มันเริ่มต้นที่ภาพถ่ายยามสนธยาของคู่รักริมทะเล ได้ยินคำสัญญาที่จะมีชีวิตอย่างกล้าหาญ อย่างเสรี และรอยจูบ ก่อนที่เราจะรู้ว่าภาพนั้นเป็นเพียงรูปภาพแปะอยู่บนฝาห้องสีชมพู ห้องของแคทเธอรีน เจสเปอร์สัน เสียงทะเล คือเสียงซ่าๆของทีวี และเธอพากย์เสียงคู่รักนั้น ก่อนจะเก็บกล้องไว้อย่างเหงาๆแล้วออกไปทำงานเป็น คนขับแทกซี่สำหรับคนชรา

มันเริ่มต้นที่ภาพนกบนต้นไม้ ริชาร์ดจ้องมองมัน ขณะภรรยาเขาจัดแบ่งข้าวของของทั้งคู่ เขากำลังจะย้ายออกไปจากบ้าน และเขาตัดสินใจบอกลาลูกๆด้วยการจุดไฟเผามือตนเอง เขาคิดว่านั่นคือการบูชายัญ เพื่อแสวงหาสิ่งวิเศษที่กำลังจะเกิดขึ้น

ริชาร์ดเป็นพนักงานขายรองเท้า คริสทีนเป็นคนขับแทกซี่ที่อยากเป็นศิลปิน

และที่จริงหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องรักของคนคู่นี้ แต่โลกนี้ไม่ได้มีเพียงพวกเขาสองคน

หากยังมี สองสาววัยรุ่นที่อาจไม่มีใครรัก พวกเธอกำลังสงสัยว่าใครใช้ปากทำรักได้ดีกว่ากัน

มีเด็กหญิงที่เก็บเงินเพื่อซื้อเครื่องใช้ในบ้านไว้สำหรับสามีและลูกของเธอในอนาคตอีก20 ปีข้างหน้า

มีเด็กชายวัยประถมที่เล่นcybersex กับสาวแปลกหน้า และมักตื่นตอนเช้ามาสงสัยเสียงประหลาดที่ได้ยินทุกวัน

มีเด็กชายอีกคนที่กำลังหมกมุ่นอยุ่กับการสร้างภาพจากเครื่องหมายวรรคตอนในคอมพิวเตอร์

มีคุณตาคุณยาย ที่รักกันตอนอายุ 70 ทั้งคู่ต้องรอตั้ง 50 ปี กว่าจะได้พบคนที่ใช่

มีชายหนุ่มผู้หมกมุ่นเรื่องเพศกับเด็กสาวที่อาจทำให้เขาติดคุกได้

และมีศิลปินใหญ่ที่สงสัยถึงความมีอยู่จริงของกระดาษห่อเบอร์เกอร์ และอาณาเขตของงานศิลปะดิจิตอล

และแน่นอน มีโลกทั้งใบ มีเธอมีฉัน และมีคนอื่นๆที่ดำเนินชีวิตไปพร้อมๆกัน

............................................

ปีนี้ Miranda july อายุ 30 และนี่คือหนังเรื่องแรกของเธอ ที่ไปคว้าร้างวัล camera d or มาจากคานส์ ปี 2004 โดยรับจากมือ อับบาส เคียรอสตรามี หลังจากนั้น เธอก็พาหนังเกี่ยวกับคนเล็กๆเรื่องนี้ตระเวนไปรับคำชมจากเทศกาลหนังต่างๆทั่วโลก และได้รางวัลติดไม้ติดมือกลับมาอีกมากมาย รวมทั้งได้รับคำชม ว่านี่คือหนังแห่งอนาคต!

