HIDDEN เลวเร้น
posted on 29 Dec 2005 00:52 by filmsick in see-it-and-die, sickfilm
*********************************************************
บทความนี้มีการเปิดเผยเนื้อหาของภาพยนตร์ครับ
*****************************************************
ใน funny games ครอบครัวชนชั้นกลางแสนสุขครอบครัวหนึ่ง ดับสยอง ด้วยฝีมือของไอ้สองหนุ่มที่เพียงเข้ามาขอไข่ ไม่มีเหตุผล หรือที่มาที่ไป มีแต่ความน่ากลัวที่micchael haneke ประเคนให้เราจนเต็มล้น
แต่ใน hidden เราจะไม่ได้เพียงแต่กลัว หากเรายังรู้สึกถึงความโกรธเกรี้ยวอย่างรุนแรงอีกด้วย และจากหนังเรื่องนี้ เราได้รู้แล้วว่าทำไมครอบครัวแสนสุชครอบครัวนั้น จึงบางทีอาจสมควรอย่างยิ่งที่จะต้องตายยกครัว!
Hidden เล่าเรื่องของครอบครัวชนชั้นกลางแสนสุขครอบครัวหนึ่ง จอช เป็นพิธีกรรายการทีวีเสวนาแบบปัญญาชนที่มีชื่อเสียง ขณะที่แอนน์ ทำงานอยู่ในแวดวงวรรณกรรม เปียโรต์ ลูกชายของพวกเขากำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยม อาศัยอยู่ในบ้านสวยหรูหราแสนสงบ แวดล้อมด้วยหนังสือเป็นตั้งๆ และเพื่อนฝูงช่างพูดช่างคุยที่มีรสนิยมวิไล
กระทั่งเทปม้วนหนึ่งคุกคามพวกเขา!
เทปวิดีโอกระจอกๆในถุงพลาสติกม้วนหนึ่ง ที่ถูกตั้งทิ้งไว้หน้าประตูบ้าน
เทปที่ไม่มีที่มาที่ไป เพียงห่อไว้ด้วยภาพการ์ตูนสยองขวัญ
ภาพในเทปก็เป็นเพียงภาพสุดแสนจะธรรมดาสามัญของบ้านหลังหนึ่ง
ถ้าไม่เพียงว่านั่นคือภาพที่บันทึกจากหน้าบ้านของพวกเขาเอง !
กล้องถูกตั้งแช่ไว้ให้เห็นภาพการเข้าออกของผู้คนในบ้าน มีเพียงเท่านั้น
หากให้ความรู้สึกคุกคามสุดขีด สำหรับพวกเขา
จนทนไม่ได้ที่จะต้องตามหาสาเหตุที่มาที่ไป เลยเถิดจนทำอะไรก็ได้เพื่อให้พวกเขาหลับตาลงในยามค่ำคืน!
ว่ากันว่าในคานส์ครั้งล่าสุด หนังเรื่องนี้เป็นตัวเก็งที่จะคว้ารางวัลปาล์มทอง แต่ผลกลับเป็นว่าหนังได้รางวัลผู้กำกับไปแทน (โดยปาล์มทองตกเป็นของ thechild โดยพี่น้องดาร์แดง สองนักทำหนังทดศอบศีลธรรมคนดู) แต่ไม่ว่าจะพลาดรางวัลไปหรือไม่ hidden ก็สร้างปรากฏการ์ณรุนแรง จนแทบจะเรียกได้ว่ามันกลายเป็นหนังที่ ดัง-ที่สุดใน คานส์ก็ว่าได้
Michael Haneke ผู้กำกับเลือดเย็นใจหิน กลับมาพบผู้ชมอีกครั้งอย่างครบเครื่องถึงใจโดยจูงเอาอดีตดาราที่เคยร่วมพาผู้ชมไปทัวร์นรกแห่งการสื่อสารในcode unknown มาครั้งหนึ่ง อย่างจูเลียต บินอช ให้กลับมารับบทนำในเรื่อนี้ตีคู่กับ ดาเนียล ออเตย์ล เจ้าพ่อหนังฝรั่งเศสที่เป็น-หน้าใหม่ ในหนังของฮาเนเก้ และสำหรับแฟนๆ ฮาเนเหไม่เคยทำให้ใครผิดหวังซ้ำยังก้าวหน้าไปอีกขั้น ซึ่งนั่นไม่ได้หมายความเพียงเทคนิคใหม่ๆหรือ การทำอะไรที่แตกต่าง เพราะหนังแปดเรื่องของเขายังคงตอกย้ำประเด็นเดิมๆมาตลอด แต่ความก้าวหน้าที่ว่าคือหากหนังเรื่องอื่นคือการอยู่ตรงปากทางไปนรก หรือพาเราทัวร์นรกระยสั้น หนังเรื่องนี้คือการฉุดดึงเราลงไปในนรก แถมยังบอกกับเราด้วยว่า ไม่ใช่เราที่ตกนรก แต่เราต่างหากที่สร้างนรกนี้ขึ้นมา!
