รายงานความป่วยไข้ประจำปี3 : cinema of the year ภาพยนตร์อันเป็นที่รัก พุทธศักราช 2548
posted on 20 Jan 2006 23:26 by filmsick in my-S-P-A-C-E
1. เฉิ่ม
ความดีงาม ในโลกเงียบเหงา และเพลงเก่าๆในอากาศ หนังเรื่องนี้ได้ใจผมไปเต็มๆ ที่สำคัญมันเป็นหนังที่ผมรู้สึกว่ามัน-พูด-กับผมโดยตรงครับ
แม้หนังจะเต็มไปด้วยเหตุการณ์บ้าบอคอแตก แต่หลังหนังจบ ผมก็เหมือนได้ทบทวนความคิดความเชื่อบางประการที่ตัวเองยึดถือมาตลอด ความเชื่อที่ทำให้บางทีกลายเป็นคนเซ่อซ่า กลายเป็นคนโง่ กลายเป็นคนไม่เอาไหน หลายครั้งที่ต้องถามตัวเองว่า นี่เราเป็นคนคนไม่ได้เรื่องจริงๆหรือ
หนังเรื่องนี้คลี่คลายเรื่องราวเหล่านั้นให้ผม และทำให้ผมยังคงเชื่อมั่นในความดีงาม ความดีมีอยู่จริง ผมเชื่อเช่นนั้นครับ
http://filmsick.exteen.com/20050527/fs
2.land pf plenty
หนังจากผู้กำกับที่ผมรักมากที่สุดท่านหนึ่ง เล่าเรื่องที่ผมคิดเกี่ยวกับมันมากที่สุดเรื่องหนึ่ง ด้วยมุมมองอันงดงามมากมุมมองหนึ่ง ผมรู้สึกหัวใจพองโตหลังดูจบ และแม้อาจไม่ใช่งานที่ดีที่สุดแต่ก็อัดแน่นด้วยพลังอย่างถึงที่สุด
http://filmsick.exteen.com/20050528/land-of-plenty-fs
3.last days

ผมเป็น เด็กในยุคของพี่เคริ์ท ent ติดมาได้ส่วนหนึ่งก็เพราะการเปิด in utero ของพี่เคริ์ท ประกอบการอ่านวิชาฟิสิกส์ แล้ววันหนึ่ง gus van sant ที่สร้างหนังที่ผมรักมากที่สุดเรื่องหนึ่ง อย่างmy own private idaho ก็ประกาศสร้างหนังเรื่องนี้ ที่ได้ แรงบันดาลใจ- จากเรื่องของพี่เคริ์ท
หนังไม่มีอะไรเกี่ยวกับพี่เคริ์ท หรือความตายของพี่เคริ์ท หากแต่กลับเป็นหนังที่พูดเรื่องความตายได้อย่างแสนสงบนิ่ง ผมดูหนังเรื่องนี้สองรอบ ในรอบแรก ผมเพียงงงัน และล่องลอย หนังค้างอยู่ในหัวหลายวันจนต้องมาดูซ้ำ และค่อยๆซึมผ่านในตัวผม
บทเพลง death to birth กลายเป็นหนึ่งในเพลงที่ผมชอบมากที่สุดในปีนี้ และแน่นนอหนังเรื่องนี้ยังอวลลอยอยู่ลึกๆในวิญญาณ
http://filmsick.exteen.com/20051116/last-days
4. shara

การนั่งดูหนังเรื่องนี้ คือการพักวางสรรพสิ่ง เพื่อสงบนิ่งและคลี่คลาย นี่คือหนังที่ทำให้เมืองเมืองหนึ่งกลายเป็นตัวละคร และทำให้คนดู ไม่ได้ดูผู้คนในหนัง หากหลุดเข้าไปเดินเล่น ลัดเลาะตรอกซอกซอย ของเมืองนาราในหนัง และหาทางคลี่คลายส่วนตน ความเงียบของเรื่องนี้ช่างงดงาม และการดูหนังคือการชำระล้างทางวิญญาณ
http://filmsick.exteen.com/20050604/shara-fs
5. motorcycle diaries