ทั้งๆที่ที่จริงแล้วมันเป็นเพียงหนังน่ารักๆที่ว่าด้วยเรื่องรักธรรมดาของพนักงานขายรองเท้าธรรมดา กับ สาวแทกซี่ธรรมดาๆคู่หนึ่ง

ในร้านขายรองเท้าที่คริสทีนพาคุณตาลูกค้าเธอไปซื้อ ริชาร์ดลอบมองเท้าเธอและเห็นรอยรองเท้ากัดที่ตาตุ่ม เธอ เธอบอกเขาว่าตาตุ่มเธออยู่ต่ำเลยทำให้โดนกัด และเขาตอบว่า คุณคิดว่าคุณสมควรจะต้องเจ็บปวด แต่ไม่หรอก คุณไม่จำเป็นต้องเจ็บปวดสักหน่อย

คริสทีนแอบเดินตีคู่ไปกับเขา และชวนเขาสมมติว่า ทางเดินนี้จนถึงแยกหน้าคือความสัมพันธ์ในชีวิตคู่ ซึ่งอาจเป็น 6 เดือน 8 เดือน หรือจนกว่าใครสักคนจะตายลง

เธอเฝ้าภาวนาให้เขาโทรมา เรามีชีวิตต้องใช้ร่วมกันนะ แต่มันจะไม่เริ่มจนกว่าคุณจะโทรมา ไอ้บ้าเอ๊ย!

เขาและเธอใช้เวลาชั่วหนึ่งกาวยางแห้งด้วยกัน พูดคุย และตกหลุมรักกันและกัน

แต่หนังไม่ได้เป็นเพียงแค่หนังรักธรรมดาๆ เพราะที่แท้หนังตั้งคำถามที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นมาก นั่นคือ เราไม่ได้มีแค่กันและกัน แต่เรายังมีคนอื่นๆที่รายรอบอยู่อีกด้วย ท่ามกลางโลกส่วนตัวของเรา ฉัน และเธอ ล้วนจำต้องข้องเกี่ยวกับคนอื่นๆสิ่งอื่นๆเสมอ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เหมือนที่ผู้คนในหนังเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกันและกัน ในทางใดทางหนึ่ง เสมอ

หนังให้ตัวละครทุกตัว(ซึ่งมีตั้งแต่เด็กเล็กไปจนคนชรา)ล้วนต่างหมกมุ่นอยู่ในโลกเฉพาะของตัวเอง โลกศิลปะของคริสทีน โลกของการเผามือตัวเองของ ริชาร์ด โลกเครื่องใช้ ของซิลวี โลกที่เรา-ขี้ใส่กันนิรันดร์กาล-ของเด็กน้อย รอบบี้ จนถึงโลกความรักยามชราของคุณตาคุณยาย หากแต่โลกใบเล็กๆที่ว่ามาทุกใบล้วเกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงกันด้วยสิ่หงนึ่ง และเราเรียกสิ่งนั้นว่าความรัก!

ในฉากหนึ่ง ( ซึ่งเป็นฉากที่เก๋ที่สุดในหนัง ) พูดถึง ความตายของปลาทองตัวหนึ่ง คริสทีนถามคุณตาว่าเธอควรจะพูดอะไรกับเจ้าปลาทองดีไหม และเธอพูดว่า เจ้าปลาทอง ฉันไม่รุ้จักเธอ แต่อยากให้เธอรู้ว่าเธอจะจากไปพร้อมกับความรักจากฉัน

ความรัก ใช่แล้วหนังพูดเรื่องความรัก แต่ไม่ได้หมายความเพียงความรักของหนุ่มสาว แต่หมายถึงความรักในระดับที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น ความรักเชื่อมร้อยผู้คนเข้าด้วยกัน เมื่อเรารักใครสักคนหรืออะไรสักอย่าง เราก็จะรักสิ่งอื่นๆ และความรักสิที่สำคัญ

ในฉากหนึ่งคริสทีนเจอกรอบรูปพูดได้ที่พอกดปุ่มจะพูดว่าฉันรักเธอ และคริสทีนบอกว่า คุณซื้อมันสิ คุณซื้อและพกมันไปไหนมาไหน พอคุนอยากบอกรักใครคุณก็แค่กดปุ่ม มันจะช่วยคุณประหยัดพลังงานได้เยอะทีเดียว มันอาจเป็นเพียงมุกขำ ๆแต่ข้อความนี้ตั้งคำถามกับเราว่าเรารักสิ่งต่างๆน้อยเกินไปหรือไปหรือเปล่า และแสดงทรรศนะของmiranda julyว่าเราควรรักสิ่งต่างๆให้มากๆ รักจนต้องให้กรอบรูปพูดได้พูดแทนเรา

