WEEKEND OF SHORTS
posted on 24 Aug 2006 00:18 by filmsick in FILMFLU
จัดมาสิปปีเพิ่งได้ไปร่วมงานปีนี้เองครับ ดูไปดูป ตื่นตาตื่นใจกับหนังที่ได้ดูมากๆเลยแฮะ
และนี่คือความคิดเห็นที่มีต่อหนังสั้นทั้งหมดที่ได้ดูในเทศกาลนี้ครับ
OPENING FILM
1.ข.ไข่ (ทรงยศ สุขมากอนันต์ ) 10 min
หนังเล่าเรื่องของเด็กน้อยคนหนึ่งที่เล่นเพลินจนลืมขึ้นรถโรงเรียนกลับบ้าน เขาจึงนั่งรถเมล์สายมั่วออกไปนอกเส้นทางที่รู้จัก ก่อนที่เด็กน้อยจะตามชายแปลกหน้าคนหนึ่งขึ้นรถไป
หนังสร้างบรรยากาศคลุมเครือชวนหวาดผวาได้ไม่เลวเลยทีเดียวจนกระทั่งเรื่องเดินมาถึงตอนจบที่ดูเหมือนจะจบลงแบบปกติ แต่ความคลุมเครือในเรื่องของ ไข่- กลับทำให้หนังที่ดูเหมือนจะจบง่าย กลายเป็นชวนขนหัวลุกไป ชอบตอนจบของหนังมาก
2. CITY PARADISE ( GAELLE DENIS ) 6min
หนังอนิเมชั่นจากอังกฤษที่มีภาพและเพลงเปรี้ยวมากๆ เกี่ยวกับหญิงชาวญี่ปุ่นและกรุงลอนดอน
GRACELAND อ่านในโปรแกรมของคุณ อโนชาครับ
3.สิ่งที่เคลื่อนไหว (สุวรรณ ห่วงศิริกุล ) 90 min
หนังยาวของคุณสุวรรณ อดีตนักทำหนังที่ผันตัวเองไปขายเสื้อผ้าที่หาดป่าตอง จังหวัดภุเก็ต หลังเกิดเหตุสึนามิ คุณสุวรรณ หันมาจับกล้องอีกครั้ง ด้วยหนังสั้นเรื่อง หิ่งห้อย สำหรับ โครงการหนังสึนามิ ก่อนที่ฟุตเตจอื่นๆจะคลี่คลายมาเป็หนังยาวเรื่องนี้
หนังเล่าเรื่องด้วยท่วงท่าของสารคดี โดยแบ่งตัวเองออกเป็นสองช่วง ในช่วงแรก หนังพาเราไปดูบรรยากาศของหาดป่าตองหลังเกิดสึนามิไม่กี่วัน ภาพซากปรักหักพังของเมือง และผู้คน คลอไปกับเสียงบรรยายของตัวผู้กำกับ (ซึ่งเป็นหนึ่งในเหยื่อเหตุการณ์นี้ ) ตัดสลับกับภาพของเด็กๆที่ออกมาเล่นที่ชายหาดหลังเหตุการณ์ผ่านพ้น ก่อนที่ช่วงที่สอง หนังใช้ชื่อสุดขอบฟ้า พาเราตามหาสุดขอบฟ้าไปพร้อมๆกับชีวิตประจำวันของ ชาวประมงเกาะพระทอง
การแบ่งหนังออกเป็นสองช่วง คล้ายกับเป็นการแบ่งระหว่างคนเมืองกับคนเล ที่ต่างดิ้นรนที่จะรื้อฟื้นชีวิตขึ้นมาอีกครั้งหลังเหตุการณ์ผ่านพ้น เสียงบรรยายของผู้กำกับอาจ โศกเศร้า เจ็บปวดและตั้งคำถาม ถึงการมีชีวิต แต่ภาพที่ฉายให้เห็นกลับเป็นภาพของเด็กน้อยที่ออกมาเล่นน้ำทะเล (ฉากหนึ่งเธอยังคงเล่นน้ำท่ามกลางเสียงหวูด) ภาพของงานวันเกิด ภาพของชาวพม่าที่กำลังรื้อข้าวของ และภาพการฟื้นคืนของเมืองภูเก็ต ในขณะที่ในครึ่งหลัง ผู้กำกับไม่ได้ทำหน้าที่บรรยายอีกต่อไป เขากลายเป็นเพียงผู้เดินทางเข้าไปถามหา สุดขอบฟ้า- และพาเราพเนจรไปกับชาวเรือ มองดูพวกเขาหาปลา เก็บด้วงมะพร้าว ใช้ชีวิตโดยแทบไม่เหลือร่องรอยเจ็บปวดใดๆอีก เพียงใช้ชีวิตสืบไปเท่านั้น
หนังอาจไม่ได้เป็นสารคดีอันสมบูรณ์ แถมยังเจือตัวตนของคนทำลงไปจนกลายเป็นความพยายามเร้าอารมณ์ แต่ในฐานะบทบันทึก สิ่งที่เคลื่อนไหว หลังจากการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ ของท้องทะเล หนังก็ทำให้เราเห็นแง่งามหลังความโหดร้ายได้ไม่เลวทีเดียว
DIGITAL MOMENTUM
4. PATTERN OF TRANSCENDENCE (จักรวาล นิลธำรงค์ ) 49 min
วิญญาณดวงหนึ่งหลุดลอยจากร่างของชายชรา ไปสู่นักมายากล เคลื่อนไหวไปสู่สิ่งต่างๆมากมาย ผู้ชาย เด็ก ลิง และสรรพสิ่งอันมากมายซึ่ที่แท้ก็คล้ายกับความฝันของพระพรหมในตำนานฮินดุเก่าแก่ พระพรหม หลับแล้วฝันว่าเป็นเจ้าชาย เจ้าชายหลับฝันว่าเป็นพระราชา พระราชาฝันว่าเป็นช้าง เป็นผึ้ง เป็นสิ่งต่างไปไม่รู้จบ
