เด็กชายของสายฝน

posted on 04 Dec 2005 01:44 by filmsick  in my-S-P-A-C-E

epe;e

เธอพบกับเขาครั้งแรกในวันที่ฝนตก

ฝนเม็ดใหญ่ เทกระหน่ำลงจนเจ็บปวดเมื่อโดนผิวเนื้อ

วันนั้น เด็กสาวผู้มีดวงตาสวยเหมือนดวงดาว สวมชุดสีขาว เสื้อสีขาว และกระโปรงลูกไม้สีขาว เธอถือร่มสีแดง และยืนปะปนอยู่กับผู้คนบนทางเท้า

เด็กชายคนนั้นยืนอยู่บนถนน ผมตัดสั้นลู่ติดศีรษะด้วยเปียกฝน เขาตัวผอมลีบ สวมเสื้อผ้าเก่าคร่ำ และไม่สวมรองเท้า จ้องมองมาที่เธอ เด็กสาวผู้มีดวงตาสวยเหมือนดวงดาวที่สวมชุดสีขาวและถือร่มสีแดง จ้องมองเธอพลางยื่นมือมา

เธอไม่รู้สึกถึงความคุกคามในดวงตา คู่นั้น หรือมือข้างนั้น เขาถามเธอเรียบง่าย

-มาเล่นน้ำฝนกับฉันไหม

หากเด็กสาวผู้มีดวงตาสวยเหมือนดวงดาวตอบปฏิเสธ ในวันนั้นเธอสวมชุดสีขาว และไม่อยากให้มันเปรอะเปื้อน

-ไม่ล่ะจ้ะ ขอบใจนะ เธอกล่าว

เธอพบกับเขาครั้งที่สองในวันที่ฝนตก

ฝนเม็ดใหญ่ หล่นเฉียงๆ กระทบหลังคาสังกะสีเสียงดังเปาะแปะ เปาะแปะ

เด็กสาวผู้มีดวงตาสวยเหมือนดวงดาว ลืมร่มสีแดงไว้ในห้องสมุด เธอกอดหนังสือที่เธอยืมมาไว้ในอ้อมแขน เบียดตัวอยู่ใต้หลังคาสังกะสี ที่มีรอยรั่ว เม็ดฝนสาดเข้ามาตามแรงลมหล่นลงบนเส้นผมของเธอจนเปียกชื้นและบิดเป็นเกลียวน้อยๆ

เด็กชายยืนอยู่ที่บ้านถัดไป บ้านปูนที่ไม่มีกันสาดยื่นล้ำ ผมสั้นของเขายังคงลู่ติดศีรษะ และเด็กสาวรู้สึกถึงความเย็นรื่นในดวงตาของเด็กชายผู้นั้น

-ฉันรักฤดูฝน เขาเอ่ยกับเธอลอยๆ

-เธอล่ะชอบฤดูฝนไหม เขาเอ่ยถาม

เด็กสาวผู้มีดวงตาสวยเหมือนดวงดาวไม่อาจตอบคำถามนี้ เธอนิ่งอยู่เนิ่นนาน เพื่อจะใคร่ครวญว่า เธอชอบฤดูฝนหรือไม่ จริงอยู่ที่เธอชอบวันที่มีแสงแดดสาดกระทบทุกสิ่ง และค่ำคืนที่มีดาวเต็มฟากฟ้า แต่เธอไม่อาจบอกได้ว่าเธอรู้สึกเช่นไรกับฤดูฝน

เธอได้แต่หลุบตาลงต่ำทนคำตอบ

-เราไม่ต้องเกลียดสิ่งที่เราไม่ชอบหรอก เขาบอกกับเธอเบาๆ พอเธอเงยหน้าขึ้นเด็กชายผู้นั้นก็หายไปในสายฝน เอเห็นเพียงเรียวปากบางนั้นเผยอยิ้ม

เธอใคร่คิดติดตามเขาไปในสายฝน แต่เธอไม่อยากให้หนังสือเปียก เธอจึงได้แต่ยืนอยู่ที่นั่น นิ่งฟังเสียงฝนที่หล่นเหมือนเสียงดนตรี

