จดหมายจากเด็กชายผู้อาศัยอยู่ในเกาะแห่งความกลัว
posted on 20 Dec 2005 23:33 by filmsick in my-S-P-A-C-E
ยามเช้ามีหนามแหลม
กลบฝังอยู่ใต้ผืนทรายขาวสะอาด
อาจเป็นเศษแก้วจากขวดที่ถูกทิ้งขว้าง
เด็กสาวผู้มีดวงตาสวยเหมือนดวงดาว เดินเท้าเปล่าเลียบมาบนชายหาด
แสงแดดยามเช้าสาดต้องเส้นผมเธอส่องประกายเรื่อเรือง
เศษแก้วฝังจมใต้ผืนทรายแฝงตัวมิดชิดจนไปม่อาจส่องประกายบอกให้รู้ถึงการมีอยู่
ราวกับรอคอยให้ใครสักคนเหยียบมัน
เด็กสาวผู้มีดวงตาสวยเหมือนดวงดาวรู้สึกถึงความนุ่มหยุ่นของผืนทราย
สงบอบอุ่นและเงียบเชียบ
ชายกระโปรงสีน้ำเงินของเธอชื้นพรายฟองที่เกลียวคลื่นถาโถมโลมไล้
แต่สองเท้าอุ่นสบายด้วยเม็ดทรายที่เกาะติดอยู่
และหนามแหลมได้แต่รอคอย
เมื่อเด็กสาวเดินผ่านมันไปด้วยเท้าอันเปลือยเปล่า ของเธอ
ขวดแก้วบรรจุจดหมาย
ขวดแก้วใบนั้นบรรจุจดหมาย
เก่าคร่ำจนมีตะใคร่น้ำเกาะโดยรอบ
ขวดเปล่า ที่อาจเป็นขวดใส่เหล้าเก่าแก่ อุดฝาด้วยจุกคอร์ก
และข้างในมีม้วนกระดาษ
จมอยู่ในผืนทราย โผล่เพียง คอขวดคล้ายรอคอยการถูกค้นพบ
เด็กสาวผู้มีดวงตาสวยเหมือนดวงดาวรวบชายกระโปรงสีน้ำเงินของเธอและทรุดตัวลงนั่งบนผืนทราย
เธอดึงขวดใบนั้นออกจากผืนทราย
และเปิดฝาจุกคอร์กที่ควรจะปิดสนิทนั้นออกอย่างง่ายดายคล้ายกับว่ามันรอให้เธอเปิดอ่านมานานแสนนาน
ในจดหมายฉบับนั้น
มันถูกเขียนขึ้นถึงเธอ จากเพื่อนคนหนึ่งที่เธอนึกไม่ออกว่าเป็นใครในตอนแรก
ถึงเธอ เด็กสาวผู้มีดวงตาสวยเหมือนดวงดาว
สวัสดียามเช้า
บนฝั่งนั่นเป็นอย่างไรบ้าง ฉันได้แต่หวังว่าเธอจะยังสบายดีอยู่ เธอจำครั้งสุดท้ายที่เราพบกันได้ไหม มันเป็นช่วงเวลาก่อนที่ฉันจะย้ายมาอยู่บนเกาะนี้ ช่วงเวลาที่ฉันยังรู้สึกเสรีต่อทุกสรรพสิ่ง ช่วงเวลาที่ฉันยังคงเชื่อมั่นในความดีงาม และ ไม่มีสิ่งไดน่าหวาดกลัว โลกเปิดกว้าง และเราทุกคนล้วนเป็นพี่น้องกัน ไม่รู้ว่าทำไมเวลาที่ฉันคิดถึงเวลาเหล่านั้น ฉันมักจะคิดถึงเธอ และดวงตาที่สวยเหมือนดวงดาวของเธอ ฉันมักคิดถึงเวลาแบบนั้นในบางวันที่ฉันเศร้าสร้อยมากๆ ฉันออกมายืนอยู่บนโขดหิน มองดูชายหาดที่ฉันไม่กล้าจะลงไปเล่นน้ำอีกแล้ว วันนี้ก็เช่นกัน จากตรงนี้เธอจะมองเห็นชายหาดเป็นสีดำ ผืนทรายทึบ เย็นเยียบด้วยชื้นน้ำทะเล และซ่อนหนามแหลมไว้มากมาย