หนังเต็มไปด้วยอารมณ์ล่องลอยหลอกหลอน หยิบเอาแรงบันดาลใจจากตำนานในศาสนาฮินดูมาต่อยอดให้เป็นเรื่องราวที่ส่งต่อกันไป ย้ำประเด็นการเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน ดังเช่นความเชื่อใน พรหมมัน
ในศาสนาคฮินดู พวกเขาเชื่อใน พรหมมัน ว่าทุกสรรพชีวิต ล้วนมุ่งหมายไปสู่พรหมมัน และมีพรหมมันอยู่ในทุกสรรพสิ่ง หรือพูดง่ายๆว่าสรรพสิ่งล้วนเชื่อมโยงถึงกัน เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เราเป็นส่วนหนึ่งของพระเจ้า ของดอกไม้ ของแผ่นดิน อาตมัน อันหมายถึงตัวตนของเรา จะแบ่งแยกเรา แต่เราจะต้องละอาตมัน ไปสู่พรหมมัน
และหนังเรื่องนี้บอกเล่า รูปแบบ ของ พรหมมัน ผ่านทางเรื่องเล่าของดวงวิญญาณ จากร่างชายชราไปสู่นักมายากล หลุดเข้าไปในการปฏิสนธิ (ฉากสุดหลอน ที่ใช้ภาพอนิเมชั่นแทนสเปิร์ม และแสงหลอนแทนไข่ และการปฏิสนธิ) ก่อนจะกลายเป็นลิง ในศาลพระกาฬ (ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมภายใต้ความเชื่อฮินดู) และมีหญิงชายคู่หนึ่งขอลูกจากศาลถือกำเนิดไปเป็นเด็กชายผู้หนึ่ง และโตขึ้นเป็นคนหนุ่มคนหนึ่ง ก่อนที่ทั้งสามคน (ชายชรา นักมายากล และคนหนุ่ม )จะมาพบกันในฉากสุดท้ายของเรื่อง ซึ่งการตระหนักถึงการมีอยู่ของผู้คนทั้งหมด (นับรวมชายล้างรูปซึ่งอาจคือตัวแทนของผู้กำกับหนังเรื่องนี้) ทำให้ทุกคนกลายกลืนเป็นคนคนเดียวกัน
5. โลกปะราชญ์ (นนทวัฒน์ นำเบญจพล , อาทิตย์ พันธุ์นิกุล) 90 min
สเกตบอร์ด กับดนตรี คือพลังขับเคลื่อนของหนังความยาว 90 นาที ที่ติดตามกลุ่มskater ชาวไทย นาม preduce ออกไปดูโลกของ skater โลกที่เราอาจจะไม่เคยเห็นมาก่อน
หนังแบ่งตัวเองตามลีลาเสกตของแต่ละคน ควบไปกับเพลงต่างๆ ซึ่งทั้งหมดประยุกต์มาจาก วิดีโอเสกตของต่างประเทศ แต่ผู้กำกับนำมาสอดแทรกควบคู่ไปกับเรื่องการล้มลุกคลุกคลาน ทั้งทางภายภาพ และทางการดิ้นรนหาพื้นที่ของตนในสังคม แม้หนังจะขาดประเด็นเจาะลึกลงในชีวิตนักเสกต แต่ภาพกับเพลง ก็ชักนำให้หนังไม่น่าเบื่อจนเกินไป และยังทิ้งประเด็นน่าสนใจเกี่ยวกับ ความถูกต้อวงของการใช้สถานที่ และการไม่ได้รับการเหลียวแลในฐานะอาชีพ ซึ่งมีแง่มุมให้นำมาขบคิดต่อได้
หนังประกวดช้างเผือกพิเศษ
6.คำตอบสุดท้าย (ศุกลภัทร ประสงค์ทรัพย์ ) 4.20 min
7.ความเชื่อ ( ศตวรรษ พัฒนมงคล) 18 min
8.เท่ากับที่เดิม ( ปทิตตา ฮุนตระกูล) 7 min
9.ก้อเหมือนเดิม (เปรมปพัทธ ผลิตผลการิมพ์ ) 22 min
หนังเล็กๆที่ว่าด้วยเหตุการ์อันบังเกิดขึ้นซ้ำไปซ้ำมาของเด็กชายคนหนึ่งที่อยู่บ้านคนเดียว และหมกมุ่นกับการอยากไปทะเล หนังปล่อยให้เหตุการณืเกิดซ้ำไปซ้ำมาจนราวกับว่าไม่เคลื่อนคืบหน้าไปไหน แล้วก็ลงเอยเช่นนั้น โดยไม่มีความเปลี่ยนแปลงใดๆ เกิดขึ้น
ชอบหนังเรื่องนี้มาก เพราะ แม้หนังจะดูอ่อนด้อย ในแง่มุมทางเทคนิค แต่การ ที่เด็กๆจะคิดทำหนังเกี่ยวกับเหตุการณ์ซ้ำๆทำให้ผมรู้สึกทึ่งมากทีเดียว
10.Take a massage ( เมธัส ฉายชยานนท์ ) 17 min
เรื่องเล่าของหนุ่มสาวคู่หนึ่งที่สื่อสารกันผ่านวีซีดี เป็นหนังรักน่ารัก ที่หักมุมได้น่ารักดี
11.เสี่ยว ( ระพีพรรณ สีทอง) 15.20 min
