คฤหาสน์หลังนั้นอยู่ในหุบเขาแถบเมืองเล็กๆ ซ่อนตัวจากความวุ่นวายในเมืองหลวง

คฤหาสน์นั้นคือบ้านพักตากอากาศของครอบครัว คริสต์ ที่ประกอบด้วยคุณพ่อนักธุรกิจ คุณแม่สาวสังคม และลูกสาวขาพิการ กับพี่เลี้ยงของเธอ

โดยไม่ได้นัดหมาย บ่ายวันหนึ่งคุณพ่อที่บอกว่าจะไปเมืองอื่น พาชู้รัก มายังบ้านพัก

เปิดประตูห้องไปกลับพบคุณแม่นอนกอดก่ายอยู่กับชู้รักอีกคน

หากทั้งสองคู่กลับยังคงสีหน้าชื่นมื่นทักทายกันอย่างเป็นกันเอง คุณพ่อคุณแม่ยังพร่ำคำรักหวานฉ่ำ และตีสีหน้าว่าเป็นสุข

จวบจนยามค่ำ โดยไม่มีใครคาดคิด ลูกสาวขาพิการและพี่เลี้ยงของเธอกับเดินทางมาร่วมสมทบ สถานการณ์จึงยิ่งเลวร้ายลงไปกว่าเดิม

โดยมีสองแม่ลูกที่เป็นคนดูแลบ้านพัก เฝ้าสังเกตการณ์อย่างมีลับลมคมใน

ความชิงชัง การตีสองหน้า ความแค้น ความเครียดขึ้ง ท่วมทบทวตามเวลาที่ล่วงพ้น จวบจนค่ำวันต่อมาหลังมื้ออาหารเย็น เด็กสาวเสนอเกม Chinese roulette ที่เล่นโดยบ่งออกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งถามคำถามให้อีกฝ่ายเป็นคนตอบ คำถามไม่สลักสำคัญที่เปิดเผยตัวตนแท้จริงภายในอันน่าเกลียดน่ากลัวของแต่ละคนออกมา และนั่นคือจุดที่เรื่องราวขมวดเกลียวไปสู่ภาวะสั่นประสาท และความรุนแรงสุดช๊อค

นี่คืองานที่จัดอยู่ในยุคที่สอง ของ Reiner Werner Fassbinder อันเป็นยุคที่เขาในช้แนวทางของหนังน้ำเน่า (ที่ได้รับอิทธิพล มาจาก Douglas sirk) มาใช้เป็นโครงบอกเล่าความคิดที่เขามีต่อปัญหาสังคม หรือการเมือง โดยยังคงสภาวะที่ให้หนังเป็น พาเหรด พายุอารมณ์ อันรุนแรง ท่ะท้อนความปริแตกทางจิตวิญญาณ ความเกลียดชัง ความเปลี่ยวเหงาเศร้าสร้อย และความสัมพันธ์อันร้าวฉานของผู้คนบนโลกนี้

และใน Chinese roulette ฟาสบินเดอร์ เลือกหยิบจับเรื่องราวครอบครัวร้าวฉานมาเป็นแกนกลาง เพื่อวิพากษ์ ความชิงชังที่ผู้คนมีต่อกัน ไม่เว้นแม้กระทั่ง คนใกล้ตัว (หนำซ้ำยิ่งใกล้ตัวยิ่งไม่เข้ากันอีกต่างหาก) ซึ่งท้งนี้รวมไปถึงอารมณ์ของการถูกทรยศ และการตกเป็นเหยื่อ (ก่อนที่จะทำร้ายผู้อื่นต่อไป ) อันเป็นอารมณ์หลักเสมอมาในงานของเขา (และในชีวิตของฟาสบินเดอร์เองด้วย)

