JUHA คนรักของความเงียบ
posted on 16 Apr 2006 22:09 by filmsick in humanism
อาจเพราะในตอนนี้ผู้คนพากันเอาแต่พูด (โดยไม่ได้มีความหมายอะไรเลย) และที่จริงความเงียบก็ไม่ได้ทำร้ายอะไรใคร เช่นนั้นทำไมไม่ปล่อยให้เราได้ชื่นชมความงามของความเงียบ ด้วยวิถีแห่งภาพยนตร์เล่า Aki Kaurismaki กล่าวไว้เช่นนั้น ไม่ใช่ในบทสัมภาษณ์ แต่ถึงกับเขียนแปะไว้บนโปสเตอร์หนังเรื่องนี้เลยทีเดียว
ใช่แล้ว หนังเรื่องนี้เป็นหนังเงียบ! หนังเงียบ แบบที่มีตัวอักษรขึ้นแทนบทสนทนา และซ้ำยังถ่ายทำด้วยฟิล์มขาวดำอีกต่างหาก
Juha เล่าเรื่องของ ชายชาวไร่นามjuha ผู้ซึ่งเป็นชายอัปลักษณ์รูปร่างอ้วนใหญ่ ขาเป๋ข้างหนึ่ง เขาแต่งงานอยู่กินกับMarja เด็กสาวที่เขาเลี้ยงดูมาตั้งแต่ครั้งยังเด็ก ทั้งคู่ใช้ชีวิตสงบสุข ทำไร่ปลูกผัก เลี้ยงหมา พอขายผักได้พวกเขาก็พากันเต้นรำไปรอบๆ ดีใจเหมือนเด็กๆ จนกระทั่งวันหนึ่ง Shemeikka เซลล์แมนหนุ่มขับรถเข้ามาในเมือง แล้วมารถเสียอยู่ในไร่ของJuha เพียงครั้งแรกที่เขาสบตา Marja เขาก็ตกหลุมรักเธอ ลับหลังJuha เขาลอบชวนให้เธอหลบหนีไปอยู่กับเขา แต่ Marja ปฏิเสธ แม้ลึกๆเธอเองก็ฝันจะได้ออกไปจากเมืองนี้ ไปมีชีวิตแบบที่น่าตื่นเต้น
จนเมื่อShemmeikka กลับมาอีกครั้ง เธอก็ตัดสินใจหนีไปกับเขา ทิ้งJuha ให้เดียวดาย เมามายและโศกเศร้า มิคาด Shemmeikka กลับเป็นไอ้ตัวแสบ เขาพาเธอไปทิ้งไว้ในซ่องโสเภณีมืดๆ บังคับให้เธอต้องขายตัว ชีวิตของMarja ระทมทุกข์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เธอคิดถึงJuha แต่มันดูเหมือนจะสายเกินไป
วันคืนล่วงเลยไปในที่สุด Juha ผู้ระทมทุกข์ตัดสินใจเดินทางเข้ามาตามหาเธอในเมือง พร้อมกับขวานอันหนึ่ง ก่อนที่เรื่องจะลงเอยอย่างเศร้าสร้อย

แน่นอนว่าพลอตเรื่องสุดแสนน้ำเน่า ซ้ำซาก เป็นหนังชีวิตเรียกน้ำตาแบบเก่าแก่ ที่เล่าซ้ำมาเป็นร้อยรอบ ซึ่งมันเป็นเช่นนั้น เพราะที่แท้หนังเรื่องนี้สร้างขึ้นจากนิยายขายดีของฟินแลนด์ ชื่อเดียวกับชื่อหนังที่เขียนโดย Juhani Aho ซึ่งเขียนขึ้นตั้งแต่ปี 1911 และถูกนำมาสร้างเป็นหนังทั้งฉายโรงและทีวี ประมาณ 5 ครั้ง (หากเทียบง่ายๆก็คงจะคล้ายกับบ้านทรายทองในบ้านเรา) โดยมีครั้งหนึ่งเป็นหนังเงียบ(ฉบับปี 1921 ) แต่ดูเหมือนนี่จะเป็นครั้งที่ไปได้ไกลที่สุด ทั้งในแง่มุมของศิลปะ และการได้รับการยอมรับ
นี่เป็นครั้งที่ 4 ที่Aki Kaurismaki ดัดแปลงบทภาพยนตร์จากวรรณกรรมเก่าแก่ (แม้จะไม่สามารถหาข้อมูลได้แน่ชัด แต่เดาว่าอีกสามเรื่องที่เหลือน่าจะคือ( Hamlet Goes Business, La vie de Boheme และ I Hired a Contract Killer ซึ่งมี DVD ออกมาพร้อมกัน) โดยในครั้งนี้ Kaurismaki ไม่ได้ทำเพียงหนังเงียบ(ตามปกติหนังของเขาก็มีบทสนทนาไม่มากนักอยู่แล้ว) เล่าเรื่องหน้าตาย (แต่โศกซึ้งกินใจ) และให้ความหวังผู้คน เหมือนที่เคยเป็นมาเท่านั้น ครั้งนี้ Kaurismaki ได้แสดงความรัก