หนังเล่าเรื่องของเพื่อนสามคน สองคนเข้าไปทำงานในกรุง แล้วกลับมาเยี่ยมบ้านเก่า จากนั้นไปเดินเล่น ไปก่อกองไฟ กลับไปใช้ชีวิตร่วมกัน
หนังเต็มไปด้วยภาพสวยสดงดงามของยามเช้าและยามสนธยา โดยที่แท้แล้วแทบไม่มีเนื้อเรื่องเลย ภาพ การตักบาตร การผิงไฟ การเล่นต้นหญ้านกบินกลับรัง เป็ดลงเล่นน้ำ สร้างบรรยากาศอุ่นสบายและเป็นมิตร โดยไม่ต้องเร้าอารมณ์ใดๆ เป็นการทำหนังแบบ เงียบ นิ่ง น้อย ที่น่าตกใจว่าคนทำยังไม่จบม. 6
ชอบหนังเรื่องนี้มาที่สุดในสายประกวดสายนี้ครับ
12.ปัญหา (รัตนินทร์ ใจเพชร) 10 min
13.MY BEST FRIEND : SILENT AND NOISE (พิชย จรัสบุญประชา) 7min
เรื่องของเด็กที่ไม่มีเพื่อนเล่นในสนามเด็กเล่น
หนังสวยเก๋เท่ดี และแทบจะมีเท่านั้นจนถึงตอนจบเมื่อหนังให้เราเห็นว่า best friend คือสิ่งใด การขยับขาเล็กน้อยของเด็กชายตัวเอก เป็นการเล่นที่ทำได้เจ๋งดี
ภาพยนตร์สั้น โดย อโนชา สุวิชากรพงศ์
14.FULL MOON (อโนชา สุวิชากรพงศ์) 15 min
หนังว่าด้วยเรื่องของ เพื่อนสามคนที่เดินทางไปเที่ยวfull moon ด้วยกัน และนั่นทำให้ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสามเปลี่ยนไปชั่วนิรันดร์
คุณอโนชาทำหนังเรื่องนี้ตอนปีหนึ่งเล่าเรื่องแบบ road movies ตรงไปตรงมาและสนุกสนาน ชอบฉาก -แกมันพวกพระจันทร์ไม่เต็มดวง- และมุก ลีโอนาร์โด อย่างรุนแรง
15.GHOST (อโนชา สุวิชากรพงศ์) 35 min
หนังสั้นเรื่องที่สองซึ่งว่าด้วยเรื่องของการสัมภาษณ์ดาราคนหนึ่วงที่กำลังแก่ตัวลง โดยเธอจะได้รับเลือกมาเล่นหนังเกี่ยวกับดาราที่กำลังแก่ตัวลง แต่ครึ่งหลังหนังกลับกลายมาเป็นชีวิตของผู้กำกับหนังที่เธอไม่ได้กำกับเพราะล้มเลิลงกลางคัน เธอเดินทางกลับเมืองไทย และพาไปดุชีวิตของเธอเอง
หนังเล่นสนุกอย่างมากกับการตั้งคำถามระหว่างเรื่องเล่ากับเรื่องจริง เธอตั้งคำถามในตอนหนึ่งว่า หนังคืออะไร ความจริงคืออะไร ถ้าโกดาร์ดบอกว่าหนังคือความจริง ความเร็ว 24 เฟรมต่อนาที มันเป็นจริงเช่นนั้นหรือ
หนังเริ่มต้นจาก ด้วยการสัมภาษณ์ดาราหญิงคนหนึ่งมันอาจเป็นหนังที่ทำเลียนแบบการสัมาษณ์จริง แต่มันถูกเฉลยว่าเป็นความจริง(และทั้งหมดเป็นการแอบถ่าย) ในเวลาต่อมา และเมื่อเธอกลับมาถึงเมืองไทย เธอเล่าความจริงของครอบครัวของเธอ ผ่านทางเรื่องเล่าของแม่ และเรื่องเล่าจากปากคำของเธอเอง
ความจริงและเรื่องเล่าไหลเวียนกันอยู่ในหนังเรื่องนี้ วับซ้อน และชวนสงสัยถึงการมีอยู่ของความจริง และของเรื่องเล่า หนังเลือกฉากจบได้น่าสนใจมากเมื่อมันเริ่มต้นด้วยความจริงว่าเธอไปขอผ้านหนึ่งถ่ายหนัง จากนั้นเธอถ่ายผู้หญิงคนหนึ่งนั่งรอแฟน ก่อนที่จะเปิดเผยว่า การขอถ่ายนั้นจริงๆเป็นหนัง เมื่อเธอติดตามป้าที่เธอขอถ่ายไปถึงบ้าน ความจริงเลือนจางเป็นเรื่องเล่า ก่อนที่จะปิดด้วยภาพปาเปิดประตูไปกลายเป็นแม่ของเธอ ณ.ตรงนี้ ความจริงหลอมรวมกับความเรื่องเล่าไปแล้ว
และมันคือผีที่ตามหลอนเรา
คุณอโนชาให้สัมภาษณ์ว่าเธอตัดต่อหนังเรื่องนี้อยู่เป็นปี และมันเหมือนจะทำไปได้เรื่อยๆ แต่เธอเลือกจะไปทำอย่างอื่นแล้ว บางทีหนังเรื่องนี้ก็อาจคือภูติผี ที่มาจากโลกระหว่าง ความจริงกับความจำ ระหว่างเรื่องเล่ากับข้อเท็จจริง
16.GRACELAND (อโนชา สุวิชากรพงศ์) 17.37 min