หนังเล่นสนุกกับโลกที่มีแต่ความหวาดระแวงและชิงชัง คุณพ่อกับคุณแม่บอกรักกันตลอดเวลา ภายใต้สีหน้าเย็นชาเรียบเฉย มิพักต้องพูดถึงความกระอักกระอ่วนระหว่างชู้รักของทั้งคู่กับอีกฝ่ายหนึ่ง คุณป้าผู้ดูแลบ้าน (คุณป้า Brigitte Mira ที่ผมรัก พลิกบทจากหญิงชราผู้น่าสงสารมารับบท นังตัวแสบได้อย่างน่าตกตะลึง (แถมแต่งตัวเปรี้ยวมากๆอีกต่างหาก) ดุเหมือนจะกุมความลับบางอย่างไว้ ในขณะลูกชาย ผู้ดูเหมือนจะตกเป็นทาสของทุกคน (ซึ่งเป็นตัวละครแบบฟาสบินเดอร์ แท้ๆ) ก็ดูเหมือนจะซ่อนปริศนาเอาไว้ด้วย

หนังจัดวางท่าทางตัวละครให้เยื้องย่าง หยุดยืน และสนทนากันราวกับเป็นอุปราการ ในห้องรับแขก จะต้องมีใครยืนอยู่ด้านหลังใครเสมอ และเมื่อเดินหลุดออกจากเฟรม ก็จะต้องเดินไปหลบหลังอีกคน หนำซ้ำ หนังตั้งกล้องจากุดกึ่กลางห้อง และถ่ายทั้งฉาก(ซึ่งยาวนานพอดู) โดยตั้งใจให้ผ่านกล่องพลาสติกใส ตลอดเวลา ตำแหน่งภาพในทุกชอต จึงมีกล่องพลาสติกใส (ซึ่งบางทีกล่องพลาสติกคือกรงแก้วที่กักัขังบรรดาชีวิตตัวละครไว้ในรูปแบบของสถาบันครอบครัว)และผู้คน ที่ไม่เคยอยู่ในตำแหน่งเดียวกัน ไม่ใครก็ใครต้องอยู่ข้างหังอีกฝ่ายหนึ่ง โดยมีกลอ่งพลาสติกคั่นกลางราวกับจะแบ่งฝักฝ่าย ตลอดเวลา

และหนังทวีความตึงเครียดขึ้นมาทันทีที่ แองเจลา ลูกสาวขาพิการมาถึงบ้าน หนังไม่รีรอที่จะแสดงให้เราเห็นว่า แองเจลา คือศูนย์รวมความชิงชังทั้งมวล เธอเป็นเด็กสาววัยรุ่นที่สวยงาม หากคั่งแค้นชิงชังผู้คนอย่างล้นเหลือ โดยเฉพาอย่างยิ่งกับพ่อแม่ตัวเอง เธอไม่ได้กล่าวกระไร ในเรื่องชู้รัก ตึ่กๆหนังทำให้เห็นว่า เธอเชื่อว่าการมีชู้รักของพ่อและแม่ ล้วนแล้วแต่คือการเยียวยาปัญหาอันเกิดมาจากที่พวกเขารับไม่ได้กับความพิการของเธอ และเธอเองก็รับไม่ได้เช่นกัน (ในฉากหนึ่งเธอถาม ลูกชายของผู้ดูแลว่า อยากนอนกับคนขาพิการหรือไม่ ) เธอเชื่อว่าพ่อและแม่เกลียดชังเธอ (ซึ่งเป็นเช่นนั้น)เธอจึงตอบโต้ทุกความเกลียดชังกลับด้วยความเกลียดชัง ในเช้านั้นที่เธอเดินขากะเผลกไปรอบๆน เปิดประตูพ่อและแม่ที่ต่างเข้านอนกับชู้รักของตน ด้วยทีท่าเยาะหยัน ไม่ได้สร้างความรู้สึกหดหู่ เจ็บปวด หากเต็มไปปด้วยอารมณ์อันรุนแรงราวกับจะปะทุแตกได้ทุกเมื่อ

