Me and you and everyone we know เธอกับฉันและคนอื่นๆ
posted on 19 Dec 2005 02:00 by filmsick in love-is-all-around
มันเริ่มต้นที่ภาพถ่ายยามสนธยาของคู่รักริมทะเล ได้ยินคำสัญญาที่จะมีชีวิตอย่างกล้าหาญ อย่างเสรี และรอยจูบ ก่อนที่เราจะรู้ว่าภาพนั้นเป็นเพียงรูปภาพแปะอยู่บนฝาห้องสีชมพู ห้องของแคทเธอรีน เจสเปอร์สัน เสียงทะเล คือเสียงซ่าๆของทีวี และเธอพากย์เสียงคู่รักนั้น ก่อนจะเก็บกล้องไว้อย่างเหงาๆแล้วออกไปทำงานเป็น คนขับแทกซี่สำหรับคนชรา
มันเริ่มต้นที่ภาพนกบนต้นไม้ ริชาร์ดจ้องมองมัน ขณะภรรยาเขาจัดแบ่งข้าวของของทั้งคู่ เขากำลังจะย้ายออกไปจากบ้าน และเขาตัดสินใจบอกลาลูกๆด้วยการจุดไฟเผามือตนเอง เขาคิดว่านั่นคือการบูชายัญ เพื่อแสวงหาสิ่งวิเศษที่กำลังจะเกิดขึ้น
ริชาร์ดเป็นพนักงานขายรองเท้า คริสทีนเป็นคนขับแทกซี่ที่อยากเป็นศิลปิน
และที่จริงหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องรักของคนคู่นี้ แต่โลกนี้ไม่ได้มีเพียงพวกเขาสองคน
หากยังมี สองสาววัยรุ่นที่อาจไม่มีใครรัก พวกเธอกำลังสงสัยว่าใครใช้ปากทำรักได้ดีกว่ากัน
มีเด็กหญิงที่เก็บเงินเพื่อซื้อเครื่องใช้ในบ้านไว้สำหรับสามีและลูกของเธอในอนาคตอีก20 ปีข้างหน้า
มีเด็กชายวัยประถมที่เล่นcybersex กับสาวแปลกหน้า และมักตื่นตอนเช้ามาสงสัยเสียงประหลาดที่ได้ยินทุกวัน
มีเด็กชายอีกคนที่กำลังหมกมุ่นอยุ่กับการสร้างภาพจากเครื่องหมายวรรคตอนในคอมพิวเตอร์
มีคุณตาคุณยาย ที่รักกันตอนอายุ 70 ทั้งคู่ต้องรอตั้ง 50 ปี กว่าจะได้พบคนที่ใช่
มีชายหนุ่มผู้หมกมุ่นเรื่องเพศกับเด็กสาวที่อาจทำให้เขาติดคุกได้
และมีศิลปินใหญ่ที่สงสัยถึงความมีอยู่จริงของกระดาษห่อเบอร์เกอร์ และอาณาเขตของงานศิลปะดิจิตอล
และแน่นอน มีโลกทั้งใบ มีเธอมีฉัน และมีคนอื่นๆที่ดำเนินชีวิตไปพร้อมๆกัน
............................................
ปีนี้ Miranda july อายุ 30 และนี่คือหนังเรื่องแรกของเธอ ที่ไปคว้าร้างวัล camera d or มาจากคานส์ ปี 2004 โดยรับจากมือ อับบาส เคียรอสตรามี หลังจากนั้น เธอก็พาหนังเกี่ยวกับคนเล็กๆเรื่องนี้ตระเวนไปรับคำชมจากเทศกาลหนังต่างๆทั่วโลก และได้รางวัลติดไม้ติดมือกลับมาอีกมากมาย รวมทั้งได้รับคำชม ว่านี่คือหนังแห่งอนาคต!
ทั้งๆที่ที่จริงแล้วมันเป็นเพียงหนังน่ารักๆที่ว่าด้วยเรื่องรักธรรมดาของพนักงานขายรองเท้าธรรมดา กับ สาวแทกซี่ธรรมดาๆคู่หนึ่ง
ในร้านขายรองเท้าที่คริสทีนพาคุณตาลูกค้าเธอไปซื้อ ริชาร์ดลอบมองเท้าเธอและเห็นรอยรองเท้ากัดที่ตาตุ่ม เธอ เธอบอกเขาว่าตาตุ่มเธออยู่ต่ำเลยทำให้โดนกัด และเขาตอบว่า คุณคิดว่าคุณสมควรจะต้องเจ็บปวด แต่ไม่หรอก คุณไม่จำเป็นต้องเจ็บปวดสักหน่อย
คริสทีนแอบเดินตีคู่ไปกับเขา และชวนเขาสมมติว่า ทางเดินนี้จนถึงแยกหน้าคือความสัมพันธ์ในชีวิตคู่ ซึ่งอาจเป็น 6 เดือน 8 เดือน หรือจนกว่าใครสักคนจะตายลง
เธอเฝ้าภาวนาให้เขาโทรมา เรามีชีวิตต้องใช้ร่วมกันนะ แต่มันจะไม่เริ่มจนกว่าคุณจะโทรมา ไอ้บ้าเอ๊ย!