นี่คือหนังสั้นจากคนไทยเรื่องแรกที่ได้ไปฉายในคานส์ ในสายหนังสั้น นี่คือหนังthesis ของเธอ เพื่อจบการศึกษา หนังเล่าเรื่องค่ำคืนอันมืดมิด นักร้องเลียนแบบเอลวิส ที่เดินทางไปต่างจังหวัดกับสาวใหญ่แปลกหน้าที่เขาไม่รู้จัก ดำดิ่งสู่ความมืดของป่า และค่ำคืน หรือที่แท้อาจดำดิ่งลงสู่ข้างในของตนเอง
Graceland เป็นการกลับมาสู่แนวทางของหนังroad movie อีกครั้ง หนังอาศัยตัวละครสองตัว และบรรยากาศของ - กลางคืน - เป็นตัวละครหลัก หนังแทบไม่เล่าที่มาที่ไป ใดๆ เห็นเพียงภาพหญิงชายคู่หนึ่งที่น่าจะไม่รู้จักกันเดินทางไปด้วยกัน อยู่ดีๆหญิงสาวก็จอดรถแล้วเดินหายไปในความมืด ก่อนที่เด็กหนุ่มจะติดตามไป เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นโดยไร้การคลี่คลาย ไร้ที่มาที่ไป จนดูคล้ายไร้เหตุไร้ผล
แต่ลึกลงไปกว่านั้น หนังให้เราเห็นพัฒนาการของตัวละครหลักที่เริ่มต้นจากการเป็นนักร้องเลียนแบบเอลวิส (เราไม่เห็นเขาร้องเพลงเอลวิส แต่ที่เราเห็นคือเขาร้องเพลงหนุ่มนารอนางอย่างเมามัน) เขาพบกับหญิงสาวซึ่งเราไม่รู้ที่มาที่ไปของเธอ ไม่รู้ชื่อของเธอ รู้เพียงว่าเธอไร้สุข หนังพูดถึงคนไร้สุขสองคนที่เดินทางไปด้วยกัน จนเมื่อคนหนึ่งหายลับไปในป่า ทั้งคู่จึงได้เรียนรู้ที่จะค้นพบตัวเอง(ผ่านทางการเดินทางในความมืด ในป่าที่ไม่รู้แห่งหน
ณ.ที่นั่น หญิงสาวได้เปิดเผยความลับของเธอ (ผ่านทางแผลเป็น )ส่งต่อมันมายังชายหนุ่มกลับบ้านไปนอนร้องให้ คนที่ในที่สุดก็เรียนรู้ที่จะ รักใครสักคนอย่างนุ่มนวล ( love me tender ) ดังเพลงของเอลวิส ที่เขาร้อง(แต่เราไม่ได้ยิน)ในตอนท้ายเรื่อง
เกรซแลนด์ อาจไม่ได้หมายความเพียงแค่ การเป็นคฤหาสน์ของเอลวิส (ซึ่งเชื่อมโยงจากในหนัง ) แต่อาจหมายถึงพื้นที่ลึกลับ อันอาจหมายถึงป่า หรืออาจหมายถึงดินแดนในหัวใจ
เทศกาลหนังสั้น ในทรรศนะของข้าพเจ้า
ชอบหนังสายประกวดทุกเรื่องที่ได้ดูในงานนี้ครับ รู้สึกทึ่งมากๆ ที่ได้เห็นวิธีคิดน่าสนใจในการทำหนังมากกว่าจะเล่าเรื่องตรงไปตรงมา แม้จะอ่อนด้อยด้านความสมบูรณ์ (เพราะหนังเหล่านี้ไม่ได้มีทุนสูง) แต่ในวิธีคิด ผมถือว่าน่าตื่นตามากๆครับ
ส่วนหนังในโปรแกรมอื่นๆ (เช่นโปรแกรมจากประเทศต่างๆ หรือโปรแกรมของคุณอโนชา )ถือเป็นไฮไลท์ เลย ตื่นเต้นกับหนังสั้นเหล่านี้มาก เสน่ห์ของหนังสั้น คือวิธีการคิดอันก้าวหน้ากล้าทดลอง โดยไม่ต้องอิงอยู่กับการเข้าหามวลชน (เพราะหนังไม่ได้ต้องซื้อโรงฉาย) หลายเรื่องน่าจะสร้างความตื่นตาทั้งทางความคิด และวิธีการ
แต่มีที่ผมรู้สึกอยู่ไม่น้อย คือบรรยากาศของตัวงานครับ ผมเองโชคดีที่รู้จักกับทีมงาน เลยพอหาที่ยืนได้ แต่บรรยากาศโดยรวมของงานออกมาค่อนข้างส่วนตัวมากๆ นอกโรงทีมงานและคนดู ที่รุ้จักกันจับกลุ่มคุยกัน โดยไม่ได้สนใจคนดูอื่นๆ จนน่าสงสัยว่าถ้าผมเป็นคนข้างนอกผมคงไม่กล้าขึ้นมา หรือขึ้นมาก็คงดูหนังอย่างอึดอัดเป็นแน่ ขออนุญาติตินิดนึง เพราะอยากให้เทศกาลนี้เป็นเทศกาล ที่มีคนดูเยอะๆ เพราะมันสนุกและน่าสนใจมาก
เสียดายที่ไม่สามารถขึ้นไปดูในสัปดาห์นี้ได้ แต่ถ้าใครไม่ได้ไปไหน ไปดูหนังสั้น กันเถอะครับ
พระเจ้าจอร์จ มันยอดมาก !!!!
ดูโปรแกรมที่เหลือได้ทางนี้ครับ
http://filmsick.exteen.com/20060816/entry
ปีหน้าจะหาเรื่องมาดูหนังอีกให้จงได้ครับ!
