บทความนี้เปิดเผยเนื้อหาของภาพยนตร์

สุนัขสี่ตัวนอนอ้อยสร้อยอยู่กลางถนนในยามค่ำคืน พวกมันครางหงิงๆ อย่างเป็นสุข ค่ำคืนเงียบเชียบ เห็นร่องรอยของหิมะอยู่ทั่วไปหมดสุนัขตัวหนยึ่งลุกขึ้นส่ายหน้าดูถนน พลัน หัวเจาะจักรกลสี่หัวพุ่งปักลงบนพื้นถนน แผดเสียงจนสุนัขกระเจิงออกไป เห็นด้านหลังเป็นตุ๊กตาสี่ตัวบนชั้นวางของหน้าร้าน
เครื่องจักรแผดเสียงกึกก้อง ทำลายประสาท เริ่มลงมือขุดเจาะถนน พลันรถกวาดหิมะ สี่คันเลี้ยวมาจากมุมถนน แผดเสียงเครื่องยนต์กึกก้องไม่ต่างกัน!!!

และนี่คือฉากเปิดเรื่องของหนังเรื่องนี้ ฉากเปิดที่เป็นคำพยากรณ์ชวนขนลุก ถึงอาถรรพ์เลขสี่ และสิ่งที่ผู้ชมจะได้พบเจอ สถานการณ์ชวนช๊อค ที่ขุดเจาะลงในจิตวิญญาณ จนเมื่อผ่านสองชั่วโมงเราคนดูได้แต่ร้องครางวิ่งกระเจิดกระเจิงไม่ต่างจากสุนัขเหล่านั้น!!

4 เล่าเรื่องของชายหญิงสามคนที่บังเอิญพบกันในบาร์เหล้า ชายคนแรกเป็นคนขายเนื้อ แต่เขาบอกกับคนในบาร์ว่า เขาคือผู้จัดหาน้ำแร่ให้กับท่านนายกรัฐมนตรี ขณะที่หญิงสาวซึ่งเป็นโสเภณี บอกทุกคนว่าเธอเป็นสาวออฟฟิศ ส่วนชายหนุ่มคนสุดท้ายเป็นช่างตั้งเสียงเปียโน แต่เขาหลอกทุกคนว่าเขาคือนักวิทยาศาสตร์ในโครงการลับของรัฐที่ทำหน้าที่ โคลนนิ่งมนุษย์ โดยมนุษย์โคลนคนแรก ตอนนี้อาศัยอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง และมีอายุถึง 44 ปี แล้ว

แน่นอนว่าทั้งหมดคือเรื่องโกหก แต่หลังจากออกจากบาร์ เรื่องราวที่ดูไม่น่าเชื่อยิ่งกว่า โกหกยิ่งกว่าก็อุบัติขึ้นกับชีวิตของคนทั้งสาม ภายใต้ความควบคุม การปรากฏ อำนาจ อาถรรพ์ ของ สรรพสิ่งซึ่งมีจำนวน 4 ชายคนแรกถูกนำไปพบกับเนื้อประหลาดที่เขาไม่เคยเห็นมาเลย ชายคนที่สอง ถูกจับ ส่วนหญิงสาว เธอทราบข่าวร้ายบางประการเป็นเหตุให้ต้องเดินทางกลับไปยังหมู่บ้านที่เธอจากมา ดินแดนแสนไกลเหมือนปลายขอบโลก หมู่บ้านที่เต็มไปด้วยหญิงชราทำตุ๊กตาหน้าประหลาดขาย หมู่บ้านเต็มไปด้วยพฤติกรรม ประหลาด ชวนแสยงขนสุดสะพรึง!!!

