BE WITH ME : อยู่กับฉัน
posted on 09 Aug 2006 01:26 by filmsick in love-is-all-around
-รักแท้มีจริงหรือไม่ ที่รัก
-มีสิ หากหัวใจอุ่นรักเธอมีจริง
นี่คือประโยคแรก ในฉากแรกของหนังเรื่องนี้ หนังที่ว่าด้วยเรื่องของคู่รักสามคู่ คู่รกเป็นสองผัวเมียเจ้าของร้านขายของชำที่อยู่ด้วยกันสองคนมายาวนาน คู่ที่สองเป็นรักที่ยังไม่ได้เกิขึ้นของยามหนุ่มร่างอ้วนกับหญิงสาวแสนสวยที่เขาเฝ้าแอบมองเธอผ่านกล้องวงจรปิด และคู่สุดท้ายคือความรักอันล่วงผ่านไปอย่างรวดเร็วของเด็กสาววัยรุ่นคู่หนึ่งที่พบเจอกันบนโลกไซเบอร์สเปซ ความรักเล็กๆ ของผู้คนตัวเล็กๆ ในเกาะเล็กๆนามสิงคโปร์
หนังเล่าเรื่องทั้งสามเรื่องควบคู่ไปกับเรื่องของหญิงชราตาบอดผู้หนึ่งซึ่งมีชีวิตอยู่เพียงลำพัง นานๆครั้งจะมีชายหนุ่มรุ่นหลานมาพาเธอไปข้างนอก แต่เธอกลับใช้ชีวิตได้ไม่ต่างจากคนปกติ เอไปทำกับข้าวกินเอง อ่านหนังสือพิมพ์อักษรเบลล์ เขียนหนังสือ และยังเป็นครูสอนนักเรียนตาบอดอีกด้วย เธอชื่อ THERESA CHAN และเธอรับบทเป็นตัวเองในหนังเรื่องนี้ หนังที่สร้างขึ้นโดยได้รับแรงบันดาลใจจากชีวิตของเธอโดยตรง THERESA ตาบอดตอนอายุ 14 แต่เธอไม่ได้พ่ายแพ้ต่อชีวิต เธอไปศึกษาต่อในอเมริกา และหัดทำทุกกิจกรรมที่คนตาดีทำ เมื่อกลับมา เธอใช้ชีวิตเหมือนคนปกติ ตอนนี้เธออายุ 61 และยังคงทำทุกกิจกรรมได้ด้วยตนเอง ทำอาหาร ชอบปิ้ง ว่ายน้ำ ไปจนถึงการเป็นคุณครู
หนังเล่าเรื่องราวเล็กๆสามเรื่องที่ไม่ได้ต่อเนื่องเกี่ยวข้องกันโดยมีการฉายภาพชีวิตประจำวันของTHERESA เป็นศูนย์กลางของเรื่อง โดยคั่นจังหวะจากบทกวีของเธอ

-รักแท้มีจริงหรือไม่ ที่รัก
-มีสิ หากหัวใจอุ่นรักเธอมีจริง
ชายอ้วนผู้นั้นมีชีวิตเดียวดาย เขาเป็นยามผู้เงียบเชียบ และเอื้ออารี อาศัยอยู่กับพ่อและพี่ชายที่กดขี่เขาตลอดเวลา ความสุขไม่กี่อย่างของเขาได้แก่การกิน และการเฝ้ามองสาวนักบริหารผู้หนึ่งที่อาศัยในอาคารที่เขาดูแล
ยามค่ำคืน เขาเฝ้ามองเธอผ่านกล้องวงจรปิด วาดฝันเล็กเศร้าๆของตัวเอง ว่าได้มีชีวิตร่วมกับเธอจนวันหนึ่งเขาถูกไล่ออก เขาก็ยัง แอบมองดูเธอที่หน้าบ้าน แอบมองดูเธอในร้านอาหาร รวบรวมความกล้าเขียนจดหมายรักให้เธอฉบับหนึ่ง จดหมายรักอันรีดเค้นจากหัวใจร้างถ้อยคำของคนทุกข์ บนกระดาษลายกลีบกุหลาบ ข้อความของชายผู้ไล่ตามความรัก ( FINDING LOVE )
-แต่น่าเสียดาย บางครั้งกระทั่งรักแท้ก็แตกสลายได้
-แต่นั่นไม่ได้หมายความโลกแตกดับไปด้วย
แจคกี กับแซม พบกัน บนห้องแชท ทั้งคู่เป็นเด็กสาวรุ่นเดียวกัน ที่อึดอัดขัดข้องกับช่วงเวลาอารมณ์แปรปรวนเช่นเดียวกัน ทั้งคู่นัดพบกัน ส่งข้อความหากัน ไปเดินเที่ยวด้วยกัน ดูหนังด้วยกัน จูบกัน และนอนด้วยกัน ก่อนที่แซมจะไปเที่ยวกับคนอื่น จูบกับคนอื่น และนอนกับคนอื่น ที่เป็นผู้ชาย โลกของแจคกีกับเซม หมุนเร็วเหมือนกับโลกอินเตอร์เนท หรือข้อความในมือถือ ความรักมาเร็ว และไปเร็วทิ้งไว้เพียงร่องรอยอาลัยไม่จบสิ้น ในใจคนที่เดินช้ากว่า คนที่ยังรักอยู่ ( SO IN LOVE )