มีคำถามมากมายเกี่ยวกับการเดินทาง บ้างว่า การเดินทางตายแล้ว บ้างว่าเราจะเดินทางไปทำไมเมื่อในท้ายที่สุด เราก็ยังจะกลับมาใช้ชีวิตแบบเดิม แค่ไปทำเก๋ชั่วครู่ชั่วยาม และหลอกตัวเองว่าได้ไปเห็นโลก ทั้งที่ไม่เห็นอะไร นอกจากโรงแรมใหม่ อาหารร้านใหม่ และ ทัศนียภาพจัดฉาก บางทีหลังจากหนังเรื่องนี้จบลง เราอาจเข้าใจการเดินทางมากขึ้น ทั้งในมิติของคุณค่า และ วิธีการ
และบัดนี้สองเท้าระริกไปเห็นโลก หัวใจกู่เพรียกชื่อเมืองไม่คุ้นปาก ไถ่ถามผู้คนแปลกหน้า และหวังว่า การเดินทางจะเปลี่ยนเรา และเราจะเปลี่ยนโลก
http://filmsick.exteen.com/20050528/motorcycle-diaries-fs
6. be with you

หนังเรื่องนี้อยู่ห่างไกลจากการเป็นหนังดีมากมายก่ายกอง เอาเข้าจริงมันเป็นเพียงหนังตลาดที่สร้างมาเรียกน้ำตา ทั้งยัดเยียด และจงใจ แต่ผมคงต้องสารภาพ ว่านี่คือหนังที่ผมเสียน้ำตาให้มากที่สุดในปีนี้ ผมดูหนังเรื่องนี้ได้เพียงครึ่งเดียว และร้องห่มร้องให้ไปตลอดครึ่งที่เหลือ ตอนได้แผ่นมา เปิดดูตัวอย่างก็ให้รู้สึกน้ำตารื้น ซึ่งฟังดูกระแดะชะมัดยาด แต่มันจริงเสียยิ่งกว่าจริง
เพราะหนังเรื่องนี้อาจคือ โลกแฟนตาซีแบบในหัวผม ชายหนุ่มผู้ป่วยไข้ มีใครสักคนที่รักเขาจริงๆ และไม่ได้ยิ่งใหญ่ เป็นเพียงรักเล็กๆ แต่รักจริงๆ ผมอ่อนไหวอย่างง่ายดายกับเรื่องแบบนี้ และขอบคุณที่ทำหนังเรื่องนี้มาให้ผมได้ใช้เวลาส่วนตัวไปอยู่ในโลกแบบที่ผมอยากจะอยู่ แม้ไม่ได้มีอยู่จริง
http://filmsick.exteen.com/20050605/be-with-you
7. I heart huckabees
นี่ก็เป็นหนังอีกเรื่องที่ไม่ค่อยมีใครชอบ เพราะหนังรกรุงรังไปด้วยบทสนทนาบ้าๆบอๆ กับเรื่องที่เหมือนจะไม่เป็นเรื่อง แต่นี่เป็นหนังเรื่องเดียวในรอบปีนี้ที่พูดถึง เรื่องที่ผมมักคิดวนเวียนถึงอยู่เสมอ เรื่องของตัวตน ความมีอยู่ ความสัมพันธ์ของเรากับโลกนี้ เพียงแค่หนังไม่ได้พูดอย่างลุ่มลึกเฉียบคม หากตะโกนใส่หน้าเราตรงๆ เอ๋อๆ เพี้ยนๆ จนงงงวยกันไปข้างหนึ่ง ที่สำคัญ ตัวละคร ทอมมี่ คอร์น (ที่เล่นโดย mark whalberg) ทำให้ผมสงสัยว่า ไอ้คุณผู้กำกับมันเจอผมตอนไหน ถึงได้ขุดเอาตัวผมไปทำเป็นหนัง 555! (ถ้าผมได้นาโอมิ วัตตส์ มาครอบครองเหมือนในหนังคงดี)
http://filmsick.exteen.com/20051026/i-heart-huckabees
8. me and you and everyone we know