พลอตหลักของเรื่องเบาบางจนสามารถเล่าสั้นๆให้จบภายในสามบรรทัด แต่ความเลอะเลือน ระหว่างความจริงกับเรื่องเล่า ระหว่างธรรมชาติบิดเบี้ยว กับการจัดวางเลข 4 ลงในฉาก ความไม่ต่อเนื่อง ไม่เกี่ยวข้องเชื่อมโยง กระทั่งเรื่องที่ดูเหมือนเป็นเรื่องและแทบจะเป็นความไร้สาระสุดโต่ง กลับหลอมรวมก่อร่องรอยอันคลุมเครือ น่าหวาดผวา สยดสยอง ทั้งยังน่ารำคาญ และรบกวนจิตใจอย่างยิ่งจนคนดูได้แต่นั่งอึดอัดไปตลอดเวลา และครุ่นคิดอย่างขัดเคืองถึงหนังอีกเป็นเวลานาน

นี่มันหนังที่เล่าเรื่องอะไรกัน!!! หนังพยายามบอกอะไร ! แล้วความรู้สึกขนลุกขนพองอันอธิบายไม่ได้นั้นเล่า!



นี่คือหนังเรื่องแรกของ Ilya Khrjanovsky ผู้กำกับชาวรัสเซียวัย 30 ปี โดยตัวหนังสร้างจากบทประพันธ์ของ Vladimir Sorokin นักเขียนหัวก้าวหน้าของรัสเซียซึ่งเป็นที่ไม่สบอารมณ์ของรัฐบาล อย่างยิ่ง จนทำให้หนังเรื่องนี้ ในที่สุด ถูกแบนในประเทศของมันเอง!!

ภายในเวลา 127 นาที ของหนัง ท่ามกลางความคลุมเครืออันชวนแสยงขน เอาเข้าจริงหนังตั้งหน้าตั้งตาวิพากษ์ - รัสเซียใหม่ - อย่างเอาเป็นเอาตาย หนังไม่ได้พียงพาเราไปชม ทัศนียภาพ ประหลาด หมู่บ้านวิปริตหรือ ความแร้นแค้นของผู้คน หากหนังกลับล้วงลึกไปถึงตัวตนอันแตกสลายลงภายหลังการล่มสลายของโซเวียตสิ่งที่ปรากฏซ้ำ บังเกิดขึ้น ถูกพูดถึง อยู่แทบตลอดเวลาประกอบด้วย หมู หมา และ ตุ๊กตา สามสิ่งที่ที่แท้ถูกนำมาใช้เชื่อมโยงเพื่อพูดถึงความสำคัญเกี่ยวกับการล้มละลายทางอัตลักษณ์ ของผู้คน !!

4
มีเลข 4 เพ่นพ่านเต็มไปหมดในหนังเรื่องนี้ ตั้งแต่ฉากเปิดเรื่อง สุนัข 4 ตัว หัวเจาะ 4 อัน ไล่ไปจนถึงฉากส่วนตัวของแต่ละคน โสเภณี 4 คน ลูกหมู 4 ตัว ตู้ปลา 4 ตู้ กระทั่งฉากในบาร์ ก็มี คน 4 คน(นับรวมบาร์เทนเดอร์) ไหลเลื่อนลงไปในเรื่องเล่า โคลนนิ่ง 4 คน อายุ 44 จนเมื่อกล้องติดตามไป เลข 4 ยังคงตามราวีไม่ลดละ ตุ๊กตา 4 ตัวปรากฏซ้ำ เสมอในทุกฉากในหมู่บ้าน เลข 4 ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงชื่อเรื่อง ไม่ได้เป็นเลขอาถรรพ์ หรือเพียงความจงใจสำหรับการจับผิด เลข 4 ในหนังไม่ได้มีไว้เพื่อทำให้เกิดเกม ตามล่าเลข 4 หากมันซ่อนนัยยะ แห่งการ - ผลิตซ้ำ - ไว้อย่างคมคาย เพราะเลข 4 คือตัวแทน ของความซ้ำ สิ่งของที่มีเพียง 1 คือ หนึ่งดียว มี 2 คือเป็นคู่ มี 3 เป็นครอบครัว แต่เมื่อมี 4 มันคือวามซ้ำซ้อน 1 แตกเป็น2 2 แตกเป็น 4 4 คือตัวเลขของการทำซ้ำ เริ่มต้นวงจร ของการซ้ำไปซ้ำมา