เขาและเธอใช้เวลาชั่วหนึ่งกาวยางแห้งด้วยกัน พูดคุย และตกหลุมรักกันและกัน
แต่หนังไม่ได้เป็นเพียงแค่หนังรักธรรมดาๆ เพราะที่แท้หนังตั้งคำถามที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นมาก นั่นคือ เราไม่ได้มีแค่กันและกัน แต่เรายังมีคนอื่นๆที่รายรอบอยู่อีกด้วย ท่ามกลางโลกส่วนตัวของเรา ฉัน และเธอ ล้วนจำต้องข้องเกี่ยวกับคนอื่นๆสิ่งอื่นๆเสมอ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เหมือนที่ผู้คนในหนังเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกันและกัน ในทางใดทางหนึ่ง เสมอ
หนังให้ตัวละครทุกตัว(ซึ่งมีตั้งแต่เด็กเล็กไปจนคนชรา)ล้วนต่างหมกมุ่นอยู่ในโลกเฉพาะของตัวเอง โลกศิลปะของคริสทีน โลกของการเผามือตัวเองของ ริชาร์ด โลกเครื่องใช้ ของซิลวี โลกที่เรา-ขี้ใส่กันนิรันดร์กาล-ของเด็กน้อย รอบบี้ จนถึงโลกความรักยามชราของคุณตาคุณยาย หากแต่โลกใบเล็กๆที่ว่ามาทุกใบล้วเกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงกันด้วยสิ่หงนึ่ง และเราเรียกสิ่งนั้นว่าความรัก!
ในฉากหนึ่ง ( ซึ่งเป็นฉากที่เก๋ที่สุดในหนัง ) พูดถึง ความตายของปลาทองตัวหนึ่ง คริสทีนถามคุณตาว่าเธอควรจะพูดอะไรกับเจ้าปลาทองดีไหม และเธอพูดว่า เจ้าปลาทอง ฉันไม่รุ้จักเธอ แต่อยากให้เธอรู้ว่าเธอจะจากไปพร้อมกับความรักจากฉัน
ความรัก ใช่แล้วหนังพูดเรื่องความรัก แต่ไม่ได้หมายความเพียงความรักของหนุ่มสาว แต่หมายถึงความรักในระดับที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น ความรักเชื่อมร้อยผู้คนเข้าด้วยกัน เมื่อเรารักใครสักคนหรืออะไรสักอย่าง เราก็จะรักสิ่งอื่นๆ และความรักสิที่สำคัญ
ในฉากหนึ่งคริสทีนเจอกรอบรูปพูดได้ที่พอกดปุ่มจะพูดว่าฉันรักเธอ และคริสทีนบอกว่า คุณซื้อมันสิ คุณซื้อและพกมันไปไหนมาไหน พอคุนอยากบอกรักใครคุณก็แค่กดปุ่ม มันจะช่วยคุณประหยัดพลังงานได้เยอะทีเดียว มันอาจเป็นเพียงมุกขำ ๆแต่ข้อความนี้ตั้งคำถามกับเราว่าเรารักสิ่งต่างๆน้อยเกินไปหรือไปหรือเปล่า และแสดงทรรศนะของmiranda julyว่าเราควรรักสิ่งต่างๆให้มากๆ รักจนต้องให้กรอบรูปพูดได้พูดแทนเรา
หนังให้เราเห็นการเชื่อมร้อยด้วยความรักของผู้คนที่ต่างหมกมุ่นและสิ้นหวัง เด็กสาวสองคนที่ไม่มีใครรักได้รู้สึกถึงการหลับใหลไปด้วยกัน (ผ่านทางข้อความหยาบคาย) ศิลปินหญิงได้รับความรักผ่านบทสนทนาcybersex ซิลวีได้เปิดกรุสมบัติเธอรับของขวัญสำหรับลูกสาวที่ยังไม่เกิด และคริสตีน ได้สร้างงาสนศิลปะจากความรักของคุณตากับคุณยาย ริชาร์ด ก็ได้เปิดโลกเหงาๆของตัวเองเข้ารับอีกผ่ายหนึ่ง เมื่อแผลของเขาหายดีและเขาพามือไปเดินเล่นกับลูกๆ พร้อมจะมีชีวิตกับมือที่เคยไหม้ไฟ แต่หายแล้ว และพร้อมจะรักใครสักคน ประโยคหนึ่งที่ย้ำเน้นเรื่อนี้คือเมื่อปีเตอร์ ลูกชายคนโตนอนลงบนพื้นห้องร่วมกัย ซิลวี เขาบอกว่า ถ้าไร้แรงดึงดูด เขาจะลอยไปบนเพดาน และเขาอยากอยู่บนนั้น และซิลวีบอก ถ้าเธอลอยไปอยู่บนนั้นของในห้องนี้ทั้งหมดก็จะลอยไปทับเธอ และเธอก็จะตาย โลกนี้เชื่อมร้อยถึงกัน เมื่อเรากระทำบางสิ่ง สิ่งอื่นก็จะถูกกระทบ ดังนั้นเมื่อเรารักใครสักคน ความรักก็จะผลิบานออก และต่อให้เราขี้ใส่กันนิรันดร เหมือนวลีของหนูน้อยร๊อบบี้ มันก็ทำให้เราได้ให้และรับไม่ใช่หรือ