หนังยังคงเต็มไปด้วยตัวละครแบบเดิมๆ ครอบครัวปัญญาชนแสนดี ที่มีที่มั่นทางสังคม พวกเขาดูอยู่ห่างไกลจากเรื่องร้ายๆ นับพันปีแสง (เช่นบรรดาครอบครัวใน funny games หรือ times of the wolf หรือ code unknown ) จากนั้นพวกเขาถูกคุกคาม ด้วยสิ่งซึ่งไร้ที่มาที่ไป(เช่น ไอ้โรคจิตขอไข่ หรือ โลกที่จู่ๆก็วิปริตไป) (ในกรณีนี้อาจต้องยกเว้นthe piano teacher เพราะสร้างจากนิยายไม่ได้เป็นบทที่hanele เขียนขึ้นเอง แต่เอริก้า (รวมถึง วอลแตร์) ก็นับเข้าข่ายตัวละครชนชั้นกลางที่เป็นที่นับหน้าถือตาได้เช่นกัน) โดยปกติ ฮาเนเก้มักจะทรมานตัวละครไปจนสุดทาง แล้วฆ่าทิ้งเสีย หรือไม่ก็ทำลายความหวัง โดยทิ้งให้คนดูคลำทางในความมืด ว่านี่มันอะไรกัน แต่เขาทำการป้องกันความโน้มเอียงไว้อีกชั้นด้วยการไม่เคยให้เราเห็นอกเห็นใจตัวละครมากจนเกินไป กันให้เราเป็นผู้สังเกตุการณ์ สถานการณ์จำลอง ที่เขาสร้างขึ้น แล้วพาเราไปสุดทางทิ้งเราไว้ในความมืดจนตัวหนังสือเครดิต ขึ้น(หรือหลังจากนั้นอีกเนิ่นนาน)
แต่ในhidden ตัวละครแบบเดิมๆของเขา ได้รับการคุกคามจากเทปวีดีโอ ปราศจากที่มา แต่แทนที่เขาจะปล่อยให้เทปนั้นทรมานตัวละครทีละนิด เขากลับค่อยๆลงลึกไปในจิตวิญญาณเปราะบางอ่อนแอ น่ารังเกียจ ของตัวละคร ขุดเอาสิ่งที่เขาเคยซ่อนไว้ออกมาตีแผ่ เพราะความโหดเหี้ยมในหนังเรื่องก่อนหน้าของเขามีที่มา จากสิ่งที่ตัวละครในหนังเรื่องนี้เป็น!
จอช กับแอน(และคนดูในช่วงแรก ) ต่างรู้สึกถูกคุกคาม รู้สึกเหมือนกับว่าพวกเขาไม่สมควรจะต้องโดนอย่างนั้น พวกเขาคือผู้ตกเป็นเหยื่อ และมีสิทธิอันชอบธรรมที่จะต่อสู้เพื่อปกป้อง สิทธิของตัวเอง จอช คิดเอาว่า ต้องเป็นฝีมือมาฌิด ชายชาวอัลจีเรีย ที่เคยเป็นลูกคนงานในบ้าน และมีความหลังครั้งเก่าต่อกัน จอช ถือวิสาสะในการตกเป็นเหยื่อไปข่มขู่ มาฌิด ทั้งๆที่เจ้าตัวปฏิเสธ และยิ่งหนักข้อมากขึ้นถึงขั้นพาตำรวจไปที่บ้านของมาฌิด ในวันที่เปียโรต์ ลูกชายหายไปจากบ้าน มาฌิด และลูกชายถูกพาไปขัง โดยที่ไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่าเขาทำลงไปเช่นนั้นจริงๆหรือไม่ และมันเลวร้ายหนักข้อขึ้นจนถึงขั้นมาฌิดลงมือพิสูจน์ความบริสทธิ์ของตนซึ่งนำมาสู่ฉากชวนช๊อค !
