Hotel : H o t E L (L) โรงแรมนรก

posted on 17 Nov 2005 15:26 by filmsick  in sickfilm

โถงทางเดินมืดสลัว เสียงครืดคราดของลำโพงในลิฟท์ ประตูที่ถูกปิด ตำนานเก่าแก่ สวิตทช์ไฟที่ปิดอยู่ ของที่หายไปเสียเฉยๆ

มีที่ใดน่ากลัวในเรื่องราวเหล่านี้

เพราะนี่คือเหตุการณ์สามัญ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เราเดินไปในโถงมืดๆ เราลืมข้าวของ เราได้ยินเรื่องเล่า

แต่มันไม่น่ากลัว หรือเราไม่เคยคิดถึงมันในแง่มุมที่น่ากลัวกันแน่

และนั่นคือสิ่งที่หนังสยองขวัญเรื่องนี้บอกกับเรา ความน่ากลัวสยองขวัญที่รายรอบผู้คน เราอาจแค่คิดไปเอง มันอาจเป็นแค่เรื่องสามัญ ถ้าเช่นนั้นใช่หรือไม่ที่จินตนาการของเราต่างหากที่น่ากลัวที่สุด

และความกลัวในหนังเรื่องนี้คือ ข้อพิสูจน์!

หนังเล่าเรื่องของพนักงานใหม่ในโรงแรงแรมหรูหรากลางป่าเขา ไอรีนย้ายเข้ามาทำงานแทนพนักงานเก่าที่หายตัวไปอย่างลึกลับ เธอย้ายมาอยู่ในโรงแรม ที่แทบจะตัดขาดกับโลกภายนอก มีความสัมพันธ์พร่องๆครึ่งๆกลางๆกับบรรดาผู้ร่วมงาน มีเจ้านายที่เย็นชาหน้าตาย และบรรยากาศในโรงแรมที่ทุกอย่างเป็นกรอบสี่เหลี่ยมเต็มไปหมด ค่อยๆกดดันเธอ มันเป็นเพียงนรกที่เธอสร้างขึ้นมาเอง เป็นเพียงความฝันหลอนหลอก หรือว่ามีเรื่องลึกลับชั่วร้ายอยู่จริงในโรงแรมนี้กันแน่

นี่คือหนังยาวเรื่องที่สองของjessica hausner ผู้กำกับหญิงชาวออสเตรีย ที่หนังสั้นเรื่องแรกของเธอไปโชว์ตามเทศกาล เรื่องที่สอง(ซึ่งเป็นหนังทำส่งอาจารย์เพื่อจบการศึกษา)ก็ได้ไปฉายที่คานส์ พอทำหนังยาว คานส์ก็อ้าแขนต้อนรับ lovely rita ของเธออย่างเต็มใจ และในหนังยาวเรื่องนี้(ซึ่งเป็นเพียงหนังยาวเรื่องที่สอง) ก็ได้ไปคานส์อีกเหมือนเคย แต่สิ่งเหล่านี้อาจไม่สำคัญเท่ากับที่ว่า ความสามารถ อันสุดแสนเย็นชาชั่วร้าย ของเธอปรากฏตัวแผ่รัศมีไปทั่วหนังทั้งสองเรื่องของเธอ ก่อนหน้าจะทำหนังยาว เธอเคยเป็นผู้ช่วยผู้กำกับในหนังที่ทั้งเย็นชา โหดเหี้ยม และแสนกระอักกระอ่วนอย่างfunny games ของ Michael haneke ปรมาจารย์นักทำหนังตบกระโหลกคนดู และเธอรับเอาความเย็นชา ชั่วร้าย ของอาจารญืมาสรรค์สร้างให้กลายเป็นแนวทางเฉพาะตัวที่หลอกหลอน เย็นเยียบ และ ชั่วร้ายได้อย่างน่าทึ่ง