ในฉากหนึ่ง ชายหนุ่มนักตั้งเสียงเปียโน ออกจาก บาร์ไปเข้าผับ เขาเต้นอย่างเอาเป็นเอาตาย ก่อนจะเข้าไปในห้องประหลาด พบชายคนหนึ่งที่สาละวนกับตู้ปลา 4 ตู้ ชายคนนั้นพูดว่ามนุษย์มีความแตกต่างกันในแต่ละคน นั่นทำให้เราเป็นมนุษย์ แต่หากเราเป็นสัตว์ซึ่งมีลักษณะเหมือนกันไปหมด เราจะไม่เหลืออะไรอีก ความเป็นมนุษย์ คือการมีอัตลักษณ์จำเพาะ หากในโลกหลังการปฏิวัติอุตสาหกรรม เรากลับพบว่าตัวตนของเรา เริ่มกลืนกลายไปคล้ายๆกัน เราแต่งตัวเหมือนๆกัน ใช้ชีวิตคล้ายคลึงกัน เริ่มต้นและมีจุดจบไปในทางเดียวกัน ความคิดเกี่ยวกับความเหมือน อาจมีชื่อเรียกอันสวยงามว่า ความเป็นระเบียบเรียบร้อย แต่ในทางหนึ่งมันคือ การผลิตซ้ำ ไม่รู้จบ เราผู้ซึ่งมีความเป็นตัวของตัวเองอยู่ในตัว ท้ายที่สุดถูกผลิตซ้ำให้เป็นเช่นเดียวกัน
หนังตอกย้ำการกลายเป็นสิ่งของที่ไม่อาจบอกความแตกต่างได้ ไว้ในหลายนัยยะ ตั้งแต่ความจงใจของ สรรพสิ่งอันมีจำนวน 4 ที่เปื้อนเปรอะไปบนจอ ไปจนถึงการจัดวางให้ตัวละครอยู่ในสถานที่ทีที่เต็มไปด้วยสิ่งของที่เหมือนๆกัน ในห้องเย็นชายคนขายเนื้อยืนอยู่กลางซากเนื้อเป็นจำนวนมาก ขณะที่เมื่อเข้าไปในหมู่บ้าน หญิงชราคลุมผ้า แต่ตัวด้วยชุดสีซีดหม่นก็ดูเหมือนๆกันไปหมด จนไม่อาจบ่างแยกได้ว่าใครเป็นใคร หรือในกรณีของชายนักตั้งเสียงเปียโน ฉากสุดท้ายเขาปรากฏตัวกลางขบวนเคลื่อนพลของทหาร สิ่งซึ่งตอกย้ำความเป็นอันหนึ่งอันเดียว ที่ไม่มีตัวตนเฉพาะอย่างถึงที่สุด !
พิจารณาจากสภาพของรัสเซียหลังการล่มสลายของคอมมิวนิสต์ รัสเซียเป็นประเทศที่น่าจะเรียกได้ว่าเคว้งคว้างที่สุดในโลก การกลายเป็นหนึ่งเดียวเพื่อเป้าประสงค์ แห่งความเท่าเทียม กลายเป็นภาพลวงไม่มีจริว ผู้คนปราศจากสิ่งยึดเหนี่ยวทางจิตใจ เปิดม่านเหล็ก มาพบกับโลกทุนนิยมสัมบูรณ์ ที่ทำพยายามอย่างยิ่งจะผลิตซ้ำผู้คนไม่ต่างจากสังคมคอมมิวนิสต์ หากมีเป้าหมายทางการค้าแทนที่!

