CARL THEODOR DRYER
MAX CASTLE

เดวิด เกรย์


มาถึงหมู่บ้านแห่งนั้นในยามเย็น

มองเห็นชายคนหนึ่งถือเคียวยาวโง้งลงเรือข้ามฟาก

และแผ่นเหล็กรูปเด็กผู้หญิงประหลาดๆ

เขาเข้าพักในโรงแรมเล็กๆ หลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง

เขากำลังศึกษาตำนานเก่าแก่ของภูติผี แวมไพร์

และค่ำคืนนั้น โลกของตำนานเก่าแก่กับโลกจริงเริ่มผสมปนเปจนไม่อาจแบ่งแยก

เริ่มจากเสียงครืดคราดที่ชั้นบน

ชายชราที่จู่ๆก็บุกเข้ามาในห้องแล้วทิ้งห่อของไว้

-อ่านมันเมื่อฉันตายลง เขาเขียนไว้ที่ห่อ

ค่ำคืนอันมืดหม่นประหลาดล้ำ เดวิด เกรย์ถูกปลุกให้ตื่นและต้อยตามเงาประหลาด ที่อาจเป็นวิญญาณภูติผีข้ามแม่น้ำไปสู่ดินแดนลึกลับ ที่เต็มไปด้วยนาฏกรรมของแสงและเงา

โลกที่เขาได้พบพานเรื่องประหลาด วิญญาณแยกเป็นสอง หญิงสาวลึกลับ และผีดิบแวมไพร์

โลกที่ไม่อาจรู้ว่ามันคือความจริงหรือฝันร้าย หากแต่สวยสดงดงามในความสยดสยอง

Carl theodor Dryer เป็นหนึ่งในผู้กำกับระดับ ปรมาจารย์ เป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกภาพยนตร์ให้ก้าวหน้า จากากรเป็นภาพเคลื่อนไหวติดตา ไปสู่งานศิลปะ และเป็นผู้พัฒนาเทคนิคมากมายที่ยังส่งผลกระทบจวบจนปัจจุบัน ผู้คนอาจรู้จักเขาจากหนังที่เป็นอมตะนิรันดร์กาลอย่าง Passionof Jaon of arc อันลือลั่น และหากจะวัดกันจริงๆ vampyr ถือเป็นหนังที่ประสบความล้มเหลว เพราะหลังหนังออกฉาย (และล้มเหลวด้านรายได้ ) ความรุ่งโรจน์ทางการงานของcarl dryer ก็ร่วงลงและเขาไม่ได้ทำหนังอีกหลายปี หากแต่เอาเข้าจริง vampyr เป็นหนังที่carl dryer ตั้งใจกับมันมากที่สุดเรื่องหนึ่ง เป็นหนังที่เต็มไปด้วย เทคนิคทางภาพยนตร์ ที่น่าตื่นตามากที่สุดเรื่องหนึ่ง และเป็นหนังในตระกูลหนังสยองขวัญที่สวยสดงดงาม และเซอร์เรียล มากที่สุดเรื่องหนึ่ง

และหากภาพยนตร์คือการสู้รบเพื่อแย่งชิงพื้นที่ของแสงและเงา (ดังที่นิยายของคนรักหนังอย่างflicker ได้นิยามไว้) หนังเรื่องนี้ก็คือสมรภูมิอันน่าตื่นเต้นที่สุด ครั้งหนึ่ง เท่าที่แสงและเงาเคยสู้รบกันมา เพราะในหนังเรื่องนี้ Carl Dryer ได้โอกาสในการแสดงนาฏลีลา แห่งแสงและเงา ในฉาก โลกประหลาดช่วงต้นเรื่อง ภาพเงาของชายขาขาด ที่ค่อยๆมาซ้อนทับกับตัวจริง อาคารประหลาดที่อาศัยเทคนิคทางภาพ ทำให้เราสงสัยว่าเรายืนอยู่ชั้นบนหรือชั้นล่าง ภาพเงาคนเต้นรำ กงล้อที่ที่แขวนห้องกลางอากาศ ภาพเงาวิญญาณในแม่น้ำ หรือกระทั่งภาพการขุดหลุม (ที่อาศัยเพียงการฉายภาพถอยหลัง) เทคนิคเก่าแก่ทางภาพยนตร์ได้รับการจัดวาง อย่างมีจังหวะจะโคน และสวยสดงดงาม จนแม้เวลาจะผ่านไปเกือบ 80 ปี ก็ยังเป็นภาพชวนตะลึงโดยไม่ต้องพึ่งคอมพิวเตอร์กราฟฟิคเลยแม้แต่น้อย

หนังเรื่องนี้ถ่ายทำในฝรั่งเศส และตั้งใจจะนำออกฉายทั้งในฝรั่งเศส เยอรมัน และที่อื่นๆ และแม้จะถ่ายทำแบบหนังเงียบ แต่ carl dryer กลับพิถีพิถันมากถึงขั้น ถ่ายฉากเดิมซ้ำทั้งสามภาษา เพื่อให้ปากตรงกับบทจริงๆ และแม้หนังจะเล่าเรื่องด้วยการขึ้นข้อความบรรยาย แต่carl dryer กลับไม่ประสงค์ให้มี ซับไตเติ้ล ในบทสนทนา เพราะเขาต้องการให้ผู้คนจดจ่ออยู่กับภาพบนจอมากกว่านั่งอ่าน ซับไตเติ้ล แต่อย่างไรก็ดี ต้นฉบับฟิล์มที่เหลืออยู่กลับมีการใส่ซับไตเติ้ลเข้าไปจนหมด (และดูเหมือนจะเหลือรอดอยู่เพียงภาษาเดียวเสียด้วย) หนังมีดนตรีคลอบรรเลง และมีเสียงสนทนาอยู่บ้าง(น่าจะเป็นการพากย์ตามหลัง) แต่มันถูกใส่เข้ามาเพียงบางเบา และบทสนทนาก็แทบไม่จำเป็น (แต่เสียงในหนังกลับจำเป็นอย่างยิ่ง )