แม้ว่าหนังจะใช้ความขัดแย้งของ ฝรั่งเศส กับ แอลจีเรีย ประเทศที่ตกเป็นเมืองขึ้น และพยายามต่อสู้ดิ้นรนจนเกิดการสังหารหมู่เมื่อครั้งอดีต มาเป็นฉากหลัง แต่ เราสามารถเปลี่ยนคู่ประเทศนี้เป็นอะไรก็ได้ ตั้งแต่ เกาหลี กับ ญี่ปุ่น อังกฤษกับไอร์แลนด์ อิสราเอลกับ ปาเลสไตน์ หรือกระทั่งสงครามภายในอย่างเช่น คนดำคนขาวใน อเมริกา หรือบางสถานการณ์ในบ้านเราเอง และที่สำคัญ เราสามารถเทียบเคียงเหตุการณ์นี้ได้กับสงครามระหว่างอเมริกากับ อิรัก ท่กำลังเผาให้โลกระอุอยู่ในขณะนี้
ในโลกของระบบทวิลักษณ์ เราแบ่งสิ่งต่างๆออกเป็นสอง ซึ่งใช่หรือไม่ว่าในการแบ่งเป็นสองนี้จะมีสิ่งหนึ่งได้อภิสืทธิ์เหนือกว่าอีกสิ่งหนึ่ง การแบ่งแยกไม่เคยนำมาซึ่งความเท่าเทียม นัยยะหนึ่งมันคือการจัดรวมหมู่ และนัยยะหนึ่งมันคือการจัดระบบ ชนชั้น ขาวเหนือกว่าดำ ชายเหนือกว่าหญิง คนรวยเหนือกว่าคนจน อภิสิทธ์เช่นนี้อาจไม่ได้ ถูกกำหนดขึ้น- แต่มันถูกรับรู้อย่างลับๆ ถูก ซ่อน- เอาไว้ระหว่างบรรทัดของการแบ่งแยกนั้น
และอภิสิทธิ์อันถูกซุกซ่อนนี้เองนำมาซึ่งความเข้าใจผิดๆทั้งหมดทั้งมวลที่เรามีต่อกัน มันนำมาซึ่งความกลัว ความเกลียดชัง ไม่ใช่เพียงแค่ผู้ที่ด้อยกว่าจะรู้สึกเกลียดที่ตัวเองถูกริดรอยสิทธิ์ แต่ที่น่ากลัวก่านั้นคือความกลัวที่จะถูกริดรอนสิทธิ์ของผู้อยู่เหนือกว่า เพราะเนื้อแท้มนุษย์นั้นไม่แตกต่างกัน มีความอยาก และความกลัวเหมือนๆกัน คนมีน้อยอยากได้มาก คนมีมากอยากได้มาขึ้น ความเหมือนกันทำให้เราแบ่งแยก และเกลียดชังกัน เพราะเราต่างกลัวว่าอีกฝ่ายหนึ่งจะเกลียดเราเหมือนที่เราเกลียด จอช เชื่อว่ามาฌิดเคืองแค้นเขามาตลอด (เหมือนที่เขาเคืองแค้นมาฌิด) เขาจึงหน้ามืดตามัวไปด้วยอคติมากพอที่จะทำได้ทุกอย่าง ด้วยความเชื่อว่า เขาเพียง-ปกป้องสิทธิ์ที่เขาพึงได้ โดยไม่แม้แต่จะใส่ใจว่ามันได้ ริดรอนสิทธิของผู้อื่นลงหรือไม่
หนังทำการซุกซ่อนอคติ ความกลัว ความเกลียดชังนี้ไว้ภายใต้บทสนทนาขอตัวละคร แอนน์ คิดว่าเธอมิทธิที่ควรได้ในการเป็นภรรยา จอชไม่ควรปิดบังอะไรเธอ ( ในฉากนี้ บินอช ได้โอกาส ปล่อยของ-เต็มที่) ขณะที่เปียโรต์ ก็ถือสิทธิ บางอย่าง (ซึ่งอาจจะมาจากวีดีโอ้มวนที่เราไม่ได้เห็น) ในการไม่ยอมพูดกับแม่เขา