ตุ๊กตา
ในครึ่งหลังของเรื่อง หนังติดตามหญิงสาวคนเดียวในกลุ่มเข้าไปยังหมู่บ้านสุดขอบโลก สถานที่หลอกหลอนที่ต้องนั่งรถไฟ ยาวนาน ท่ามกลางบทสนทนาผลิตซ้ำ (หนังให้เราเห็นหญิงสาวต้องผเชิญกับผู้คนหลากหลายในบทสนทนาเดิม ซ้ำ สองครั้ง กระทั่งบทสนทนาทักทายคนแปลกหน้ายังถูกผลิตซ้ำ!) หนำซ้ำหนังยังทำให้การเดินทางของเธอ ยาวนานไม่รู้จบ ผ่านทัศนียภาพสุดหลอน อย่างเช่นโคลนเฉอะแฉะ กองขยะ ทุ่งสีทึมๆ ดินแดนที่เสมือนกับ สถานที่เหลือใช้ที่ถูกนำมาโยนทิ้งวที่ปลายขอบโลก (ฉากขวดน้ำกระเด็นกลับขึ้นจากถังขยะอย่างไร้เหตุผล เป็นฉากหลอน ที่ติดตามากๆ )
แต่สรรพสิ่งกลับหลอกหลอน รุนแรงมากขึ้นไปอีก เมื่อ เธอไปถึงหมู่บ้าน หญิงสาวมาร่วมงานศพของหญิงสาวผู้หนึ่ง ซึ่งตายเพราะขนมปังติดคอ ฟังดูตลกในเริ่มแรก แต่เรื่องจริง เธอคือผู้ผลิต ใบหน้า- ของตุ๊กตา สินค้าส่งออกประจำหมู่บ้าน ด้วยการเคี้ยวขนมปังแล้วคายออกมาปั้นเป็นหน้าตุ๊กตา ส่วนคนที่เหลือในหมู่บ้าน (ซึ่งมีเด็กสาวเพียงสองคน และมีผู้ชายคนเดียวคือสามีของผู้ตาย ที่เหลือ เป็นหญิงชราล้วนๆ) จะทำหน้าที่ในการเย็บตุ๊กตาไร้หน้าขึ้นมา
ความตายของสาวปั้นหน้า สะท้อนนัยยะสำคัญเกี่ยวกับอัตลักษณ์ เพราะหากมนุษย์เป็นเช่นตุ๊กตา (ซึ่งแน่นอน ทุกครั้งที่ปรากฏในฉากมันจะมี 4 ตัวเสมอ) ใบหน้าคือสิ่งเดียวที่บ่งบอก ความจำเพาเจาะจงของตัวเรา ดังนั้นความตายของผู้ผลิตใบหน้าจึงเป็นการจบสิ้นทางอัตลักษณ์ หลังจากนั้น ตุ๊กตาเป็นเพียงการผลิตซ้ำ ของรูปร่างอันคล้ายคลึง หัว ตัวแขน ขา กระทั่ง อวัยวะเพศ (ใช่แล้ว ตุ๊กตาในเรื่องมีอวัยวะเพศ แถมเหล่าหญิงชรายังเล่นสนุกกับมันอย่างชวนแสยงอีกต่างหาก! )

หญิงชรา
เหล่าหญิงชราในเรื่องเป็นตัวแทนของการผลิตซ้ำรูปแบบหนึ่ง พวกหล่อนคล้ายคลึงกัน ส่งเสียงแหลมหวีดร้องคล้ายๆกัน ประกอบกิจกรรมเหมือนๆกัน สุดสยองพอๆกัน ที่สำคัญคือสถานการร์จะวิปริตเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าทันทีเมื่อพวกหล่อน เริ่ม ร้องเพลงพื้นบ้าน!!!!
หากในหนัง (หรือในการรับรู้โดยทั่วไป ) บอกกับเราว่า การย้อนกลับไปหารากเหง้าของเราเองคือการค้นหาอัตลักษณ์ ของตัวเอง หนังเรื่องนี้ได้ทำลายความเชื่อนั้นลงอย่างราบคาบ เพราะที่แท้กระทั่งภายในดินแดนสุดขอบโลก รากเหง้าของผู้คนคือสิ่งกดดันบีบคั้นให้ผู้คนกลายเป็นเช่นเดียวกันได้ด้วย เราต้องเหมือนเพื่อจะลดแรงเสียดทานจากชุมชน ไม่เช่นนั้นก็จะถูกอัปเปหิออกไป (เช่นเดียวกับความตายของสามี สาวนักปั้นหน้า หลังจากหล่อ พิมพ์หน้า (การผลิตซ้ำ!?!) สำเร็จ หากเหล่าหญิงชราที่อยู่ในหมู่บ้านเคยเป็นตัวแทนของอ้อมแขนอบอุ่นที่รอให้ผู้ผิดหวังจากเมืองกลับไปพักพิงมันก็อาจกลายเป็นกรงแรงกดอันวิปริตได้เช่นกัน ดังนั้นแทบทุกฉาก เราจึงเห็นเด็กสาวในหมู่บ้านเป็นบ้ากันไปหมดพวกเธอ ถ้าไม่วิ่งไปอ้วก ก็ตบตีกันเอง ขณะหญิงชรา ร้องเพลงพื้นบ้าน เล่นตีนม หรือเอาไวน์ราดนมกันเอง หัวเราะคิกคัก เล่นจู๋ตุ๊กตา และกินหมู แบบสุดสยอง