หนังมีโครงเรื่องอยู่เพียงเบาบาง และหลายๆส่วนออกจะอ่อนเหตุผล และที่มาที่ไป แต่ในเมื่อหนังมีชื่ออีกชื่อหนึ่งว่า the dream of david grayนั่นหมายความว่า างที แวมไพร์อาจเป็นส่วนประกอบเพียงเล็กน้อย ในหนังที่ที่แท้ คือการบันทึก ความฝัน- ลงบนแผ่นฟิล์ม

หลังจากหนังแสดง นาฏลีลาของโลกประหลาดแห่งแสงและเงา แล้ว หนังนำพา เดวิด เกรย์ และ คนดูไปสู่บ้านหลังหนึ่ง ที่เจ้าบ้านคือชายชราที่บุกเข้าห้องของเขาในยามวิกาล ชายผู้นั้นมีลูกสาวสองคน และคนหนึ่งกำลังป่วยไข้อยู่บนเตียง หลังจากถูกกัดด้วยสัตว์บางชนิด และ เพ้อคลั่งเรียกหา เลือด! ตามมาด้วยตำนานเก่าแก่เกี่ยวกับแวมไพร์ การเดินทางไปปราบแวมไพร์ ช่วยสาวางมจากสัตว์ร้าย พลอตง่ายดายที่ดูจะตรงไปตรงมา หากมองในแง่เรื่องเล่า

แต่ในมุมของ เดวิด เกรย์ทุกอย่างกลับซ้อนทับจนแยกไม่ออก เมื่อหนังทำตัวราวกับเป็นภาพฝัน วิญญาณ เขาแตกเป็นสอง ร่างหนึ่งนอนในโลงศพ และการผจญภัยในโลกของแสงและเงา carl dryer สร้างฉากในช่วงท้ายอันแสนเหนือจริงนี้ได้งดงาม ทั้งน่าตื่นตาและน่าตื่นเต้น ความไม่ต่อเนื่อง และคลุมเครือเอื้อให้มันดูเป็นความฝันมากกว่าความจริง และการถ่ายทอดมันลงบนแผ่นฟิล์มผ่านสมรภูมิของแสงและเงา ทำให้มันเป็นเหมือนภาพฝันร้ายที่ตรึงตาไปแสนนาน

แสง และ เงา ก่อรูปสร้างร่องรอยผ่านการเคลื่อนไหวของภาพนิ่ง ที่ความเร็ว 24 เฟรม /วินาที อาศัยกลไก ภาพติดตา สร้างให้ภาพนิ่งนั่นเคลื่อนไหว มาร่วม ร้อยปี ในสมรภูมินี้ มีหลายสิ่งหลายอย่างไดเคยบังเกิดขึ้น บางอย่างก็เพียงเพื่อผ่านเลยไปในระยะเวลาอันสั้น บางภาพก็ติดตรึงอยู่นานแสนนาน จวบจนบัดนี้ มนต์ขลังของภาพยนตร์ก็ยังไม่เคยคลายตัวลง ราวผีดิบดูดเลือดที่คอยหลอกหลอน มีชีวิตอยู่ในดินแดนอันมืดมิด ที่สิ่งไร้ชีวิตเคลื่อนไหว รอคอย สูบกินวิญญาณของผู้พลัดหลงเข้าไปในโลกนั้น คนเช่นเรา เช่นท่าน ในโลกที่กระทั่งภาพฝันก็มีชีวิต และแม้จะล่วงเลยมา แปดสิบปี หรืออีกนานนับร้อยพันปี ก็ยังคงเคลื่อนไหว

ในโลกเช่นนั้นคงมีแต่ต้องกราบคารวะเท่านั้นเอง

FOOTNOTE
รายละเอียดของหนังvampyr ดูเพิ่มที่นี่ครับ เป็นเวบที่ทำเพื่อ carl dryer โดยตรง ข้อมูลสมบูรณ์มากๆๆครับ

http://www.carldreyer.com/resources/vampyr/koerbervampyr.htm


edit @ 2005/12/04 22:40:52

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ชอบฉากนอนในโลงศพมากๆๆๆค่ะ

ดูแล้วนึกถึงฉากพระเอกฝันว่าตัวเองนอนในโลงศพใน CLASS TRIP (1998, CLAUDE MILLER, A+)

ชอบฉากเงาของชายขาขาดมากเช่นกัน

รู้สึกว่าปราบดา หยุ่นเคยเขียนบทวิจารณ์หนังเรื่องนี้ด้วยล่ะ

#1 By M.Scudery Worships Caveh Zahedi (210.86.146.36 /192.168.0.69) on 2005-12-05 06:46

อยากดูอ่ะคับ ผมก็ชอบดูหนังและชอบจินตนาการ ไปวันๆ

#2 By ^คนบนฟ้า^ on 2005-12-06 18:42


ป่วยๆแล้วไปดูหนังปวดหัวชะมัด..
เราอยากอ่านทุกเรื่องที่คุณลงเลยนะ
วันไหนว่าง..จะแอบมาอ่านอีก


หมู่นี้เป็นไรเวลากินไม่ได้นอนเลย
เวลานอนก็ดันหลับ..เซ็งม่าก!

ป่วยก็ดูแลตัวเองด้วยนะค่ะ
อย่าดูหนังทุกวัน..เดี๋ยวเปื่อย!




ลงชื่อ
(prinzessin's blog ก็คนมันแรง)



#3 By p r i n z e s s i n on 2005-12-07 00:35