ในโลกของ jessica hausner จาก ริต้า สาววัยรุ่นเก็บกดที่ชีวิตวัยรุ่นของเธอค่อยๆกลายเป็นนรกช้าๆ มาถึงไอรีน สาววัยทำงานที่พบว่างานการของตัวเองก็ค่อยๆกลายเป็นนรกไปเช่นกัน ฮุสเนอร์ก้าวข้ามจากการพลิกเอาธีมหนังวัยรุ่น comingof age ที่ว่าด้วยการก้าวพ้นวัยของวัยรุ่น มากลับตาลปัตร ให้กลายเป็นการดิ่งลงเหว ใน lovely rita ชีวิตบัดซบของริต้าไม่ได้สะท้อนถึงปัญหาสังคมพิมพ์นิยม อย่างความยากจนหรือความโหดร้าย แต่มันกลับสะท้อนนัยยะเรื่องความเย็นชา เพิกเฉยที่ผู้คนมีต่อกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกายในครอบครัวของตัวเอง หนังดำเนินเรื่องอย่างตรงกันข้ามกับหนังวัยรุ่นพิมพ์นิยมทั้งหลาย ยิ่งในฉากจบหนังยิ่งพาตัวเองไปสู่จุดต่ำสุดของริต้า และจุดสูงสุดของการเป็นหนังแหกขนบ ที่เย็นชา และยอดเยี่ยม และใน hotel jessica hausner หยิบเอาธีมหนังพิมพ์นิยมอย่างหนังสยองขวัญ มกลับหัวกลับหาง จัดวางและตัดทอนทุกความเร้าอารมณ์ลงจนหมดสิ้น ไอรีน ใน hotel ไม่ได้เป็นแค่เหยื่อที่ฉลาดเฉลียว เธอเป็นสาวร้าย(ในหลายๆฉากแสดงเธอแสดงความร้ายกาจกับเพื่อนร่วมงานของเธอที่ร้ายกาจพอกัน ) ที่ตกอยู่ในสถานการณ์ที่หมดทางรอด เธอรู้แล้วว่ามันต้องลงเอยอย่างน่าพรั่นพรึง แต่เธอหลีกหนีมันไม่พ้น บางครั้งก็แอบคิดลองดีด้วยซ้ำ (ในฉากหนึ่งเธอถึงกับพาหนุ่มหล่อเข้าไปในถ้ำ ทั้งที่เพิ่งอ่านเรื่องนางพญาไพรมาหยกๆ) ในhotel ไม่มีปริศนาไดได้รับคำตอบ ไม่มีภาพชวนสยองขยะแขยง ไม่มีเรื่องเล่าสยองขวัญ ไม่มีกระทั่งการเล่นเล่ห์หลอกลวงคนดูด้วยดนตรีประกอบระทึก หรืองานเทคนิคพิเศษน่าตื่นตา หนังจึงง่ายต่อการถูกประเมินเป็นเพียงหนังสยองขวัญจืดชืดน่าเบื่อ ที่แทบจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น หากแต่ในอีกทางมันกลายเป็นหนังสยองขวัญที่เล่นกับจิตใต้สำนึกของคนดูอย่างถึงที่สุด สิ่งที่สยองขวัญไม่ได้เกิดขึ้นในหนัง หากหนังกลับทำหน้าที่เป็นสารกระตุ้นความกลัวที่ซุกซ่อนอยู่ในตัวเราให้เผยโฉมออกมาต่างหาก

ในฐานะหนังสยองขวัญ hotel เรียกร้องสมาธิกับคนดูมากกว่าหนังสยองขวัญโดยทั่วไปหลายเท่า ทั้งที่โดยที่จริงแล้ว หนังสยองขวัญคือแนวหนังที่เรียกร้องความตั้งใจของคนดูสูงที่สุดแนวหนึ่ง เนื่องเพราะในการดูหนังสยองขวัญให้สนุก คนดูจำต้องให้ใจด้วยการพยายาม เชื่อมั่น- ในความเหนือจริงของเรื่องเล่า โดยยึดเอาจากหลักฐานที่หนังทิ้งร่องรอยไว้ให้ เศษเสี้ยวของความลึกลับถูกนำมาปะติดปะต่อ และต้องเติมความเชื่อในความสมจริงของมันเข้าไป แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับความสามารถในการสร้าง-ความเชื่อ- ของหนังเป็นหลัก ซึ่งนั่นเป็นทั้งจุดอ่อนและจุดแข็งในหนังเรื่องนี้ เพราะในhotel หนังพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่สร้าง-ความเชื่อมั่นใดๆ-ในใจคนดู หลักฐาน ถูกเล่าเพียงผิวผ่าน ฉากสยองขวัญปรากฏขึ้นอย่างเงียบเชียบ และ หนังตัดทอนกระทั่งรายละเอียดปลีกย่อยของตัวละคร ยังผลให้คนกว่าครึ่งปฏิเสธหนังโดยสิ้นเชิง เนื่องเพราะยึดถือเอา การทำให้เชื่อ- และ ดีดรีความสยองเฉพาะหน้า- เป็นตัวตั้ง