อ่านในโปรแกรมของคุณ อโนชาครับ
3.สิ่งที่เคลื่อนไหว (สุวรรณ ห่วงศิริกุล ) 90 min
หนังยาวของคุณสุวรรณ อดีตนักทำหนังที่ผันตัวเองไปขายเสื้อผ้าที่หาดป่าตอง จังหวัดภุเก็ต หลังเกิดเหตุสึนามิ คุณสุวรรณ หันมาจับกล้องอีกครั้ง ด้วยหนังสั้นเรื่อง หิ่งห้อย สำหรับ โครงการหนังสึนามิ ก่อนที่ฟุตเตจอื่นๆจะคลี่คลายมาเป็หนังยาวเรื่องนี้
หนังเล่าเรื่องด้วยท่วงท่าของสารคดี โดยแบ่งตัวเองออกเป็นสองช่วง ในช่วงแรก หนังพาเราไปดูบรรยากาศของหาดป่าตองหลังเกิดสึนามิไม่กี่วัน ภาพซากปรักหักพังของเมือง และผู้คน คลอไปกับเสียงบรรยายของตัวผู้กำกับ (ซึ่งเป็นหนึ่งในเหยื่อเหตุการณ์นี้ ) ตัดสลับกับภาพของเด็กๆที่ออกมาเล่นที่ชายหาดหลังเหตุการณ์ผ่านพ้น ก่อนที่ช่วงที่สอง หนังใช้ชื่อสุดขอบฟ้า พาเราตามหาสุดขอบฟ้าไปพร้อมๆกับชีวิตประจำวันของ ชาวประมงเกาะพระทอง
การแบ่งหนังออกเป็นสองช่วง คล้ายกับเป็นการแบ่งระหว่างคนเมืองกับคนเล ที่ต่างดิ้นรนที่จะรื้อฟื้นชีวิตขึ้นมาอีกครั้งหลังเหตุการณ์ผ่านพ้น เสียงบรรยายของผู้กำกับอาจ โศกเศร้า เจ็บปวดและตั้งคำถาม ถึงการมีชีวิต แต่ภาพที่ฉายให้เห็นกลับเป็นภาพของเด็กน้อยที่ออกมาเล่นน้ำทะเล (ฉากหนึ่งเธอยังคงเล่นน้ำท่ามกลางเสียงหวูด) ภาพของงานวันเกิด ภาพของชาวพม่าที่กำลังรื้อข้าวของ และภาพการฟื้นคืนของเมืองภูเก็ต ในขณะที่ในครึ่งหลัง ผู้กำกับไม่ได้ทำหน้าที่บรรยายอีกต่อไป เขากลายเป็นเพียงผู้เดินทางเข้าไปถามหา สุดขอบฟ้า- และพาเราพเนจรไปกับชาวเรือ มองดูพวกเขาหาปลา เก็บด้วงมะพร้าว ใช้ชีวิตโดยแทบไม่เหลือร่องรอยเจ็บปวดใดๆอีก เพียงใช้ชีวิตสืบไปเท่านั้น
หนังอาจไม่ได้เป็นสารคดีอันสมบูรณ์ แถมยังเจือตัวตนของคนทำลงไปจนกลายเป็นความพยายามเร้าอารมณ์ แต่ในฐานะบทบันทึก สิ่งที่เคลื่อนไหว หลังจากการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ ของท้องทะเล หนังก็ทำให้เราเห็นแง่งามหลังความโหดร้ายได้ไม่เลวทีเดียว
DIGITAL MOMENTUM
4. PATTERN OF TRANSCENDENCE (จักรวาล นิลธำรงค์ ) 49 min
วิญญาณดวงหนึ่งหลุดลอยจากร่างของชายชรา ไปสู่นักมายากล เคลื่อนไหวไปสู่สิ่งต่างๆมากมาย ผู้ชาย เด็ก ลิง และสรรพสิ่งอันมากมายซึ่ที่แท้ก็คล้ายกับความฝันของพระพรหมในตำนานฮินดุเก่าแก่ พระพรหม หลับแล้วฝันว่าเป็นเจ้าชาย เจ้าชายหลับฝันว่าเป็นพระราชา พระราชาฝันว่าเป็นช้าง เป็นผึ้ง เป็นสิ่งต่างไปไม่รู้จบ
หนังเต็มไปด้วยอารมณ์ล่องลอยหลอกหลอน หยิบเอาแรงบันดาลใจจากตำนานในศาสนาฮินดูมาต่อยอดให้เป็นเรื่องราวที่ส่งต่อกันไป ย้ำประเด็นการเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน ดังเช่นความเชื่อใน พรหมมัน
ในศาสนาคฮินดู พวกเขาเชื่อใน พรหมมัน ว่าทุกสรรพชีวิต ล้วนมุ่งหมายไปสู่พรหมมัน และมีพรหมมันอยู่ในทุกสรรพสิ่ง หรือพูดง่ายๆว่าสรรพสิ่งล้วนเชื่อมโยงถึงกัน เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เราเป็นส่วนหนึ่งของพระเจ้า ของดอกไม้ ของแผ่นดิน อาตมัน อันหมายถึงตัวตนของเรา จะแบ่งแยกเรา แต่เราจะต้องละอาตมัน ไปสู่พรหมมัน
