SLITHER หนอนนรก ปีศาจบริโภค!

posted on 04 Jul 2006 15:29 by filmsick  in sickfilm

มันเป็นเมืองเล็กๆอันแสนสงบสุข ผู้คนยิ้มแย้มแจ่มใส ทำไรไถนา ตกเย็นก็กินข้าวกับครอบครัว พ่อแม่ลูกอยู่รวมกันเป็นครอบครัวสุขสันต์ มี Bill Pardy นายอำเภอเข้มแข็งห้าวหาญ มีสาวสวยประจำเมืองนาม Stalar ที่ตอนนี้กลายเป็นหญ้าอ่อน ของ Grantโคแก่ผู้ร่ำรวย แต่รักจริง มีชีวิตสุดหรูอยู่ในคฤหาสน์ ทิ้งให้นายอำเภอยอดรักอดีตกิ๊กเก่ายืนมองตาปรอยทุกครั้งที่พบพาน

จนกระทั่งค่ำคืนหนึ่ง ตาเฒ่าหงุดหงิดใจที่แฟนสาวไม่ยอมร่วมบรรเลงเพลงรัก เลยออกไปนั่งดื่มที่ร้านคาราโอเกะ ลงเอยด้วยการพาสาวอีกนางเข้าป่า แต่ยังมิทันจะเข้าด้ายดข้าเข้มก้มีอันให้ต้องพบเจอสัตว์ประหลาดตัวเมือก คลานกระดึ๊บ กระดึ๊บอยู่บนพื้น ด้วยความซ่าส์ พ่อเฒ่าเอาไม้เขี่ยดู พลันมันพุ่งพรวดเข้าท้องไปเสียหน้าตาเฉย

เขากลับบ้านไปใช้ชีวิตเซ็กส์สุดหฤหรรษ์กับภรรยา หากในอีกด้านหนึ่งกลับกระหายเนื้อสดจนต้องซื้อมาตุนเอาไว้ และเริ่มแพร่พันธุ์มันไปสู่หญิงสาวผู้หนึ่ง ตามมาด้วยหนอนปีศาจที่ออกไล่ล่าผู้คนทั้งเมืองจนกลายเป็นผีดิบในชั่วข้ามคืน!

James Gunn ผู้กำกับบภาพยนต์เรื่องนี้เป็น ศิษย์เก่าของ Tromaville สตูดิโออินดี้ในอเมริกาที่อยู่ยั้งยืนยงมาหลายสิบปีในการผลิต หนังสยองขวัญเกรดต่ำ ที่เต็มไปด้วยเลือด ของเหลวจากร่างกาย สัตว์ประหลาดอุบาทว์ๆ และมุกตลกลามก หรือหนังที่สร้างขึ้นเพื่อเลียนแบบหนังโรงที่เข้าฉายอยู่ตอนั้น เช่นใตอนที่ Baz Luhrmann ทำ Romeo and Juliet ทาง Troma ก็ทำ tromeo and Juliet ซึ่งดำเนินเรื่องเหมือนกันเปี๊ยบเว้นแต่ว่า พระเอกมี ไอ้จู๋ยักษืที่เป็นสัตว์ประหลาดพูดได้!!!! เราสามารถหาหนังของ Troma ได้ตามร้านเช่าหนังซุกมาพร้อมกับหนังวีซีดีเกรดรอง (จริงๆหนังของ Troma เกรดรองกว่านั้น! ) และเมื่อลูกหม้อ Troma ได้ดิบได้ดีมาขึ้นจอใหญ่ เขาก็พกความห่าม ระห่ำแบบtroma ติดมาเต็มที่ (แต่ลดดีกรีลงบ้าง) ทำให้หนังดูกึ่งดิบกึ่งฮาแบบได้ใจ