หนังให้เราเห็นการเชื่อมร้อยด้วยความรักของผู้คนที่ต่างหมกมุ่นและสิ้นหวัง เด็กสาวสองคนที่ไม่มีใครรักได้รู้สึกถึงการหลับใหลไปด้วยกัน (ผ่านทางข้อความหยาบคาย) ศิลปินหญิงได้รับความรักผ่านบทสนทนาcybersex ซิลวีได้เปิดกรุสมบัติเธอรับของขวัญสำหรับลูกสาวที่ยังไม่เกิด และคริสตีน ได้สร้างงาสนศิลปะจากความรักของคุณตากับคุณยาย ริชาร์ด ก็ได้เปิดโลกเหงาๆของตัวเองเข้ารับอีกผ่ายหนึ่ง เมื่อแผลของเขาหายดีและเขาพามือไปเดินเล่นกับลูกๆ พร้อมจะมีชีวิตกับมือที่เคยไหม้ไฟ แต่หายแล้ว และพร้อมจะรักใครสักคน ประโยคหนึ่งที่ย้ำเน้นเรื่อนี้คือเมื่อปีเตอร์ ลูกชายคนโตนอนลงบนพื้นห้องร่วมกัย ซิลวี เขาบอกว่า ถ้าไร้แรงดึงดูด เขาจะลอยไปบนเพดาน และเขาอยากอยู่บนนั้น และซิลวีบอก ถ้าเธอลอยไปอยู่บนนั้นของในห้องนี้ทั้งหมดก็จะลอยไปทับเธอ และเธอก็จะตาย โลกนี้เชื่อมร้อยถึงกัน เมื่อเรากระทำบางสิ่ง สิ่งอื่นก็จะถูกกระทบ ดังนั้นเมื่อเรารักใครสักคน ความรักก็จะผลิบานออก และต่อให้เราขี้ใส่กันนิรันดร เหมือนวลีของหนูน้อยร๊อบบี้ มันก็ทำให้เราได้ให้และรับไม่ใช่หรือ

เอาเข้าจริงๆแล้วผุ้คนในหนังเรื่องนี้ชวนให้นึกถึงหนังจิตแตกที่แสนเสร้า อย่างhappiness ของ todd solonze ในหนังเรื่องนั้นมีทั้งตัวละครที่เป็นพวกรักเด็ก เซกส์ของวัยรุ่น คนหมกมุ่นกับเซกส์โฟน หากใน happiness หนังพูดถึงเรื่องเหล่านี้จากมุมมองของผู้กระทำมากกว่าเหยื่อหรือสังคม(ซึ่งนั่นทำให้หนังเศร้า และจริง เพราะเรารุ้สึกเข้าอกเข้าใจ คนรักเด็กมากกว่าจะมองเขาเป็นตัวร้ายโดยสมบูรณ์) ในyou and me ก็มีตัวละครแบบนี้แต่หนังกลับเลือกมองผ่านมุมมองนุ่มละมุน บางทีถ้าเรามีความรักสรรพสิ่งก็ไม่ได้เป็นเรื่องเลวร้ายจนเกินทานทน เพราะทั้งคนรักเด็ก วัยรุ่นคลั่งเซกส์ คนเก็บกด หรือสาวผู้เสพติดcybersex ที่แท้ก็ล้วนต้องการความรัก ต้องการการหลับใหลไปได้วยกัน การลูบไล้เส้นผม หรือการบอกว่า ไม่มีใครใชข้ปากได้เก่งกว่าใคร

