A hole in my heart หลุมดำ

posted on 08 Nov 2005 23:14 by filmsick  in sickfilm

ในทางวิทยาศาสตร์ หัวใจมนุษย์ประกอบขึ้นจากกล้ามเนื้อชนิดพิเศษที่แข็งแรงทนทานกว่ากล้ามเนื้อชนิดใดในร่างกาย ห่อหุ้มช่องว่างสี่ช่องสำหรับสูบฉีดเลือดไปหล่อเลี้ยงร่างกาย ช่องว่างในหัวใจจึงเป็นเหมือน หัวใจ- ของหัวใจ หากแต่มนุษย์บางจำพวก ช่องว่างในหัวใจมิได้มีเพียงช่องว่างสี่ห้อง หากยังมีช่องว่างขนาดใหญ่ ที่ไม่ได้ทำหน้าที่ใดๆ นอกจากดูดกลืนทุกสิ่งทุกอย่างลงไปในนั้น ดูดกลืน ความรัก ความฝันใฝ่ ความมีชีวิตชีวา ความหวัง กระทั่งแรงกระตุ้นของชีวิต ทุกสิ่งถูกดูดกลืนลงไปหมดสิ้น และเมื่อมันดูดกลืนทุกอย่างหมด มันก็จะเริ่มดูดกลื่นตัวเอง ช่องว่างที่เราเรียกว่า หลุมดำ- แผ่จากดวงใจไปยังชีวิต

และนี่คือเรื่องเล่าจากหลุมดำในดวงใจของคน 4 คน ที่ซุกตัวอยู่ใน อพารต์เมนท์รูหนู แห่งหนึ่ง สามในสี่กำลังถ่ายหนังโป๊ ส่วนอีกหนึ่งชีวิตที่เหลือกำลังพยายามกลายร่างเป็นสัตว์ใต้ทะเลลึก ดำดิ่งลงไปในความมืดมิด ที่เขาสร้างขึ้นมาเอง

ริคาร์ด คือเจ้าของ อพราท์เมนท์ รูหนู และผู้กำกับหนังโป๊ฉบับทำมือ โดยมีเกโค เพื่อนซื้เป็นดารานำชาย และเทสส เด็กสาววัยย่างยี่สิบเป็นดารานำหญิง ริคาร์ดกำลังมีปัญหากับอีริค ลูกชายผอมแห้งผิวซีดที่ชอบเก็บตัวฟังเสียงประหลาดในหูฟังอยู่เพียงคนเดียวในห้อง เกโคคอยให้คำแนะนำบ้าๆบอๆกับริคาร์ด ขณะที่ตัวเขาเองก็มีปัญหาป่วยเป็นอะไรสักอย่างที่จู่ๆก็หลับไปเฉยๆ เทสส เป็นเด็กสาวหนีออกจากบ้านที่พร้อมจะทำอะไรก็ได้ให้ดัง เธอเพิ่งไปผ่าตัดกระชับช่องคลอดมา พวกเขาลงมือทำหนังโป๊แบบรุนแรงถึงลูกถึงคน ขณะเดียวกันก็พูดจาถากถางเทสส และ พยายามจะลากอีริคมาร่วมวงไพบูลย์ จนเรื่องมันเลยเถิดไปถึงขั้นใช้ความรุนแรง เทสส เตลิดออกไปนอกห้องด้วยความโกรธและกลัว ก่อนจะย้อนกลับมาพร้อมอาหารมากมาย และคำบ่นว่า โลกข้างนอก แม่ง!เซ็งชะมัด จากนั้น พวกเขาก็เริ่มสวาปาม มีเซ็กส์ เสพยา และดำดิ่งลงไปในหลุมดำของหัวใจตนเอง