เอาเข้าจริงๆแล้วผุ้คนในหนังเรื่องนี้ชวนให้นึกถึงหนังจิตแตกที่แสนเสร้า อย่างhappiness ของ todd solonze ในหนังเรื่องนั้นมีทั้งตัวละครที่เป็นพวกรักเด็ก เซกส์ของวัยรุ่น คนหมกมุ่นกับเซกส์โฟน หากใน happiness หนังพูดถึงเรื่องเหล่านี้จากมุมมองของผู้กระทำมากกว่าเหยื่อหรือสังคม(ซึ่งนั่นทำให้หนังเศร้า และจริง เพราะเรารุ้สึกเข้าอกเข้าใจ คนรักเด็กมากกว่าจะมองเขาเป็นตัวร้ายโดยสมบูรณ์) ในyou and me ก็มีตัวละครแบบนี้แต่หนังกลับเลือกมองผ่านมุมมองนุ่มละมุน บางทีถ้าเรามีความรักสรรพสิ่งก็ไม่ได้เป็นเรื่องเลวร้ายจนเกินทานทน เพราะทั้งคนรักเด็ก วัยรุ่นคลั่งเซกส์ คนเก็บกด หรือสาวผู้เสพติดcybersex ที่แท้ก็ล้วนต้องการความรัก ต้องการการหลับใหลไปได้วยกัน การลูบไล้เส้นผม หรือการบอกว่า ไม่มีใครใชข้ปากได้เก่งกว่าใคร
หนังเต็มไปด้วยบทสนทนาคมคาย และตัวละครที่น่ารักน่าชังจนหลายคนบ่นว่า มันทำให้หนังไม่สมจริงและดูเป็นโลกเฉพาะมากกว่าโลกภายนอก แต่เมื่อตัวละคร เหล่านี้ไม่ได้ทำหน้าที่ในฐานะตัวละครหากทำหน้าที่ในฐานะสื่อที่นำพาสาส์น แห่งความรักและหวังดีมาสู่คนดู มันจึงไม่ใช่เรื่องเลวร้าย ถ้าหากเราจะเพลิดเพลินกับ93 นาทีของหนังแล้วเดินออกไปรักใครสักคนหรืออะไรสักอย่าง
ในฉากหนึ่ง สองพี่น้องนั่งด้วยกันในห้องเล็กๆ ปีเตอร์พิมพ์รูปที่สร้างขึ้นจากเครื่องหมายในแป้นพิมพ์ (เช่น : ; . )เขาไม่ได้ใช้คู่มือ หาทำมันออกมาด้วยตัวเอง เป็นรูปของใบหน้าจากบนฟ้า จุดคือคนที่ยืนอยู่ จุลภาคคือคนที่นอนลง และ อัฒภาค (; semicolon) แทนคนที่ยืนอยู่ข้างคนที่กำลังล้มลงนอน นี่คือเธอนี่คือฉัน และนี่คือทุกคนที่เรารู้จัก
ใครบางคนล้มลงนอน ใครบางคนลุกขึ้นยืน ใครบางคนอาจฉุดใครบางคนให้ลุกขึ้นยืน เพื่อที่จะผ่านเวลาไปด้วยกันดั่งในฉากสุดท้ายของนั้น สิ่งเดียวที่จะทำให้เราผ่านเวลาไปด้วยกันได้ เราที่ไม่ได้หมายความว่าเธอกับฉัน แต่หมายความถึงเราทุกคน หากจะมีสิ่งใดที่ทำเช่นนั้น สิ่งนั้นคงคือความรัก
FOOTNOTE
ผมดูหนังเรื่องนี้สองวันติดกันสองรอบ ดูจบแล้วอยากรักครสักคนหรืออะไรสักอย่างอย่างมาก
แว่วๆว่าหนังอาจจะเข้าเมืองไทยและไม่ควรพลาดครับ
แวะไปดูเวบไซต์ของหนังได้ที่ www.mirandajuly.com
เวบเก๋มากๆ
และเธอมีบลอกของตัวเองด้วย หาลิงค์ได้จากในเวบครับ ล่าสุดเธอกำลังบ่นเรื่องปกดีวีดีลอตแรกที่ออกแบบไม่ถูกใจเธอเสียเลย เธอเลยวาดปกใหม่เองซะงั้น

edit @ 2005/12/19 02:01:53
#1 By Sunday Syndrome on 2005-12-19 02:41