V for Vendetta : Political is personal

posted on 21 Mar 2006 08:57 by filmsick  in humanism

......................................................................
บทความชิ้นนี้อาจมีคุณค่าในฐานะบทความภาพยนตร์น้อยกว่าบทความที่เขียนขึ้นเพื่อแสดงจุดยืนทางการเมืองของผู้เขียน ขอความกรุณาอ่านด้วยความเป็นธรรม(แต่ไม่ต้องเป็นกลาง เพราะบางเรื่องไม่ควรเป็นกลาง ) และหากมีอคติประการใดสอดแทรกมาในบทความชิ้นนี้ ผู้เขียนขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว

......................................................................

*************บทความชิ้นนี้มีการเปิดเผยเนื้อหาสำคัญของภาพยนตร์ครับ*****************


- ที่เราควรจดจำไม่ใช่ผู้คน เพราะผู้คน ผิดพลาดได้ ตายได้ ถูกลืมได้ แต่อุดมการณ์จะยังคงอยู่ แม้ว่าคนจะตายไป หรือถูกหลงลืมไป-
สำหรับเรา บางที วี อาจเป็นเช่นนั้น วี อาจเป็นอุดมการณ์ มากกว่าใครคนใดคนหนึ่ง


- แต่ผู้คนนั้นรักได้ สัมผัสได้ จดจำได้ และอาลัยได้
แต่สำหรับ อีวี่ วีอาจเป็นผู้คน ผู้คนที่ชวนหวนไห้อาลัย แม้จะไม่เคยพบหน้ากันจริงๆเลยก็ตาม


แล้วที่แท้ วี คือใคร แน่นอน เขาคือชายผู้ซ่อนตัวภายใต้หน้ากากของ กาย ฟอว์ค ชายผู้ที่เมื่อ 400ปีที่แล้วบนระเบิดไปวางระเบิดใต้รัฐสภาอังกฤษแต่ไม่สำเร็จ และถูกแขวนคอเป็นรางวัล แน่นอน กาย ฟอว์คในฐานะ บุคคลตายลง แต่กาย ฟอว์คในฐานะอุดมการณ์ยังคงอยู่จนปัจจุบัน ในฐานะของสัญลักษณ์ของการต่อต้านเผด็จการ (แม้ที่จริงแล้วเขาล้างแคนให้กับชาวคริสต์ตางนิกายที่ถูกประหาร)


วี ซ่อนตัวหลังเสื้อคลุมสีดำ หมวกทรงสูง และฝีมือมีดอันเก่งฉกาจ คืนหนึ่ง วีช่วย อีวี่มาจากข้างถนน ขณะที่เธอกำลังจะถูกตำรวจรังแก แต่การช่วย อีวี่กลับนำภัยใหญ่หลวงมาสู่เธอ


ถอยกลับออกมาจากบุคลล และอุดมการณ์ เรื่องราวทั้งหมดเกิขึ้นในอนาคตกาล เมหลังสงครมโลกครั้งที่สาม ที่เยอรมันเป็นผู้มีชัยในสงคราม อเมิรกาล่มสลายกลายเป็นผุยผง และ อังกฤษ ถูกปกครองโดยระบบฟาสซิสต์ โดย ผู้ปกครอง นาม ซุธเลอร์ ที่ยึดเอา ความกลัว- ของมวลชน เป็นอาหาร ซุธเลอร์ ตั้งระบบเคอร์ฟิว ห้ามออกจากบ้านยามวิกาล จัดระบบทหาร โดย ครีดี้ คนสนิทผู้เป็นนักปกครองที่เฉียบขาดและเลือดเย็น ในขณะเดียวกันก็ครอบงำสื่อมวลชนให้ออกข่าวตามชอบใจ (เราแค่เสนอข้าวสาร การบิดเบือนข่าวสารเป็นเรื่องของรัฐบาล หัวหน้าสถานีโทรทัศน์กล่าวไว้เช่นนั้น ) ประชาชน รับรู้ทุกสิ่งผ่านสื่อที่ถูกกลั่นกรองมาเรียบร้อย ประชาชนผู้ต่อต้าน ตอบโต้ หรือไม่เห็นด้วย กับระบบการปกครอง นายตำรวจของครีดี้ จะเข้าไปจัดการจับผู้คนเหล่านั้น ยัดถุงดำไปอย่างรวดเร็ว