และหนังเรื่องนี้บอกเล่า รูปแบบ ของ พรหมมัน ผ่านทางเรื่องเล่าของดวงวิญญาณ จากร่างชายชราไปสู่นักมายากล หลุดเข้าไปในการปฏิสนธิ (ฉากสุดหลอน ที่ใช้ภาพอนิเมชั่นแทนสเปิร์ม และแสงหลอนแทนไข่ และการปฏิสนธิ) ก่อนจะกลายเป็นลิง ในศาลพระกาฬ (ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมภายใต้ความเชื่อฮินดู) และมีหญิงชายคู่หนึ่งขอลูกจากศาลถือกำเนิดไปเป็นเด็กชายผู้หนึ่ง และโตขึ้นเป็นคนหนุ่มคนหนึ่ง ก่อนที่ทั้งสามคน (ชายชรา นักมายากล และคนหนุ่ม )จะมาพบกันในฉากสุดท้ายของเรื่อง ซึ่งการตระหนักถึงการมีอยู่ของผู้คนทั้งหมด (นับรวมชายล้างรูปซึ่งอาจคือตัวแทนของผู้กำกับหนังเรื่องนี้) ทำให้ทุกคนกลายกลืนเป็นคนคนเดียวกัน
5. โลกปะราชญ์ (นนทวัฒน์ นำเบญจพล , อาทิตย์ พันธุ์นิกุล) 90 min
สเกตบอร์ด กับดนตรี คือพลังขับเคลื่อนของหนังความยาว 90 นาที ที่ติดตามกลุ่มskater ชาวไทย นาม preduce ออกไปดูโลกของ skater โลกที่เราอาจจะไม่เคยเห็นมาก่อน
หนังแบ่งตัวเองตามลีลาเสกตของแต่ละคน ควบไปกับเพลงต่างๆ ซึ่งทั้งหมดประยุกต์มาจาก วิดีโอเสกตของต่างประเทศ แต่ผู้กำกับนำมาสอดแทรกควบคู่ไปกับเรื่องการล้มลุกคลุกคลาน ทั้งทางภายภาพ และทางการดิ้นรนหาพื้นที่ของตนในสังคม แม้หนังจะขาดประเด็นเจาะลึกลงในชีวิตนักเสกต แต่ภาพกับเพลง ก็ชักนำให้หนังไม่น่าเบื่อจนเกินไป และยังทิ้งประเด็นน่าสนใจเกี่ยวกับ ความถูกต้อวงของการใช้สถานที่ และการไม่ได้รับการเหลียวแลในฐานะอาชีพ ซึ่งมีแง่มุมให้นำมาขบคิดต่อได้
หนังประกวดช้างเผือกพิเศษ
6.คำตอบสุดท้าย (ศุกลภัทร ประสงค์ทรัพย์ ) 4.20 min
7.ความเชื่อ ( ศตวรรษ พัฒนมงคล) 18 min
8.เท่ากับที่เดิม ( ปทิตตา ฮุนตระกูล) 7 min
9.ก้อเหมือนเดิม (เปรมปพัทธ ผลิตผลการิมพ์ ) 22 min
หนังเล็กๆที่ว่าด้วยเหตุการ์อันบังเกิดขึ้นซ้ำไปซ้ำมาของเด็กชายคนหนึ่งที่อยู่บ้านคนเดียว และหมกมุ่นกับการอยากไปทะเล หนังปล่อยให้เหตุการณืเกิดซ้ำไปซ้ำมาจนราวกับว่าไม่เคลื่อนคืบหน้าไปไหน แล้วก็ลงเอยเช่นนั้น โดยไม่มีความเปลี่ยนแปลงใดๆ เกิดขึ้น
ชอบหนังเรื่องนี้มาก เพราะ แม้หนังจะดูอ่อนด้อย ในแง่มุมทางเทคนิค แต่การ ที่เด็กๆจะคิดทำหนังเกี่ยวกับเหตุการณ์ซ้ำๆทำให้ผมรู้สึกทึ่งมากทีเดียว
10.Take a massage ( เมธัส ฉายชยานนท์ ) 17 min
เรื่องเล่าของหนุ่มสาวคู่หนึ่งที่สื่อสารกันผ่านวีซีดี เป็นหนังรักน่ารัก ที่หักมุมได้น่ารักดี
11.เสี่ยว ( ระพีพรรณ สีทอง) 15.20 min
หนังเล่าเรื่องของเพื่อนสามคน สองคนเข้าไปทำงานในกรุง แล้วกลับมาเยี่ยมบ้านเก่า จากนั้นไปเดินเล่น ไปก่อกองไฟ กลับไปใช้ชีวิตร่วมกัน
หนังเต็มไปด้วยภาพสวยสดงดงามของยามเช้าและยามสนธยา โดยที่แท้แล้วแทบไม่มีเนื้อเรื่องเลย ภาพ การตักบาตร การผิงไฟ การเล่นต้นหญ้านกบินกลับรัง เป็ดลงเล่นน้ำ สร้างบรรยากาศอุ่นสบายและเป็นมิตร โดยไม่ต้องเร้าอารมณ์ใดๆ เป็นการทำหนังแบบ เงียบ นิ่ง น้อย ที่น่าตกใจว่าคนทำยังไม่จบม. 6
ชอบหนังเรื่องนี้มาที่สุดในสายประกวดสายนี้ครับ
12.ปัญหา (รัตนินทร์ ใจเพชร) 10 min
13.MY BEST FRIEND : SILENT AND NOISE (พิชย จรัสบุญประชา) 7min
เรื่องของเด็กที่ไม่มีเพื่อนเล่นในสนามเด็กเล่น
หนังสวยเก๋เท่ดี และแทบจะมีเท่านั้นจนถึงตอนจบเมื่อหนังให้เราเห็นว่า best friend คือสิ่งใด การขยับขาเล็กน้อยของเด็กชายตัวเอก เป็นการเล่นที่ทำได้เจ๋งดี
ภาพยนตร์สั้น โดย อโนชา สุวิชากรพงศ์
14.FULL MOON (อโนชา สุวิชากรพงศ์) 15 min
หนังว่าด้วยเรื่องของ เพื่อนสามคนที่เดินทางไปเที่ยวfull moon ด้วยกัน และนั่นทำให้ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสามเปลี่ยนไปชั่วนิรันดร์