หลังจากที่ทำให้ lilya-4-ever หนังเรื่องก่อหนน้าเข้าไปนั่งในใจใครต่อใครหลายคนทั่วโลก เขายังคงเล่นประเด็นเกี่ยวกับวัยรุ่น และ โลกสมัยใหม่ที่กร่อนทำลายมนุษย์ คราวนี้เขากลับไป เล่นแรง- เหมือนครั้งที่ทำfuckin amal หนังเรื่องแรก แต่ไปไกลกว่าด้วยการ เล่นแรง- ชนิด ถึงลูกถึงคน- เล่นแรงถึงขนาดที่ผู้ชมบางคน ลุกไปอ้วกทั้งๆที่เพิ่งดูไปได้ค่อนเรื่อง และหลังจากหนังออกฉายก็สร้างกระแสตอบรับแบบแบ่งเป็นสองขั้วในทันที ข้างหนึ่งสรรเสริญในการที่หนังพูดถึงสภาพเสื่อมโทรมของสังคมทุนนิยม บริโภคนิยมได้อย่างเข้าไส้จนขนลุก ในขณะที่อีกฝั่งประณามความต่ำช้าป่าเถื่อนในหนังเรื่องนี้ และมองว่าหนังไม่ได้เป็นอะไรมากไปกว่า สิ่งสกปรก ชวนขยะแขยง และไม่ได้มีอะไรมากไปกว่านั้น

แต่ไม่ว่าจะเลือกยืนข้างไหน ปฏิเสธไม่ได้ว่านี่คือหนึ่งในหนังที่จะทำให้เราลืมไม่ลง

หนังถ่ายทำด้วยการใช้กล้องแบบ reality show เพื่อมุ่งหมายเสียดสีreality show ที่กำลังครองเมืองอยู่ กล้องชอนไชเข้าไปในห้องับคับแคบ สำรวจตรวจตราซอกมุมลึกเร้น บางครั้งก็ผ่านทางกล้องที่ที่ริคาร์ดใช้ถ่ายหนังโป๊ สาดเข้าไปในชิวิตของแต่ละคนจนแทบไม่เหลือความเป็นส่วนตัวใดๆ ในรอบปฐมทัศน์ของหนังที่ เทศกาล หนังโตรอนโตมีผู้ชมถาม Lukas moodyson ว่าหนังเรื่องนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อต่อต้านรายการทีวีพวก reality show หรือไม่ และ moodyson ตอบว่า นั่นคือ1 ใน จุดประสงค์ 11 ประการที่เขาสร้างหนังเรื่องนี้ขึ้น แม้ moodyson จะไม่ได้เฉลยออกมาทั้งหมด แต่ตลอด 98 นาทีของหนังมีประเด็นมากมายมหาศาลที่อัดแน่นอยู่ในความเกรี้ยวกราดของการนำเสนอนั้น

รีแพร์

-ฉันไปทำรีแพร์มา- เทสบอกริคาร์ด กับเกโค พวกนั้นขอดู เธอเดินเข้าไปใกล้ๆ แล้วแหวกกางกงในให้ดูหน้าตาเฉย รีแพร์ เป็นคำเรียกการทำศัลยกรรมกระชับช่องคลอด จากนั้นตลอดเรื่องหนังมักตัดภาพวูบวาบของการทำรีแพร์มาให้ดูกันแบบจะหลายต่อหลายครั้ง(บางครั้งสลับกับภาพการผ่าตัดหัวใจ ) สะท้อนภาพของโลกที่ให้คุณค่ากับความงามทางร่างกายมากกว่าจิตวิญญาณ เทสส อยากให้ช่องคลอดเธอกระชับ มากกว่าจะสนใจว่าทำไปทำไม เรื่องเศร้าเรื่องแรกในโลกที่บิริภคตัวเองนี้