เคยไหม ดูหนังเรื่องไหนแล้วออกมาอยากรักอะไรสักอย่าง หรือใครสักคน ถ้าไม่เคย ของแนะนำให้คุณลองชม หนังน่ารักของmiranda julyเรื่องนี้ หนังเต็มไปด้วยบทสนทนาคมคาย ตัวละครน่ารักน่าชัง และเนื้อเรื่องอ่อนหวาน ที่บอกเราว่า โลกนี้ไม่ได้มีเพียงเราแค่สองคน แต่มัทั้งเธอกับฉัน และคนอื่นๆอีกมากมาย รัก มิรนด้า จูลาย เอ๊ย! หนังเรื่องนี้จัง
http://filmsick.exteen.com/20051219/me-and-you-and-everyone-we-know
9.after midnight

ได้ดูหนังรักเรื่องนี้ตอนต้นปีในBKIFF (ก่อนที่หนังจะเข้าโรงปกติในเวลาต่อมา) ว่าด้วยเรื่อง ชายหนุ่มป่วยๆเอ๋อๆ ที่อาศัยเวลาในยามค่ำคืนดูหนังของบัสเอตร์ คีตั้น อยู่ในพิพธภัณฑ์ ก่อนที่หญิงสาวคนหนึ่งจะเปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล ลำพังตัวเรื่องก็แทบจะพะยี่ห้อว่าผมชอบแน่ๆมาแล้ว ยิ่งพบว่าหนังเรื่องนี้ทำให้เกิดแรงบันดาลใจให้ผมไปหา หนังของ บัสเตอร์ คีตันมาดู และตกหลุมรักบัสเตอร์ คีตัน ไปอีกคน ก็ขิ่งชอบหนังเรื่องนี้มากขึ้นไปอีก
http://filmsick.exteen.com/20050610/after-midnight-1
10.head on
นี่คือหนังที่บอกเราว่า รัก เปลี่ยน โลก ได้ โดยส่วนตัวนี่เป็นหนังที่ผมชอบเอามากๆเรื่องหนึ่งจากงานเทศกาลหนังยุโรปปีนี้ (เป็นรองแค่ the son )ตอนที่ดูนั้นไม่เท่าไหร่แต่พอดูจบไปประมาณ วันสองวัน ระหว่างทางกลับดินแดนโพ้นทะเลของผม จู่ๆ ผมก็คิดถึงคาฮิตขึ้นมาเฉยๆและรู้สึกถึงชีวิตของเขาก่อนซิเบลเข้ามาในชีวิต มันคงเป็นชีวิตที่เหลือทนจริงๆ จากนั้นผมก็พบว่าผมชอบหนังเรื่องนี้มากๆๆๆ
http://filmsick.exteen.com/20050629/head-on-fs
11. café lumiere

นอกจาก shara นี่คือหนังที่ให้ความรู้สึก สงบ อบอุ่น มากที่สุดอีกเรื่องหนึ่งในรอบปี สงบราวการนั่งลงในร้านกาแฟ แลทอดสายตาไปทั้งด้านหน้า และด้านหลังของชิวิต
หนังสร้างขึ้นเพื่อคารวะ ยาสึจิโร่ โอสุ ผู้กำกับที่เรารัก (และกระทั่งผู้กำกับทีเรารักท่านข้างบนก็รักโอสุ) ในวาระครบรอบ 100 ปี หากหนังไม่ได้ใช้วิธีของโอสุ แต่ใช้การคิดต่อว่าถ้าโอสุยังอยู่จะเป็นยังไง เป็นีหนึ่งหนังสำหรับการชำระล้างวิญญาณให้สงบเย็นครับ
http://filmsick.exteen.com/20050718/cafe-lumiere-fs
12.. 2046 + eros : the hand

มาร่วมกันกล่าวคำอำลา คนเหงาที่เรารักในหนังเรื่องล่า ของWKW ชายผู้เป็นหมุดหมายในการดูหนังของนักดูหนังทั่วโลก 2046 ไม่ใช่หนังที่ได้รับคำชื่นชม แต่สำหรับผม นี่คือคำอำลาอันอ้อยอิ่ง และสวยสดงดงาม
http://filmsick.exteen.com/20050526/2046-fs
13.the wayward cloud

