคงวนเวียนมาหลอนประสาทผู้คนตามโรงหนังชั้นสองเป็นระยะ และหนังก็แย่ลงเรื่อยๆ เริ่มมีอะไรประหลาดๆ เช่น การให้ LETHER FACE สามารถขนาดเลื่อยรถยนต์ขาดสองท่อน หรือให้บ้านตระกูลโหด เป็นสวนสนุกสุดอุบาทว์ ที่มีการโชว์ เหยื่อของพวกเขา สตัฟฟ์ไว้ (ซึ่งต่อมา กลายเป็นต้นแบบสำหรับ HOUSE OF 100 CORPSE ของ ROB ZOMBIE ) หรือการเปลี่ยนแปลงนู่นนี่ กระทั่งเคยได้ RENE ZELWEGER c]t MATTHEW McCOUGHNAHEY มาเล่น(เมื่อครั้งยังไม่ดัง) เป็นเหยื่อ และไอ้โรคจิต(ตามลำดับ) ใน TEXAS CHAINSAW MASSACRE: THE NEW GENERATION (ภาคนี้ KIM HENKEL มือเขียนบทของสองตอนแรก กระโดลงมากำกับเอง)

หลังจากผ่านไปสิริรวมบนจอเงิน 4ภาค(ภาค 1-3 และภาค NEXT GENERATION) และบนจอแก้ว อีกหลายต่อหลายครั้งทั้งในรูปแบบ สารคดี เบื้องหลังและอื่นๆ บริษัทNEW LINE CINEMA ร่วมกับ บริษัท PLATINIUM DUNES ของ MICHEAL BAY ผู้กำกับ ARMAGEDDONก็เกิดหัวใสเอาหนังสยองขวัญในยุค เจ็ดสิบกลับมารีเมค ทำใหม่ และ TEXAS CHAINSAW MASSACRE กลายเป็นงานเปิดตัวของบริษัท ผลลัพธ์ของหนังออกมาสยองเลือดสาดจนได้เงินไปเป็นกอบเป็นกำ และไม่โดนยำเละจากนักวิจารณ์เหมือนภาคก่อนๆ ทำให้ทางบริษัทดำเนินการรีเมค หนังบ้านผีสิงอย่าง AMITYVILLE HORROR เป็นเรื่องต่อมา แต่หนังไม่ประสบความสำเร็จมากนัก จนมาถึงปีนี้ LETHERFACE และ ครอบครัว จิตแตกของเขากลับมาอีกครั้งแถมกลับมาแบบ PREQUAL ในฐานะ ภาคก่อนหน้าภาคแรก! ของ THE TEXAS CHAINSAW MASSACRE ซึ่งมีชื่อไทยอย่างเป็นทางการว่า สิงหาสับ!

ยี่คือการเปิดตำนานสิงหาสับ ฉบับหนัง ส่วนการเปิดตำนานในหนังนั้นเรื่องมันมีอยู่ว่า.......

ย้อนไปในปี 1939 ระหว่างทำงานอย่างหนักในโรงฆ่าสัตว์ หญิงท้องแก่คนหนึ่งคลอดลูกออกมากลางโรงฆ่าสัตว์ ทารกหน้าตาประหลาดบิดเบี้ยว ถูกเจ้าของโรงฆ่าสัตว์จับไปทิ้งถังขยะ แต่ครอบครัว SAWYER ซึ่งทำงานยู่ในนั้นไปเก็บเอามาเลี้ยง และตั้งชื่อเขาว่า THOMAS HEWWITT

ปี 1969 ท่ามกลางการร้อนระอุของสงครามเวียดนาม วัยรุ่น สี่คน ซึ่งประกอบด้วยสองหนุ่มพี่น้องและแฟนสาวของพวกเขา บังเอิญขับรถพลัดหลงเข้าไปในเมืองประหลาด ที่กำลังจะตาย เนื่องจากโรงฆ่าสัตว์อันเป็นกำลังหลักของเมืองถูกปิดตัวลง ผู้คนพากันย้ายออกไปจากเมืองจนหมด เว้นแต่ครอบครัวประหลาด ที่อาศัยอยู่ในบ้านโบราณรูปทรงทึบทะมึน รอคอยคนพลัดหลงเข้ามา แล้วจัดการให้พวกเขาเป็นมื้อเย็น !!!!!!!!