คุณอโนชาทำหนังเรื่องนี้ตอนปีหนึ่งเล่าเรื่องแบบ road movies ตรงไปตรงมาและสนุกสนาน ชอบฉาก -แกมันพวกพระจันทร์ไม่เต็มดวง- และมุก ลีโอนาร์โด อย่างรุนแรง
15.GHOST (อโนชา สุวิชากรพงศ์) 35 min
หนังสั้นเรื่องที่สองซึ่งว่าด้วยเรื่องของการสัมภาษณ์ดาราคนหนึ่วงที่กำลังแก่ตัวลง โดยเธอจะได้รับเลือกมาเล่นหนังเกี่ยวกับดาราที่กำลังแก่ตัวลง แต่ครึ่งหลังหนังกลับกลายมาเป็นชีวิตของผู้กำกับหนังที่เธอไม่ได้กำกับเพราะล้มเลิลงกลางคัน เธอเดินทางกลับเมืองไทย และพาไปดุชีวิตของเธอเอง
หนังเล่นสนุกอย่างมากกับการตั้งคำถามระหว่างเรื่องเล่ากับเรื่องจริง เธอตั้งคำถามในตอนหนึ่งว่า หนังคืออะไร ความจริงคืออะไร ถ้าโกดาร์ดบอกว่าหนังคือความจริง ความเร็ว 24 เฟรมต่อนาที มันเป็นจริงเช่นนั้นหรือ
หนังเริ่มต้นจาก ด้วยการสัมภาษณ์ดาราหญิงคนหนึ่งมันอาจเป็นหนังที่ทำเลียนแบบการสัมาษณ์จริง แต่มันถูกเฉลยว่าเป็นความจริง(และทั้งหมดเป็นการแอบถ่าย) ในเวลาต่อมา และเมื่อเธอกลับมาถึงเมืองไทย เธอเล่าความจริงของครอบครัวของเธอ ผ่านทางเรื่องเล่าของแม่ และเรื่องเล่าจากปากคำของเธอเอง
ความจริงและเรื่องเล่าไหลเวียนกันอยู่ในหนังเรื่องนี้ วับซ้อน และชวนสงสัยถึงการมีอยู่ของความจริง และของเรื่องเล่า หนังเลือกฉากจบได้น่าสนใจมากเมื่อมันเริ่มต้นด้วยความจริงว่าเธอไปขอผ้านหนึ่งถ่ายหนัง จากนั้นเธอถ่ายผู้หญิงคนหนึ่งนั่งรอแฟน ก่อนที่จะเปิดเผยว่า การขอถ่ายนั้นจริงๆเป็นหนัง เมื่อเธอติดตามป้าที่เธอขอถ่ายไปถึงบ้าน ความจริงเลือนจางเป็นเรื่องเล่า ก่อนที่จะปิดด้วยภาพปาเปิดประตูไปกลายเป็นแม่ของเธอ ณ.ตรงนี้ ความจริงหลอมรวมกับความเรื่องเล่าไปแล้ว
และมันคือผีที่ตามหลอนเรา
คุณอโนชาให้สัมภาษณ์ว่าเธอตัดต่อหนังเรื่องนี้อยู่เป็นปี และมันเหมือนจะทำไปได้เรื่อยๆ แต่เธอเลือกจะไปทำอย่างอื่นแล้ว บางทีหนังเรื่องนี้ก็อาจคือภูติผี ที่มาจากโลกระหว่าง ความจริงกับความจำ ระหว่างเรื่องเล่ากับข้อเท็จจริง
16.GRACELAND (อโนชา สุวิชากรพงศ์) 17.37 min
นี่คือหนังสั้นจากคนไทยเรื่องแรกที่ได้ไปฉายในคานส์ ในสายหนังสั้น นี่คือหนังthesis ของเธอ เพื่อจบการศึกษา หนังเล่าเรื่องค่ำคืนอันมืดมิด นักร้องเลียนแบบเอลวิส ที่เดินทางไปต่างจังหวัดกับสาวใหญ่แปลกหน้าที่เขาไม่รู้จัก ดำดิ่งสู่ความมืดของป่า และค่ำคืน หรือที่แท้อาจดำดิ่งลงสู่ข้างในของตนเอง
Graceland เป็นการกลับมาสู่แนวทางของหนังroad movie อีกครั้ง หนังอาศัยตัวละครสองตัว และบรรยากาศของ - กลางคืน - เป็นตัวละครหลัก หนังแทบไม่เล่าที่มาที่ไป ใดๆ เห็นเพียงภาพหญิงชายคู่หนึ่งที่น่าจะไม่รู้จักกันเดินทางไปด้วยกัน อยู่ดีๆหญิงสาวก็จอดรถแล้วเดินหายไปในความมืด ก่อนที่เด็กหนุ่มจะติดตามไป เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นโดยไร้การคลี่คลาย ไร้ที่มาที่ไป จนดูคล้ายไร้เหตุไร้ผล
แต่ลึกลงไปกว่านั้น หนังให้เราเห็นพัฒนาการของตัวละครหลักที่เริ่มต้นจากการเป็นนักร้องเลียนแบบเอลวิส (เราไม่เห็นเขาร้องเพลงเอลวิส แต่ที่เราเห็นคือเขาร้องเพลงหนุ่มนารอนางอย่างเมามัน) เขาพบกับหญิงสาวซึ่งเราไม่รู้ที่มาที่ไปของเธอ ไม่รู้ชื่อของเธอ รู้เพียงว่าเธอไร้สุข หนังพูดถึงคนไร้สุขสองคนที่เดินทางไปด้วยกัน จนเมื่อคนหนึ่งหายลับไปในป่า ทั้งคู่จึงได้เรียนรู้ที่จะค้นพบตัวเอง(ผ่านทางการเดินทางในความมืด ในป่าที่ไม่รู้แห่งหน
