บทความนี้เปิดเผยเนื้อหาส่วนสำคัญของภาพยนตร์

บทความนี้ไม่ได้มีขึ้นเพื่อวิพากษ์วิจารณ์ตัวภาพยนตร์ แต่มีขึ้นเพื่อวิเคราะห์ช่วงจบของภาพยนตร์ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน ผู้เขียนขอรับผิดชอบต่อความคิดเห็นทั้งหมดนี้ และขอท่านผู้อ่านจงพึงสดับอย่างมีสติ ครับ

มันเป็นเรื่องของหญิงสาว 5 คนที่เป็นเพื่อนสนิทกัน คนหนึ่งในนั้นกำลังจะแต่งงาน หลังจากพบปะคู่หมั้นของเพื่อน ทั้ง 4 สาวที่เหลือเริ่มสงสัยว่าคู่หมั้นขอวงเพื่อนสาวอาจจะสาวพอกัน ทั้ง 4 สาวจึงออกค้นหาความจริงว่า เพื่อนรักกำลังตกเป็นเหยื่อ ของ การแต่งงานบังหน้าของอีแอบ จริงหรือเปล่า

ภายใต้รูปรอยของหนังตลก พลอตดังกล่าวเอื้อให้เกิดความนุกสนานมากมายท่ามกลางการสืบหาความจริง ตั้งแต่มุกร้อยพันวิธีการสังเกตเกย์ ไล่ไปจนถึงการอาศัยพลังของดารานำสาวทั้ง 5 คนซึ่งนอกจากจะเป็นผู้ประกาศข่าวมีชื่อ ที่ปลุกปั้นรายการผู้หญิงยามเช้าให้ได้รับความนิยมอย่างสูง ทั้งหมดยังเป็นเพื่อนรักกันนอกจออีกต่างหาก

หนังเป็นฝีมือของ ยงยุทธ ทองกองทุน ผู้กำกับหนังตลก ที่เชื่อมือได้ในการรู้จังหวะการสร้างความฮา หนังก่อนหน้าของเขาตั้งแต่ สตรีเหล็ก ทั้งสองภาค ไล่เรื่อยไปจนถึง แจ๋ว ล้วนแต่เป็นหนังตลก ที่ไม่ฝืดเฝือ และยังพอมีเนื้อหนังให้ผู้ชมเก็บไปใคร่ครวญต่อได้ด้วย

อย่างไรก็ดี หนัง สตรีเหล็ก ที่มาก่อนหน้า ไม่ได้เป็นเพียงหนังตลกไร้พิษภัย หากหลายคนยังคงเคลือบแคลงต่อท่าทีของหนัง (แม้จะสร้างจากเรื่องราว และบุคคลที่มีตัวตนอยู่จริง) ว่าที่แท้หนังมีท่าที นำเสนอ กลุ่มคนรักร่วมเพศด้วยอารมณ์ขบขัน เหนือจริง ที่ไม่ได้พยายามทำความเข้าใจต่อความเป็นรักร่วมเพศอย่างจริงแท้ หนำซ้ำกลับผลักดันให้ผู้คนเหล่านี้กลายเป็นคนชายขอบมากยิ่งขึ้น แน่นอนหนังไม่ได้มีทรรศนะกดขี่รักร่วมเพศ แต่การสร้างความขบขันจากพฤติกรรมโอเวอร์ ของตัวละคร ในทางหนึ่งทำให้รักร่วมเพศไม่ได้ถูกยอมรับในฐานะ มนุษย์ แต่ถูกมองในฐานะ ตัวตลก- หรือ ตัวประหลาด- อันเป็นสถานะไร้เพศ เป็นเพียงสิ่งซึ่งสร้างความขบขันแก่ผู้พบเห็น โดยไม่ได้คำนึงถึงความทุกข์เศร้าภายในในฐานะมนุษย์