หมู

ดูเหมือนหมู ถูกใช้เป็นตัวแทนของ มนุษย์เช่นเดียวกับตุ๊กตา ในตอนหนึ่ง ชายขายเนื้อหลังออกจากบาร์ เขาเข้าไปในภัตตาคาร ถกเถียงกับบริกรเรื่องเนื้อ ก่อนที่บริกรจะพาไปดู เนื้อลูกหมูอ้วนกลมสี่ตัว (ซึ่งที่จริงธรรมดาอย่างยิ่งแต่กลับอาศัยบรรยากาศชวนขนลุกทำให้ฉากนี้ สยองอย่างยิ่ง ) หากลูกหมู สี่ตัวเป็นตัวแทนการผลิตซ้ำ และการกลายเป็นอาหาร มนุษย์ ผู้สูญเสียความสามารถในการแยกตัวตน ใยมิคล้ายกับหมูตัวหนึ่ง ยิ่งในฉากท้ายเรื่อง เมื่อเหล่าหญิงชรา กินเลี้ยงหมู วิปริต พวกหล่อนกรีร้อง ตัดแบ่งเนื้อหมู ย่างกินกันอย่างเปรอะเปื้อน ก่อนที่จะจบงานเลี้ยงด้วยการเอาหัวหมู ไปให้หมูกิน!!! การแยกชิ้นส่วนของหมู ไม่ต่างจากชิ้นส่วนของตุ๊กตา มนุษย์เองก็เช่นกัน หากปราศจากใบหน้า เราก็แทบไม่แตกต่างกัน เช่นนั้น การเอาหัวหมูไปให้หมูกินจึงไม่ต่างจากการกินกันเอง และมันเป็นไปได้ยิ่งที่เราเองนั่นแหละ ที่กลืนกิน อัตลักษณ์ของกันและกัน เพราะเรานิยมชมชอบ ระเบียบเรียบร้อย มากกว่าความแตกต่าง เราต้องการให้ผู้คนสามารถ ควบคุมได้ จัดแบ่งกลุ่มได้ และ อธิบายได้ ลึกลึกเราจึงเกลียดชังความแตกต่าง และพยายามกลืนกินคนที่พยายามจะเป็นตัวของตัวเอง เราคือหมูที่กินหัวพวกพ้องเดียวกัน!!!

หมา
หมาในเรื่องแตกต่างออกไป ในฉากเปิดเรื่อง หมาสี่ตัวนอนสงบนิ่งก่อนถูกคุกคามจากหัวเจาะขนาดยักษ์ ในฉากหนึ่ง ชายขายเนื้อเทียบหมากับเทพเจ้า เขาไล่เตะชายคนหนึ่งที่เตะหมา หรือการเดินทางของหญิงสาวที่มีหมาตัวหนึ่งวิ่งตามไปเรื่อย ๆ กระทั่งในจุดจบของชายขายเนื้อ เมื่อหมาตัวหนึ่งวิ่งตัดหน้ารถ หมาในเรื่อง ดูเหมือนจะเป็นตัวแทน ของสิ่งสูงส่ง ซึ่งถูกขับไล่โดย การรุกคืบของโลกเทคโนโลยี(หัวเจาะ) หรือโลกคอมมิวนิสต์ (ทหาร) หรือกระทั่งชุมชน (ทันทีที่เธอเข้าไปในหมู่บ้านเราแทบไม่เห็นหมาอีกจนในฉากสำคัญฉากหนึ่ง) บางที หมา อาจเป็นตัวแทนของ อัตลักษณ์ที่แท้ หมาคือตัวแทนของดวงวิญญาณที่ทำให้เราแตกต่างจากผู้อื่น และในที่สุดก่อร่างความเป็นตัวเราขึ้นมา ในหมู่บ้าน หมากลับมาในฉากสำคัญ เมื่อตุ๊กตา 4 ตัวสุดท้ายที่มีใบหน้า โดนหมารุมแทะ!!! กระทั่งตัวอัตลักษณ์เอง ก็กลืนกินตัวเอง หรือบางทีนี่คือการเอาคืนจากเทพเจ้า (หากจะเชื่อเช่นเดียวกับที่ชายขายเนื้อเชื่อ) มนุษย์ถูกสร้างอย่างแตกต่าง แต่กลับเลือกที่จะไม่ยอมแตกต่าง เลือกที่จะเป็นเหมือนๆกัน เทพเจ้าจึงมาเอาคืนความแตกต่างไป (กินใบหน้า) และทำลายมนุษย์เสีย (ในจุดจบของชายขายเนื้อ)