และจอช ผู้ซึ่งถือสิทธิทั้งในการเป็นลูกรัก เป็นพลเมืองฝรั่งเศส เป็นชนชั้นกลางที่มีคนนับหน้าถือตา เข้าทำลายมาฌิด ทุกประโยคที่จอชพูดไม่มีการเปิดเผยจุดประสงค์ แต่กลับซุกซ่อนความโกรธ ความเกลียด ความกลัว ความถือดี ความบ้าอำนาจ ไว้เต็มที่ ในฉากระหว่างเขากับมาฌิด จอชไม่บอกจุดปนระสงค์การมาของเขาด้วยทำ เขาเข้าไปในบ้านของคนอื่น ขู่ให้เขาหงอโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ด้วยซ้ำว่านี่มันบ้าอะไรกัน
พิจารณาจากการลงลึกของตัวละคร ประกอบกับนี่เป็นหนังที่ถูกสร้างขึ้นหลังเหตุการณ์ 11 กันยา มันอาจเป็นไปได้ว่าที่แท้ จอชอาจเป็นตัวแทนการกระทำของชาติมหาอำนาจ ที่ใช้ สิทธิ (ที่ตนเอง คิดว่ามี) บีบคั้นชาติอื่นที่เพียง ไม่เหมือนตน- ใช้อภิสิทธิ์แห่งระบบทวิลักษณ์ว่าเขาด้อยพัฒนากว่า ต่ำกว่า ในการอ้างอำนาจอันชอบธรรมเข้าไปจัดการชีวิต บีบให้ผู้คนต้องเชือดคอตนเองคนแล้วคนเล่า
ในฉากหนึ่ง มาฌิด เชือดคอไก่ตามคำสั่งของจอช หากหนังกลับให้เราเห็นภาพมาฌิดถือขวานเปื้อนเลือดอยู่ในมือ ไม่ต่างอะไรกับสงครามบ้าคลั่งที่ชาติมหาอำนาจ (ที่ไม่บอกก็ว่าชาติไหน) สนับสนุนอยู่ลับๆเบื้องหลัง แล้วใช้มันมาเป็นข้ออ้างในการเข้าจัดการดัดกลังคนที่เขาเคยช่วยเหลือ!
และสิ่งที่จอชทำหลังการตายของมาฌิด ประกอบด้วย การไปดูหนัง กล่อมตัวเองให้หลับใหลในโลกภาพยนตร์ (คุณเต้ วิเคราะห์เรื่องโปสเตอร์ภาพยนตร์ไว้ได้อย่างน่าสนใจในไบโอสโคปครับ) กลับบ้านไปกินยานอนหลับ (ซึ่งที่จริงแล้วเจ็บปวดมาก เพราะมันแสดงให้เห็นว่าการทำลายสิ่งที่เขากลัวก็ไม่ได้ช่วงยให้เขาหลับสบายขึ้น) และฝันร้ายเงียบๆคนเดียว
ในฉากสุดท้ายของหนัง เป็นไม้เด็ดที่ใช้น๊อคคนดู เราถูกบังคับให้เฝ้ามองเงียบๆ เห็นลูกชายของมาฌิด คุยกับเปียโรต์ พวกเขารู้จักกันมาก่อนหรือไม่ ที่สำคัญคือ พวกเขาพูดคุยอะไรกัน หากนับจากฉากก่อนหน้าที่ลูกชายของมาฌิดถามว่า คุณอยากให้เรื่องนี้มันเกิดขึ้นจริงๆใช่ไหม บางทีฉากนี้ไม่ใช่ฉากจบ หากมันคือบทเริ่มต้นของสิ่งที่เราได้เห็นมาในหนังเรื่องก่อนหน้าของเขา การล้างแค้น ความทุกข์ทรมานของชนชั้นกลางผู้เพิกเฉย มัวเมา อิ่มเต็มด้วยความผยองของปัญญา และความเชื่อในสิทธิ ที่คิดเอาเอง ช่างไม่ต่างกับข่าวในระยะหลังเหตุการณ์บุกอรัก เมื่อการก่อการร้ายในระยะหลังไม่ได้ดำเนินการโดยองค์กร แต่ดำเนินการโดยคนหนุ่มสาวที่สิ้นศรัทธา และเกลียดชัง ในระบบทุนนิยม ลูกชาย ของมาฌิด และ เปียโรต์ ในที่สุดอาจเป็นหนึ่งในนั้น