ผู้คนเติบโตภายใต้ระบอบการปกครองนี้ หวาดกลัว และหลับใหลไปในระบอบที่ถูกทำให้เชื่อว่า หากปราศจากรัฐแล้วไซร้ ประชาชนทั้งหลายก็ไม่อาจดำรงชีวิตอยู่ต่อไป การยอมสยบอยู่แทบเท้ารัฐโดยไร้ข้อโต้แย้ง จึงเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้พวกเขาดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างปกติสุข โดยไม่มีทางรู่ความหมายแท้ๆของคำว่า ปกติสุขเลยแม้แต่น้อย

detta

แล้ววีก็ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไป ในคืนวันที่ 4 พฤศจิกายน เริ่มด้วยซิมโฟนีแห่งการทำลายล้างตึกเก่า อันเป็นสัญลักษณ์แห่งความยุติธรรม(ที่ไม่มีอยู่จริง) ต่อด้วยการกระจายข่าวปลุกสำนึกมวลชน ว่าใน 1 ปีนับจากนี้ สรรพสิ่งจะเปลี่ยนแปลง และแน่นอน ในมวลชนอันสงบนิ่งมีการกระเพื่อมไหวไม่สิ้นสุด โดมิโน ล้มเพียงหนึ่งตัวอาจพับกระดานล่มไปทั้งแผง และนั่นคือแผนชำระแค้น ของ วี วี ที่เป็นตัวอักษรแรก ของ Vendetta อันแปลว่า ความพยาบาท!

โดยรูปโฉมของหนัง ซึ่งสร้างจากการ์ตูน หม่นมืด ของ อลัน มัวร์ (ที่รังเกียจ ฮอลลีวู้ดจนขอใกห้ถอนชื่อตัวเองจากหนังที่นำบทประพันธ์ของเขาไปสร้างทั้งหมด) ภายใต้ โปรดิวเซอร์(และลงมือเขียนบทเอง) อย่าง สองพี่น้อง วอร์ชอวสกี้ เจ้าของตำนานthe matrix (ว่ากันว่าบทภาพยนตร์เรื่องนี้เขียนเสร็จก่อน matrix ด้วยซ้ำ) และฝีมือการกำกับครั้งแรกของ James Mc teigue (ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นผู้ช่วยผู้กำกับใน the matrix มาก่อนเช่นกัน) แน่นอน หากthe matrix เป็นหนังแอคชั่นไซไฟ ที่ลงตัวและกรุ่นกลิ่นปรัชญา และ matrix ภาค 2 (ซึ่งเป็นภาคที่ผมชอบที่สุดโดยส่วนตัว) หลายสภาพจากหนังพะบู๊ ไปสู่การถกปรัชญาด้วยวิธีคิดวิทยาศาสตร์ และภาค 3 ที่พะบู๊กันเต็มที่(แต่ออกจะจืดชืดไปสักนิด) V for Vendetta คือส่วนผสมของ matrix สองภาคแรก อุดมไปด้วยเนื้อหาหนักหน่วง และการเดินเรื่องกระชับฉับไว เพียงแต่เปลี่ยนหัวข้อจากอภิปรัชญาเกี่ยวกับตัวตน ทางเลือก และชีวิต มาสสู่เรื่องอุดมการณ์ทางการเมือง!!!

Political is personal - การเมืองล้วนเป็นเรื่องของปัจเจกบุคคล ใครสักคนเคยกล่าววาทกรรมนี้ไว้ในหนังสือสักเล่ม การเมือง ไม่ใช่เพียงเรื่องของการเลือกตั้ง ประชาธิปไตยแบบ 4 วินาที ของการหย่อนบัตร แล้วกลับเข้าสู่โลก เจ็บ จน โง่ อันไม่เกี่ยวข้องกับสภาผู้แทน ราษฏร หรือการเมืองไม่ใช่เรื่องของการทำงานหนักเพื่อรอปันส่วนจากรัฐ ที่ไม่เคยพอ การเมืองไม่ได้มีอยู่เฉพาะในรัฐสภา หรือในพรรค การเมือง เป็นเรื่องของเราทุกคน และมันส่งผลถึงเราทุกคนไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