เธอพบกับเขาครั้งที่สามในวันฝนตก

เด็กสาวผู้มีดวงตาสวยเหมือนดวงดาว นั่งอยู่ในร้านกาแฟกรุกระจก เธอกำลังมองสายฝนที่กระทบกับหน้าต่างร้าน

ฝนเม็ดเล็กๆ หากตกถี่ๆราวกับม่านของท้องฟ้า คลี่คลุมโลกในดวงตาเธอ และเธอพบเด็กชายผู้นั้น

เขาเดินเท้าเปล่า และร้องระบำอยู่ท่ามกลางสายฝน

จากที่ที่เธอมอง ผ่านเม็ดฝนบนกระจก เธอเห็นเงาเด็กชายคนนั้นในทุกๆเม็ดฝน ราวกับว่า มีเด็กชายผู้นั้นเป็นร้อยเป็นพันคน เต้นรำอยู่ในสายฝน

เด็กสาวผู้มีดวงตาสวยเหมือนดวงดาวคว้าร่มคันสีแดงของเธอแล้วออกไปจากร้าน

เธอได้ยินเด็กชายผู้นั้นร้องเพลง คลอไปกับจังหวะของสายฝน

-สวัสดี พบกันอีกแล้ว คราวนี้เธอเอ่ยปากทักก่อน -เข้ามอยู่ในร่มกับฉันไหม

เด็กชายหยุดร้องเพลง เขามองเธอด้วยดวงตาอันเย็นฉ่ำ

-ฉันเข้าไปในนั้นไม่ได้หรอก- เขาตอบยิ้มๆ ยืดสองแขนออกไปรับสายฝนที่เทลงมา

เด็กสาวผู้มีดวงตาสวยเหมือนดวงดาวยื่นร่มออกไปบังฝนให้เขา ตอนนี้ตัวเธอจึงอยู่ในสายฝน หากแต่ เธอกลับไม่คิดว่า ฝนจะยังตกอยู่ใต้ร่มคันนั้น

-ฉันเป็นของสายฝน เธอรักฤดูฝนไหม มาสิ เต้นรำกับฉัน

เขารับร่มไปจากมือเธอแล้วหุบมันลง เด็กสาวและเด็กชายเต้นรำอยู่ในสายฝนอันเย็นฉ่ำ นานเท่าไรแล้วที่เธอไม่ได้เล่นน้ำฝน เด็กสาวรำพึงเบาๆกับตนเอง และรู้สึกเป็นสุขที่ได้เล่นน้ำฝนอีกครั้ง

-เธอจะมาเล่นน้ำฝนกับฉันอีกไหม เขาเอ่ยถามเมื่อเธอเอ่ยลา

-มาสิ- เธอตอบ

และจากนั้น ฝนก็ตกตลอดเวลา

เด็กสาว มาที่สวนสาธารณะเสมอ เขารออยู่ที่นั่นเสมอ และฝนก็ตกเสมอ บางวันฝนเม็ดเล็กๆพรมละอองบางเบาคล้ายละอองน้ำมากกว่าสายฝน บางวันฝนหล่นเป็นสายบางๆสวยงามเหมือนกำลังร่ายรำ บางวัน ก็เป็นเพียงละอองอันเบาบาง สลับกับการเทกระหน่ำ

ล่วงเข้าวันที่ 5 เด็กสาวก็เริ่มจับไข้ และเมืองทั้งเมืองก็นองไปด้วยน้ำฝน บนถนน มีน้ำขังเฉอะแฉะเป็นแอ่งน้ำ มีเด็กๆมากมายป่วยไข้ และตรงที่ลุ่มก็เริ่มมีน้ำท่วมแล้ว

เด็กชายคนนั้นมองดูเธอจากนอกหน้าต่าง เขามองเห็นเด็กสาวหลับใหล แก้มเธอแดงปลั่งด้วยพิษไข้ และเขารู้สึกเสียใจ