นอกจากลูกบ้าแบบ Troma หนังยังเป็นเสมือนการทำขึ้นเพื่อคารวะหนังสยองขวัญจากยุค 70 80 อันเป็นยุคทองของหนังสยองขวัญ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกดารานำเป็น Micheal Rooker อดีตพระเอกผู้รับบท Henry ในหนังสยองขวัญอื้อฉาว ในเรื่องของความรุนแรง (และยังอื้อฉาวอยู่แม้จะผ่านไปเกือบ 20 ปีแล้ว) อย่าง Henry : A portrait of serial kille มารับบทตาเฒ่า Grant หรือการให้เรื่องเกิดขึ้นในเมืองเล็กๆ แบบที่หนังสยองขวัญยุค 80 ชอบทำกัน (ยกตัวอย่างง่ายๆเช่น Critters กลิ้ง งับ งับ หรือ Tremors สัตว์ประหลาดใต้ดิน หรือหนังสยองขวัญจำพวก หนูปีศาจ แมลงยักษ์ ค้างคาวมหาภัย ที่มีให้ดูกันเกลื่อนในยุคนั้น) และ หนังยัง ให้บรรดาผู้คนที่ถูกหนอนปีศาจเข้าสิง (คล้ายๆหนังสยองขวัญคลาสสิคเรื่องInavasion of body snatcher) กลายเป็นซอมบี้ ผีดิบเดินดิน แบบบรรดาซอมบี้ในหนัง จตุภาค ซอมปี้ ของ Georgre A. romero แม้ว่าที่จริงแล้วเป็นการยากที่จะบอกว่าเรื่องไหนลอกเลียนเรื่องไหน(เพราะหนังสยองขวัญมีรูปแบบให้เล่นไม่มากนัก ) กระทั่ง การให้ชื่อตัวละครประกอบในหนังตามชื่อของผู้คนที่เคยเป็นตัวประกอบในหนังสยองขวัญดังๆ อย่าสงRosemarys baby หรือ Videodrome ( โปรดอ่าน trivia ของหนังเรื่องนี้ในเวบ IMDB ประกอบ ) หรือเอาเข้าจริงมันเป็นการลอกเลียน หรือการบูชาครู หรือว่า มันแค่เรื่องบังเอิญ ก็ตาม การหยิบจับเลือกใช้ แล้วนำมาบิดผัน ทำให้ฮา หรือทำให้บ้า (ฉากเด็กสาวสู้ตายดึงหนอนจากปากตัวเองจนสำเจ็จ เป็นฉากที่ไม่ค่อยจะพบในหนังสยองขวัญนัก ) ทำให้หนังกลายเป็นหนังอิงหนังที่มีเอกลักษณ์ของตัวเองอย่างน่าสนใจ(เอ๊ะ ! ก็นี่มันนิยามของหนังTroma นี่หว่า!)

หนังอุดมด้วยอารมณ์ขันร้ายๆที่เสมือนหักเหลี่ยมหนังสยองขวัญเก่าๆ สิ่งต่างๆที่หนังวางให้คนดูเห็นเพื่อจะกลับมาใช้ในตอนท้ายเรื่อง ( พร้อมพุทธิปัญญาของคนดู เช่น นั่นไง แกซ่อนมีดไว้หลังครัว ลืมแล้วเหรอ!) ถูกมาลบเหลี่ยมให้กลายเป็นความเลินเล่อของตัวละครจนเรียกเสียงฮาได้อยุ่เนืองๆ หรือการที่ให้ตัวเอกของเรื่องทำอะไรได้ไม่มากไปกว่าการวิ่งหนีผีวิ่งไล่ ก็ทำให้หนังดูอิหลักอิเหลื่อในการเป็นวีรบุรุษของพระเอก หากเพิ่มมิติฮาๆมันๆได้อยู่เนืองๆ