และเอาเข้าจริง เราได้พบว่าบรรดาเหล่าตัวละครในเรื่องแทบทั้งหมด เป็นเพียงชนชั้นแรงงานไร้ทางสู้ ที่โดนโลกทั้งสองฟาก (ทุนนิยม และคอมมิวนิสต์ ) บีบรัด และกระทำ ไม่ต่างจากหมู จากหมา กดดันให้พวกเขา กลายเป็นตัววิปริตราวกลุ่มหญิงชราในหมู่บ้าน ในฉากจบ หลังชายขายเนื้อ (ซึ่งน่าจะเป็นตัวแทนชนชั้นมีอันจะกิน)ตายลง เขาจึงโดนฉกนาฬิกาข้อมือไปโดยชนชั้นล่าง เป็นการแก้แค้นเอาคืนจากหมู จากหมา จากตุ๊กตาไร้หน้าที่ถูกกระทำมาชั่วชีวิต

หนังไม่มีเพลงประกอบเลย หากจู่โจมคนดูด้วยเสียงรบกวน ตลอดเวลา ในทุกฉาก หนังจะมีเสียงที่ไม่สัมพันธ์กับภาพบนจอ เสียงรบกวน ของเครื่องจักร รถยนต์ ผู้คน ที่รบกวนตัวละครและคนดูตลอดเวลา แถมด้วยภาพแช่ทิ้งนิ่งนาน ผู้กำกับน่าจะรับอิทธิพล เรื่องการใช้เสียงและภาพ มาจาก Bela Tarr ซึ่งใน Damnation ของเขา หนังเต็มไปด้วยเสียง จนคนดูปวดประสาท หรือการใช้ภาพแช่นิ่งนาน (โดยเฉพาะในหมู่บ้าน) ทรงพลังไม่แพ้ฉากเดินขบวนในWerckmeister harmonies แต่อย่างใด) หากจะให้อธิบายแบบหนังอิงหนัง เราคงพอจะบอกได้ว่า นี่คือหนังที่เป็นเสมือน ภาพหัวกลับทางเสียงของWerckmeister Harmonies และมีบางช่วงตอนชวนให้ขนลุกแบบ Stalker ของ ปรมาจารย์ผุ้กำกับร่วมชาติอย่างAndre Tarkovsky

หนังแทบไม่เหลือความหวังอะไรไว้ให้เราเลย ตุ๊กตาถูกเผาไหม้วอดวาย ชายขายเนื้อตายคาที่แถมยังโนแย่งชิงนาฬิกาไปอีก ส่วนชายนักตั้งเสียงเปียโน กลายเป็นทหาร ต่อต้าน ตกตาย และกลายเป็นส่วนหนึ่ง เป็นสามทางเลือกของชายหญิง (ที่ไร้ชื่อ!!!!) ที่พยายามสร้างอัตลักษณ์ขึ้นมา (ผ่านทางเรื่องเล่าที่ไม่มีจริงในบาร์!!!!) และพ่ายแพ้ต่ออำนาจการผลิตซ้ำในทุกรูปแบบ

