ALIEN VS. PREDATOR: Whoever wins, we lose.

posted on 27 Sep 2006 09:29 by filmsick  in alienation

ดูหนังอย่างคนป่วย(การเมือง)

ภาพยนตร์เปรียบเทียบALIEN VS. PREDATOR ไม่ว่าใครชนะ เรานี่แหละคือผู้แพ้ (AUTHOR"S CUT)

++++++บทความนี้มีการเปิดเผยเนื้อหาของภาพยนตร์เพื่อเป้าประสงค์ทางการเมือง +++++++

สถานที่: นอกอวกาศ

ยานลำหนึ่งของมนุษย์ต่างดาวย้อนกลับมายังโลก ส่งรังสีสร้างพลังงานความร้อนมายังปิรามิดใต้น้ำแข็ง ด้วยเหตุผลอันลึกลับ

สถานที่ : ที่ไหนสักแห่งในขั้วโลก

จู่ๆดาวเทียมของมหาเศรษฐีท่านหนึ่งก็ปรากฏพบความร้อนที่ใจกลางก้อนน้ำแข็งของทวีปแอนตาร์คติก พิจารณาจากรูปแบบดูเหมือนว่าลึกลงไปใต้แผ่นน้ำแข็งมหึมานั้นมี ปิรามิดประหลาดซ่อนอยู่!!!!!!

เมื่อคิดได้ดังนั้นเขาจึงส่งสาสน์ (พร้อมเงิน) รวบรวมสมัครพรรคพวกอันเป็นมือดีในแต่ละเรื่องไม่ว่าจะเป็น การนำทางใต้น้ำแข็ง(มีผู้เชี่ยวชาญด้วย!) ประวัติศาสตร์ วิศวกรรมเคมี และทีมขุดเจาะ ทุกคนถูกเงินง้างให้มาร่วมเดินทางไปบนเรือล่องทะเลน้ำแข็งสู่ดินแดนสุดท้ายที่ไม่มีเจ้าของ

สถานที่ : ประเทศไทย

หลังการ รัด ปะ หาร ไปสามวัน ชายหนุ่มคนหนึ่งเกิดอาการเซ็งจิตในวันฝนตกเขาจึงขี่มอเตอร์ไซค์ตากฝนไปยังร้านเช่าใกล้บ้านเลือก เอาหนังที่ห่วยที่สุด เรื่องหนึ่งมาดูแก้เซ็งจิตในวันฝนตก พลันสายตาเขาเหลือบเห็นหนังภาคต่อๆ (หมายถึงภาคต่อของภาคต่อ) ที่เป็นหนัง รวมมิตรสัตว์ประหลาดสยองโลก ที่เคยสะเทือนวงการมาแล้ว มาปะทะกัน อาจเพราะความห่วยของเฟรดดี้ ปะทะ เจสัน สองปีศาจโรคจิต ซึ่งเคยมาเหาะเหินเดินอากาศปะทะกันจนเขาเสียศูนย์ไปครั้งหนึ่ง ก็เป็นกันได้ คืนนี้เขาจึงเลือกหยิบ หนังเรื่องที่มี ALIEN มาตบตี กับPREDATOR สำหรับคืนฝนตกแสนเซ็งคืนนี้

กลับมายังขั้วโลกเหนือ

หลังจากมาถึงพวกเขาว่ามีหลุมขนาดยักษ์รออยู่แล้วโดยไม่ต้องขุดเจาะ ทีมสำรวจจึงลงไปโดยไม่ได้เฉลียวใจว่ามีสิ่งใดรออยู่

และข้างใต้นั้น พวกเขาพบปิรามิดของชาวแอชเทคโบราณ ที่จะมีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งแห่งที่ทุกสิบนาที แต่ที่สำคัญคือข้างใต้นั้น มีห้องบูชายัญประหลาดของชาวอียิปต์โบราณ บูชายัญใคร บูชายัญอะไร คาดเดาได้ไม่ยากนัก

แล้วสัตว์ต่างดาวเจ้า PREDATORก็ลงมายังปิรามิด ซึ่งมีร่องรอยว่าพวกเขาคือผู้พิทักษ์ และเทพเจ้า หรือสัตว์ร้ายที่ต้องส่งมนุษย์ไปบูชายัญนั้นไม่ใช่ใครอื่นหากคือราชินีเอเลี่ยนนั่นเอง!