และนอกจากเกลียดชังกันเอง พ่อกับแม่ เกลียดชัง แองเจลาจริงดังคาด เมื่อพ่อไม่ใส่ใจ และแม่ รู้สึกว่า แองเลาทำลายความสุขของชีวิตหล่อน (ฉากหนึ่งที่แม่เอาปืนมาเล่น และคิดเกม ยิงเหยื่ออะไรนั่น ทำให้เราขนหัวลุกในความสัมพันธ์ของครอบครัวนี้จนถึงขีดสุด เมื่อเธอเล็งปืนไปยังลูกสาวตัวเอง ด้วยความเคียดแค้นสุดขีด)

และในครึ่งชั่วโมงสุดท้ายของหนัง คือการเล่นเกม Chinese roulette เกมที่แองเลาคิดขึ้น และบังคับแบ่งฝ่ายผู้คนออกเป็นสองฝั่ง (แน่นอน กล่องพลาสติกกลับมามีบทบาทอีกครั้ง) หนังถ่ายทำฉากนี้ราวอุปรากรอีกครั้ง และในทุกคำถาม คำตอบ ทุกสิ่งยิ่งทวีความรุนแรง จนราวกับเรากำลังนั่งดูหนังสยองขวัญ ที่ทุกตัวละครจ้องจะฆ่ากัน แองเจลาบีบคั้นผู้คนรอบข้างเธอจนจนมุม และเปิดเผยธาตุแท้ออกมา เธอคิดว่าเธอควบคุมเกมได้แ ต่เปล่าเลย หนังลงเอยอย่างสยองขวัญชวนขนหัวลุก เมือ่ ตัวละคร ลุกขึ้นมาทำร้ายกันจริงๆ (แต่ที่รุนแรงกว่านั้นคือพฤติกรรมเพิกเฉยของตัวละครอื่นๆหลังจากนั้นต่างหาก)

ฟาสบินเดอร์ อาศัยความไม่สมจริงของตัวเรื่อง และตัวละคร มาบีบคั้นให้เรื่องที่ดูเหมือนจะเป็นเพียงเมโลดรามา ครอบครัวร้าวฉานธรรมดาๆ กลายไปเป็นหนังที่เต็มไปด้วยสงครามจิตวิทยา ระหว่างผู้คนที่เกลียดชังกันและกัน ไม่มีความรักในหฟนังเรื่องนี้ และเมื่อมนุษย์ไม่รักกันทุกสิ่งจึงสิ้นสุดลงราวโศกนาฏกรรม แต่ที่น่าพรั่นพรึงเหนืออื่นใด มันเป็นความเกลียดชังของผู้คนในครอบครัวเดียวกัน ครอบครัว บางที ใช่ว่าคำนี้จะเต็มไปด้วยความอบอุ่นงดงาม ลึกลงไปในความสัมพันธ์ระหว่างกัน มีความชิงชัง เคียดแคนเจืออยู่มากมาย หลายคนไม่เคยมองเห็น หากหนังเรื่องนี้กลับเปิดโปง ฉุกกระชากลากถูกเอาความชิงชังเหล่านั้นมาเล่นสนุก แผลงฤทธิ์เดชจนเราได้แต่นั่งขนลุกเหงื่อแตกแม้เมื่อหนังจบลงไปแล้วก็ตาม

FOOTNOTE

* ชื่อบทความดัดแปลงจาก ชื่อหนังสือ การล่มสลายของสถาบันครอบครัวที่ความรักไม่อาจเยียวยา ของ อรุณวดี อรุณมาศ ซึ่งเหมาะสมจะเป็นหนังสืออ่านประกอบการรับชมภาพยนตร์เรื่องนี้ยิ่งนัก

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เป็นหนังที่น่าดูมากเลยค่ะ
ชอบ .. มันดูรุนแรงดี

เธอจึงตอบโต้ทุกความเกลียดชังกลับด้วยความเกลียดชัง

#1 By Na - th (นัท) on 2005-12-01 14:34

#2 By sofa (61.91.92.51) on 2005-12-01 16:26

หาดูจากไหนคะเนี่ย
สนใจงานของผกก.คนนี้จัง
หนังสือการล่มสลายฯที่อ้างถึง
เราอ่านไปไม่ต่ำกว่า 2 รอบอะนะ หุหุ

#3 By kitten (203.113.33.9) on 2006-11-02 04:04