แม้ออกจะเป็นกล่าวร้ายเกินไป เพราะตัวหนังก็พยายามอย่างยิ่งที่จะ ให้มิติด้านลึกของตัวละคร หากเพียงแต่ความโดดเด่นของพฤติกรรมประหลาดกลับกดข่มความรู้สึกด้านลึกลงจนหมดสิ้น ยามนึกถึงหนัง เราจะนึกถึงมันในฐานะ หนังกะเทย ฮาๆ มากกว่าหนังที่ทำให้เราเข้าใจ กะเทย- มากยิ่งขั้น (ซึ่งไม่ผิดอะไร เพราะนั่นคือจุดใหญ่ใจความของหนัง

อย่างไรก็ดี ที่จริงแล้ว สตรีเหล็ก ไม่ได้เป็นอะไรมากไปกว่า มายาคติเหมารวมของรักต่างเพศ ที่กดข่มและผลักไสให้ รักร่วมเพศ ไปอยู่ในสถานะไร้เพศ ตัวละครในหนังไม่มีใครมีความรัก (เว้นแต่เจ๊เปีย ซึ่งแปลงเพศเรียบร้อยไปแล้ว สถานะรักร่วมเพศ เป็นเพียงอดีตอันด่างพร้อยมากกว่าจะเป็นปัญหาหลัก)และแม้ทุกคนจะมีชีวิตที่เป็นสุข แต่ก็เป็นมนฐานะที่รับรู้ และ -เจียมตัว- ในความเป็นรักร่วมเพศของตน

ล่วงเลยมาจนถึง ภาพยนตร์เรื่องล่าสุดอย่าง แกงค์ชะนีกับอีแอบ แม้ฉากหน้า และชื่อเรื่องจะฟังดู เหยียดหยามรักร่วมเพศ แต่ตัวหนังกลับเลือกนำเสนอแบบ เอาใจคนรักร่วมเพศอย่างเต็มที่ เพราะภายใต้เนื้อหาความขบขันเกี่ยวกับความเปิ่นเทิ่งของสี่สาวที่พยายามค้นหา ความเป็นเกย์ จากชายหนุ่มคู่หมั้นของเพื่อน หนักลับเลือกจบ ด้วยการให้ในท้ายที่สุด ตัวละครชายผู้นั้นเป็นเกย์ไปจริงๆ ซึ่งแน่นอนมันเป็นการจบที่ แหกขนบ- ความเชื่อเดิมๆ ที่ว่าหนังจะต้องลงเอยอย่างเป็นสุข ตัวละครหญิง ชายได้แต่งงานกัน ผ่านพ้นการพิสูจน์ตัวตน และเพื่อนๆที่เหลือได้เรียนรู้ถึงความอ่อนด้อยในการด่วนตัดสิน และการพยายามสอดมือไปยุ่งเรื่องของผู้อื่น ซึ่งที่จริงแล้วการจบเรื่องตามขนบนั้น ล้วนเจือภาพ มายาคติของรักต่างเพศอย่างเข้มข้น เพราะในที่สุด ความเป็น-รักร่วมเพศ ถูกกดข่ม และขจัดไป ให้กลายเป็นเพียง ความวิตกจริตไร้สาระ ผู้คนยังคงเป็นรักต่างเพศ ที่รักกันและกัน แต่งงานและใช้ชีวิตเป็นสุข

แต่ในทางตรงกันข้าม การเลือกจบด้วยการเปิดเผยความเป็นเกย์ ก็กลับยังล้นเคลือบคลุมด้วยมายาคติ และความคิดแบบเหมารวมไม่ต่างกัน !

