introduction to BUSTER KEATON 1

posted on 09 Feb 2006 18:40 by filmsick  in see-it-and-die

อ้างอิงจากกระทู้นี้

http://filmsick.exteen.com/20060131/the-camera-man-city-lights

ขออนุญาตเชียร์หนังของ บัสเตอร์ คีตันอย่างออกนอกหน้ามากๆครับ เพื่อเป็นการเขยายความ ผมเรียบเรียงหนังของบัสเตอร์ คีตัน ที่ผมได้ดูแล้ว มาเล่าให้ฟังไว้ในนี้ และจะทยอยเล่าให้ครบทุกเรื่อง(ที่ผมหาดูได้ครับ)

1.THE PLAYHOUSE 1921

ห้านาทีแรกของหนังเรื่องนี้ช่วงเวลาที่วิเศษสุดตครั้งหนึ่งของโลกภาพยนตร์ เมื่อเราได้เห็น buster keaton เล่นเป็นตัวละคร ร่วมโหล อันประกอบไปด้วย นักแสดงโชว์ นักดนตรี ผู้ควบคุมวงไล่ไปจนถึงบรรดาคนดู ที่มีทั้ง สาวไฮโซ คุณป้า ชายชรา ไปจนถึง เด็กทารก! ซ้ำในสูจิบัตรการแสดง ชื่อของคนทำงานทุกตำแหน่ง ชื่อ บัสเตอร์ คีตัน!

ก่อนที่เขาจะตื่นขึ้นบนเตียง เพราะถูกปลุก เนื่องจากเตียงที่เขานอนนั่นมันเป็นฉากละครต่างหาก ที่แท้ บัสเตอร์ คีตัน เป็นเด็กในโรงละคร ที่คอยจัดการนู่นนี่ และเป็นเช่นหนังของบัสเตอร์ คีตันทุกเรื่อง พลอตเรื่องแทบไร้ความสำคัญ นอกจากจะเอให้เกิดฉากตรึงตาทางการแสดงของเขา ในเรื่องนี้ คีตัน ตกหลุมรักนักแสดงหญิงคนหนึ่ง(ที่มีฝาแฝด )และผิดฝาผิดตัวกันตลอดเวลา รวมไปถึงความเลินเล่อจนทำให้โชว์แทบพังลง

ว่ากันว่านี่เป็นภาพยนตร์ที่จำลองจากประสปการณ์วัยเด็กในคณะละครสัตว์vaudeville ที่นำมาผูกโยงให้คีตันใช้ความสามรถของเขาอย่างเต็มที่ ตั้งแต่ฉากหนึ่งที่เขาต้องเล่น-เป็นลิง- (และเล่นดีกว่าลิงจริงๆซะอีก) เมื่อลิงซิมแปนซีในการแสดงหนีออกจากโรงละคร ตามด้วยโชว์ทหารอันน่าตื่นตา และฉากไล่ล่าอุดตลุดมากมายก่ายกอง

หนังมีตัวประกอบเท่อย่างๆ ทหารชราจากสงครามกลางเมืองที่มีแขนคนละข้าง เวลาปรบมือ ทั้งคู่ต้องเอาแขนข้างเหลือมาตีกัน (ก่อนจะโกรธกันด้วยเรื่องทางการเมืองในโชว์)

และกับพลอตหลักพลอตเดียวที่มีในหนังแทบทุกเรื่องของคีตัน นั่นคือ-ความรักอย่างสุดจิตสุดใจ- เรื่องนี้ลงเอยอย่างน่ารัก เมื่อคีตัน พาสาวเจ้าไปแต่งงาน (แต่ดันจับไปผิดตัว)

2. COPS 1922

ในเรื่องนี้ คีตันรับบท ชายผู้ตกหลุมรักลูกสาวนายตำรวจ เปิดฉากด้วยภาพเขาทำตาเศร้ายืนเกาะลูกกรง (ซึ่งจริงๆ คือประตูบ้าน แต่อาจเชื่อมโยงกับคุก ทั้งในใจและในตอนจบของหนังได้อย่างน่าสนใจ) เมื่อสาวเจ้าปฏิเสธรักโดยบอกว่า เธอจะรับรักเขาก็ต่อเมื่อ เขากลายเป็นนักธุรกิจรวยๆเสียก่อน เขาจึงได้แต่เดินคอตกออกจากคฤหาส์นของเธอ และตามด้วยฉากชุลมุนอีกชุดใหญ่ตามประสาหนังของคีตัน