ปล.ขอบคุณ คุณเต้สำหรับความคิดเห็นครับ

Ilya Khrjanovsky

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

แค่อ่านยังขนลุกตามเลยค่ะ

#1 By ★ビクシャス★CruximissA★ on 2006-07-13 20:36

อ่านแล้วเหมือนกับจะเป็นนิยายได้เลยนะเนี่ย *-*

ยังไม่เคยดูหนังแนวๆนี้แฮะ~ อ่านแล้วอยากลองไปหามาดูมั่ง~

#2 By J@an~♪♫ on 2006-07-13 22:38

อ่านแล้วขนลุกจริงๆค่ะ

อัตลักษณ์ที่ลางเลือน ทดแทนด้วยการผลิตซ้ำจนมนุษย์ทุกคนเหมือนๆกันไปหมด นี่มันชีวิตจริงๆในสังคมโลกาภิวัฒน์นี่นา เป็นเรื่องที่น่ากลัวมากๆ แต่เรื่องที่น่าขนลุกยิ่งกว่าคือ มนุษย์ส่วนใหญ่กลับยอมรับสถานะนี้อย่างไม่ทุกข์ร้อนอะไรเลย นี่เราอยู่ในโลกใบหลอนใช่ไหม

คุณเขียนได้ดีจริงๆค่ะ ข้อมูล+ความคิดเห็นแน่นมาก

#3 By noonoon on 2006-07-14 09:53

แนวมากๆๆ ถ้าได้ดูคงหมดบุหรี่ไปหลายซอง

#4 By M_P_X (61.91.36.122) on 2006-07-14 22:06

ได้ดูในเทศกาล และเป็นหนังที่มึนที่สุดในเทศกาลเลยครับ

#5 By yuttipung (202.44.8.100 /10.4.43.67) on 2006-07-15 14:15

อืม...
เข้าใจแล้ว

#6 By sofa on 2006-07-15 18:46

อืมมม

#7 By * Jetkaro ShowtimE * on 2006-07-15 21:49

อ่านตรงนี้ยังคลื่นไส้เลย
จริงๆสะดุดตากับเรื่องนี้มากๆ เอาแค่ปกกับชื่อก็กินขาดแล้ว
ถ้าทำใจได้เมื่อไหร่คงหามาดูละกัน
แนวชิบ

#8 By โคค่อน on 2006-07-16 01:37

ดูแล้วคงปวดหัวน่าดู

#9 By .-+^melody^+-. on 2006-07-16 10:31

ชอบฉาก "เดิน" มากๆเลยค่ะ ฉาก "วนซ้ำ" บนรถไฟก็ชอบมากๆ

เขียนได้ดีมากๆเลย

#10 By M.Scudery Worships Laurent Achard (58.8.185.98) on 2006-07-16 21:48

....

น่ากลัวมากค่ะ

กลัวได้หลงเข้าไปอยู่ในหมู่บ้านนั้น

อึ๋ย คิดแล้วขนลุก

...

#11 By Coffee mania on 2006-07-17 06:40

อ่านแล้วก็อยากดู ทั้ง
ที่รู้ว่าไม่มีทาง

#12 By +ครูคนชง+ on 2006-07-17 10:08

จริง ๆ ก็ชอบดูหนังสยองขวัญเหมือนกันนะคะ
แต่ชอบแบบที่สยองด้วย สะอาด ๆ ด้วยน่ะค่ะ

แล้วแปลก... ไม่ชอบหนังสยองที่มีอะไร ๆ เกี่ยวข้องกับตุ๊กตา (สงสัยฝังใจกับเรื่องตุ๊กตา สมัยยังเด็ก )

พอคุณเอาไปผูกกับการล่มสลายของโซเวียต...
พี่ก็อืม... นึกถึงหนังสือเรื่อง แอนิมอล ฟาร์ม

จริง ๆ ชอบอ่านวรรณกรรมรัสเซียมากเลยนะคะแต่หนังเรื่องนี้... ขอผ่านค่ะ
อยากดู

#14 By [[ himalaya ]] on 2007-01-13 13:50