หนังซ่อนนัยยะการบริภาษ บริโภคนิยมเอาไว้อย่าแสบสันต์ผ่านทางตัวปีศาจที่ อาศัยร่างของหญิงผู้หนึ่งในการสร้างตัวหนอนปีศาจ โดยจับเธอมาล่ามไว้แล้วให้เธอเอาแต่กิน กิน กิน ไม่รู้จักหยุดหย่อนจนร่างเธอพองเท่าโรงนา! ก่อนที่จะแตกออกมาเป็นตัวหนอน ซึ่งเมื่อไปเข้าร่างผู้ใด ผู้นั้นจะกลายเป็นผีดิบบริโภคที่บริดภคไม่สุดสิ้นกระทั่งลุกหลานของตัวเอง! ก่อนที่จะกลับมารวมตัวกับตัวปีศาจกลายเป็นก้อนเนื้ออีเหละเขละขละที่ชวนขนลุก

หากในหนังจตุรภาค ซอมบี้ ของGeorge A.Romero ใช้เหล่าซอมบี้แทนชนชั้นแรงงาน คนผิวสี หรือโลกมุสลิม ที่ถูกทำให้กลายเป็นผีดิบ เอาคืน- ชนชั้นกลางนักบริโภค หากแต่ Slither กลับตาลปัตรให้เราเห็นว่าเหล่าผีดิบที่แท้คือรูปรอยของ-ผู้บริโภค ที่เอาแต่บริโภคๆ อย่าไม่ลืมหูลืมตา การบริโภคในโลกทุนปัจจุบันไม่ใช่เพียงการขุนตัวเองให้อ้วนพีฟุ้งเฟ้ออยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยทรพยากรเท่านั้น เพราะในปัจจุบันเราไม่ได้เพียงบริโภควัตถุเท่านั้น หากสินค้าที่เราใช้จ่ายเพื่อการบริโภคสูงสุดกลับคือ สัญญะของมันตั้งหาก ในปัจจุบัน ผู้ขายไม่ได้ขาย เพียง สินค้า- แต่สิ่งที่เขาขายกลับคือ นัยยะซ่อนเร้นของการ-บริโภคสินค้า เราถูกทมำให้เชื่อว่าจะมีผิวขาวผุดผ่องเหมือนดาราคนนั้นเมื่อใช้ครีมยี่ห้อนี้ หรือมีสาวมากมายมากรี๊ดใส่ หากใช้รถยี่ห้อนู้น หรือได้รับการเลื่อนตำแหน่ง เพียงเพราะใช้มือถือยี่ห้อโน้น เราบริโภค ความหมายลวงมากกว่าตัวสินค้า เราบริโภค lifestyle มากกว่าวัตถุจริงๆ เราบริโภคไม่ใช่เพราะเราขาดพร่อง แต่เพราะเราต้องการเปลี่ยนสถานะตัวเองจากคนธรรมดาไปเป็น คนสำคัญ- คนที่ แตกต่าง- คนที่-เป็นตัวของตัวเอง-

น่าเสียดายที่ความแตกต่างที่ว่าไม่ได้มีอยู่จริง เพราะการขายให้ทางเลือกจำกัดอยู่แค่ ดีที่สุดเมื่อใช้- และ ไม่เอาไหนหากไม่ได้ใช้- การบริโภค จึงไม่ได้ทำให้เรากลายเป็นคนที่แตกต่าง หากกลับทำให้เรากลายเป็นคนที่เหมือนกันจนน่าขนลุก เราแข่งกันบริโภคอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อที่จะพบว่า เรากลายเป็นคนที่เหมือนๆกัน กล้าที่จะอย่างเหมือนๆกัน ซึ่งนั่นเป็นข้อดีของนักโฆษณา ในการที่จะสร้าง ความแตกต่าง- ประหลาดๆขึ้นมาอีกเล็กน้อย เพื่อให้เราเอาเป็นเอาตายกับมันอีกต่อไป