สถานที่: โรงภาพยนตร์ทั่วโลก

ปี1979 ALIEN ภาคแรกออกมาอาละวาด ด้วยฝีมือ ของ RIDLEY SCOTT (GLADIATOR , BLADE RUNNER )บนจอใหญ่ หนังว่าด้วย ทหารหญิง ริบหรี่ (จริงๆเธอชื่อ RIPLEY) ที่ทำงานในกระสวยอวกาศเกิดโคจรลงผิดดาว และพบกับ สัตว์ประหลาดต่างดาว นาม ALIEN ที่ไล่ฆ่าลูกเรือจนหมด เหลือเธอสู้อยู่สำพังแต่เอาชนะได้ หากก็อุ้มท้องเอเลี่ยนน้อยไว้ในท้องขณะหลับใหลไปในแคปซูลอวกาศ ภาค ต่อมา (โดย JAMES CAMERON ผกก. TITANIC ) เธอโผล่มาลงที่ที่น่าจะเป็นโลก แล หอบหิ้วเด็กหญิงคนหนึ่งหนีตายจากราชินีเอเลี่ยนสุดสยอง (ภาคนี้มีบังคับหุ่นยนต์สู้กันด้วย) ก่อนที่ภาค 3 (โดย DAVID FINCHER ที่ต่อมาทำ SEVEN และ FIGHT CLUB) ริบหรี่ถูกส่งไปคุกที่สุดขอบโลก โดนโกนหัวและเกือบตกเป็นเหยื่อกามของนักโทษชาย แต่กลับนำทัพนักโทษสู้กับเอเลี่ยนที่ราวีไม่เลิก ส่วนภาค 4 ( JEAN PEIERE JEAUNET ก่อนทำ AMELIE) นั้นเธอต้องเจอกับเอเลี่ยนและแอนดรอยด์สวยโคตร(เพราะ แอนดรอยด์คือ WINONA RYDER)

ปี1987 หลายปีหลังALIEN และริบหรี่ตีกัน ทหารล่ำนายหนึ่งพร้อมพรรคพวกก็ถูกส่งเข้าไปปฏิบัติการในป่า ที่นั่นพวกเขาพบพานกับการฆาตกรรมโหดที่หาฆาตกรไม่ได้ก่อนที่จะพบว่า ที่หาไม่เจอเพราะฆาตกรคือมนุษย์ต่างดาวที่ล่องหนได้! และมันถูกส่งมาเพื่อฆ่าไม่เลือก แต่แน่นอนเพราะพระเอกคือพี่ล่ำ ARNOLD SCHWARZENEGGER สัตว์ประหลาดต่างดาวก็ต่างดาวเถอะตายไปตามระเบียบ ใน PREDATOR (กำกับโดย JOHN McTEIRNAN ) ก่อนที่จะกลับมาอาละวาดอีกครั้งแต่เปลี่ยนจากป่าดงดิบเป็น Los Angeles แทน

และในปี 2005 หลายปีหลังจากภาคล่าสุดของหนังทั้งสองเรื่อง นักทำหนังหัวใสก็เกิดปิ๊งไอเดียตีหัวเข้าบ้านด้วยการจับ สองสัตว์ประหลาดต่างดาวตัวแสบมาเจอกันเสียเลย และผลลัพทธ์ของมันก็คือหนังเรื่องนี้

เอาเข้าจริงๆแล้วมันอาจเปล่าประโยชนที่จะค้นหา เนื้อหาสาระอันเป็นจริงเป็นจัง หรือศิลปะภาพยนตร์จากหนังเรื่องนี้ เนื่องด้วยนี่คืองานภาพยนตร์เพื่อการพาณิชย์อย่างแท้จริง (เว้นแต่ว่างานกำกับศิลป์ในการสร้างปิรามิดของหนัง ที่ทำออกมาได้น่าสนใจมาก) บทหนังอ่อนยวบ การแสดงแข็งๆ(แต่ยังไงก็ไม่ต้องทำอะไรมากกว่าการทำหน้าเหวอ และวิ่งหนีสัตว์ประหลาด) แต่เนื่องจากภาพยนตร์ไม่ได้สามารถวัดความน่าสนใจได้จากดานในด้านหนึ่งเพียงด้านเดียว ดังนั้นเอาเข้าจริงหนังเรื่องนี้ก็มีอะไรน่าสนใจไม่น้อย ยิ่งเมื่อนำมาเปรียบเทียบด้วยบริบทของสังคมไทยในปัจจุบัน (ซึ่งเราจะละไว้ในฐานที่ไม่เข้าใจ)