ว่ากันว่าการ์ตูนเรื่อง V for Vendetta ถูกเขียนขึ้นในสมัย รัฐบาลขวาจัดของ นามารกาแรต แธชเชอร์ อลัน มัวร์เจ้าของบทประพันธ์ ถ่ายทอดความไม่พอใจที่มีต่อนโยบายของนางแธชเชอร์ผ่านทางการ์ตูนเรื่องนี้ ในขณะเดียวกัน หนังจากการ์ตูนเรื่องนี้ก็ถูกสร้างขึ้นในสมัยของ จอร์จ ดับเบิลยู บุช ผู้ลูก ท่ามกลางความไม่พอใจต่อนโยบายบ้าสงครามของประธานาธิบดีผู้นี้ และแน่นอน หนังเข้าฉายในเมืองไทยท่ามกลางวิกฤติอันร้อนระอุในช่วงหลังการยุบสภา ของท่านนายกรัฐมนตรี (คนที่คุณก็รู้ว่าใคร ) ซึ่งแน่นอน มีผู้คนเป็นจำนวนมากไม่พอใจต่อนโยบายกินรวบ ของท่านนายก จนออกมาเรียกร้องกันบนถนน (ราวกับฉากในช่วงท้ายของหนังเรื่องนี้ ) จะด้วยความประจวบเหมาะ ทั้งนโยบายขวาจัด ที่เล็งเห็นผลทางเศรษฐกิจ (ของชาติ ของพรรคพวกตน หรือของตน ก็ยังเป็นที่สงสัยกันอยู่)มากกว่าเล็งเห็นประชาชน ของท่านผู้นำสามยุค หรือด้วยความประจวบเหมาะทางการเมืองโลก (ที่ราวกับถูกพัฒนาให้หมุนเข้าหา ระบอบประชาธิปไตย ภายในวงเล็บอันมหึมาของทุนนิยม ) ก็แล้วแต่ เราสามารถหยิบเอาโครงสร้างของหนังเรื่องนี้มาสอดใส้วิเคราะห์สภาวะทางการเมือง ในหลายที่หลายแห่ง นั่นรวมถึงประเทศไทยอันเป็นที่รักนี้ด้วย!

vforvendetta

vforvendetta

หนังเดินหน้าไปอย่างเชื่องช้า แม้รูปแบบจะเป็นหนังแอคชั่นแต่หนังก็ไม่ได้มีฉากแอคชั่นโชว์ เอฟฟเคต์มากมายนัก (ออกจะน้อยจนน่าตกใจ) แต่ที่น่าตกใจกว่าคือหนังกลับเล่นกับบทสนทนาประเด็นทางการเมือง เรื่องของอุดมการณ์ และความแค้น หลายบทหลายตอนอาจทำให้เราต้องทบทสนจุดยืนทางการเมืองด้วยซ้ำ

หนังทำตัวราวกับเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นเล็กชิ้นน้อย ที่ฉายภาพอันำไม่ปะติดปะต่อ ของตัวละครอย่าง ว ชายผู้คุมแค้น และเต็มไปด้วย อดีตลึกลับ อีวี่ เด็กสาวผู้สูญเสียพี่ชายให้เหตุการณ์ไวรัสระบาด (ซึ่งได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาล) และเสียพ่อแม่ให้กับการต่อต้านรัฐบาล(ในเวลาต่อมา) หญิงผู้เติบโตอย่างเงื่องหงอย ในเงื้อมมือรัดกุมของรัฐบาล รวมไปถึงบรรดาผู้ชมหน้าจอทีวี (เฉกเช่นเราทุกคนในตอนนี้) ดีทริช เจ้าของรายการโทรทัศน์ซึ่งประกาศเจตจำนงของความเป็นสื่อ ที่ไม่เป็นกลางแต่เป็นธรรม (ในขณะที่สื่อบ้านเรา พยายามเป็นกลาง แต่ไม่เป็นธรรม ด้วยการนำเสนอภาพข่าวเอาใจรัฐ จนเราต้องร้องหามาตรฐานจริยธรรมสื่อ ซึ่งราวกับถอดออกมาจาก สถานีโทรทัศน์ BTN ในหนัง ) หรือบรรดานักการเมืองขี้ฉ้อ ซึ่งมีตั้งแต่ พระ ทหาร ไล่ไปจนถึงนักวิทยาศาสตร์ (อันเป็นตัวแทนของคนที่คุณก็รู้ว่าใคร) พ่อและแม่ของอีวี่ ที่สูญเสียลูกของตัวเอง และต่อต้านรัฐจนต้องสูญเสียตัวเอง (ไม่ต่างจากชาวบ้านที่ถูกอำนาจของรัฐรุกคืบขับไล่ให้ต้องเสียสละถิ่นฐานบ้านช่องเพื่อโครงการของรัฐที่ไม่ได้มีผลต่อพวกเขาเลย) หรือคู่รักชาวเลสเบี้ยนที่ถูกจับ อย่างไร้เหตุผล ( หาเทียบกับบ้านเราก็พอจะเปรียบเทียบได้ถึงเหตุการณืในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่วิถี่ที่แตกต่างถูกทำให้น่าชิงชังรังเกียจ นำมาสู่ความแตกแยกของเพื่อนร่วมชาติ) หรือกระทั่ง นายตำรวจตงฉิน ที่ยิ่งสืบคดี ยิ่งไร้ทางออก (ราวกับบรรดานักวิชาการ เจ้าหน้าที่ที่อึดอัดขัดข้องระบบ ทักษิโณมิกส์ในตอนนี้) ทุกสิ่งโยงใยซับซ้อน และเป็นไปได้ว่า ในเรื่องเลวร้ายที่เกิดขึ้นมีรัฐอยู่เบื้องหลัง (เหตุการณ์เซนต์ แมรี่ กับ ทรีวอเตอร์ส ชวนให้ระลึกนึกถึบงการฆ่าตัดตอนและเหตุการณ์ ตากใบ กรือเซ๊ะ ยิ่งนัก ) ทุกคนมีเรื่องราวของตน มีชีวิตที่เป็นปัจเจกแยกขาดออกจากกัน ดีทริช ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับสาวเลสเบี้ยน นายตำรวจไม่เกี่ยวข้องอะไรกับพ่อแม่ของ อีวี่ และวี ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับ อีวี่ แต่ใช่หรือไม่ที่ในที่สุดทุกคนกลับถูกร้อยโยงเชื่อมรัดด้วยทุกข์ทนที่ที่แท้ล้วนมีผลมาจากนโยบายทางการเมืองของรัฐทั้งสิ้น!!!

หากยกตัวอย่างให้ชิดใกล้เข้ามา การซ้อขายหุ้นของบริษัทท่านนายก ไม่เกี่ยวอะไรกับเรา ชาวบ้านที่เขื่อนปากมูล หรือพี่น้องในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ไม่เกี่ยวกับเรา การโกงมโหฬารของสนามบินสุวรรณภูมิก็ไม่เกี่ยวกับเรา มี่แต่ราคาน้ำมันที่ขึ้น การแปรรูปกฟผ.(ที่อาจทำให้เราต้องเสียค่าไฟเพิ่มขึ้น ) นี่ต่างหากที่เกี่ยวกับเรา แต่หากถอยออกมาสักนิด เราจะมองเห็นว่า สิ่งที่ถูกขายไม่ใช่แค่สินทรัพย์ แต่เป็นสมบัติชาติ ทุกข์ร้อนของพี่น้องเกิดจากความพยายามจัดการทรพยากรอันผิดพลาด และการแปรรูปรัฐวิสาหกิจเป็นการ หาผลประโยชน์ให้พวกตน