ตุ๊กตาบาร์บี้

ในฉากร่วมเพศของหนัง moodyson ใช้ตุ๊กตาบาร์บี้แทนการถ่ายทำนักแสดงจริงๆ ซึ่งเป็นวีที่ชาญฉลาดและกราดเกรี้ยวมาก เพราะนอกจา บาร์บี้จะเป็นตัวแทนตุ๊กตาหวานๆแสนดี (ซึ่งทำให้การจัดท่าร่วมเพศของเธอดูน่าขนลุก) การใช้ตุ๊กตาบาร์บี้ในฉากดังกล่าวกลับส่อนัยการที่มนุษย์ในโลกบริภคนั้นถูกลดทอนคุณค่าลง จนหมดสิ้น ในฉากหนึ่ง ซึ่งคือฉากที่เทสสโชว์ ชอ่งคลอดของเธอหนังใช้ตุ๊กตาบาร์บี้มาถ่างขาออกถ่างกว้างจนเนื้อพลาสติกฉีกขาดจากกัน ส่งผลต่อจินตนาการคนดูมหาศาลกว่าการถ่ายภาพออกมาตรงๆ เมื่อมนุษย์กลายเป็นเพียงชิ้นส่วนตุ๊กตาที่ฉีกขาดได้ง่ายได้ และไร้ความหมายคุณค่าใดๆในโลกทุนนี้

ปืน และเกมส์

หนังให้เราเห็นว่าริคาร์ด กับเกโค ใช้เวลาว่างด้วยกันในการเล่นเกมส์ โหดเหี้ยม เหมือนเด็กๆที่คลั่งไคล้ความรุนแรง และส่งต่อพฤติกรรมเหล่านั้นมายังลูกชาย ริคาร์ด มีปัญหาในการเข้าไม่ถึงอีริคลูกชาย ไม่ว่าเขาจะพูดดีกับลูกแค่ไหน ก็ไม่เป็นผล อีริคปิดตัวเองอยู่ในห้อง และวิธีที่เกโคแนะนำคือใช้ปืน พาอีริคไปหัดยิงปืนซิ ไปใช้ชีวิตแบบพ่อกับลูกชายดู ในฉากหนึ่ง เกโคถึงกับเอารูปโป๊มาแปะติดลัง และให้ริคาร์ดไปบังคับให้อีริคหัดยิงใส่อวันวะเพศรูปนั้นซึ่งนอกจากจะสะท้อนความคิดเหยียดเพศของตัวละครหลัก ยังพูดถึง สังคมปืน การใช้ความรุนแรง ถูกสืบทอด ผ่านทางอำนาจของฝ่ายชาย พ่อกับลุกชายออกไปยิงปืน พกพาเอามายาคติของความเป็นลูกผู้ชายที่ลงเอยด้วยความรุนแรงท่วมทับทวี และแน่นอนฉากปืนก็ลงเอยด้วยความรุนแรงเช่นกัน นำมาซึ่งการวิเคราะห์ พ่อตัวเอง ก่อนที่หนังจะเฉลย อย่างเฉียบขาดในตอนจบ

หนังโป๊

พวกเขาทำหนังโป๊กัน หนังโป๊แบบถึงลูกถึงคนที่มีทั้งฉากร่วมรักเดี่ยวและหมู่ หนังโป๊ ที่เจ็บปวดคือพวกเขาไม่ได้ตระหนักอื่นใด นอกจากความมันส์ และเงิน หนำซ้ำ เขายังไปลากเอาอีริคลูกชายมาร่วม-สนุก- ในสิ่งที่พวกเขาเห็นว่าสนุกด้วยอีกต่างหาก หนังโป๊สะท้อนความเหยียดเพศ ที่พวกเขามีต่อเทสส อย่างเต็มที่ ในฉากหนึ่งขณะที่เทสสไปอาบน้ำพวกเขาล้อเธอเรื่องจิ๋มเหม็น พูดจาดูถูกราวกับเธอไม่มีค่า (หนังเสนอถ้อยคำนี้ตรงๆจนน่าตกใจ) ก่อนที่จะพยายามเล่นกับเธออย่างเลยเถิด ด้วยการใช้ความรุนแรง(และคนดูคงอกสั่นขวัญแขวน) สำหรับ ริคาร์ด และ เกโค เทสส เป็นเพียงวัตถุทางเพศชิ้นหนึ่งมากกว่าจะมีชีวิตจิตใจในฐานะผู้หญิง ( นอกจากนี้ฉากยิงปืนยังแสดงทัศนะการเหยียดเพศของตัวละครไว้ได้อย่างน่าสนใจด้วย)