เพราะเอาเข้าจริงแล้ว ทั้งหมดที่ตัวละคร และตัวหนังวุ่นวายอยู่ก็ไม่ใช่อื่นใดนอกจากความพยายามจัดจำแนก แบ่งแยกออกเป็นหมวดหมู่เพื่อให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจ

ในหนังตามขนบ หมวดหมู่มีเพียงสองชนิด นั่นคือ ชาย และหญิง หากตัวละครเป็นรักร่วมเพศ จะไม่ถูกจัดหมวดหมู่ใดๆ พวกเขา(หรือเธอ) มักถูกทำให้เป็น ตัวตลกตามพระ (ซึ่งอยู่ในสถานะไร้เพศ เป็นเพียงตัวตลกเท่านั้น)หรือหากเป็นตัวนำ ก็จะได้รับการพิสูจน์และเลือกข้าง ที่จะเป็นรักต่างเพศ

ใช่แล้วในหนังเรื่องนี้ตัวพระ เลือกจะเป็นรักร่วมเพศ แต่การเป็นรักร่วมเพศนั้น ก็เป็นเพียง การเลือกข้างเช่นกัน ดีอยู่ที่ว่าเป็นการเลือกที่มีเพิ่มข้างที่สามมาเท่านั้นเอง

ตลอดเวลาหนังแสดงให้เราเห็นถึงความน่าเคลือบแคลงของตัวละครชาย ผ่านทางวิถีการใช้ชีวิต ความเฉียบเนี้ยบของการแต่งตัว ความรู้รอบในเรื่องแฟชั่น ความสามารถในการทำอาหาร หรืออาการพลั้งเผลอ หลุด- ในบางเวลา แม้การนำเสนอจะมีไปเพื่อเรียกเสียหัวเราะ แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเมื่อหนังดำเนินมาถึงตอนจบ ในที่สุด วิธีการที่หนังเล่นสนุก ทำให้หนังกลายเป็น คู่มือการจับแอบ ฉบับกระเป๋า ซึ่งที่แท้วิธีการ จับแอบ- เหล่านี้ไม่ได้เป็นอะไรมากกว่าการแสดงถึงความคิดตื้นเขิน เหมารวม โดยพื้นฐานความเชื่อง่ายๆว่า หากไม่เป็นชายแท้ ย่อมต้องเป็นเกย์เท่านั้น

ตัวละครชายในเรื่องเต็มไปด้วยความคลุมเครือ ทั้งวิถีชีวิต ไปจนถึงประวัติในอดีต ที่เคย เฉียดใกล้ กับ รักร่วมเพศเมื่อครั้งเรียนมัธยม ซึ่งทำให้ตัวละครตัวนี้ลึกและมีมิติ ความสับสนทางเพศของตัวละคร เป็นประเด็นที่สามารถจะวิเคราะห์ใคร่ครวญได้ในฐานะของ มนุษย์-คนหนึ่งซึ่งถูกบังคับให้เลือก เพศสถานะ- ของตน ( ในโลกปัจจุบัน เพศสรีระ อันหมายถึงเครื่องเพศที่มีมาแต่กำเนิด ดูจะลดบทบาทการกำหนด เพศสถานะ (ความเป็นชาย เป็นหญิงเป็นรักร่วมเพศ ) ลงไปมากแล้ว) หากหนังกลับเลือกทางสรุปจบอย่างง่าย (แต่ภาคภูมิได้ว่าได้ แหกขนบ ) ด้วยการให้ตัวละครเลือกเป็น เกย์ (ซึ่งน่าแปลกว่าหลังจากเขาเลือกเพศสถานะของตนเขาก็หายไปจากจอ)