ความเคารพที่เขามีต่อภาพยนตร์ โดยเฉพาะหนังเงียบไว้อย่างเต็มเปี่ยม งานถ่ายภาพฝีมือของ Timo Salminenพาคนดูย้อนทวนประวัติศาสตร์หนังเงียบไปมองดูการจัดแสงฉาก องค์ประกอบภาพ แบบที่พบเห็นในหนังของ F.W. Murnau, Erich Von Stroheim และ D.W. Griffith. ไล่เรื่อยไปจนถึงหนังฟิล์มนัวร์เกรดบี ในช่วงท้ายเรื่อง(โดยเฉพาะฉาก ซ่องที่จัดแสงเงาไดอย่างน่าทึ่ง ) นอกจากนั้น หนังยังใส่ฉากที่ตั้งใจทำจขึ้นเพื่อคารสะ Sammuel Fuller(โดยอยู่ในฮู้ด ของพระเอก ในฉากหนึ่ง) , Douglas Sirk และ Luise Bunuel
ในส่วนของตัวหนัง ยังคงได้รับความช่วยเหลือจากบรรดาดาราขาปีระจำของ Kaurismakiที่ยังคงวนเวียนเล่นบทนู้นบทนี้ในหนังแต่ละเรื่อง Sakari Kuosmanen รับบท Juha และ เลดี้ Kati Outinen มารับบท Marja แน่นอนทั้งคู่ (รวมไปถึงทุกตัวละคร) ยังคงความหน้าตาย ไร้อารมณ์ไว้ได้เสมอต้อนเสมอปลาย หาก ภายใต้วิธีการเล่าเรื่องแบบเก่า (หนังของKaurismakiไม่มีเทคนิคทางการเล่าเรื่อง ทุกอย่างจะถูกเล่าตามลำดับเวลา ทื่อๆ เชยๆ) บทสนทนาอันน้อยนิด และฉากที่เป็นสีซีดๆ จืดๆ อาจทำหนังของKaurismaki มักถูกมองข้ามเมื่อวางเทียบกับหนังของผู้กำกับอื่น หากสิ่งหนึ่งที่พบพานเสมอในหนังทุกเรื่องของเขา คือการมองโลกอย่างมีหวัง แม้กระทั่งหนังที่จบลงอย่าเศร้าสร้อยเจ็บปวด อย่างThe Match Factory Girl และ ในหนังเรื่องนี้เราก็ยังรู้สึกได้ถึงลำแสงเล็กๆอุ่นๆที่สาดฉายเข้ามาในตัวละครของเขา ในเรื่องราวของตัวละครโรแมนติคที่แม้จะยากจน หรือทนทุกข์ก็ยังคงยึดมั่นในความดีงาม
สำหรับในJuha ส่วนสำคัญที่ทำให้หนังมีความพิเศษคือดนตรีประกอบที่เป็นฝีมือของAnssi Tikanmäki เขาสร้างสกอร์ ในรูปแบบเฉพาะขึ้นมาสำหรับหนัง ซึ่งนอกจากในหนังเรื่องนี้ ดนตรีประกอบแสนไพเราะก็เป็นเครื่องหมายเฉพาะของหนังAki kaurismaki (กระทั่งในหนังเรื่องนี้ซึ่งเป็นหนังเงียบก็ยังอุตส่าห์มีบทเพลงไพเราะให้ฟังหนึ่งเพลง!) และเช่นเคยบทเพลงท่วงทำนองออ่อนหวาน ซ่อนเนื้อหาเศร้าสร้อยไว้ภายใน เหมือนหนังหน้าตายที่ซ่อนแสงสว่างอบอุ่นไว้อาบหัวใจคนดูหลังหนังจบ
เป็นการยากที่จะวิเคราะห์แยกเรื่องหนังของKaurismakiเพราะหนังของเขาอาจไม่ได้มีเทคนิคเลิศ เลอ หรือมีสัญลักษณ์ให้ตีความขบคิด ซ้ำยังออกจะซ้ำไปซ้ำมากับหนังเรื่องอื่นๆก่อนหน้านี้ด้วย แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าหนังของเขาจะอ่อนด้อยคุณค่าทางศิลปะ หรือซ้ำซากน่าเบื่อ เพราะที่แน่ๆ นี่คือหนังที่บอกให้เรารู้ว่า การเล่าเรื่อง โดยธรรมดา แต่ใส่ความจริงใจลงไปอย่างเต็มเปี่ยมนั้นให้ผลลัพทธ์อันทรงพลังอย่างยิ่ง
หมายเหตุ
บทความข้างล่างนี้คือบทวิจารณ์ Juhaครับ ตามไปอ่านได้
http://www.indiewire.com/ots/fes_99NYFF_991001_juharev.html
http://www.saunalahti.fi/~solaris/kauris/juha.html
AKI KAURISMAKI
edit @ 2006/12/10 12:25:49


#1 By sofa (58.10.155.69) on 2006-04-16 22:18