ใครสักคนบอกว่าถ้าเราเดินลงทะเล มีความเสี่ยง 95 เปอร์เซนต์ที่เราจะโดนทิ่มแทง จริงๆมันแค่เริ่มจากการห้ามลงทะเลเท้าเปล่า แต่ต่อมา ก็มีคำร่ำลือว่า แม้เธอจะสวมรองเท้า เปลือกหอยบางชนิดก็บาดเท้าเธอได้ แล้วไหนยังจะมีแมงกะพรุนไฟอีกเล่า ว่ากันว่า มีเด็กคนหนึ่งถึงกับตายที่ชายหาด เพียงเพราะ จะลงไปเล่นน้ำทะเล
ก็อย่างที่เธอรู้ เราต่างอาศัยอยู่ด้วยความกลัว ความกลัวทำให้เรามีชีวิต มันกระตุ้นเตือนว่ามีอันตรายอยู่โดยรอบ ให้เราตระหนักรู้ว่าเราช่างอ่อนแอและเปราะบาง ฉันไม่เคยเชื่ออะไรแบบนี้มาก่อน จนฉันย้ายมาอยู่ที่นี่ ความกลัวเตือนให้ฉันล๊อคประตูให้แน่นหนา อย่าเชื่อข่าวในทีวี และ อย่าพูดกับคนแปลกหน้า เธอรู้ไหม ที่นี่มีผู้คนหลากหลาย และเราไม่สามารถไว้ใจกันและกันได้ มีใครคนหนึ่งฆ่าใครคนหนึ่ง และกล่าวโทษใครบางคนเสมอ ฉันว่าจริงๆแล้วเราไม่ได้ต้องการจะหาว่าใครผิดด้วยซ้ำ เราแค่ต้องการจับใครสักคนเพื่อให้เรานอนหลับในค่ำคืนนี้ต่างหาก
วันก่อน มีใครคนหนึ่งตายลง เราไม่เคยรู้ว่าใครเป็นคนทำ แต่เรากลัวเกินกว่าจะสืบหา เราจึงตัดสินใจส่งใครบางคนที่เราเกลียดชัง ไปที่ศาลของหมู่บ้าน เราไม่ได้เกลียดเขาจริงๆหรอก น้อยคนด้วยซ้ำที่จะรู้จักเขา แต่เรา เชื่อ ว่าต้องเป็นเขาแน่ เพราะเราเคยได้ยินมา เหมือนที่เราได้ยินต่อๆกันมา ความกลัว ทำให้เราเชื่ออะไรได้ง่ายๆ และคายความเกลียดที่มีอยู่ในใจออกมา ฉันไม่รู้ว่าทำไมฉันถึงเขียนอะไรแบบนี้ออกไป ทั้งๆที่ฉันเชื่อมั่นในความกลัวเช่นกัน บางทีอาจเพราะข่าวนั้น ข่าวที่ฉันได้ยินมา เมื่อเช้านี้
มีใครสักคนบอกใครสักคนและฝากใครสักคนมาบอกว่า คนบนฝั่งกำลังเกลียดพวกเรา พวกเขาว่าเราส่งคนผิดไปรับโทษประหาร บางทีฉันว่า ไม่ใช่แค่ของเราหรอกที่เป็นเกาะแห่งความกลัว มีความกลัวอยู่ในทุกหนแห่ง พอเธอกลัวสิ่งใด เธอจะตอบสนองต่อมัน บางคนกลัว จึงกลัว บางคนกลัวจึงเกลียด บางคนกลัวจึงเพิกเฉย ความกลัวมันมีรูปร่างอย่างไรกันนะ จริงๆฉันไม่รู้เลย ความไม่รู้ อาจมีรูร่างคล้ายคลึงกับความกลัว นะฉันว่า
แล้วเธอเล่า เธอกลัวฉันหรือเปล่า เธอกลัวผู้คนบนเกาะนี่ไหม ฉันหลัวเหลือเกินว่าเธอจะกลัวฉัน เหมือนที่ฉันกลัวว่าเธอจะลืมฉัน กลัวที่จะขึ้นมาหาเธอบนฝั่ง กลัวที่จะอธิบายบางอย่าง กลัวที่จะยอมรับว่าฉันกลัว