ในหนัง ตัวละครหลักของเราจู่ๆก็ไหลลงไประหว่างสงครามของสัตว์ประหลาดสองเผ่าพันธุ์ แต่เมื่อช้างสารบกัน หญ้าแพรกก็แหลกลาญ ตัวละครจึงถูกเก็บทีละคนจากทั้งALIEN และ PREDATOR จนกระทั่งในที่สุด ตัวละครหลักที่เหลือกันแค่สองคนสุดท้ายตัดสินใจว่า ในที่สุดก็ต้อง-เลือกข้าง-เพื่อเอาตัวรอด ตัวละครเลือกฝั่ง PREDATOR เข้าประหัตประหารเคียงบ่าเคียงไหล่กันเพื่อสู้กับราชินี ALIEN ตัวร้ายและเอาชนะมันได้ในที่สุด หลังจากปราบALIEN สำเร็จ PPEDATOR ยอมรับนับถือมนุษย์ ยาวอวกาศร่อนลงมาจากฟ้ารับPREDATOR ขึ้นไป ไว้ชีวิตมนุษย์ให้ดำรงคงอยู่อย่างปกติสุข

ฟังดูโรแมนติคราวดอกไม้บนปลายปืน แต่บัดเดี๋ยวก่อน ดูเหมือนเราจะข้ามตอนสำคัญของหนังไปเสียแล้ว!

ลองถอยหลังกลับไป และถอยหลังออกมาดูเรื่องนี้ทั้งหมดใหม่ ฉากหนึ่งตัวละครในหนังค้นพบจารึกโบราณเกี่ยวกับที่มาที่ไกของปิรามิด ที่น่าตะลึงยิ่ง

เพราะที่แท้ปิรามิดนั้นไม่ได้ถูกสร้างโดยมนุษย์ มันถูกสร้างขึ้นโดย PREDATOR มนุษย์ต่างดาว ที่ยึดครองโลกนี้อยู่ ปิรามิดแห่งนี้คือเทวสถานที่สัตว์ต่างดาวสร้างขึ้น ใช้กำลังที่เหนือกว่ากดข่มให้มนุษย์สยบยอม เท่านั้นยังไม่พอ มนุษย์ในอดีตยังต้องเลือกหนุ่มสาวไปสังเวยบูชายัญแก่เทพเจ้าที่สิงสถิตในปิรามิดอีกต่างหาก และที่แท้เทพเจ้านั้นหาใช่อื่นใดไม่ หากคือ ราชินีเอเลี่ยนนั่นเอง

ถ้าเช่นนั้นก็เท่ากับว่า PREDATOR และ ALIEN มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกัน !!!

ลึกลงไปกว่านั้น ที่แท้แล้ว ราชินี ALIEN ถูกจับมาขังไว้ที่นี่ เพื่อผลิต ลูกๆALIEN ของหล่อน โดยมี มนุษย์ตาดำๆ เป็นแหล่งเพาะเชื้อ และหลังจาก ALIEN โตเต็มที่ หน้าที่ของพวกมันก็ไม่ใช่อะไรเลย นอกจาก ใช้เป็นแหล่งฝึกของทหารPREDATOR!

พูดให้ง่ายเข้า พวก PREDATOR ใช้โลกนี้เป็นสมรภูมิจำลอง กวาดต้อนผู้คนด้วยอำนาจแห่งกำลัง ให้มาสวามิภักดิ์ สถาปนา ALIEN เป็นเทพเจ้าให้คนหวาดกลัว เลือกคนมาตายเพื่อใช้เป็นแหล่งบ่มเพาะALIEN สำหรับฝึกกำลัง โดยการปราบALIEN !!!

สถาณการณ์ในหนังช่างน่าตะลึงสิ้นดี !!!!

เมื่อแทนที่ชาวประชาตาดำๆ อย่างเราๆท่านๆ เข้าไปในกลุ่มทีมสำรวจ ใช่หรือไม่ว่าที่แท้เราตกอยู่ภายใต้เกมอำนาจของสัตว์ประหลาดสองชนิด ซึ่งที่แท้มีสายใยเกี่ยวพันลึกซึ้งเกื้อหนุนและทำลายกันและกันอยู่ ถูกต้องแล้ว ที่เราจำเป็นต้องเลือกข้างใดข้างหนึ่งเพื่ออยู่รอด แต่ใช่หรือไม่ไม่ว่าเราเลือกข้างไหน ไม่ว่าทำอะไรทั้งสองข้างล้วนที่แท้เห็นเราเป็นผักปลาทั้งสิ้น!