และหากพิจารณาจากมุมกล้องในฉากสุดท้าย ใช่หรือไม่ว่าภาพนี้อาจเป็นเทป (ในหนังเรื่องนี้ มันถูกทำให้ส่วนไหนในหนังอาจเป็นเทปก็ได้) หรืออาจเป็นการบันทึกเทป เทปที่ในที่สุดก็ไม่มีที่มา มีแต่ผลกระทบสั่นประสาทสะเทือนขวัญชนชั้นที่คิดว่าตัวเองเข้มแข็งแต่กลับเปราะบางอย่างมาก
ดาเนียล ออเตย์ล ให้การแสดงระดับ ทอปฟอร์ม ขณะที่ บินอช มีช่วงเวลาที่เธอคุมฉากไว้ทั้งฉาก การเขียนบท และการกำกับ การเลือกวางกล้อง เลือกจุดที่จะเล่า ยังคงเฉียบขาดครบรสเช่นเดิม
และเอาเข้าจริงบางทีหนังเรื่องนี้น่าจะนับเป็น-หนังที่อันตรายที่สุดในรอบหลายๆปี - เพราะจริงอยู่ที่ฮาเนเก้มีเป้าประสงค์ในการส่งสาส์น(อย่างไร้ความปรานี)ไปยังชนชั้นกลาง หากแต่หลังจากดูหนังจบลง เรากับพบว่าเรารู้สึกโกรธอย่างมาก โกรธจนอาจสามารถทำในสิ่งที่ตัวละครในfunny games ทำ ความโกรธที่ไม่ใช่เรื่องของปัจเจก แต่เป็นความโกรธที่เกิดจากภาพรวมอันเหลวแหลกของชนชั้น โดยส่วนตัวผมเชื่อว่าหากาหนังเรื่องนี้ได้ฉายถูกที่ ถูกจังหวะ ถูกเวลา และถูกกลุ่ม หนังอาจก่อการปฏิวัติเอาได้ง่ายๆ
เพราะเราทุกคนล้วนมีความกลัว อันชั่วร้ายซุกว่อนเอาไว้ รอวันปลดปล่อยออกมาเท่านั้น!
FOOTNOTE
ขอบคุณ คุณเต้ ที่คะยั้นคะยอให้ผมไปร่วมฉลองป๋าฮาเนเก้ของพวกเราครั้งแรกบนจอภาพยนตร์ นี่เป็นการดูหนังครั้งที่บ้าพลังที่สุดครั้งหนึ่ง เพราะผมยอมทิ้งการหาตั๋วกลับ เพื่อเดาเส้นทางไปhouse เพียงลำพัง จากนั้นก็รีบคลาทางต่อไปยัง alliance เพื่อดู anna sanders ต่อ แต่ถือว่าคุ้มแสนคุ้มครับ!
-ขอบคุณ houseด้วยที่นำหนังเรื่องนี้มาฉาย โดยตัวหนังนี่ไม่ใช่เรื่องแสนสุขที่จะได้ดูเรื่องราวรุนแรงแบบนี้ แต่ ในฐานะคนดูหนัง(ที่ไม่เกี่ยวกับตัวหนัง มันน่าตื่นเต้นมากๆๆๆๆๆ)
ไม่ได้พบกันเสียนาน... หวังว่าคงสบายดีนะคะ
(มาซะดึกเชียววันนี้)
มีความสุขเยอะ ๆ นะคะ ขออวยพรปีใหม่ล่วงหน้าเลยละกัน
ขอให้เข้มแข็ง กล้าหาญและมีดอกรักบานในใจค่ะ
#1 By Mrs. Holmes on 2005-12-29 01:19