และทั้งหมดถูกนำมาเชื่อมร้อยต่อกันในฉากโดมิโนของวี เราทุกคนในสังคมล้วนเป็นโดมิโนตัวหนึ่ง

vforvendetta

vforvendetta

ในฉากนี้หนังตัดสลับการล้มโดมิโนกับการเชื่อมโยงตัวละครทั้งหมดเข้าหากัน ตั้งแต่ครอบครัวของอีวี่ สาวเลสเบี้ยนในคุก ไปจนถึงเด็กหญิงแว่นที่เทิดทูน วี ทุคนล้วนเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกัน เหตุการณ์งี่เง่าเล็กๆลุกลามไปสู่เหตุการณ์ใหญ่โต ในหนังการฆ่าเด็กหญิงคนหนึ่งนำไปสู่การจราจล แต่ในเรื่องจริง การสั่งปิดรายการทีวี ก็ลุกลามมาสู่การชุมนุม และยังมีทีท่าว่าเรื่องเล็กๆ อย่างการจัดงาน คำสัมภาษณ์ พล่อยๆ หรือการยึดหนังสือโดยไม่มีสาเหตุอาจลุกลามเป็นเรื่องใหญ่โตในอนาคตจนได้ เฉกเช่นโดมิโนของวี หากทุคนมีชีวิตเป็นของตน มันก็ถูกเชื่อมร้อยโดยการเมืองตั้งแต่ระดับปัจเจกจนถึงมหัพภาค จะซ้ายจัด ขวาจัด หรือกลางตกขอบล้วนเป็น ชิ้นส่วนหนึ่งของโดมิโน ที่เพียงชั่วลัดมือเดียวก็ล้มระเนระนาด!

นอกจากในแง่มุมนั้น หนังยังแสดงให้เห็นกลวิธีปลุกปั่นของวี หน้ากาก กาย ฟอว์คกลายมาเป็นเครื่องมือแห่งความหวาดระแวงที่อำนาจรัฐมีต่อประชาชนและเป็นสัญลักษณืในการร่วมมือของประชาชน การปลุกปั่นเล็กๆ ของวี กวนตะกอนที่นอนก้นในใจของประชาชนที่หลับไหลอยู่ ให้ออกมารวมพลัง (ฉากนี้น่าจะให้บรรดาคนในรัฐบาลเราได้ดู และร่วมรู้สึกขนหัวลุกกับพลังมวลชน ที่ไม่ได้ เหี่ยวแห้งตายไปเองอย่างที่คิด)

แต่เราไม่มีคนเช่น วี หรอก และแน่นอนเราไม่ควรเรียกหา คนเช่น วี ด้วย เมื่อ 5 ปีที่แล้วเราเคยหลงว่า วี ของเราในตอนนั้น จะเข้ามากู้เศรษฐกิจที่พังพินาศลงได้ ก่อนที่ในที่สุดก็จะต้องออกมาขับไล่ วี คนนั้น ที่หลังหน้ากาก กาย ฟอว์ค เป็นโฉมหน้าของทุนนิยมสมบูรณ์ การได้ วี คนใหม่มาไม่ช่วยอะไร เพราะบุคคลไม่ยืนยาว

เอาเข้าจริงในหนังเรื่องนี้ วี อาจไม่ได้มีตัวตนอยู่จริง นอกจากการแสดงให้เห็นหลายครั้งว่า วี มีพลังเหนือธรรมชาติ การที่วี รู้รอบ และปกปิดตัวเองไว้ภายใต้หน้ากาก และการฆ่าไม่ตายของเขา ยิ่งทำให้เขาดูห่างจากความเป้นมนุษย์ ไปอีก ถ้า วีไม่ใช่บุคคล(ซึ่งตายได้เจ็บเป็น) วี ก็คือ ภาพเชิงนามธรรมของอุดมการณ์นั่นเอง วี สั่งสอน อีวี่ ด้วยการจับเธอมาขัง การให้อีวี่ ต้องทุกข์ทรมานถึงขีดสุด เปลี่ยนแปลงเธอ (ฉากการโกนหัวอีวี่ คือจุดสำคัญ เพราะมันแสดงถึงการทำลายตัวตนของมนุษย์ด้วยการกระทำของอำนาจรัฐ) อีวี่ เรียนรู้หน้าที่พลเมือง ผ่านทุกข์ยากของเธอและเรื่องเล่าอันไม่เป็นธรรมของวาเลอรี่ หากวี มีตัวตน มันคือบทสั่งสอนที่เกินกว่าเหตุ แต่ในเมื่อ วี อาจเป็นเพียงอุดมการณ์ (ในการต่อต้านความไม่เป็นธรรม) การสั่งสอนของวี จึงอาจเกิดหรือไม่เกิดขึ้น จริงๆ อีวี่อาจเรียนรู้และเรียก วีออกมาจากภายในตัวเธอเองก็เป็นได้