แน่นอนหลังจากอารัมภบทกันพอหอมปากหอมคอ หนังก็พุ่งมุ่งไปข้างหน้า ด้วย เลือดที่สาดกระเซ็น ชิ้นส่วนของมนุษย์ ที่ถูกสับหั่นเฉือน เลื่อย เกี่ยว เสียงกรีดร้องขอชีวิต สะท้อนก้องท่ามกลางเสียงคำรามของเลื่อยยนต์ และเสียงหัวเราะสุขสมของคนในตระกูล

หนังสยองขวัญมีไว้ทำไม ต้นตระกูลอันเก่าแก่ของมันอาจสืบย้อนไปได้ตั้งแต่ยุคแรกมีภาพยนตร์อุบัติขึ้นบนโลก หนังเยอรมัน ยุคหนังเงียบ อาจเป็นต้นตระกูลแห่งสมรภูมิแสงเงา ผ่านมาร้อยปีเศษ หนังสยองขวัญแตกกอต่อดอกออกลูกออกหลานมามากมาย บ้างกลายเป็นหนังหลอนประสาทไม่รู้จบ บ้างกาลยานเป้นหนังเชือดเลือดสาด บ้างกลายเป็นหนังตลกเบาปัญญา แต่ใช่หรือไม่ท่ามกลางการล้มหายตายจากไปของภาพยนตร์แนวต่างๆ หนังสยองขวัญกลับอยู่ยั้งยืนยง ในแต่ละปีมีการสร้างออกมามากมายจากทุกมุมโลก

หากมันอ่อนด้อยคุณค่า เป็นความบันเทิงราคาถูกกระนั้นหรือ หรือที่แท้มันสะท้อนสะเทือนสัญชาตญาณดิบของมนุษย์ปลุกเร้าแรงกระตุ้นสำคัญพื้นฐานในการมีชีวิตอยู่ นั่นคือ ความกลัว - อะดรีนาลีนฉีดพล่านขณะเนื้อหนังมังสาหลุดลุ่ย องคาพยพฉีกขาด มันคือความบันเทิง ที่ควรปฏิเสธออกจากกรอบศีลธรรมอันดีงาม หรือมันเพียงภาพเพ้อหลอนหลอกของมนุษย์ที่ที่แท้ชอบเสพรับความรุนแรง และท่ามกลางหนังสยองขวัญนับหมื่นนับแสนเรื่องจริงหรือที่มันเพียงคือการผลิตซ้ำทางการค้าอันไร้คุณค่าควรจดจำ

ย้อนกลับมาดู การล่าสังหารด้วยเลื่อยยนต์ครั้งนี้กันสักนิด แน่นอนมันคือหนังชั้นสองสำหรับความบันเทิงในคืนวันศุกร์ แต่พอลองพิจารณาบางเรื่องเล่าที่ซ้อนอยู่ภายใน ซึ่งอาจเป็นเพียงความบังเอิญอันไม่ตั้งใจ ที่ไม่ได้สะท้อนอะไรมากไปกว่า ภาวะเพ้อคลั่งของผู้เขียน ซึ่งขอเปิดโอกาสให้ผู้อ่านตีความตามสะดวกมาณ.ที่นี้

หนังย้อนตัวเองไปในปี 1969 อันเป็นยุคสมัยของ ประธานาธิบดี JOHN F. KENEDY หนังมีซับพลอตว่าด้วย สองพี่น้อง ERIC และ DEAN ทั้งคู่เพิ่งกลับมาจากเวียดนาม ERIC หลงใหลการรบจนตั้งใจจะกลับไปอีก โดยคิดว่า DEAN ผู้น้องจะไปด้วย แต่ DEAN ไม่ได้คิดเช่นนั้น