หนังโป๊ เปรี้ยวๆของพี่ไฉ้ ที่ผสานหนังเพลง หนังเงียบ หนังตลก หนังโป๊ และหนังช่างคิดไว้ด้วยกันจนน่าทึ่ง และเปรี้ยวเข็ดฟัน ใครจะลืม ฉษกคลอดแตงโม แตงโมลองรัก ระบำแมงมุม และฉากทุกขรกริยาท้ายเรื่องได้ นี่คือหนังเรื่องเดียวในรอบปีที่เหมาะกับคำว่า ระเบิดเถิดเทิง- อย่างยิ่ง!
http://filmsick.exteen.com/20050820/the-wayward-cloud
14.hidden
เพื่อเป็นการเฉลิมฉลอง ป๋าฮาเนเก้บนจอใหญ่ครั้งแรกในบ้านเราหนังเรื่องนี้จึงติดโผเข้ามาด้วยความ สิเนหา ผู้กำกับ นักทำหนังตบกระโหลกคนดู เป็นการส่วนตัว พร้อมควบตำแหน่ง หนังอันตรายแห่งปี เพราะพอดูจบ ความโกรธก็แล่นจับหัวใจ จนสามารถออกไปทำอะไรแบบที่ตัวละครในหนังเรื่งอก่อนหน้าของป๋าทำได้สบายๆ หนังเรื่องนี้ทำห้เกิดการปฏิวัติได้ ถ่ามันอยู่ถูกที่ถูกเวลาครับ
15. howls moving castle
การ์ตูนเรื่องใหม่ของจิบลิ ที่ทั้งเปี่ยมไปด้วยจินตนาการ และสารซ่อนนัยที่ทำให้เราทึ่ง และเป็นหนังต่อต้านสงครามที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งในรอบปี ดูจบแล้วดีใจที่ยังมีคนอย่าง ฮายาโอะ มิยาซากิ อบู่บนโลก
http://www.bioscopemagazine.com/review/index-in.php?id=23970
16. birth of seanema
หนัง เงียบ ของคุณ ศศิธร อรยะวิชชา ที่หลุดมาฉายให้ดูในBKIFF 2005 หนังปลดปล่อยจินตนาการให้เราเพริดไปกับความแปลกประหลาดและงดงาม อาศัย ภาพ และภาษาที่เราไม่รู้จัก ให้เราสร้างเรื่องขึ้นในหัวเราเอง
17/18

eternal sunshine at a spottless mind ชอบในอันดับต้นๆแต่มันข้ามปีมาแล้วน่ะ
before sunset ดูแล้วนอนไม่หลับ ฉากจบ ทำให้ต้องดูซ้ำสามรอบ เพราะอยากฟังเดลพี ร้องเพลงและเต้นป้านีน่า
http://www.bioscopemagazine.com/review/index-in.php?id=14820
หนังอื่นๆที่เราค้นพบในรอบปี
19. land of the dead ป๋าโรเมโร ไม่ทำให้คุณผิดหวัง (เเฉพาะผมคนเดียวไหมนี่)
20.kungfu hustle เฮียโจว เก๋มากครับพี่
21.seed of chucky นี่มันหนังครอบครัว (จริงๆนะ!)
22.kingkong ปีเตอร์ แจคสัน นายแน่มาก!
23.a lovesong for bobby long สวยงามตรึงตาติดหู และตกหลุมรัก สการ์เลตต์ โจฮัสัน
24.hotel หลอกหลอน รุนแรง ไม่อยู่ในจอเลยสักนิด แต่กลับอยู่ในใจ
25.a hole in my heart ขยะแขยง รุนแรง และแสนเจ็บปวด
26.เพื่อนสนิท ดากานดา ดากานดา ดากานดา
27.the son หนังทดสอบศีลธรรมที่ทำให้เราต้องใจหายใจคว่ำเพราะทำตัวเอง
28. มหาลัย เหมืองแร่ หนังที่ทำให้ผมคิดถึงพ่อ
edit @ 2006/01/24 18:32:22






ในจำนวนหนังที่คุณพูดถึง เราดูไป 13 เรื่องเอง
ไม่ได้ดู Be with You ด้วย ทั้งๆ ที่อยู่ในโรงนานมาก แบบว่ากลัวหนังรักทำนองนี้อ่ะ
#1 By Sunday Syndrome on 2006-01-20 23:48