ถ้าอยากรู้ว่าเป็นเกย์ไหม ก็ต้องลอง ตัวละครเกย์คนหนึ่ง(ซึ่งรับบทโดย ศิลปินเกยืที่น่าสนใจที่สุดในประเทศคนหนึ่งอย่าง ไมเคิล เชาวนาศัย) พูดกับ ก้อง ซึ่งเป็นตัวละครหลัก ที่แท้แล้วไม่ใช่การชี้ทางสว่าง หรือการช่วยให้เข้าใจตัวเอง แต่อย่างใด หากเพราะมันคือการ บังคับเลือก- ภายใต้มายาคติอันมีกรอบคิดแบบจัดจำแนก แบ่งแยกว่าหากไม่ใช่ชายแท้ ย่อมต้องเป็นเกย์อย่างแน่นอน เอาเข้าจริง ก้องอาจจะไม่ได้เป็น (เท่าที่เรารู้ในหนัง เขาไม่เคยเฉียดใกล้ความเป็นรักร่วมเพศอีกหลังจากเหตุการณ์ครั้ง ม.ปลาย ที่สำคัญ ดูเหมือน เขาจะรักเจ้าสาวของเขาจริงๆ) แต่เขาอาจ ถูกทำให้เป็น รักร่วมเพศ ภายทัศนคติ แบบ - เกย์ดาร์ (ซึ่งใช้เป็นคำเรียกการมองว่าใครเป็นเกย์ จากภายนอก ) หรือทรรศนะ - ผีย่อมเห็นผีด้วยกัน - ทรรสนะ ค่านิยม ความเชื่อเหล่านี้ แม้ฟังดูจะเป็นการเปิด เผย ตีแผ่ความเป็นเกย์ แต่ที่แท้มันคือ การตีขลุม เหมารวม โดยลืมมองไปว่า ผู้ตกอยู่ในเกย์ดาร์ หรือผู้มีสถานะเป็น-ผี- มีความเป็นมนุษย์เช่นเดียวกัน มีความอ่อนไหว มีความรักเช่นเดียวกัน หนังโน้มน้าวให้เราเชื่อว่าสำหรับมนุษย์ที่มีลึงค์ เพศมีเพียงแค่ ชายแท้ กับเกย์ เท่านั้น หาก ความเป็นชาย ถูกจัดตั้งโดยสังคมได้ (นักสตรีนิยม และรักร่วมเพศหลายคน เชื่อว่า ความเป็นชาย( ความแข็งแรง หยาบเถื่อน การคุ้มครอง ) เป็นเพียงสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นโดยสังคม เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการควบคุมให้มนุษย์อยู่ในระเบียบแบบแผน ความเป็นชายเป็นเพียงเครื่องมือทางการเมืองชิ้นหนึ่ง )ใช่หรือไม่ที่ ความเป็นรักร่วมเพศก็สามารถถูกจัดตั้งขึ้นได้เช่นเดียวกัน

ในขณะที่ฝั่งตัวละครหญิง หนังยังคงเน้นย้ำทัศนคติ แบบที่เป็นที่นิยมมากขึ้นทุกที นั่นคือ หญิงสาวล้วนตกเป็นเหยื่อของการแต่งงานบังหน้า พวกเธอเป็นเพียงสตรีผู้น่าสงสารที่ถูกหลอกลวง ถูกกระทำโดยเกย์ใจปลาซิวที่ไม่ยอมรับตัวเอง สำหรับพวกเธอโลกที่ถูกต้องเหมาะสม คือเกย์เป็นเกย์ได้แต่ไม่ควรก้าวล่วงโลกรักต่างเพศของพวกเธอ

บางที ทั้ง ชาย ทั้งหญิง ทั้งเกย์ ทั้ง รักต่างเพศ และ รักร่วมเพศ และเราทุกคน กำลังวิ่งวุ่น สับสน วิตกจริต อยู่กับการจัดจำแนก มากกว่าจะคำนึงถึงคำสำคัญจริงๆในการยอมรับ สถานะ นั่นคือ ความรัก

แน่นอนมันฟังดูเพ้อฝัน ไร้สาระ ที่จะมายึดความรักเป็นศูนย์กลางในโลกที่เต็มไปด้วยความหวาดระแวง ไม่เว้นกระทั่งเรื่องชีวิตสมรส

แต่ใช่หรือไม่ว่าจริงๆแล้วเราจะมีเพศใดเพศหนึ่งก็ต่อเมื่อเรามีความรัก ใช่หรือไม่ ที่เมื่อเรารักใครสักคน รักอย่างลึกซึ้ง จนไม่อาจรักคนอื่นได้อีก เราจะเรียนรู้ว่าเราคือใคร เราเป็นชาย เมื่อเรารักหญิงสาวสักคน หรือเราเป็นรักร่วมเพศ เพราะเราได้ค้นพบว่าเรารักอย่างลึกซึ้งต่อคนเพศเดียวกัน สักคน