วันนี้ตอนนี้ฉันนั่งอยู่บนโขดหิน ลมพัดแรงจนน่ากลัว คล้ายรอคอยให้ฉันหลบหนี ชายหาดรอคอยให้ฉันลงไป จะได้ดื่มเลือดฉัน ความกลัวรอคอยฉันอยู่ในห้องหับคับแคบ ดีล่ะฉันจะได้ระวังตัว
กลัวเหลือเกินว่าจดหมายฉบับนี้จะมาไม่ถึงเธอ
จากฉัน เด็กชายจากเกาะแห่งความกลัว
เด็กสาวผู้มีดวงตาสวยเหมือนดวงดาว เก็บจดหมายใส่ลงในขวด
เธอคิดจะตอบกลับว่า
บางที ถ้าเธอทำลายความไม่รู้ลง เธอจะไม่กลัวอีกต่อไป
แต่เธอก็ไม่ได้ตอบ
เพราะเธอไม่รู้จะส่งจดหมายไปที่ไหน
เธอกลัวว่าหากเธอส่งจดหมายนี้ไป จดหมายจะเดินทางไปไม่ถึง
และเพราะเธอนึกถึงความกลัวนั้น เธอก็ลืมไปว่าเธอจะเขียนตอบมันอย่างไร
เธอเดินกลับไปตามทางเดิม รู้สึกหงุดหงิดตัวเองที่ลืมสวมรองเท้า
เพราะตอนนี้เธอเริ่มกลัวว่าจะถูกแก้วบนชายหาดบาด เหมือนในจดหมาย
โดยไม่ต้องรอคอย ในก้าวหนึ่งที่เธอลังเล
เศษแก้ว
ซ่อนตัวมิดชิดใต้ผืนทราย
บาดเท้าเธอ
แรงบันดาลใจ จาก บางเหตุการณ์ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้
ภาพยนตร์เรื่องturtle canfly
บทความหนังทดลอง จากblog thaiindie
และ ความชั่วร้ายหลัง เหตุการณ์ 9 /11
edit @ 2005/12/21 00:44:21
กลบฝังอยู่ใต้ผืนทรายขาวสะอาด
อาจเป็นเศษแก้วจากขวดที่ถูกทิ้งขว้าง
เด็กสาวผู้มีดวงตาสวยเหมือนดวงดาว เดินเท้าเปล่าเลียบมาบนชายหาด
แสงแดดยามเช้าสาดต้องเส้นผมเธอส่องประกายเรื่อเรือง
เศษแก้วฝังจมใต้ผืนทรายแฝงตัวมิดชิดจนไปม่อาจส่องประกายบอกให้รู้ถึงการมีอยู่
ราวกับรอคอยให้ใครสักคนเหยียบมัน
เด็กสาวผู้มีดวงตาสวยเหมือนดวงดาวรู้สึกถึงความนุ่มหยุ่นของผืนทราย
สงบอบอุ่นและเงียบเชียบ
ชายกระโปรงสีน้ำเงินของเธอชื้นพรายฟองที่เกลียวคลื่นถาโถมโลมไล้
แต่สองเท้าอุ่นสบายด้วยเม็ดทรายที่เกาะติดอยู่
และหนามแหลมได้แต่รอคอย
เมื่อเด็กสาวเดินผ่านมันไปด้วยเท้าอันเปลือยเปล่า ของเธอ
ขวดแก้วบรรจุจดหมาย
ขวดแก้วใบนั้นบรรจุจดหมาย
เก่าคร่ำจนมีตะใคร่น้ำเกาะโดยรอบ
ขวดเปล่า ที่อาจเป็นขวดใส่เหล้าเก่าแก่ อุดฝาด้วยจุกคอร์ก
และข้างในมีม้วนกระดาษ
จมอยู่ในผืนทราย โผล่เพียง คอขวดคล้ายรอคอยการถูกค้นพบ
เด็กสาวผู้มีดวงตาสวยเหมือนดวงดาวรวบชายกระโปรงสีน้ำเงินของเธอและทรุดตัวลงนั่งบนผืนทราย
เธอดึงขวดใบนั้นออกจากผืนทราย