ณ.ที่นั่น หญิงสาวได้เปิดเผยความลับของเธอ (ผ่านทางแผลเป็น )ส่งต่อมันมายังชายหนุ่มกลับบ้านไปนอนร้องให้ คนที่ในที่สุดก็เรียนรู้ที่จะ รักใครสักคนอย่างนุ่มนวล ( love me tender ) ดังเพลงของเอลวิส ที่เขาร้อง(แต่เราไม่ได้ยิน)ในตอนท้ายเรื่อง
เกรซแลนด์ อาจไม่ได้หมายความเพียงแค่ การเป็นคฤหาสน์ของเอลวิส (ซึ่งเชื่อมโยงจากในหนัง ) แต่อาจหมายถึงพื้นที่ลึกลับ อันอาจหมายถึงป่า หรืออาจหมายถึงดินแดนในหัวใจ
เทศกาลหนังสั้น ในทรรศนะของข้าพเจ้า
ชอบหนังสายประกวดทุกเรื่องที่ได้ดูในงานนี้ครับ รู้สึกทึ่งมากๆ ที่ได้เห็นวิธีคิดน่าสนใจในการทำหนังมากกว่าจะเล่าเรื่องตรงไปตรงมา แม้จะอ่อนด้อยด้านความสมบูรณ์ (เพราะหนังเหล่านี้ไม่ได้มีทุนสูง) แต่ในวิธีคิด ผมถือว่าน่าตื่นตามากๆครับ
ส่วนหนังในโปรแกรมอื่นๆ (เช่นโปรแกรมจากประเทศต่างๆ หรือโปรแกรมของคุณอโนชา )ถือเป็นไฮไลท์ เลย ตื่นเต้นกับหนังสั้นเหล่านี้มาก เสน่ห์ของหนังสั้น คือวิธีการคิดอันก้าวหน้ากล้าทดลอง โดยไม่ต้องอิงอยู่กับการเข้าหามวลชน (เพราะหนังไม่ได้ต้องซื้อโรงฉาย) หลายเรื่องน่าจะสร้างความตื่นตาทั้งทางความคิด และวิธีการ
แต่มีที่ผมรู้สึกอยู่ไม่น้อย คือบรรยากาศของตัวงานครับ ผมเองโชคดีที่รู้จักกับทีมงาน เลยพอหาที่ยืนได้ แต่บรรยากาศโดยรวมของงานออกมาค่อนข้างส่วนตัวมากๆ นอกโรงทีมงานและคนดู ที่รุ้จักกันจับกลุ่มคุยกัน โดยไม่ได้สนใจคนดูอื่นๆ จนน่าสงสัยว่าถ้าผมเป็นคนข้างนอกผมคงไม่กล้าขึ้นมา หรือขึ้นมาก็คงดูหนังอย่างอึดอัดเป็นแน่ ขออนุญาติตินิดนึง เพราะอยากให้เทศกาลนี้เป็นเทศกาล ที่มีคนดูเยอะๆ เพราะมันสนุกและน่าสนใจมาก
เสียดายที่ไม่สามารถขึ้นไปดูในสัปดาห์นี้ได้ แต่ถ้าใครไม่ได้ไปไหน ไปดูหนังสั้น กันเถอะครับ
พระเจ้าจอร์จ มันยอดมาก !!!!
ดูโปรแกรมที่เหลือได้ทางนี้ครับ
http://filmsick.exteen.com/20060816/entry
ปีหน้าจะหาเรื่องมาดูหนังอีกให้จงได้ครับ!
ชอบหนังสายประกวดทุกเรื่องที่ได้ดูในงานนี้ครับ รู้สึกทึ่งมากๆ ที่ได้เห็นวิธีคิดน่าสนใจในการทำหนังมากกว่าจะเล่าเรื่องตรงไปตรงมา แม้จะอ่อนด้อยด้านความสมบูรณ์ (เพราะหนังเหล่านี้ไม่ได้มีทุนสูง) แต่ในวิธีคิด ผมถือว่าน่าตื่นตามากๆครับ
ส่วนหนังในโปรแกรมอื่นๆ (เช่นโปรแกรมจากประเทศต่างๆ หรือโปรแกรมของคุณอโนชา )ถือเป็นไฮไลท์ เลย ตื่นเต้นกับหนังสั้นเหล่านี้มาก เสน่ห์ของหนังสั้น คือวิธีการคิดอันก้าวหน้ากล้าทดลอง โดยไม่ต้องอิงอยู่กับการเข้าหามวลชน (เพราะหนังไม่ได้ต้องซื้อโรงฉาย) หลายเรื่องน่าจะสร้างความตื่นตาทั้งทางความคิด และวิธีการ
แต่มีที่ผมรู้สึกอยู่ไม่น้อย คือบรรยากาศของตัวงานครับ ผมเองโชคดีที่รู้จักกับทีมงาน เลยพอหาที่ยืนได้ แต่บรรยากาศโดยรวมของงานออกมาค่อนข้างส่วนตัวมากๆ นอกโรงทีมงานและคนดู ที่รุ้จักกันจับกลุ่มคุยกัน โดยไม่ได้สนใจคนดูอื่นๆ จนน่าสงสัยว่าถ้าผมเป็นคนข้างนอกผมคงไม่กล้าขึ้นมา หรือขึ้นมาก็คงดูหนังอย่างอึดอัดเป็นแน่ ขออนุญาติตินิดนึง เพราะอยากให้เทศกาลนี้เป็นเทศกาล ที่มีคนดูเยอะๆ เพราะมันสนุกและน่าสนใจมาก
เสียดายที่ไม่สามารถขึ้นไปดูในสัปดาห์นี้ได้ แต่ถ้าใครไม่ได้ไปไหน ไปดูหนังสั้น กันเถอะครับ
พระเจ้าจอร์จ มันยอดมาก !!!!
ดูโปรแกรมที่เหลือได้ทางนี้ครับ
http://filmsick.exteen.com/20060816/entry
ปีหน้าจะหาเรื่องมาดูหนังอีกให้จงได้ครับ!
โหเยอะดีจัง
พระจันเต็มดวงรึป่าวคะ
คุณนะ....
#1 By sofa on 2006-08-24 00:26