ที่จริงแล้วตัวหนังโดยรวมไม่ได้ออกมาขี้ริ้วแต่อย่างใด นักแสดงนำทั้ง 5 คนทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ไม่ล้นเกิน และไม่แข็งทื่อ แถมยังมี คุณ ไมเคิล มาขโมยซีนในทุกฉากที่เธอปรากฏตัวอีกต่างหาก

ในหนังเรื่องนี้ ในโลกใบนี้ ใช่หรือไม่ว่าที่จริงแล้วเราเพียงวิ่งวุ่นอยู่กับการจัดจำแนกแบ่งกลุ่มมากกว่าความพยายามทำความเข้าใจ ถึงความรัก หรือถ้าไม่เช่นนั้น มันอาจใช้หรือไม่ว่า ที่แท้ ความรัก กลายเป็นคำแสนเชย ตกสมัย เพราะในที่สุด ตอนนี้ เราไม่ได้-รัก- ใครมากพอจนสามารถจะเรียนรู้ จากความรักได้อีกแล้ว

ยงยุทธ ทองกองทุน

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ถึงจะอ่านผ่านๆแต่บทความวิพากษ์ได้สะใจมาก เหอๆๆๆ การพยายามจัดจำแนก ก็คือการพยายามแยกความเป็นเขาเป้นเรา อาจจะทำให้เกิดทัศนะคติที่ผิดเพี้ยน แก่อีกฝ่าย ---โดยส่วนตัวไม่ชอบหนังไทยที่พยายามเอาทุกเรื่องทำเป็นเรื่องตลก บางอย่างเราควรมองและนำเสนออย่างละเมียดละไม

#1 By '''''''''' ' _ ' ''''''''''' on 2006-07-19 10:08

ขอสารภาพว่าผมอ่านผ่านๆ

แต่ที่อ่านก็เพราะว่าเป็นคุณฟิล์มซิคเขียนครับ นี่เป็นหนังที่ผมไม่สนใจจะดู ถึงเอาเงินมาจ้างให้ดู ก็ยังต้องคิดหนัก และไม่ค่อยกล้าจะอ่านบทวิจารณ์ เพราะคิดว่ามันอาจจะทำให้รู้สึกหงุดหงิดงุ่นง่าน เพราะความ "ตื้นเขิน" อย่างที่คุณพูดถึง

ผมชอบที่คุณเขียน
อ่านผ่านมาผ่านไป ผ่านไป ผ่านมา แต่ก็ได้คุณค่าอยู่หลาย

ชอบวิธีการโปรโมตของเค้า เมล์กระจาย กราฟฟิค ฮาๆ กระจาย เพิ่งได้รับเมล์มะวานว่ะ ที่เป็นวิธีการดูแอบน่ะ ฮากลิ้ง รูปสวย
ผมกลับเห็นว่าหนังเรื่องนี้นำเสนอภาพรักร่วมเพศได้ร่วมสมัยและค่อนข้างล้ำหน้าอยู่พอสมควรเมื่อเทียบกับสตรีเหล็ก ประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจคือหนังทำให้เราไม่แน่ใจตลอดเวลาว่าพระเอกเป็นเกย์หรือไม่เป็นเกย์ และหนังก็พยายามสอดใส่รายละเอียดบางอย่างที่ขัดแย้งกัน เช่น ตอนเขาเมาในคาราโอเกะแล้วร้องเพลงคาราบาว ผมมีความรู้สึกว่าหนังสามารถจบแบบใดก็ได้ ให้พระเอกเป็นเกย์ หรือให้พระเอกแต่งงาน คนดูสามารถรับได้หมด แต่ที่มันจบแบบที่เราเห็นทำให้เราไม่รู้สึกแย่กับการกระทำของพวกแก๊งชะนีเท่าไหร่ เพราะต้องยอมรับว่าจริงๆ หนังเรื่องนี้กำลังพูดถึงแก๊งเพื่อนสาวในสไตล์ Sex and the City มากกว่าจะพูดถึงเกย์โดยตรง