และเปิดฝาจุกคอร์กที่ควรจะปิดสนิทนั้นออกอย่างง่ายดายคล้ายกับว่ามันรอให้เธอเปิดอ่านมานานแสนนาน
ในจดหมายฉบับนั้น
มันถูกเขียนขึ้นถึงเธอ จากเพื่อนคนหนึ่งที่เธอนึกไม่ออกว่าเป็นใครในตอนแรก
ถึงเธอ เด็กสาวผู้มีดวงตาสวยเหมือนดวงดาว
สวัสดียามเช้า
บนฝั่งนั่นเป็นอย่างไรบ้าง ฉันได้แต่หวังว่าเธอจะยังสบายดีอยู่ เธอจำครั้งสุดท้ายที่เราพบกันได้ไหม มันเป็นช่วงเวลาก่อนที่ฉันจะย้ายมาอยู่บนเกาะนี้ ช่วงเวลาที่ฉันยังรู้สึกเสรีต่อทุกสรรพสิ่ง ช่วงเวลาที่ฉันยังคงเชื่อมั่นในความดีงาม และ ไม่มีสิ่งไดน่าหวาดกลัว โลกเปิดกว้าง และเราทุกคนล้วนเป็นพี่น้องกัน ไม่รู้ว่าทำไมเวลาที่ฉันคิดถึงเวลาเหล่านั้น ฉันมักจะคิดถึงเธอ และดวงตาที่สวยเหมือนดวงดาวของเธอ ฉันมักคิดถึงเวลาแบบนั้นในบางวันที่ฉันเศร้าสร้อยมากๆ ฉันออกมายืนอยู่บนโขดหิน มองดูชายหาดที่ฉันไม่กล้าจะลงไปเล่นน้ำอีกแล้ว วันนี้ก็เช่นกัน จากตรงนี้เธอจะมองเห็นชายหาดเป็นสีดำ ผืนทรายทึบ เย็นเยียบด้วยชื้นน้ำทะเล และซ่อนหนามแหลมไว้มากมาย ใครสักคนบอกว่าถ้าเราเดินลงทะเล มีความเสี่ยง 95 เปอร์เซนต์ที่เราจะโดนทิ่มแทง จริงๆมันแค่เริ่มจากการห้ามลงทะเลเท้าเปล่า แต่ต่อมา ก็มีคำร่ำลือว่า แม้เธอจะสวมรองเท้า เปลือกหอยบางชนิดก็บาดเท้าเธอได้ แล้วไหนยังจะมีแมงกะพรุนไฟอีกเล่า ว่ากันว่า มีเด็กคนหนึ่งถึงกับตายที่ชายหาด เพียงเพราะ จะลงไปเล่นน้ำทะเล
ก็อย่างที่เธอรู้ เราต่างอาศัยอยู่ด้วยความกลัว ความกลัวทำให้เรามีชีวิต มันกระตุ้นเตือนว่ามีอันตรายอยู่โดยรอบ ให้เราตระหนักรู้ว่าเราช่างอ่อนแอและเปราะบาง ฉันไม่เคยเชื่ออะไรแบบนี้มาก่อน จนฉันย้ายมาอยู่ที่นี่ ความกลัวเตือนให้ฉันล๊อคประตูให้แน่นหนา อย่าเชื่อข่าวในทีวี และ อย่าพูดกับคนแปลกหน้า เธอรู้ไหม ที่นี่มีผู้คนหลากหลาย และเราไม่สามารถไว้ใจกันและกันได้ มีใครคนหนึ่งฆ่าใครคนหนึ่ง และกล่าวโทษใครบางคนเสมอ ฉันว่าจริงๆแล้วเราไม่ได้ต้องการจะหาว่าใครผิดด้วยซ้ำ เราแค่ต้องการจับใครสักคนเพื่อให้เรานอนหลับในค่ำคืนนี้ต่างหาก