เซนเซอร์

ตลอดเรื่องที่ดำเนินไปด้วยความรุนแรง หนังมีการเซนเซอร์ตลอดเวลา มียาหม่องป้ายอย่างจงใจ แต่ไม่ใช่ในความรุนรงบนจอ หากป้ายลงไปยังยี่ห้อสินค้าต่างๆ และผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมา ราวกับจงใจจะเสียดเย้ยความไร้สาระของการเซนเซอร์ ที่ไม่ได้ส่งผลอไรนอกจากกระตุ้นความกระหายอยากของผู้คน แต่ในระดับที่ลึกลงไป การเซนเซอร์ใบหน้าของผู้คนอื่นๆนอกจากตัวละครหลักสี่ตัว แสดงถึงความเพิกเฉยชืดชาในโลกที่ผู้คนมีชีวิตอย่างตัวใครตัวมัน โลกที่ไม่มีใครใส่ใจใคร โลกที่เทสสผู้ซึ่งเตลิดปากนรกในก้องเช่าด้วยความกลัว ยังถึงกับบ่นดังๆว่า มันเบื่อสิ้นดี

ซูเปอร์มาร์เกต

หนังให้เทสสหนีออกจากห้อง ไปเกร่อยุ่ในซูเปอร์มาร์เกต ภาพฉายสินค้าวางเรียงรายสูงท่วมหัว ผู้คนขวักไขว่ (ที่ล้วนโดนยาหม่องป้ายหน้า) เทสส์เคว้างคว้างและสิ้นหวัง ไม่มีใครช่วยเหลือเธอ และสิ่งที่เธอทำคือการชอปปิ้งอย่างบ่าคลั่งเฉกเช่นเดียวกับที่คนเมใองผู้แห้งแล้งทางวิญญาณนิยมทำเพื่อหวังจะบำบัดเยียวยาหลุมดำในใจตัวเอง

บิ๊ก บราเธอร์

หลังจากกลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง เทสสสารภาพว่าเธอไปประกวดบิ๊กบราเธอร์ ของสวีเดน แต่ไมผ่าน เธออ้อนวอน ริคาร์ด ให้ส่งเทปหนังโป๊ไปให้สายหนังในอเมริกา หวังว่าอย่างน้อยเธอจะดังได้ หากreality show สะท้อนความอยากดังของมนุษย์เดินดิน ที่จะทำอย่างไรก็ได้ให้มีชื่อเสียง หนังเรื่องนี้ ก็สะท้อน ภาพความดิ้นรนอย่างสิ้นหวังของผู้คนที่ใฝ่ฝันถึงชื่อเสียงจนยอมแลกด้วยอะไรก็ได้ และนั่นคือสิ่งที่โลกพยายามทำให้เราเป็น

อาหาร

เทสสกลับเข้าห้องมาพร้อมอาหารจากนั้นพวกเขาก็ลงมือสวาปามมัน อย่างสกปรก และชวนขย้อน ตามมาด้วยฉากสงครามอหาร และปิดท้ายที่ไคลแมกซ์ที่น่าขยะแขยงเกินกว่าจะกล่าวถึงไว้ได้ สะท้อนภาพความฟุ่มเฟือย และบ้าคลั่งของลัทธิบริโภคนิยมที่ไปจนสุดทางของมัน การบริโภคที่กินทุกอย่างกระทั่งตนเอง