ความคลุมเครือว่าพระเอกเป็นเกย์ หรือไม่เป็นเกย์นั้น ทำให้คนดูรู้สึกว่าการ 'ตีตรา' หรือการจับแอบแบบที่เห็นในหนังนั้น สุดท้ายไม่สามารถตัดสินใครได้จริงๆ พระเอกอาจจะเป็นผู้ชายแท้ๆ ก็ได้ แล้วคนดูก็จะไม่รู้สึกเหมือนถูกหักหลัง ถ้าหนังจบแบบนั้น

#4 By Riverdale (58.8.10.223) on 2006-07-19 11:36

ทั้ง ๆ ที่บอกว่าตัวหนังเหมารวม ตีกรอบ และเต็มไปด้วยมายาคติสำหรับความเป็นรักร่วมเพศ

ทั้ง ๆ ที่บอกว่าควรยึดเอาความรักเป็นศูนย์กลาง

ทั้ง ๆ ที่พูดถึงพลังอันมหาศาลของความรัก

แต่รู้สึกว่าคุณ filmsick ก็มองความรักและตีกรอบมันได้คับแคบไม่แตกต่างกัน

เห็นด้วยที่ว่า...ความรักไม่ได้จำกัดไว้สำหรับชาย-หญิง แต่ในขณะเดียวกันความรักก็ไม่ได้จำกัดระหว่างเรา-คู่รักด้วยเช่นกัน

ยังมีความรักระหว่างเรา-เพื่อน เรา-พ่อแม่ เรา-พี่น้อง เรา-ประเทศชาติ เรา-พระเจ้าอยู่หัว ฯลฯ

พลังอันยิ่งใหญ่ของความรักมิได้เพียงกำหนดเพศให้คนเรา หากแต่ยังทำคนให้เป็นคนที่สมบูรณ์ด้วยครับ

สุดท้ายรักจะกลายเป็นคำแสนเชย รักจะกลายเป็นคำที่ตกสมัย มิใช่เพราะเราไม่ได้รักใครมากพอ หากแต่แม้แต่ตัวเราเองยังไม่ได้รู้จักความรักเลยต่างหากล่ะครับ

ปล. ไม่ได้ดูหนัง แต่อ่านอย่างละเดียดนะครับ

#5 By Highwind on 2006-07-19 21:28

ความรักไม่มีเพศ!

#6 By sofa on 2006-07-19 21:50

แอบเห็นแย้งความคิดที่5 นะคะ เรากลับเห็นว่าบทความนี้ไม่ได้แสดงให้เห็นถึงความคับแคบทางความคิดเลย ตรงกันข้ามออกจะหลุดจากกรอบพันธนาการแรกเกิดเสียด้วยซ้ำ ซึ่งเราชอบความคิดของคุณ filmsick นะคะ รู้สึกว่าคุณเป็นคนคิดลึกซึ้งและนุ่มนวลจัง (เหมือนสารภาพรัก แหะๆ) ชอบที่คุณเขียนเกี่ยวกับความรักค่ะ

ป.ล. มนุษย์ที่สมบูรณ์คืออะไรคะ

#7 By noonoon on 2006-07-19 21:57

จากที่คุณ highwind บอก >>> พลังอันยิ่งใหญ่ของความรักมิได้เพียงกำหนดเพศให้คนเรา<<< สำหรับผม ความรักมิได้ทำเช่นนั้นครับ ผมเห็นด้วยกับคุณ sofa ที่ว่า "ความรักไม่มีเพศ"