วันก่อน มีใครคนหนึ่งตายลง เราไม่เคยรู้ว่าใครเป็นคนทำ แต่เรากลัวเกินกว่าจะสืบหา เราจึงตัดสินใจส่งใครบางคนที่เราเกลียดชัง ไปที่ศาลของหมู่บ้าน เราไม่ได้เกลียดเขาจริงๆหรอก น้อยคนด้วยซ้ำที่จะรู้จักเขา แต่เรา เชื่อ ว่าต้องเป็นเขาแน่ เพราะเราเคยได้ยินมา เหมือนที่เราได้ยินต่อๆกันมา ความกลัว ทำให้เราเชื่ออะไรได้ง่ายๆ และคายความเกลียดที่มีอยู่ในใจออกมา ฉันไม่รู้ว่าทำไมฉันถึงเขียนอะไรแบบนี้ออกไป ทั้งๆที่ฉันเชื่อมั่นในความกลัวเช่นกัน บางทีอาจเพราะข่าวนั้น ข่าวที่ฉันได้ยินมา เมื่อเช้านี้
มีใครสักคนบอกใครสักคนและฝากใครสักคนมาบอกว่า คนบนฝั่งกำลังเกลียดพวกเรา พวกเขาว่าเราส่งคนผิดไปรับโทษประหาร บางทีฉันว่า ไม่ใช่แค่ของเราหรอกที่เป็นเกาะแห่งความกลัว มีความกลัวอยู่ในทุกหนแห่ง พอเธอกลัวสิ่งใด เธอจะตอบสนองต่อมัน บางคนกลัว จึงกลัว บางคนกลัวจึงเกลียด บางคนกลัวจึงเพิกเฉย ความกลัวมันมีรูปร่างอย่างไรกันนะ จริงๆฉันไม่รู้เลย ความไม่รู้ อาจมีรูร่างคล้ายคลึงกับความกลัว นะฉันว่า
แล้วเธอเล่า เธอกลัวฉันหรือเปล่า เธอกลัวผู้คนบนเกาะนี่ไหม ฉันหลัวเหลือเกินว่าเธอจะกลัวฉัน เหมือนที่ฉันกลัวว่าเธอจะลืมฉัน กลัวที่จะขึ้นมาหาเธอบนฝั่ง กลัวที่จะอธิบายบางอย่าง กลัวที่จะยอมรับว่าฉันกลัว
วันนี้ตอนนี้ฉันนั่งอยู่บนโขดหิน ลมพัดแรงจนน่ากลัว คล้ายรอคอยให้ฉันหลบหนี ชายหาดรอคอยให้ฉันลงไป จะได้ดื่มเลือดฉัน ความกลัวรอคอยฉันอยู่ในห้องหับคับแคบ ดีล่ะฉันจะได้ระวังตัว
กลัวเหลือเกินว่าจดหมายฉบับนี้จะมาไม่ถึงเธอ
จากฉัน เด็กชายจากเกาะแห่งความกลัว
เด็กสาวผู้มีดวงตาสวยเหมือนดวงดาว เก็บจดหมายใส่ลงในขวด
เธอคิดจะตอบกลับว่า
บางที ถ้าเธอทำลายความไม่รู้ลง เธอจะไม่กลัวอีกต่อไป
แต่เธอก็ไม่ได้ตอบ
เพราะเธอไม่รู้จะส่งจดหมายไปที่ไหน
เธอกลัวว่าหากเธอส่งจดหมายนี้ไป จดหมายจะเดินทางไปไม่ถึง
และเพราะเธอนึกถึงความกลัวนั้น เธอก็ลืมไปว่าเธอจะเขียนตอบมันอย่างไร
เธอเดินกลับไปตามทางเดิม รู้สึกหงุดหงิดตัวเองที่ลืมสวมรองเท้า
เพราะตอนนี้เธอเริ่มกลัวว่าจะถูกแก้วบนชายหาดบาด เหมือนในจดหมาย
โดยไม่ต้องรอคอย ในก้าวหนึ่งที่เธอลังเล
เศษแก้ว
ซ่อนตัวมิดชิดใต้ผืนทราย
บาดเท้าเธอ
แรงบันดาลใจ จาก บางเหตุการณ์ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้
ภาพยนตร์เรื่องturtle canfly
บทความหนังทดลอง จากblog thaiindie
และ ความชั่วร้ายหลัง เหตุการณ์ 9 /11
edit @ 2005/12/21 00:44:21