แต่ดูเหมือน hausner จะไม่ได้พลาด เธอตั้งใจถึงขั้นจงใจที่จะตัดทอนร่องรอยทั้งหมดของการเป็ฯหนังสยองขวัญลงโดยสิ้นเชิง เธอให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้เอาไว้ในเวบไซต์ของหนังว่าเธอพยายามอย่างยิ่งที่จะลดทอนรายละเอียดทั้งหมด เพื่อกักขังตัวละครไว้ในโรงแรม ซึ่งถ่ายทำในโรงแรมสี่แห่ง โดยพยายาม-ตัดขาด- แต่ละส่วนของโรงแรมออกจากกัน เราไม่สามารถวาดภาพรายละเอียดของโรงแรมได้อย่างชัดเจน หนำซ้ำหนังยังตัดขาดตัวละครออกจาภาวะแวดล้อม ไม่มีใครรับรู้ว่าไอรีนเป็นคนอย่างไร ยิ่งหนังบังคับให้ตัวละครแสดงอารมณ์ออกมาเพียงน้อยนิด เรายิ่งไม่อาจประเมินอะไรได้ และเมื่อมองจากมุมนี้ ใช่หรือไม่ที่หนังไม่ได้ทำตัวเป็นหนังสยองขวัญที่อาศัยเรื่องเล่าเก่าแก่มาสร้างความสยอง หากทำตัวประหนึ่งเป็นเรื่องเล่าเก่าแก่นั้นเสียเองฮุสเนอร์ให้สัมภาษณ์ว่า เธอตะลุยอ่านตำนานเก่าแก่หลายชิ้นเพื่อค้นหาจุดร่วมต่างๆแล้วเลือกเอาตำนานนางพญาไพร(ที่มาในรูปตุ๊กตาหน้าตาน่ากลัว ) ตำนานนางพญาไพรถูกเล่าอย่างผ่านๆในหนัง หากแต่ตัวหนังไม่พยายามคลี่คลายใดๆหนำซ้ำเมื่อพิจารณาดีๆ เราสามารถเล่าเรื่องนี้ได้ว่ามีหญิงสาวคนหนึ่งเข้าไปทำงานในโรงแรมแล้วหายสาบสูญไปในป่าอย่างลึกลับ!

หนังเล่นสนุกกับการจัดวางบรรยากาศในทุกส่วน ตัวโรงแรมทุกจัดทุกอย่างในแทบทุกฉากให้เต็มไปด้วยกรอบสี่เหลี่ยมแข็งตรึงวางเรียงต่อเนื่องกัน เคาน์เตอร์ ตู้เสื้อผ้า โถงทางเดิน กระทั่งต้นไม้ในป่า โดยเฉพาะในฉากสระน้ำ ที่ถูกกั้นด้วยกรอบกระจกเป็นสี่เหลี่ยมเรียงต่อกันมองเห็นสระน้ำที่เป็นสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ สุดทางเป็นขั้นบันไดสีเหลี่ยมเรียงต่อเนื่องสูงไปสู่ความมืด เส้นเหลี่ยมแสดงความแข็งเกร็งเย็นชาและไม่เป็นมิตร ยิ่งผสมร่วมกับการจัดสีให้เขียวขมุกขมัว ยิ่งเพิ่มบรรยากาศให้ไม่น่าไว้วางใจมากขึ้นไปอีก

นอกจากนี้หนังยังตั้งใจอย่างยิ่งยวด ในการจัดเครื่องแต่งกายของตัวละคร ฮุสเนอร์ให้สัมภาษณ์ว่า เธอตั้งใจที่จะให้ตัวละครอยู่ในสภาพที่ดูดีจนผิดปกติตลอดเวลา เครื่องแต่งกายที่รีดเรียบ ผมที่รวบตึง ช่วยเสริมภาพลักษณ์การ ตัดขาด- ตัวละครออกจากความเป็นจริงไปสู่-เรื่องเล่า- กดให้ตัวละครออกจากความเป็นมนุษย์ไปสู่ตัวละครในเรื่องเล่า

เสียงในหนังก็ถูกออกแบบมาอย่างตั้งใจ หนังมักทิ้งตัวละครไว้ในความเงียบ และปราศจากการสร้างเสียงตกใจแบบที่หนังสยองขวัญนิยมใช้ หนำซ้ำ หนังใช้musak (ดนตรีที่นิยมเปิดตามโรงแรม หรือห้างสรรพสินค้า เช่นดนตรีบรรเลงของริชาร์ค เคลย์เดอร์แมนเป็นต้น)มาหลอกหลอนคนดู โดยแทบจะใช้musak แทนดนตรีประกอบ ขับเน้นบรรยากาศประหลาด โดยเฉพาะยิ่งในฉากหนึ่งที่จู่ๆเพลงก็หายไป เสียงครืดคราดสร้างความหลอกหลอนให้คนดูอย่างรุนแรง