ประเด็นเกี่ยวกับความรักประเภทอื่น เช่น ต่อพ่อแม่ ต่อชาติ ต่อสถาบัน ฯลฯ ไม่เห็นเกี่ยวอะไรกับประเด็นเพศสภาพเลยนี่ครับ

ความรักเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นโดยบริสุทธิ์ สถาบันต่างหากเป็นสิ่งที่ถูกก่อตั้งขึ้นเพื่อจุดประสงค์เฉพาะของมัน มันไม่น่าจะก้าวก่ายกันได้เลยนะครับ (แม้ในทางปฏิบัติ มันจะก้าวก่ายกันเยอะแยะจนน่าเศร้าก็ตาม)

สำหรับผมแล้ว คุณฟิล์มซิคเป็นคนลึกซึ้งมากครับ
เห็นด้วยที่บอกว่า ไม่ใช่ผู้ชาย แล้วต้องเป็นเกย์ หรือ

เพราะตัวเองรักทั้งผู้หญิง และผู้ชาย ...


ปอลอ ลึกซึ้งดีครับ ชอบ

#9 By -- กำพล -- on 2006-07-19 23:24

เห็นแต่ละ comment แล้วนึกสนุกครับ

ถ้าหนังเรื่องหนึ่ง หรือบทความชิ้นหนึ่งเปิดโอกาส พื้นที่ ให้ได้ถกเถียงประเด็นต่างๆกัน ก็นับว่าน่ายินดีมาก

ขอบคุณทุกท่านมากๆครับ

#10 By filmsick on 2006-07-20 10:22

เราเข้าใจความหมาย ของพี่ชายนะ เท่าที่ฟังจากปากพี่เอง บ้างส่วน..

แต่บางคนที่คิดไม่เหมือนพี่มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอีกเหมือนกัน เพราะ พี่ก็บอกแล้วว่ามันเป็นความเห็นส่วนตัว คิคิ


แต่ โดยรวม มันเหมือน ขาดๆนะ ผมคิดใก้ลเคียงพี่อะ แต่สาระและสารระบบทางความคิดผมอาจจะไม่แยบยลแบบพี่อะ

เหอะๆ

#11 By วาซาบิ on 2006-07-20 16:26

แหะ ๆ สวัสดีครับทุก ๆ ท่าน

1.
ก่อนอื่นขอแสดงความรู้สึกสักเล็กน้อย...

ตอนแรกที่คอมเมนต์ไปแบบแย้ง ก็เกรงจะโดนเจ้าของบล็อคต่อว่าเหมือนกัน แต่ผมมองว่าคุณ filmsick เป็นคนที่เปิดกว้างทางความคิด และชื่นชอบการแลกเปลี่ยนความเห็น จึงอาจจะรับความคิดเห็นต่าง (แบบข้าง ๆ คู ๆ) ของผมได้

และผมก็คิดไม่ผิด

ขอบคุณที่รับฟังความคิดเห็นของคนไม่ค่อยประสีประสา "ภาษาหนัง" อย่างผมด้วยนะครับ

2.
อีกเรื่องหนึ่ง...ในคอมเมนต์ที่ 5 ผมอาจจะชี้ประเด็นไปผิดจุดสักเล็กน้อย (ผมคิดว่าผมลืมบอกว่าประโยคไหนของคุณ filmsick ที่ผมไม่เห็นด้วย)

โดยรวมผมชอบเนื้อความของคุณแต่ประโยคที่บอกว่า "เราเป็นชาย เมื่อเรารักหญิงสาวสักคน หรือเราเป็นรักร่วมเพศ เพราะเราได้ค้นพบว่าเรารักอย่างลึกซึ้งต่อคนเพศเดียวกันสักคน"

ประเด็นที่อยากจะบอกก็คือ ยังมีคนที่มิได้มีความรักแบบ "หนุ่ม-สาว" แต่เขาเหล่านั้นก็สามารถค้นพบและรู้จักตัวตนที่แท้จริงของตัวเองได้