เช่นเคยพลอตหลักของหนังยังคงเบาบาง และอาจไร้ความสำคัญ แต่เพราะเราไม่อาจตัดสินหนังของคีตันจากตัวพลอต ที่เล่าเรื่องเดิมซ้ำๆ และไม่มีอะไรน่าสนใจ( โดยปกติคีตัน ทำหนังโดยไม่ได้เขียนสคริปต์ละเอียดอยู่แล้ว) หากความพิเศษในหนังของเขาจะมีอยู่ในฉากแสดงความสามารถทางกายภาพ และลูกเล่นในฉากนั้นๆ รวมไปถึงการเสียดสีเหน็บแนมที่ซ่อนอยู่ในฉากนั้นๆด้วย

และในcops หนังเต็มไปด้วยความบังเอิญ ที่เอื้อให้คีตันได้แสดวงความสามารถทางกายภาพ เริ่มตั้งแต่การจับพลัดจับผลูเก็บเงินของเศรษฐีได้ การพยามคืนถูกมองเป็นการพยายามขโมย ตามด้วยการถูกหลอกเอาเงิน ไปอีกต่อ ด้วยการหลอกให้คีตันซื้อเฟอร์นิเจอร์ ของชายที่กำลังจะย้ายบ้าน (ซึ่งนำมาสู่ฉาก เล่นอะไรสนุกบนรถขนเฟอร์นิเจอร์ ) ก่อนที่รถขนเฟอร์นิเจอร์ จะเข้าไปป่วนขบวนพาเหรดของตำรวจ (หนังขึ้นประโยคเจ็บๆว่า อย่างน้อยในปีหนึ่ง จะมีหนึ่งวันที่เรารู้ว่าจะหาตำรวจได้ที่ไหน) นำไปสู่ฉากวินาศสันตะโรครั้งใหญ่ เมื่อคีตันโดนตำรวจทั้งกรมตามล่าตัว โดยในฉากสำคัญ คีตันวิ่งหนีโดยมีตำรวจมากมายไล่กวด (ฉากนี้ไปปรากฏอีครั้งในseven changes แต่เปลี่ยนจากตำรวจ เป็นเจ้าสาว และฉากแบบนี้ก็ถูกนำมารีเมคซ้ำๆ จนถึงปัจจุบัน)

รวมไปถึงฉากคลาสสิคที่คีตันพยายามทรงตัวอยู่บนบันได ที่พาดขวางกำแพงซึ่งทำได้อย่างน่าทึ่ง

แม้จะดูเหมือนเป็นเพียงหนังสั้นตลกๆ เรื่องหนึ่ง แต่เอาเข้าจริง cops มีทีท่าจริงจังไม่น้อยในการเสียดสี ระบบตำรวจ (ในฉากหนึ่งผู้การบอกว่า ไปหาตำรวจมาคุ้มครองตำรวจหน่อย (find a cops to protect our policeman)) รวมไปถึงการให้ลูกสาวนายตำรวจเป็นสาวบูชาวัตถุ อีกต่างหาก

ยิ่งในฉากจบของหนัง(ที่ดูเศร้ากว่าเรื่องอื่นๆ ) เมื่อไม่ว่าจะทำอย่างไรสาวเจ้าก็ยังเมิน คีตัน (ซึ่งสามารถขังตำรวจทั้งกรมไว้ในกรม )จึงเปิดประตูให้ตำรวจจับเขาเข้าไป มันอาจเป็นหนังรักตลกเศร้าๆ หรือมันอาจพูดถึงการพ่ายแพ้ต่อระบบก็เป็นได้

3. SHERLOCK Jr. 1924

นี่คือหนังสั้นอีกเรื่องของคีตัน ที่ได้รับการกล่าวขสวัญถึงมากที่สุดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะในแง่มุมการเล่นกับสื่อภาพยนตร์ มองภาพยนตร์เป็นสื่อชนิดหนึ่งมากกว่าเป็นเรื่องเล่าที่เป็นจริง(ซึ่งจากปัจจุบัน มันอาจเป็นมุมมองเก่า แต่หนังเรื่องนี้สร้างในปี 1924 ซึ่งเป็นยุคต้นๆของภาพยนตร์เลยทีเดียว)

และในเรื่องนี้ คีตัน รับบท คนฉายหนังที่อยากเป็นนักสืบ ยามว่างจากการเปลี่ยนม้วนฟิล์ม เขาจะนั่งอ่านหนังสือคู่มือการเป็นนักสืบ พ่อหนุ่มตกหลุมรักสาวสวยผู้หนึ่ง และพยายามหาเงินซื้อของไปฝากเธอ โดยมีศัตรูหัวใจเป็นเจ้าหนวดนายหนึ่ง ที่แอบขโมยนาฬิกาพกของพ่อสาวเจ้า ไปซื้อของขวัญสวยกว่า เก๋กว่ามากำนัล แล้วไส่ไฟคีตันว่าเป็นขโมย งานนี้หนังสือนักสืบก็ช่วยอะไรไม่ได้ ตามมาด้วยเรื่องชุลมุนชุลเกที่แทนที่คราวนี้จะเกิดขึ้นจริงๆกลับไปเกิดในหนังแทน(ที่จริงเกิดขึ้นในหนังที่อยู่ในฝันอีกที)