- ความรักนั้นยังคงดำรงอยู่ แม้ร่างกายจะบอบช้ำมากมายสักเพียงไหน
ชายชราผู้นั้น ตื่นตอนเช้า แล้วไปตลาด เลือกเฟ้นข้าวของต่างๆอย่างพิถีพิถันก่อนจะกลับบ่านไปทำกับข้าวหลายอย่างใส่ปิ่นโต แล้วเอาไปเยี่ยมภรรยาที่โรงพยาบาล และยังคงทำเช่นนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เบื้องหลังลูกกรงเหล็กของร้านชำ ที่ปิดอยู่เช่นนั้นหลังจากภรรยาเขาเสียชีวิตไป วนติดอยู่ในนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อจะดำรงคงอยู่ร่ำไป ( MEANT TO BE )
หนังเป็นผลงานของ ERIC KHOO ผู้กำกับชาวสิงคโปร์ ที่เคยทำหนังอย่าง 12 STOREYS ที่เล่าเรื่องราวสามเรื่องอันไม่เกี่ยวข้องกันขอคนในอพาร์ทเมนท์เดียวกัน และ MEE POK MAN ที่เล่าเรื่องรักเศร้าๆของคนขายบะหมี่กับโสเภณี เขาร้าราการทำหนังไปนานพอสมควรเพื่อไปเป็นดปรวดิวเซอร์ให้กับหนังของผู้กำกับคนอื่นๆ อย่างเช่น ROYSTAN TAN ที่โด่งดังไปกับหนังชีวิตบัดซบของวัยรุ่นอย่าง 15 และหนังสั้นท้าทายอำนาจการเซนเซอร์ของรัฐบาลสิงคโปร์ (ที่ได้ชื่อว่าเฮี้ยบที่สุดประเทศหนึ่ง) อย่างCUT กลับมาคราวนี้เขาลงมือทำหนังเรื่องนี้ ด้วยแรงบันดาลใจจาก THERESA CHAN ทำให้หนังกลายเป็นหนัง อันเงียบเชียบ หากเต็มไปด้วยการสื่อสาร หนังที่แสนจะไร้เรื่องราว แต่เต็มไปด้วยเรื่องเล่า หนังที่แสนจะโหยหา หากกลับอบอุ่นงดงาม และเมื่อมันออกฉายในสายDirectors Fortnight ใน คานส์ หนังได้รับเสียงตอบรับด้วยการลุกขึ้นstanding ovationของ คนดู นาน 5 นาที และในที่สุดกลายเป็นหนึ่งใน 10 หนังประจำปีของ นิตยาสาร Cahier du Cinema นิตยสารหนังที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดเล่มหนึ่งของโลก