เขาเริ่มร้องให้ แล้วฝนก็เทกระหน่ำลงมาราวพายุ

เด็กสาวฟื้นไข้ในตอนค่อนคืน เพื่อของเธอที่มาคอยเฝ้าไข้เล่าให้ฟังว่า ฝนหยุดตกไปตอนหัวค่ำ และตอนบ่ายมีเด็กชายคนหนึ่งมาเยี่ยม เขามองดุเธอจากด้านนอกกลางพายุฝน แล้วกากไปเงียบๆ เขาเขียนจดหมายไว้ให้เธอด้วย แต่มันเปียกและเปื่อยยุ่ยด้วยสายฝน บางคำเลอะเลือนไปแล้ว เธอรับจดหมายนั้นมา สัมผัสความเปียกชื้นและรู้สึกเย็นเยียบ เพราะเธอรู้แล้วว่าเธอจะไม่ได้พบเขาอีก

เธออ่านจดหมายนั้นลำพัง และในจดหมายมีข้อความเท่าที่เธออ่านได้ว่า

ถึงเธอเด็กสาวผู้มีดวงตาสวยเหมือนดวงดาว

ฉันเคยถามว่าเธอชอบฤดูฝนไหม ....ฉันชอบฤดูฝน เพราะฉันเป็นส่วนหนึ่งของมัน ฉันไม่อาจ ....... และ มีเพียงการเดินทางไม่...... ฉันชอบเวลาที่เธอออกมาเล่นน้ำฝนกับฉัน ฉันยากให้ฝนพรมใส่ตัวเธอบางเบาในเวลานั้น ฉันเชื่อว่าเธอ....... ในตอนนั้น ฉันมองเห็นเธอป่วยไข้ มันอาจเป็นเพราะฉัน และฉันก็ตระหนักถึงบางสิ่ง เธอรู้จักสิ่งที่เรียกว่า ความปรารถนาดีที่เจ็บปวด - ไหม เมื่อเรารักสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากเกินไป เราจะทำทุกอย่างด้วยความปรารถนาดี ทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ทุกสิ่งทุกอย่างที่ไม่พอดี ล้วนแล้วแต่ทำร้าย เหมือนฝนที่ตกมากหรือน้อยเกินไป ฉันได้แต่ต้องเปรียบเทียบเช่นนี้ เพราะสายฝนคือสิ่งเดียวที่ฉันรู้จัก บางทีฉัน.......ฉันอยากขอโทษ ที่........... ฉันฝันว่าเราได้เล่นน้ำฝนด้วยกันอีก แต่ฉันไม่อยากเห็นเธอป่วยไข้อีกแล้ว บางครั้งคนบางจำพวก ก็ไม่อาจเข้าใกล้ใครได้มากเกินไป เพราะเขาอยู่คนเดียวมานานเกินไป ถ้าเข้าใกล้ใคร ความโหยหาของเขาจะทำลายสิ่งนั้นลง

ในเวลานั้น เธอนึกอยากกอดเด็กชายคนนั้นเหลือเกิน แต่เธอรู้ว่าเธอคงไม่อาจกอดเขาได้ เพราะเขาช่างเปราะบาง เธอกลัวเหลือเกินว่าถ้ากอดเขา เขาจะแตกสลายไป แต่เขาไม่อยู่ที่นั่น ฝนหยุดแล้ว....

ฤดูฝนกำลังจะจบสิ้นแล้ว และฉันเองก็คงต้องออกเดินทางไปอีกครั้ง โลกใบนี้ช่างกว้างใหญ่ไพศาล และคงมีผู้คนอีกมากมายที่รอคอยฉันอยู่บางที่มีฝนมากเกินไป บางที่มีฝนน้อยเกินไป มีความปรารถนามากเกินไป มีความปรารถนาน้อยเกินไป โลกคงเป็นเช่นนั้น บางครั้งมันช่างเป็นจริง และถูกต้อง แต่บางครั้งมันช่างแสนเศร้า หวังว่าเราคงได้พบกันในฤดูฝนหน้า ที่เธอไม่ป่วยไข้ และฝนไม่ตกหนักจนเกินไป