แน่นอน หนังไม่ได้จบลงอย่างโหดร้าย เหมือนกับโลกนอกจอ หนังบอกกับเราว่าในที่สุด เราก็เป็นมิตรกับPREDATOR ได้ แม้มันจะทิ้งรอยบากไว้บนหน้าเรา (เพื่อแสดงความเป็นนักรบ! แสดงความเป็นมิตร! หรืออะไรก็แล้วแต่ ) PREDATOR อำลาจากไปในยานรบนอกโลก และมนุษย์รอด เช่นนั้นนี่คือการตอกย้ำความจริงนอกจอที่เราต้องเลือกข้างกระนั้นหรือ

เซบาสเตียน ตัวละคร นักประวัติศาสตร์คนหนึ่งย้ำกับ อเล็กซ์ หนึ่งเดียวที่รอดตายว่า อย่าให้มันขึ้นไปข้างบน - ไม่เช่นนั้นทุกคนจะตายหมด - อเล็กซ์อาจจำเป็นให้มันขึ้นไปได้ชนิดหนึ่ง และนับเป็นโชคที่มันไม่ทำร้ายเธอ (แต่นั่นเพราะเธอเลือกจะอยู่ข้างมัน) อเล็กซอย่างไรเสียก็ต้องจำไว้ว่า ทั้งหมดที่เกิดขึ้นนี้ ล้วนมาจาก PREDATOR ทั้งสิ้น ! แต่บางทีเธอออาจจะลืม และบางทีเธออาจไม่เคยจดจำ ไม่เป็นไร หวังว่าแผลเป็นบนหน้าเธอจะสอนเธอ!

หนังจบลงตามแบบของหนังสัตว์ประหลาด เชื้อชั่วไม่ยอมตาย ฝังอยู่ในร่างของPREDATOR ตัวหนึ่ง และทะลุออกมานอกท้อง พร้อมจะสร้างภาคต่อเสมอเช่นที่เป็นมาในหนังทุกเรื่อง

หรือว่าที่แท้แล้ว เชื้อชั่วไม่ยอมตายนั้นมีอยู่จริง!

หนังตีหัวเข้าบ้านเราอย่างเพลิดเพลินจำเริญใจ ด้วยการปล่อยฉากเด็ดๆ จากหนังแต่ละเรื่องเต็มที่ ทั้งฉาก ตัวอ่อนเอเลี่ยนที่เหมือนแมงมุม ฉากเอเลี่ยนทะลุท้อง ฉาก PREDATOR ฆ่าคนล่องหนแบบเลือดสาด และตาข่ายคร่าวิญญาณของPREDATOR

ฉากเหล่านั้น เป็นความละลานตา ของการฆ่าที่คนดูพากันเพลิดเพลินจำเริญใจ จนบางทีอาจลืมสงสัยว่าที่เรากำลังนั่งดูคือหนังที่เต็มไปด้วยความรุนแรงและการฆ่า

ไม่มีประเด็นพิเศษใดๆในหนังเรื่องนี้ แต่เพราะเราไม่อาจตัดสินคุณค่าภาพยนตร์ได้ง่ายๆจากรูปแบบ เนื้อหา หน้าหนัง หนังห่วยในที่หนึ่งอาจมีบริบทที่น่าศึกษาในบางแง่มุม และในอีกทีหนึ่งมักอาจก่อการปฏิวัติได้ ภาพยนตร์แต่ละเรื่องอาจมีอำนาจละไปได้ไกลกง่าที่เราประเมินมันไว้ เพียงเราเลือกใช้กรอบการมองคนละอันเท่านั้น และสำหรับหนังเรื่องนี้ที่น่าสนใจมันคือการตอกย้ำเรื่องเล่าคลาสสิคของสังคมมนุษย์โลกนี้ขับเคลื่อนด้วยเกมอำนาจของผู้ปกครอง และเราทุกคนเป็นเพียงมดปลวก ที่ไม่ว่าจะเลือกข้างไหน ไม่ว่าใครจะชนะ เรานี่แหละคือผู้แพ้!!!!!!!!!!!!!!