ใช่แล้ว การกลายเป็นมนุษย์ผู้บริโภค ไม่ต่างจากการมีหนอนปีศาจทะลุทะลวงสมองเราอยู่ เราแทบจะกลายเป็นเพียงผีดิบนักบริโภคที่หลงลืมไปทุกสิ่ง หนอนปีศาจมีประสาทเชื่อมโยงกับปีศาจตัวแม่ ไม่ต่างจากการเป็นอันหนึ่งอนเดียวกับสิ่งที่ผู้ขายต้องการให้เราคิดเกี่ยวกับสินค้า เมื่อเราบริโภคจนอิ่มหนำแล้ว เราจึงเดินทางกลับมารวมตัวเป็นหนึ่งเดียวกับตัวปีศาจกลายเป็นก้อนเนื้อมหึมาที่บริโภคกันอย่างไม่รู้จบ



JAMES GUNN


edit @ 2006/07/04 15:41:04

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

บรือออออออออ อ่านไปหยองไป

#1 By หมาใจดื้อ (203.209.25.157) on 2006-07-04 15:44

เห็นตัวอย่างแล้วก็น่าดูอยู่เหมือนกัน แหวะ ๆ แหยะ ๆ ดี แต่หนังเข้าไวออกไว จนไม่ได้ดูเลยครับ คงต้องรอ วีซีดี

#2 By เจ้าชายน้อย on 2006-07-04 16:06

เหวอ...น่ากลัว

ไม่น่าเชื่อว่าหนังหยองๆแบบนี้มักจะแฝงไปด้วยการแดกดันแฮะ เขียนได้ดีจังเลยค่ะ

#3 By noonoon on 2006-07-04 16:37



อืมๆ.. ทั้งที่เราไปดูด้วยกัน แต่พี่ชายคิดได้ในมุมนี้ ทำให้เราอึ้งหนะ

#4 By วาซาบิ on 2006-07-04 17:08

จริง ๆ ตั้งใจอยู่แล้วว่าจะไม่ดูเรื่องนี้

มาอ่านมาเห็นภาพแบบนี้ ยิ่งต้องทำตามที่ตั้งใจไว้...อย่างเด็ดเดี่ยว

#5 By Mrs. Holmes on 2006-07-04 21:27

มุมมองหน้าสนใจมากครับ มากจนคนคิดบทยังคิดไม่ได้เท่านี้

เศรศฐกิจพอเพียง พาไทยมีสุขครับ

#6 By Highwind on 2006-07-05 01:56

เห่อะๆ
ยังไงเราก็ยืนยันคำเดิม
คือเราไม่ดู...
เฉียบจริงๆคุณนี่

#7 By sofa on 2006-07-05 11:57

ภาพน่ากลัวเชียว....มีปรัชญาแถมท้ายด้วยแฮะ....

#8 By Gratai...Ka!!! on 2006-07-05 15:22

วิเคราะห์ได้ดีจัง อีกมุมเลย

#9 By Soup on 2006-07-06 22:23

วิเคราะห์หนังเกรดบีได้แจ่มมากครับ ><b

#10 By Lullaby-Nocturne on 2006-09-06 15:41

#11 By อาทิตย์ (124.121.124.224) on 2007-09-26 11:57

เมื่อวานไปหาที่ร้านมาหละครับ แต่คุณหนังป่วยไม่อยู่ เสียดายมากๆๆๆๆ ชื่นชอบคุณหนังป่วยมาก อยากไปคุยด้วย ภรรยาพี่พิมที่คุณวิจารณ์ให้อ่าน อ่านแล้วแทบบ้า เพราะไม่คิดอีกแล้วว่าจะมีคนมองอะไรอย่างบรรลุขนาดนี้
นี่ต้องเทพอย่างเดียวที่ทำได้
และคุณหนังป่วยก็เป็นเทพเจ้าแห่งการชมหนังตัวจริง!!

#12 By โซนี่ (222.123.40.38) on 2007-10-10 11:13

#13 By (202.57.154.126) on 2007-12-09 16:33