หนังเต็มไปด้วยบทสนทนาคมคาย และตัวละครที่น่ารักน่าชังจนหลายคนบ่นว่า มันทำให้หนังไม่สมจริงและดูเป็นโลกเฉพาะมากกว่าโลกภายนอก แต่เมื่อตัวละคร เหล่านี้ไม่ได้ทำหน้าที่ในฐานะตัวละครหากทำหน้าที่ในฐานะสื่อที่นำพาสาส์น แห่งความรักและหวังดีมาสู่คนดู มันจึงไม่ใช่เรื่องเลวร้าย ถ้าหากเราจะเพลิดเพลินกับ93 นาทีของหนังแล้วเดินออกไปรักใครสักคนหรืออะไรสักอย่าง

ในฉากหนึ่ง สองพี่น้องนั่งด้วยกันในห้องเล็กๆ ปีเตอร์พิมพ์รูปที่สร้างขึ้นจากเครื่องหมายในแป้นพิมพ์ (เช่น : ; . )เขาไม่ได้ใช้คู่มือ หาทำมันออกมาด้วยตัวเอง เป็นรูปของใบหน้าจากบนฟ้า จุดคือคนที่ยืนอยู่ จุลภาคคือคนที่นอนลง และ อัฒภาค (; semicolon) แทนคนที่ยืนอยู่ข้างคนที่กำลังล้มลงนอน นี่คือเธอนี่คือฉัน และนี่คือทุกคนที่เรารู้จัก

ใครบางคนล้มลงนอน ใครบางคนลุกขึ้นยืน ใครบางคนอาจฉุดใครบางคนให้ลุกขึ้นยืน เพื่อที่จะผ่านเวลาไปด้วยกันดั่งในฉากสุดท้ายของนั้น สิ่งเดียวที่จะทำให้เราผ่านเวลาไปด้วยกันได้ เราที่ไม่ได้หมายความว่าเธอกับฉัน แต่หมายความถึงเราทุกคน หากจะมีสิ่งใดที่ทำเช่นนั้น สิ่งนั้นคงคือความรัก

FOOTNOTE

ผมดูหนังเรื่องนี้สองวันติดกันสองรอบ ดูจบแล้วอยากรักครสักคนหรืออะไรสักอย่างอย่างมาก

แว่วๆว่าหนังอาจจะเข้าเมืองไทยและไม่ควรพลาดครับ

แวะไปดูเวบไซต์ของหนังได้ที่ www.mirandajuly.com

เวบเก๋มากๆ

และเธอมีบลอกของตัวเองด้วย หาลิงค์ได้จากในเวบครับ ล่าสุดเธอกำลังบ่นเรื่องปกดีวีดีลอตแรกที่ออกแบบไม่ถูกใจเธอเสียเลย เธอเลยวาดปกใหม่เองซะงั้น



edit @ 2005/12/19 02:01:53

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

เย้ๆ exteen ใช้ได้แร้วว

#1 By Sunday Syndrome on 2005-12-19 02:41

จึ๋ย พิสูจน์อักษรไม่ทันซะแล้ว อ่านระหว่างพิสูจน์อักษรแล้ว อยากดูมากเลยอ่ะ

#2 By no one on 2005-12-19 02:45

อยากดู

#3 By @ I'm a Box @ on 2005-12-19 12:31

#4 By sofa (61.91.90.183) on 2005-12-20 11:49

จะเข้าฉายจริงเหรอครับ..
..เอิมม..พี่ครับ...ช่วยหน่อย
เคยเห็นเอ็นทรีของพี่อันนึง ที่เกี่ยวกับงานที่ฉายหนัง และหนังสั้น
ที่จัดช่วงนี้..สวนลุม..อนุสาวรีย์ 14 ตุลา..และอื่นๆ
เออ...ผมหามันไม่เจออะครับช่วยแจ้งแถลงไขให้ผมหน่อยได้ใหมครับ..ว่ามันอยู่ใหนครับ..