ทุ่งข้าวโพด

ฉากเดียวในหนังที่พอจะมีแสงสว่าง และไม่คับแคบอับทึบ คือฉากของเกโคในทุ่งข้าวโพด เขาวิ่งไปในทุ่งข้าวโพดสีทองสุดลูกหูลูกตา ภาพจากระยะไกลมองเห็นว่ามันคือทุ่งข้าวโพดที่มี cropsscycle วงกลมประหลาดที่ว่ากันว่ามาจากฝีมือมนุษย์ต่างดาว ภาพซูมเข้าใกล้ และเรารู้ว่านี่เป็นเพียงความฝันของเกโค ขณะที่เขาวูบหลับเป็นพักๆ กระทั่งตอนถ่ายหนังโป๊ เกโคป่วยไข้ด้วยโรคอะไรสักอย่าง ไม่ต่างจากมนุษย์ในโลกยุคปัจจุบัน เจ็บป่วยและเฝ้าฝันถึงโลกที่ดีกว่าที่สวยงาม (ทุ่งข้าวโพด) ทีเหนือจริง( crops cycle) ฉากสุดท้ายเกโคล้มลงบนสนามหญ้าหน้าอพาร์ทเมนท์ ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เราต่างรู้ว่าเขาไปได้ไกลที่สุดแค่สนามหญ้าหน้าบ้าน

ชกปู่

ในช่วงท้ายหลังผ่านพ้นฉากสงครามอาหาร ริคาร์ด ชวนเกโคและอีริคไปซ้อมพ่อตัวเอง ตามมาด้วยการเปิดเผยความลับ ที่ย้อนกลับไปยังฉากยิงปืน ความรุนแรง เหี้ยมโหด บ้าคลั่งถูกส่งทอดผ่านทางการเลี้ยงดูผิดๆ พ่อแม่ที่ทารุณกรรมลูกตัวเอง จะส่งผลยาวนานต่อเนื่องไปอีกหลายรุ่น มันคือผลพวงจากบุคคล หรือว่าส่วนหนึ่งมาจากปัจจัยของสังคมบ้าคลั่งที่กินเราอยู่กันแน่นะ

ปลาสเตอร์ สัตว์ทะเลลึก

อีริคอยู่นอกเหนือจากปัญหาทั้งหมด หากแต่ตัวเขาก็ล้วนสุมเต็มไปด้วยปัญหา ผลพวงจากสิ่งที่พ่อเขาก่อไว้ ราวกับหนังจะบอกว่าที่แท้ อีริค กับเทสสก็เป็นเสมือนลูกหลานของเรา ผลผลิตของสังคมทุนนิยม ที่บริโภคกันอย่างบ้าคลั่ง หากไม่ไหลไปตามกระแสจนถูกกลืนกินเหมือนที่เทสสเป็น ก็มีแต่ต้องเอาปลาสเตอร์ ปิดตาตัวเอง เปิดสียงประหลาดจากโลกอื่นปิดหูตัวเอง และจมอยุ่ในห้องอันมืดมิด คิดฝันเอาว่ามันคือทะเลลึก นั่นคือสิ่งที่อีริคทำ พยายามจะไปจากโลกนี้ที่นับวันยิ่งคล้ายนรกเข้าไปทุกที

ว่ากันว่าในเบื้องต้นหนังตั้งใจจะถ่ายทำในอเมริกา และเลือก ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน มารับบทริคาร์ด และ เอา คริสติน่า อากีเรล่าร์ มารับบท เทสส ซึ่งถ้าหนังทำได้จริงตามนั้น นี่คงเป็นหนังที่ตบหน้าอเมริกา โลกแห่งารบริภคได้อย่างแสบสันต์ ยิ่งนัก แต่ก็นับเป็นโชค เพราะเราไม่แน่ใจว่า สตอลโลน กับ คริสติน่า จะทำได้มากเท่าที่ดาราในหนังเรื่อนี้ ให้- กับเราหรือเปล่า