vforvendetta

vforvendetta

แต่ไม่ใช่เพียงแต่วีเท่านั้นที่อาจไม่มีอยู่จริง ซุธเลอร์เองก็เช่นกัน ตอลดเรื่องเราไม่มีโอกาสได้เห็น ซุธเลอร์จริงๆเลย(นอกจากภาพฉายใหญ่ยักษ์ผ่านจอ )ซึ่งนั่นทำให้ซุธเลอร์ ไม่ได้เป็นเพียงตัวบุคคล แต่ยังหมายรวมถึง อำนาจ ในการปกครอง ภาพของซุธเลอร์บนจอ ถูกทำให้ใหญ่โตเกินจริง กดลิ่วล้อที่ร่วมประชุมให้เล็กจ้อย และซุธเลอร์ออกคำสั่งผ่านสมุนของตนอีกที เอาเข้าจริงซุธเลอร์ จึงเป็นตัวแทนของ อำนาจ มากกว่าตัวบุคคล จนกระทั่งฉากสุดท้ายมาถึง

และเช่นเดียวกัน วีของเรา และซุธเลอร์ของเราก็ไม่ได้มีอยู่จริง เพราะ วี ในตอนนี้ ล้วนมีความเคลือบแคลงน่าสงสัยในจุดประสงค์ ขณะที่ ซุธเลอร์ ที่แท้ก็เป็นเพียงตำแหน่งอันเปลี่ยนผ่านได้ถ่ายทอดได้ บุคคลไม่ยืนยง สมมติไปว่าการ เรียกร้องประสบผลสำเร็จ ใช่ว่าเราจะไม่เจอกับ ครีดี้ หรือ ซุธเลอร์คนใหม่ (เผลอๆ วีของเราอาจขยับขึ้นไปเป็นซุธเลอร์ในท้ายที่สุด ) ในตอนจบ เราอาจถามตัวเองว่าการกระทำของวี ถูกต้องจริงหรือ มันแก้ไขเปลี่ยนแปลงอะไรได้จริงหรือ คำตอบอาจคือเปล่าเลย แต่มันย่อมดีกว่า การปล่อยให้ความเลวร้ายเกิดขึ้นโดยไม่ลงมือกระทำอะไรเลย หากวี มีวัตถุประสงค์ส่วนตัว เขาอาจไม่น่าสรรเสริญ (ซึ่งก็ไม่ได้ต้องการการสรระเสริญ) แจต่เขาก็สร้าง อีวี่ขึ้นมาแล้ว และนั่นทำให้ทุกสิ่งดูยังคงพอมีหวัง

vforvendetta


edit @ 2006/03/21 09:34:31

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

#1 By sofa on 2006-03-21 09:37

เข้าใจเปรียบเทียบดีนะคะ

#2 By นัทธนิชา on 2006-03-21 10:07

v เป็นสัญลักษณ์แทนสิ่งต่าง ๆ โดยความหมายนี้ได้เยอะค่ะ จากในหนัง เช่น v ในภาษาโรมัน คือเลข 5
v. ที่ คุก larkhill โดนจองจำอยู่ใน
คุก หมายเลข 5
นอกจากนั้นก็ยังมี V for evey (ชื่อนางเอก) และก็ยังมี Valerie's letter. ("V" for "Valerie".) เป็นจดหมายของผู้หญิงคนหนึ่งชื่อ แวลรี่ ที่นางเอก ได้พบมัน

#4 By เด็กแนว on 2006-03-21 14:09

ตอบคุณเด็กแนว
ขอบคูรมากๆครับที่เข้ามาคุยกันเรื่องความหมายของ v
หาอ่านกาสรถอดรหัส V ได้ใน bioscope เล่มล่าสุด ปก V for vendetta ครับ

ว่ากันว่า ชื่อนี้อลัน มัวร์ไม่ได้ตั้งเอง แต่ก็มีรหัสซ่อนนัยอีกเยอะ
กระทั่งคำแนะนำตัว you can call me V ก็มีคนบอกว่า นับได้ 5 พยางค์เป๊ะๆเลย!!