#5 By kemkem on 2005-12-20 14:47

ชอบหนังเรื่องนี้เช่นกันค่ะ
ดูแล้ว รู้สึกว่าอยากเล่าเรื่องราวของฉัน ของเธอ และของทุกๆ คนที่เรารู้จัก ออกมาบ้างจังเลย

#7 By tiktok (58.11.98.64) on 2005-12-28 16:04

หนังเรื่องนี้มันทำให้ผมเหวอแดก
มันทำให้ผมตัวสั่น
มันทำให้ผมล่องลอย
มันทำให้ผมสับสน
มันทำให้ผมกระสับกระส่าย
มันทำให้ผมน้ำตาซึม
มันไม่รู้จะเรียกความรู้สึกเหล่านั้นยังไง
แต่ผมรักหนังเรื่องนี้มากๆ
ไม่รู้จะเปรียบเทียบยังไงแต่ความรู้สึกนี้ไม่เกิดกับผมนานมากแล้ว

#8 By เอนนิสเดลมาร์ (124.120.11.82) on 2006-08-24 18:03

ผมเพื่งไปดูมาวันนี้ครับ มันดูดพลังผมไปเกือบหมดตัว แต่เพิ่มพลังงานศิลปะในตัวได้อย่างน่าทึ่ง ไปดูกันเถอะครับ

#9 By die on wednesday (203.153.171.34) on 2006-09-04 00:21

เขียนรีวิวได้ดีจังเลยค่ะ

เข้าใจชัดขึ้นเยอะเลย


ขอบคุณนะคะ

#10 By แวะมา (203.144.187.61) on 2006-09-04 13:02

รู้จักบลอคหนังเพราะหนังเรื่อง chungking express ผ่านทางกูเกิ้ล
.
.
ก็เหมือนกับ me and you and everyone we know เราถูกเชื่อมต่อ(แม้จะเป็นแค่ในโลกไซเบอร์) เข้าด้วยกันเพราะความรักหนัง ^^ เขียนดีจังค่ะ

#11 By pung (124.121.135.236) on 2006-09-14 19:49

ลิงก์อุตลุด :P

http://www.imdb.com/title/tt0415978/
http://lolay.exteen.com/20060818/me-and-you-and-everyone-we-know
http://alienboon.exteen.com/20060820/entry

อยากดูด้วย

#12 By bact' (58.136.73.164) on 2006-11-02 13:27

woman power

#13 By oui (124.121.35.135) on 2007-01-30 19:50

อยากรู้จักคนเขียนจัง... จะเป็นไปได้มั้ยน๊า.... หวังว่าคงได้เจอกัน

#14 By น้ำ (125.24.238.170) on 2007-05-11 10:18

น่าดูจังเลยค่ะ ถ้ามีมาให้ดูเมื่อไหร่ ช่วยบอกด้วยนะค่ะ

#15 By Ing (125.27.165.89) on 2007-11-13 22:41

หนังเขาดีจริงจริงค่ะconfused smile

#16 By เอ้ (202.143.143.114) on 2007-12-07 11:18

เป็นหนังที่รักมาก ๆ อีกเรื่องค่ะ

#17 By ระหว่างทาง on 2008-02-14 22:22

เพิ่งได้ดูครับ แม้จะมึนไปหน่อย ตอนดู แต่พอดูจบ อนุภาคของความรักลอยอยู่เต็มห้องเลยbig smile

#18 By rockalitm on 2008-04-25 15:29

เพิ่งได้ดูครับ แม้จะมึนไปหน่อย ตอนดู แต่พอดูจบ อนุภาคของความรักลอยอยู่เต็มห้องเลยbig smile

#19 By rockalitm on 2008-04-25 15:29

เพิ่งดูเรื่องนี้จบไปเมื่อกี้ครับ จำได้ว่าคุณ Filmsick เคยเขียนเอาไว้ เลยตามมาอ่าน ^^

ชอบเรื่องนี้มากจริงๆ แอบลุุ้นให้มี dvd ลิขสิทธิ์ขายในบ้านเราเหลือเกิน เพราะแผ่นที่ได้มา sub ยังไม่ค่อยสมบูรณ์เท่าไหร่ เลยอาจจะยังขาดไปบ้าง ในเนื้อเรื่อง

#20 By soundsyndrome on 2008-07-31 04:14