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

แม่ๆๆๆๆๆๆเ้จ้าโว้ยยยยย ยังกะรู้ล่วงหน้าว่าบ้านเมืองจะเกิดอะไร..
ตอนแรกนึกว่าแค่การนี้เพื่อพานิชย์...แต่ที่แท้มีในยะะะะะะะะะะะะะะ555555สามคาน...

#1 By rafilmstruck on 2006-09-27 09:43

เหล่าจอมพล จากต่างดาว นอกเหนือสภาพการควบคุม
เผ่าพันธุ์สามัญปีศาจเพาะเชื้ออันน่าสะพรึงและทรงพลัง (ยั้วะเยี้ยะ)

ข้างที่เราเลือก คนที่เหลือรอด รอยบากที่ใบหน้า
มันบ่งบอกในหนังที่จัดว่าห่วยได้ยังไงกัน

ความห่วย ถ้าแลกมาด้วยการซ้ำ การวกวน ความคุ้นชิน งั้นมองใหม่ (ก็ได้)

ความคิดของพี่เข้าขั้นวิกฤติแล้วนะฮะ
แต่เออ เจ๋งดี ไม่มีไรมากหรอกฮับ

แค่จะเข้ามาอ่าน แต่พอดี (แม่ง)โดน
กับสถานการณ์บ้านเมือง

แล้วมันทำให้เราเข้าใจย้อนกลับไปนิดๆ
เมื่อตอนดูหนังเรื่องนี้จบ ว่าจริงๆแล้ว P
เมื่อยอมคุยกับเรา ให้เราอยู่ข้างด้วย
เขายอมเปิดหน้ากาก!! ให้เห็นว่าความชั่วร้ายไม่ได้ไม่มี

หากแต่กล่อมจิตใจให้เห็นว่า มิตรภาพ มีจริง
เป็นการตลาดที่ได้ผลนิดนิดเช่นกัน

สุดท้ายแล้วเมื่อการเวลาผ่านไปจนเสถียรแล้วในบ้านเมืองจะมีใครหรือเปล่านะที่ยอมเปิดเผยความจริงภายใต้หน้ากากที่ทุกคนก็ต่างมี.. ..

ผมคนหนึ่งล่ะ ที่ขอสวมไว้ดีกว่า

#2 By Iche' on 2006-09-27 11:01

อืม เรื่องนี้ไปดูในโรงมาเหมือนกัน
พอเอามาวิเคราะห์ ก็ตรงกับบ้านเราตอนนี้พอดี

เอเลี่ยนตีกะ พรีเดเตอร์
ที่ลำบากก็คนเรา ตาดำๆ

#3 By namwarn on 2006-09-27 11:05

เราเป็นเพียงมดปลวก เหมือนอยู่ตามลำพังในโลกใบใหญ่ๆ ยังไงไม่รู้
ชอบบทความชิ้นนี้ครับ

และขอแจ้งข่าวหน่อยครับว่าตอนนี้ผมเริ่มอัพเดทเว็บล็อกของตัวเองแล้ว อาจจะแตะสถานการณ์ปัจจุบันอย่างบาง ๆ หน่อย แต่ต่อไปจะแตะให้หนักมากขึ้น
เชิญคุณ filmsick เข้าไปอ่านได้นะครับ

#5 By คนมองหนัง on 2006-09-27 13:09

ใช่แล้วครับ เราแค่มดปลวกจริงๆ

#6 By นายมาแล็ง on 2006-09-27 13:41

ยาวมาก ๆ แต่ก็นำมาผูกเรื่องได้น่าติดตามมาก ๆ ครับ

#7 By เจ้าชายน้อย on 2006-09-27 16:13

55555555+
เข้าใจเปรียบนะ
ระวังนะคุณ
ระวังจะโดนจับ!

#8 By sofa on 2006-09-27 17:30

ขอถามครับ

-ที่ไหนซักแห่งในขั้วโลก-

สถานการณ์เยี่ยงนั้น อยากให้คุณ filmsick ช่วยคิดทางออกให้มนุษย์หน่อยครับ

-ที่ประเทศไทย-

ผมมองว่ามันคนละกรณีกับในหนัง เพราะเราไม่ได้ตกอยู่ในสถานการณ์ให้เลือกระหว่าง รัฐประหาร-เลือกตั้ง หรือ พลเอกสนธิ-ทักษิณ เลยแม้แต่น้อย หากแต่อยู่ในภาวะเลือกระหว่าง เอา-ไม่เอาทักษิณ ต่างหาก