ฉันเอง ฤดูฝนของเธอ

เด็กสาวร้องให้เบาๆ ดวงตาที่เหมือนดวงดาวของเธอฉ่ำชื้นด้วยน้ำตา เธอรู้ว่าเธอจะพบเด็กชายเท้าเปล่าอีกครั้งในฤดูฝนหน้า แต่ทำไมเธอช่างรู้สึกโศกเศร้า เอเงยหน้าสบตากับแสงดาวบนท้องฟ้าที่กระจ่างใสเหมือนสายฝนช่วยชะล้าง ดวงดาว ที่งดงามราวดวงตาของเธอจ้องตอบกลับมา และเธอรู้สึกราวถูกทรยศ เพราะในคืนที่ฟ้าหมาดฝน ดวงดาวได้ฉายแสงมา ส่องต้องสาดสะท้อนความโดเดี่ยวเปลี่ยวเหงา ที่เคยเร้นลึกอยู่ในดวงใจเธอ

ภาพ : rain

โดย: Marc Chagall


edit @ 2005/12/04 01:52:42

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

*เราไม่ต้องเกลียดสิ่งที่เราไม่ชอบหรอก*
......
ยาวจริงๆด้วย แต่สนุกดี
แรงบันดาลใจจากสายฝนบนเกาะสมุยเหรอคะ

#1 By @ I'm a Box @ on 2005-12-04 02:00

แต่งได้ดีจังเลยค่ะ ถึงจะยาวแต่ก็อ่านได้เรื่อยๆ

#2 By Öam on 2005-12-04 11:02

อ่านจบ คิดอะไรไปเสียมากมาย

คิดคำคอมเมนต์ไปเรียบร้อย

แต่พอมาคอมเมนต์จริงๆ ดันลืมไปหมดเลย

แต่รู้อย่างเดียวว่า เขียนได้ดี

คนเรามักเปรียบฤดูฝน ถ้าเป็นช่วงชีวิต ก็เป็นช่วงเวลาทุกข์หรือยากลำบาก

แต่ลืมไปว่าฝนก็ให้พลังชีวิตเช่นกัน

ขอบคุณที่เขียนงานดีๆเสมอครับ

#3 By เบน (58.147.48.26) on 2005-12-04 11:48

เขียนได้ดีมากค่ะ
(แหะๆ มีคำผิดนิดหน่อยเองด้วย)
บางทีเราเองก็ต้องกล้า ต้องลอง
ในสิ่งที่เราไม่เคยทำ หรือไม่ชอบทำ
เพราะมักจะมีเรื่องดีๆ ในอีกแง่ซ่อนอยู่เสมอค่ะ

#4 By ว.26 on 2005-12-04 14:01

Ultram buy ultram order ultram ultram mortgage cheap ultram

#5 By ultram (72.36.223.73) on 2006-04-11 09:37

Well done!

#6 By tramadol (72.36.223.73) on 2006-05-07 06:57

ดีจังครับ ชอบมากครับ

#7 By เอกเช้า (124.120.186.103) on 2006-05-28 13:38

Hi man!

#8 By tramadol (68.80.216.122) on 2006-11-16 03:38

อ่านแล้วชอบมากๆ แต่งได้ดีจังค่ะ..ใช่นะกับประโยคที่ว่า "เราไม่ต้องเกลียดสิ่งที่เราไม่ชอบหรอก" มันก็จริง..แต่เราชอบบรรยากาศในเรื่องนี้จัง..อ่านแล้วสดชื่นจัง...

#9 By สายฝน (203.113.17.174 /192.168.212.192) on 2007-10-07 08:33

ชอบจัง เขียนได้ดีมากๆเลย..ชอบฤดูฝนเช่นกันเพราะถึงจะยังงัยฤดูฝนก็ให้พลังชีวิต..และฤดูฝนทำให้เราเจอกัน

#10 By sunjaf_ill (203.113.17.174 /192.168.212.192) on 2007-10-07 08:45