แต่ที่สำคัญที่สุดคือความมืด หากจะมีตัวละครที่ชั่วร้ายที่สุด เต็มไปด้วยอารมณ์มากที่สุด สิ่งนั้นไม่ใช่ไอรีน คุณนายเลบิก หรือ เจ้าของโรงแรม หากแต่เป็น ความมืดนั้นเอง หนังมักทิ้งช่วงให้ตัวละครเดินหายลับไปในความมืด ราวกับถูกกลืนกินเข้าไป และบ่อยครั้งหนังทิ้งจอไว้ในความมืดเป็นเวลายาวนาน ภาพแสงเรืองแสดงชั้นตรงหน้าลิฟท์ หรือไฟสีแดงสำหรับปุ่มฉุกเฉินสว่างเรื่องอยู่จุดเดียวในหลายๆฉาก ไม่ได้ส่องให้แสง หากแต่แสดงความไม่เป็นมิตรราวดวงตาชั่วร้ายที่จ้องมอง ความมืดไม่ได้แผ่ออกมาคลี่คลุม มันดักรอกให้เราเดินเข้าไปแล้วกลืนกินเราในที่สุด

Lovely rita อาจเป็นผลงานที่ทำให้ jessica hausner เป็นที่รู้จักในฐานะผู้กำกับหนังใจร้ายที่ทำลายตัวละครของตัวเองลงช้าๆ และ hotelตอกย้ำความสามารถนั้นในอีกระดับหนึ่ง ตัวละครของเธอยังคงเหินห่างเย็นชา และไม่น่าคบ ภายใต้บรรยากาศที่แสนสะพรึง ทุกสิ่งเกิดขึ้นอย่างเงียบเชียบ และลงเอยอย่างคุลมเครือ ค้างติอยู่ในใจเราไปอีกนานแสนนาน

ในความมืดข้างหลังคุณใช่หรือไม่ที่อาจมีสิ่งใดรอคอยเราอยู่

ดูบทสัมภาษณ์ของฮุสเนอร์ได้ที่เวบไซต์ทางการของหนังที่นี่ครับ

http://www.coop99.at/hotel-derfilm/

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

น่าดู ครับ

อ่านไปเรื่อย ๆก็เข้าใจ ตอนแรกผมคิดว่า โรงแรมนรก ที่จะฉาย ในงาน inday book day ซะอีก แต่รูปก็ไม่ใช่แล้ว อ่าน ท่อนแรกรู้เลยว่า เรา บ้าไปแล้ว คิดได้ไง
...........

เมื่อวานไปกินส้มตำวันลอยกระทงกัน ไปหมดเลย..คิดถึงพี่ชาย จับใจ อิอิ
คิดดู กิน ไป ฝนตกไป นั่งในศาลา สายฝน ลมเย็น ..กินจิ้มจุ่ม ร้อนๆๆโหพี่ เด็ด !!

#1 By วาซาบิ on 2005-11-17 17:32

สวัสดีวันศุกร์จ้าพี่ชาย

#2 By sofa on 2005-11-18 10:34

#3 By @ I'm a Box @ on 2005-11-18 23:01

ตอนไปดูในโรงก็แอบด่านะ (สงสัยเป็นคนส่วนใหญ่)
แต่ก็ยังเว้นพื้นที่ให้ตัวเองคิดตามว่า เอ๋ มันพยายามจะสื่ออะไรกับกูน้าาา คิดอยู่นานคิดไปคิดมาจนเลิกคิดไป

พอมาอ่านที่เขียนนี่ ชอบมากเลย ตรงใจสุดๆ
กะว่าจะไปเอามาดูอีกรอบ :)

#4 By can i be the sick bitch too? on 2005-11-19 01:46

อ่านแล้วน่าดูมากเลย.....เราว่าเราชอบหนังแนวแบบนี้นะ...แบบว่าไม่ต้องมีภาพ หรือฉากที่น่ากลัวจนเกินไป แต่ก็ให้ความรู้สึกนั้นได้....อยากดูๆ....

#6 By Gratai...Ka!!! on 2005-11-23 13:54

จะยังไงก็เหอะ มันเป็นหนังทุนต่ำที่ห่วยบรมเลยครับ

มุมกล้องง่ายๆ

ตัวละครไม่มีชีวิตแม้กระทั่งนางเอก ที่ไร้บุคคลิกอะไรเลย

เนื้อเรื่องโล่งสุดขีด

รายละเอียดเหมือนจงใจมองข้าม

พนักงานโรงแรมที่ไหน จะใส่ยูนิฟอมไปเต้นในผับ

ฉากในผับก็มีเพลงไร้รสนิยม

ผับมีคนอยู่ 5-6 คนเต้น แบบชุ่ยๆ

หนังห่วย อย่างไม่ต้องหาข้ออ้างอะไรเลย

#7 By jim (58.8.7.22) on 2009-02-08 01:50

ซื้อแผ่นมาดูเรื่องนี้แล้ว
ผลก็คือ งงสุดๆ!! (อีกตามเคยกับหนังแปลกๆ) จับประเด็นไม่ได้ว่าเรื่องมันบอกอะไรเรา

เลย search หาข้อมูลมาเจอหน้านี้ อืม สรุปคือไม่ต้องคิดอะไรมากสินะ

#8 By 5555 (58.9.114.135) on 2009-03-30 09:26