หนังเรื่องนี้แทบไร้บทสนทนา หากภายในความเงียบของหนัง กลับอัดแน่นด้วยการสื่อสารมากมาย ทั้งการพิมพ์ การส่งข้อความในโทรศัพท์มือถือ การแชท การเขียนจดหมายรัก การใช้ภาษามือ การสัมผัสกันและกัน กระทั่งการกิน ยังเป็นวิธีการหนึ่งในการสื่อสาร
หนังเลือกตัวละครหลักๆ เป็นคนชายขอบ ที่ไม่มีใครสนใจ คนที่ไม่มีทางได้เป็นพระเอกนางเอกในหนังเรื่องไหน เป็นได้แค่ตัวประกอบไร้ความสำคัญ คนอย่าง ชายชราร้านขายของชำ ชายอ้วน และเด็กสาวเลสเบี้ยน คนนอกที่ไม่ได้หมายถึงคนขบถ หากหมายถึงคนตกสำรวจที่ไม่เคยได้รับความใส่ใจ พวกเขาไม่มีปากเสียงมากนัก ไม่ค่อยได้พูด หากพยายามสื่อสารอย่างยิ่งผ่านทางช่องทางที่เขาทำได้
น่าเสียดายที่ตลอดเวลา การสื่อสารของพวกเขาไม่เคยไปถึงผู้รับ หรือหากไปถึง มันก็ไร้ความหมาย อาหารของชายชรา ไม่มีคนกินอีกแล้ว ข้อความของแจคกี้ถูกลบทิ้งอย่างไม่ใยดี และจดหมายรักฉบับนั้นก็ไม่ได้ส่งไปถึงมือผู้รับ
เหล่าคนเหงาผู้ขาดรัก ต้องการเพียงใครสักคน ที่จะ - อยู่ กับ ฉัน - ( BE WITH ME)
และเป็นเช่นการสื่อสารของที่ไปไม่ถึง ไม่มีใครได้อยู่ร่วมกับใครเลย ชายชรา อยู่กับอดีตของภรรยาผู้ตายไป (ฉากการอยู่ร่วมกันของทั้งคู่ นำไปสู่ฉากจบอันแสนสะเทือนใจ) ยามหนุ่มอยู่กับภาพฝันที่ไม่เคยเกิดขึ้นจริง และ เด็กสาวอยู่กับความรักที่ล่วงไปแล้ว
แต่อย่าเช่นที่ THERESA เขียนไว้ รักแท้แตกสลายได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าโลกแตกดับ รักที่ไม่ได้เกิดขึ้นของคนยาม รักที่จบไปแล้วของเด็กสาว รักที่ไม่เคยจบลงของชายชรา อาจแตกสลายแต่ไม่ใช่โลกใบนี้ โลกใบเดียวกับ หญิงชราตาบอดผู้นั้น
เราอาจเข้าใจว่าการตาบอดคือการตัดขาดการสื่อสารกับโลกภายนอก THERESA ได้พิสูจน์ให้เราเห็นว่ามันไม่จำเป็นต้องเป็นเช่นนั้น เพราะเธอคือผู้เดียวในเรื่องที่สื่อสารกับผู้คนได้รู้เรื่อง เธอสื่อสารผ่านการสัมผัสทางภาษามือกับลูกชายของชายชรา กับนักเรียนของเธอ สื่อสารกับผู้คนมากมายผ่านงานเขียนของเธอ การสื่อสารของเธอไม่ได้เป็นไปในทางเรียกร้องหา หากมันคือการให้ไปโดยไม่คาดหวังต่างหาก
และหนังเดินทางไปสู่บทสรุปอันอบอุ่นงดงาม เมื่อชายชราทำอาหารให้ THERESA หลังจากได้อ่านหนังสือของเธอ ประตูเหล็กถูกเปิดออก จดหมายรัก ถูกเขียนขึ้น และเด็กสาวบางคน ได้รับโอกาสที่จะมีชีวิตใหม่
แม้หนังอาจจะไม่ได้ตั้งใจแต่หนังแสดงให้เราเห็นว่าที่แท้ โลกทั้งใบเชื่อมถึงกัน ความรักไม่ได้มีไว้สำหรับคนเพียงคนเดียว คนเพียงคู่เดียว แต่ความรัก การได้รัก นั้นมีมากพอจะเผื่อแผ่ไปยังผู้คนอื่นๆ ตัวละครในเรื่องแทบไม่รู้จักกัน แต่ความรักของพวกเขากลับส่งอิทธิพลถึงกัน ในทางใดทางหนึ่ง THERESA กับชายชรา ยามอ้วน กับเด็กสาว ความรักไม่ได้มีไว้เพื่อจำเพาะเจาะจง มันมีไว้สำหรับทุกคน และการให้รักไป จะได้รักตอบกลับ โดยไม่พึงต้องคาดหวังรักใดๆ
BE WITH ME อาจไม่ใช่หนังที่พูดถึงประเด็นใหญ่ๆในโลกนี้ หนังอาจไม่ได้ สะท้อนสังคมอย่างเชือดเฉือน หนำซ้ำยังอาจถูกจัดหมวดหมู่ในฐานะ หนังคนเหงา ที่มีอยู่กลาดเกลื่อน หากในความเหงา หนังได้บอกกับเราอย่างเงียบๆ ให้ค้นพบบางความจริงของชีวิต
- อยู่กับฉัน - ชื่อหนังอาจแปลตรงตัวได้อย่างนั้น ฟังดูช่างเปล่าเปลี่ยวและโหยหา หากหนังคอยฉายส่องให้เราได้เห็นว่า ที่เราต้องการให้ - อยู่กับเรา - ไม่ใช่เพียงผู้คนอันเป็นที่รัก แต่อาจหมายความเพียง ความรัก เฉกเช่นกับบทกวีบทสุดท้ายของ THERESA ในหนัง
-อยู่กับฉัน - เถิดความรักอันเป็นที่รัก เพื่อที่ร้อยยิ้มของฉัน จะได้ไม่จืดจางไป

ERIC KHOO

#1 By rafilmstruck on 2006-08-09 08:34