พลอตเรื่องเบาบางในครั้งนี้ไม่ได้แค่เอื้อให้ใส่ฉากแสดงความสามารถทางกายภาพ ของนักแสดงละครสัตว์เก่าอย่างคีตันเท่านั้น มันยังเอื้อให้เขาใส่จินตนาการลงไปในหนังอีกด้วย เมื่อในครึ่งเรื่องหลัง เขาสามารถเดินเข้าไปในจอหนัง (ที่ตอนนี้ตัวแสดงกลายเป็นหญิงสาวของเขา กับเจ้าหนวดเสียแล้ว) เพื่อกลายเป็น เชอร์ลอค จูเนียร์ยอดนักสืบ ไม่ใช่คนฉายหนังธรรมดา ล้วหนังก็เล่นสนุกกับเรื่องนี้ทันทีด้วยการครุ่นคำนึงถึงประโยชน์จาก อิทธิพลการตัดต่อ เพราะในทันทีที่เขาก้าวขาเข้าไปในจอ หนังก็เล่นมุกความเปลี่ยนแปลงของสถานที่แบบไม่ยั้งมือ ตั้งแต่ถนนในเมืองไปจนถึงทะเลทรายนู่น ก่อนจะพาตัวเองกลับมาอยู่ในตัวเรื่องอีกครั้ง (แน่นอน ตามด้วยความวินาศสันตะโร จากฝีมือของยอดชายนายนักสืบ เชอร์ลอค จูเนียร์ )

และในตอนท้ายเรื่อง หนังจบลงอย่างเป็นสุขประสาคีตัน แต่ก็ไม่วาย เขายั่วล้อ สื่อภาพยนตร์อีกครั้ง เมื่อเขาก้าวออกมาจากจอหนัง และได้พบกับหญิงงามอันเป็นที่รักเขาแอบยืมมุกจากหนังที่กำลังฉายมาใช้ในชีวิตจริง ปฏิสัมพันธ์ของหนังกับตัวคีตันน่าสนใจมาก เพราะเขา-เข้า-ไปในหนังราวกับเป็นผู้กำกับหนัง ที่ออกไปสร้างเรื่องผจญภัยตามใจชอบ(แม้จะพ่ายแพ้พลังการตัดต่อในตอนต้น) และเมื่อเขาออกมา เขาก็ปฎิสัมพันธ์กับหนังอีกระดับ โดยในฐานะคนดู ที่หยิบยืมวัตถุดิบจากหนังมาปรับใช้ในชีวิตตัวเอง

หนังเต็มไปด้วยโชว์ความสามารถทางกายภาพของคีตัน ทั้งฉากบนรถไฟที่เขาต้องวิ่งข้ามโบกี้ที่กำลังวิ่งอยู่ ไปจนถึงฉาก นั่งมอเตอร์ไซค์ไม่มีคนขับที่มันมาก(น่าทึ่งมากว่าเขาทำได้อย่างไร)

นี่คือหนังอีกเรื่องที่แสดงความสามารถในการเป็น นักทดลอง- ของคีตัน ทั้งในฐานะนักแสดง และในฐานะของนักทำหนังหัวก้าวหน้า

4. THE GENERAL 1927

นี่คือหนังยาวเรื่องดังของคีตัน ที่น่าจะมีคนรู้จักมากที่สุดเรื่องหนึ่ง โดยในเรื่องนี้คีตัน จับเอาสิ่งประดิษฐ์ที่เขารักมากที่สุด (และใช้บ่อยที่สุดในหนังของตัวเอง)อย่าง รถไฟ มาเล่าเรื่องทั้งหมด โดย คีตันรับบท วิศวกรหนุ่มคนขับหัวรถจักรไอน้ำ ซึ่งมีเพียงสองย่างเท่านั้นที่เขารักที่สุดในโลก อย่างแรก คือเจ้าหัวรถจักร the general และอย่างที่สองจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก หญิงงาม ยามรถไฟเทียบชานชาลา เขามุ่งตรงไปหาเธอทันที แต่ยังไม่ทันจะได้จีบกัน ข่าวคราวสงครามก็เดินทางมาถึง พ่อและพี่ชายของหญิงงามตบเท้าๆปแจ้งชื่อสมัครเป็นทหารฝ่ายใต้เข้าร่วมรบในสงครามกลางเมือง หญิงคนรักบอกให้เขาไปร่วมด้วย เขาก็ไปอย่างห้าวหาญ แต่กลับโดนคัดชื่อออกเพราะคนขับรถไฟใช้ประโยชน์ได้มากกว่าการเป็นทหาร หากหญิงคนรักกลับเข้าใจผิด เธอบอกว่า จะไม่แต่งกะเขาถ้าเขาไม่สวมชุดยูนิฟอร์ม เขาจึงได้แต่จากไปกับรถไฟคู่ชีพ