#6 By filmsick on 2006-03-21 15:14

ขอบคุณสำหรับเรื่องราวนี้ค่ะ

ยาวดีแท้นะพี่เนี่ยะ

#7 By ว.26 on 2006-03-21 15:46

พึ่งไปดูมาเมื่อวาน
ไม่ประหลาดใจเลยหากท่านพี่จะชอบมันเอามากๆ
ดูจบแล้วเข้าใจคำว่า political is personnal ที่ท่านพี่พูดแล้ว
..........นะจ้ะ

#8 By (58.11.49.107 /172.16.1.9) on 2006-03-23 10:40

อ่านจบแล้ว เย้

#9 By rafilmstruck on 2006-09-23 09:26



และ V คนใหม่ที่เราชื่นชมกันอยู่ในขณะนี้

จะกลายมาเป็น ซัทเลอร์ ในอนาคตหรือเปล่า

#10 By jengly (203.188.5.98) on 2006-10-08 11:10

เรื่องนี้ผมว่า
วี ทรมารมากเลยนะครับ

#11 By (222.123.57.41) on 2007-04-19 14:33

ผมพึ่งได้เข้ามาอ่าน
แต่นี่ก็ 1ปีกว่าๆแล้ว
และแล้วก็ได้รู้ความจริงกันซะที
ไอ้ที่เปรียบเทียบไว้นั้น..หน้ากากมันถูกเปิดออกมาแล้ว
ว่าใครเป็นใคร...

เมื่อเผด็จการตัวจริงเผยตัว ..5..5..5

เม้นไปก็เท่านั้น คงไม่มีใครเข้ามาอ่านต่อจากผมแล้ว 5 5 5
06/06/2007 ยุคเผด็จการครองเมือง

#12 By bob_bob (58.147.109.127) on 2007-06-06 14:21

แวะมาตอบว่าเขามาอ่านเมนท์คุณ bob ครับ

55

#13 By filmsick on 2007-06-06 14:24

เข้ามาดูอีกที

หุหุ

#14 By jengly (203.156.44.86) on 2007-08-02 00:42

ผ่านไปอีกปี..
ก็ยังเข้ามาดูอีกที
ว่าความคิดคนเปลี่ยนไปหรือยัง
น่าจะตาสว่างกันขึ้นได้แล้วนะ

#15 By น้ำพริกหมูแดง (124.120.17.27) on 2007-08-02 00:57

อยากฟังความเห็นว่าวีเคยเป็นเกย์รึเปล่า
เพราะคนที่ถูกจับไปทดลองเป็นพวกรักร่วมเพศ

#16 By Everlast7 (203.209.126.108) on 2008-04-27 19:49



open-mounthed smile tongue tongue

ร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกก

!!!!!!!!!!!!!!!!!!1


v

#17 By รัก v (125.27.19.70) on 2008-07-10 22:08

วี ณ.มัฆวาน....
ระวัง..ประชาชน จะไปล้อมทำเนียบมัฆวาน นะครับ

#18 By veto (58.137.112.230) on 2008-08-21 16:01

ที่วีดูเหนือธรรมชาติ เพราะเค้าเป็นมนุษย์ทดลองนี่คะ (คุกนั่นเอาคนที่ถูกขังมาทดลองอ่ะ)
นักวิทยาศาสตร์หญิงในเรื่องบอกว่า วี (V = คนในห้องเบอร์ 5)เป็นผลงานที่ดูมีความหวัง (เพราะคนอื่นโดนฉีดยาแล้วตายกันหมด) วีขนาดโดนไฟไหมยังไม่เป็นไรเลย

#19 By ♣ mon duangkamol ♣ on 2008-10-09 15:18