หนังบอกเล่ากลายๆว่า ทั้งคู่น่าจะได้รับอิทธิพลทาทหารมาจากบิดาตน เมื่อ DEANตัดสินใจเผาหมายเกณฑ์ แล้ว ERICบอกว่า น่าเสียใจแทนพ่อ ใช่แล้วเขาทั้งคู่คือตัวแทนลูกหลานอเมริกันครั้งที่ยังเชื่อมั่นสุดจิตสุดใจว่าตัวเองเป็นตำรวจโลก การรบที่เวียดนาม เป็นการรบเพื่อชาติ

ในขณะเดียวกัน CHARLIE คนงานโรงฆ่าสัตว์สุดเพี้ยน ที่เอา THOMAS มาเลี้ยงดู ลงมือสังหารนายอำเภอ จากนั้นยึดเครื่องแบบ และ ปืนจากนายอำเภอ สองสิ่งซึ่งเป็นตัวแทนอำนาจ อยู่ในมือคนคลั่งที่ในที่สุดก็ใช้มันไปในทิศทางสุดสะพรึง

ต่อมา ERIC และ DEAN ประสบอุบัติเหตุและถูกจับตัวไปโดยนายอำเภอปลอม พวกเขาถูกจับมัดแล้วถามว่าใครกันที่ทรยศชาติด้วยการไม่ไปรบ !

เราอาจแทนค่าสงครามเวียดนามเป็นสงครามอื่นได้หรือไม่ สงครามเวียดนามคือการสอดมือยุ่งเกี่ยวขงอเมริกา ในนามของโลกเสรีประชาธิปไตย กับภัยหวาดระแวงคอมมิวนิสต์ ซึ่งในที่สุดได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นภัยที่อเมริกาเขียนเสือให้วัวกลัว ไม่ต่างจากการบุกอิรักในนามการต่อต้านการก่อการร้าย ซึ่ง เป็นการเขียนเสือครั้งใหม่ และครั้งใหญ่ อีกครั้งหนึ่งของโลก

ถ้าเช่นนั้น นายอำเภอ HOYT นายอำเภอจอมปลอมที่ที่แท้เป็นคนวิกลจริต จะเป็นใครไปเสียไม่ได้ นอกจากท่านบางคนผู้มีอำนาจในรูปแบบของตำแหน่ง ประกาศศักดาบ้าสงครามอยู่มานานหลายปี ถ้านี่คือการเสียดสี การเสียดสีด้วยการเป็นคนในตระกูล SAWYER อันวิปริตขึ้นชื่อมาสามสิบสองปีบนโลกเซลลูลอยด์ถือเป็นการเสียดสีที่เจ็บแสบเอามากๆ

และในตอนท้าย เมื่อ ตัวละครบุกเข้าไปช่วยเพื่อนตัวเองในบ้าน โดยการทำร้ายเจ้าบ้าน ซึ่งอาจทำให้นึกไปถึงเหตุการณ์ 11 กันยา นายอำเภอ HOYT และ เจ้า LETHERFACE ก็อาศัยสิทธิ์เต็มที่ในการจัดการ ผู้บุกรุก สถานการณ์ชวนคุ้นเคยเหมือนภาพข่าวในทีวีที่ย่อโลกทั้งใบให้เป็นแค่ โรงฆ่าสัตว์!