ไม่นานต่อมาพวกฝ่ายเหนือ คิดจะขโมยรถไฟ เพื่อตัดกำลังฝ่ายใต้ และมาอาศัยขนสเบียง มิคาด หัวรถจักรที่ถูกเลือกกลับเป็น เจ้า the general ของชายหนุ่ม ที่ไม่คาดคิดยิ่งกว่า คือหญิงคนรักของเขากลับติดอยู่ในขบวนรถไฟด้วย ขณะที่คนอื่นส่ายหัว เขากลับยังมุ่งหน้าออกตามหา สองสิ่งที่เขารักที่สุดอย่าไม่ลดละ นำมาซึ่งความชุลมุนวุ่นวาย หากซาบซึ้งสนุกสนาน

เทียบกับหนังสั้นเรื่องอื่นๆ หนังเรื่องนี้ถือว่ามีพลอตเป็นเรื่องเป็นราวและสนุกสนาน แถมยังใช้พลอตเรื่อง มาเป็นองค์ประกอบในการสร้างเสียงหัวเราะ และความตื่นเต้นไปพร้อมๆกัน จนว่ากันว่า นอกจากนี่จะเป็นหนังที่ดังที่สุดของเขา นี่ยังเป็นหนังที่คีตันเองชอบมากที่สุดด้วย

หนังเรื่องนี้ถูกสร้างอิงจากเรื่องจริงในสมัยสงครามกลางเมือง ที่มีการขโมยหัวรถจักรกันจริงๆ และตัวคีตันเอง ก็ลงลึกในรายละเอียดของสถานที่ สมรภูมิ โดยอาศัยภาพถ่ายในสงครามจริงๆ ทำให้หนังออกมาสมจริงจนนักวิชาการประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ถึงกับบอกว่า ต่อให้ เป็น หนัง ของ D W Griffith หรือ Cecil B Demille หรือ John Houston ก็ไม่มีทางเทียบเท่าความสมจริงในหนังเรื่องนี้

แต่คีตันไม่ได้ละทิ้งรูปแบบเดิมๆของเขา หนังยังคงเต็มไปด้วยการแสดงศักยภาพทางกายภาพของคีตันอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะในฉากที่เขาต้องปีนป่ายขึ้น ลง ซ้าย ขวา หน้า หลัง อยุ่บนหัวรถจักร (ซึ่งหลายตอนก็ทำได้อย่างหวดเสียว รวมไปถึงฉากสำคัญตรงสะพาน ที่เขาต้องกระโดดข้ามกองไฟ และฉากคลาสสิค อย่างเช่นฉากปืนใหญ่ หนังก็ทำออกมาได้อย่างสนุกสนาน

จัดเป็นหนังที่สมบูรณ์ ครบรส เรื่องหนึ่งของคีตัน ที่ไม่ควรพลาดชมด้วยประการทั้งปวง





edit @ 2006/02/10 08:28:26
edit @ 2006/02/10 15:39:34

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ดูหนังอย่างคนบ้า มากกว่ามะนิ เยอะแท้
..
คุณภาพได้ระดับ ISO จริงๆ
หุหุ

#1 By * Jetkaro ShowtimE * on 2006-02-09 19:20

หนังน่าดู ที่เรายังไม่เคยดูเลย
แต่แบบนี้เราจะไปตามหาได้ที่ไหนกัน

#2 By ว.26 on 2006-02-09 23:35

ดูหนังด้วยใจจริงๆ
ดูตั้งแต่ขาวดำ จนปัจจุบัน

หนังน่าสนุก แต่เราว่าหน้าตาบัสเตอร์ คีตัน
ดูเศร้าๆนะ

#3 By @ I'm a Box @ on 2006-02-10 08:42

น่าดู...
นึกภาพตาม
จนหลับไปเลย...
เมื่อไหร่จะได้ดูไม่รู้อ่ะ...

#4 By sofa on 2006-02-10 15:38

อยากดูเรื่องที่สองจ๊ะ
กำลังคลั่งไคล้หนังและหนังสือแนวนี้อยู่
..อ่าน"กัลปังหา"อย่างขมั่กเขม้น

อยู่ในช่วงหนีโลกนิดหน่อย
จะหาดูได้ที่ไหนนี่

#6 By ดูหนังออนไลน์ (203.172.138.196) on 2009-03-10 15:57

มีคลิปใน Youtube ให้ดูอยู่นะครับ big smile

#7 By Mc'Murphy (125.24.10.174) on 2009-04-20 22:45

หนังน่าดู ที่เรายังไม่เคยดูเลย

#8 By iJigg (124.121.137.58) on 2009-11-19 09:53