เพราะฉะนั้นสำหรับตัวของผมเอง (ย้ำว่าตัวผมเอง) ความรักมิได้จำกัดเฉพาะคู่รัก ในขณะเดียวกันความเป็นเพศก็ไม่สามารถกำหนดได้ด้วยความรักครับ

3.
หลากคนหลากความคิด ผมคงไม่สามารถกำหนดคำจำกัดความของ "มนุษย์ที่สมบูรณ์" สำหรับคนอื่น ๆ ได้หรอกครับ

แต่สำหรับตัวผมเอง (ย้ำว่าตัวผมเอง) คนที่ปราศจากความรักย่อมเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ไม่ได้

หากเราไม่รู้จักรักตัวเองแล้วเราจะรู้จักคุณค่าของตัวเองได้อย่างไร แล้วเราจะเริ่มรักคนอื่นได้อย่างไร

หากเราไม่รู้จักรักคนอื่นแล้วเราจะรู้จักการเสียสละได้อย่างไร

หากเราไม่รู้จักรักธรรมชาติแล้วเราจะรู้จักความสุขได้อย่างไร

ฯลฯ

จริงมั้ยครับ?

#12 By Highwind on 2006-07-21 03:02

เขียนได้ดีค่ะ

รู้สึกใคร ๆ ก็ชอบนะเนี่ย

#13 By Mrs. Holmes on 2006-07-21 13:42

#14 By me...myself on 2006-07-22 13:24

จะบอกว่า ทฤษฎีในหนัง ใช้ไม่ได้กับทุกคนหรอก ...... โดย เฉพาะเรื่องกรรมพันธุ์ เรารับไม่ได้มากที่สุดอ่ะ ....... เค้าถ่ายทอด โดยเน้นมันมากเกินไป จึงทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสังคมได้นะ ว่าคนที่มีบุตรหลาน เป็น แบบนี้ แล้วต้อง ส่งอย้อนกลับไป ถึงกำพืด ซึ่งมันไม่จำเป็น


เราอยากให้คนที่ดูเรื่องนี้ วิจารณญาณ พอสมควร สนุกก็สนุกก็ยอมรับ ขำในหลายฉากด้วยยยย

แต่ เรื่องนี้ เป็นเพียงสิ่งที่สะท้อนของ กรอบความคิดของ สังคมที่ทุกวันนี้เป็นเท่านั้น

ไม่ได้ตีตรา ว่า คนในสังคมที่เป็นแบบนี้ ต้องมีพฤติกรมแบบนี้หมด

#15 By อีจ๊ะเอ๋ (ไม่แอบแล้ว) (58.9.62.164) on 2006-07-22 22:59

เขียนดีมากเลยค่า ชอบมาก

ความรักต่างหากที่เป็นตัวกำหนดเพศ--เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง

#16 By ยอดมนุษย์หญิง (202.139.204.2) on 2006-07-24 14:17

#17 By หัก (203.188.23.164) on 2007-02-21 12:46

อยากมีผ้วครับ

#18 By eik (58.147.70.136) on 2007-05-10 12:49

ตุ้ด กับกระเทย ประเภทเดียวกัน เเต่ตุดมันก้อคือคือยังไม่คิดไปเเปลงเพศ เเต่เกย์ก็คนละอย่าง คือเอาดอไว้เล่นกับชายเเต่ใช้ชื่อร่วมกันก็คือ เพศที่3 เเค่นั้น

#19 By กึ (124.120.55.80) on 2007-12-19 14:56

ตอนดูหนังเรื่องนี้จบ คิดขึ้นมาในหัว

พระเอกมันเป็นเกย์ตรงไหน จบแบบนี้เพื่ออะไร

บทความนี้ขยายสิ่งที่ผมคิดได้ชัดเจนมากๆเลยครับ
ว่ามันพยายามจัดจำแนกเพศจริงๆ

#20 By แจ่ม (58.8.124.155) on 2008-10-20 21:43