หนังจบลงอย่างหม่นมืดแบบที่คาดเดาได้ (เพราะนี่คือภาคก่อนหน้าภาคแรก) โดยตัวหนังมีความรุนแรงจะจะตาจนทำให้หนัง ( ฉบับแรกตัด) ติดเรท NC 17 ห้ามเด็กต่ำกว่าอายุ 17เข้าชม แม้จะหั่นฉากสยองออกไป เป็นสิบฉาก หนังก็ถือว่ารุนแรงมากๆอยู่ดี (ยกตัวอย่างเช่น การถลกหนังหัว เกี่ยวด้วยตะขอเหล็ก เป็นต้น! )

แม้เทคนิคการเขย่าขวัญของ JONATHAN LIEBESMAN จะอ่อนด้อยกว่า TOBE HOOPER (ซึ่งกลับมาเป็นPRODUCER) ตั้งแต่การขยายความมากเกินความจำเป็น (ในต้นฉบับนั้นไม่มีการเล่าเรื่องปูพื้นใดๆทั้งสิ้น ผลที่ได้รับคือเราไม่รู้อะไรเลยนอกจากเป็นพยานในการสังหารหมู่สุดหฤโหด และตกใจที่เด็กวัยรุ่นเหล่านั้นต้องตายลง) หรือการใช้ภาพแบบเลือดเป็นเลือด ไส้เป็นไส้ (ตัวต้นฉบับ อาศัยเทคนิคการตัดต่อเฉียบแหลม ด้วยการไม่ให้เห็นฉาก ของมีคมกระทบเนื้อเลย การตัดฉากแบบจะจะตาออกไปเพียงสามวินาที ยังผลให้คนดูต้องจินตนาการเองเมื่อเห็นเลือดย้อยหยด และมันไปไกลกว่าภาพบนจอหลายเท่า) หรือการสร้างบรรยากาศดิบเถื่อน (ซึ่งเป็นที่รู้กันว่า มีแต่ยุค เจ็ดสิบจริงๆเท่านั้นที่สามารถสร้างบรรยากาศดิบๆเถื่อนๆออกมาได้) แต่ตัวหนังก็ไม่ได้ออกมาเลวร้ายเลย อย่างน้อยสำหรับคอหนังสยองขวัญ

แม้ความสำคัญ ที่ทางของหนังสยองขวัญยังคงมืดดำและคลุมเครือเหมือนตัวหนัง แต่การดำรงคงอยู่อย่างยาวนานของหนวหนังเหล่านี้อาจทำให้เราต้องประเมินคุณค่ามันมากกว่าที่มันเคยได้รับมาก่อนในอดีต!

หมายเหตุ

สามารถหาอ่านบทความหนังสยองขวัญแบบ เต็มที่ สุดตีนได้ในFILMVIRUS 4 ฉบับ สางสำแดง ครับ

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

Very exiting!

#1 By เเนน (124.121.126.250) on 2007-04-28 01:17

7iilmfi

#2 By บี (125.24.167.200) on 2007-07-03 13:53

เป็นภาพยนตร์ทีเบาสมองเหมาะสำหรับเด็ก

#4 By ผู้ชม (125.26.234.10) on 2007-12-12 09:01

i love

#5 By mos (203.113.41.40) on 2007-12-16 14:05

หนังเรื่องนี้โหดได้ใจดี

#6 By ** (61.19.22.221) on 2008-02-01 13:47

หนังเรื่องนี้เด็กไม่ควรดูหันไปดูหนัง R ดีกว่า

#7 By nopza (61.19.66.65) on 2008-10-05 14:20

เหรอ

#8 By ไม่ระบุชื่อ (118.172.4.3) on 2009-12-28 17:05

เรื่องนี้สถุดยอด

#9 By nunny (125.26.243.170) on 2010-03-15 12:54

เรื่องมันสาหนุกจิงๆdouble wink เด็กClub_Za

#10 By nunny (125.26.243.170) on 2010-03-15 12:55

หนังสำหรับเด็ก big smile

#11 By ttt (124.122.24.54) on 2010-07-21 12:09

ดูมาแล้ว ชอบมากๆๆๆๆๆๆๆคับ

#12 By Ray (124.121.122.226) on 2010-12-11 00:56