หากบ้านเมืองปกติคงไม่มีใครออกมาเรียกร้องให้ทหารออกมายึดอำนาจ ฉีกรัฐธรรมนูญ กฎหมายศักดิ์สิทะที่บรรพบุรุษยอมเสียเลือดเนื้อแลกมันมาหรอกนะครับ

แต่ขณะนี้ประชาชนชาวไทย 2 ขั้วความคิดกำลังเกิดการเผชิญหน้า ฝ่ายรัฐบาลนอกจากไม่หาทางระงับกลับขนผู้สนับสนุนมาชน, ปัญหามากมายไม่ได้รับการแก้ไข, การคอรัปชันที่ไม่ได้รับการสะสาง

แลวทหารก็ออกมา คนส่วนใหญ่รู้สึกโล่งใจเพราะอะไรที่มาคาราคาซังจะได้หมดไป ประเทศชาติจะได้เดินไปในทางที่ถูกที่ควรเสียที

แบบนี้ผิดด้วยหรือครับ

#9 By Highwind on 2006-09-28 10:58

เรียนตอบคุณ highwind

สำหรับตัวหนังนั้น ผมเดาว่าจริงๆแล้วทางออกนั้นหามีไม่ครับ ไม่ว่าทางใดในที่สุดมนุษย์ก็เป็นเพียงเครื่องเล่นเท่านั้นเอง
เพราะตอนที่หนังจบเป็นแค่ตอนจบในหนังไม่ได้บอกว่าเป็นตอนจบจริงๆของเรื่องนี้

ส่วนสำหรับประเทศไทยนั้น
ถ้าได้อ่านบทควาทั้งหลายที่ผมแปะมาตลอดนับแต่วันที่ 19 จนถึงวันนี้ และต่อไปในอนาคต
นั่นคือสิ่งที่ผมคิดเกี่ยวกับเหตุการร์ทั้งหมด หากอ่านอย่างละเอียด และเป็นธรรม จะพบ ทั้งคำถาม ข้อสงสัย และทางออกของปัญหาทั้งมวล
ทั้งนี้จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็สุดแท้แต่ใจคุณ เพราะผมเชื่อมั่นว่า เราทุกคนมีสิทธิ์ที่จะคิดอย่างเสรี และสิ่งนี้ไม่มีอำนาจใดจะช่วงชิงไปได้ครับ

ขอบคุณที่แวะมาอ่านครับ

#10 By filmsick on 2006-09-28 12:37

พูดถึงเรื่องบทความที่คุณ filmsick นำมาแปะไว้ ผมคนหนึ่งล่ะตามอ่านอ่านมาโดยตลอด

หนึ่งในนั้นมีหลายอันที่ผมคิดว่ามีมุมมองที่ดีและเป็นประโยชน์ ขณะเดียวกันก็มีบางบทความที่ผมหาประโยชน์ไม่เจอนอกจากการแสดงความคิดเห็นที่ว่าไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหาร บางบทความถึงขนาดต่อว่าคนที่เห็นด้วยกับการรัฐประหารว่าเป็นไร้ความเป็นประชธิปไตย

ประเด็นสำคัญที่ผมอยากจะขอถามตรงนี้ก็คือ

- คนที่มีความเห็นต่างผิดถึงขนาดต่อกล่าวหาว่าเขาเป็นคนแบบนั้นแบบนี้ไปต่าง ๆ นานาหรือไม่

- แทนที่นักวิชาการ-ผู้มีความรู้มากมายทางการเมือง-จะมัวแต่มาบอกว่าการปฏิวัติดีหรือไม่ดีอย่างไร เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยอย่างไร ช่วยกันระดมสมองหาทางออกให้ประเทศดีกว่าหรือไม่

- ตรรกะที่ว่าการเลือกตั้งคือคำตอบของปัญหาทุกอย่างถูกต้องหรือไม่

- ข้อสุดท้าย...จะทำอย่างไรให้วงจรอุบาทว์แบบนี้หมดจากประเทศไทยเสียที (ผมก็เบื่อเหมือน ๆ คุณ filmsick นั่นแหละครับ)

ปล. ผมคนหนึ่งล่ะที่รู้สึกโล่งใจที่ทหารออกมารัฐประหาร แต่ไม่ได้หมายความว่าผมเห็นด้วยกับคณะปฏิรูปฯ ตอนนี้ยังตัดสินอะไรไม่ได้หรอกนะครับ นอกจากใช้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์

#11 By Highwind on 2006-09-28 13:26