โชคดีที่อย่างน้อยหนังเลือกจบลงอย่างมีแสงสว่าง (แม้เพียงเล็กน้อย ) ท่ามกลางความมืดมนหมองเศร้าทั้งมวล เทสสสอนให้อีริคหลับตา และเราคิดฝันว่า ภายใต้เปลือกตานั้น เด็กๆของเราอย่างน้อยก็จะใฝ่ฝันในสิ่งที่ดีเท่าที่จะเป็นไปได้

ไม่ว่าคุณจะอยากอ้วกหลังจากอ่านบทความชิ่นนี้จบหรือไม่ หรือยังอยากดูหนังเรื่องนี้หรือเปล่า นี่ก็คือหนังที่รุนแรงและแสนเจ็บปวด หากหนังบางเรื่องเรียกหนังสะท้อนสังคม และหากหนังอง มิคาเอล ฮาเนเก้คือหนังจิกหัวตบสังคม นหนังของ moodyson เรื่องนี้ก็คือหนังที่ถึงกับลงมือ ข่มขืนสังคม ในทางหนึ่งมันคือความเลวทรามต่ำช้า แต่ในอีกทางหนึ่งนี่อาจเป็นทางเดียวที่จะบอกกับเรา เฉกเช่นกับที่ตัวละครในหนังเรื่อง seven บอกไว้ เคนเดี๋ยวนี้ไม่สามารถไปสะกิดให้เขาฟัง มีแต่ต้องตะโกน moodyson ตะโกนก้องอย่างเกรี้ยวกราดให้เราฟังแล้ว เขาเอาแสงไฟสาดส่องไปยังสัตว์ทะเลลึก (เหมือนที่ อีริคพูดครั้งหนึ่ง) แล้ว แน่นอนสัตว์ทะเลลึกจะต้องตาย แต่ทั้งนี้ขึ้นอยุ่กับเราว่า สัตว์ทะเลลึกที่พลีตัวเพื่อเรานั้น จะตายเพียงเพื่อความสะใจความยาวชั่วโมงครึ่ง หรือจะทำให้เราเรียนรู้ความจริง และเปิดหูตามองดูโลกนี้จริงๆเสียที

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เป็นหนังที่น่าสนใจ
แต่ยังไงก็ยังเป็นหนังที่เด็กไม่ควรดูแหละนะ

อย่างไรก็ขอบคุณอีกเช่นเคย

#1 By Mrs. Holmes on 2005-11-09 10:10

#2 By pjuneja on 2005-11-09 10:17

อยากดูอ่ะ ไปภูเก็ตเอามาให้ดูด้วยนะ

#3 By ปุ่น on 2005-11-10 16:54

ยังไม่ได้ดู A HOLE IN MY HEART เลยค่ะ แต่สำหรับหนัง 3 เรื่องแรกของ LUKAS MOODYSSON ชอบเรื่อง TOGETHER (A+) มากที่สุด, ชอบ FUCKING AMAL (A/A-) เป็นอันดับสอง และชอบ LILYA-4-EVER (B+) เป็นลำดับสาม

หนังที่พูดถึงชีวิตคนทำหนังโป๊เรื่องนึงที่ชอบมากก็คือเรื่อง TORREMOLINOS 73 (2003, PABLO BERGER, A+) แต่หนังออกมาในแนวเบาสมอง, สะท้อนชีวิตคู่ และสะท้อนวงการหนังโป๊ในทศวรรษ 1960-1970 ที่หนังโป๊กับหนังอาร์ทอาจจะมาบรรจบกันได้ในบางเรื่อง โดยหนังโป๊บางเรื่องที่ปรากฏใน TORREMOLINOS 73 นั้น ดูเผินๆนึกว่าถ่ายทำโดยอิงมาร์ เบิร์กแมน

ส่วนหนังที่สะท้อนมนุษย์ในด้านลบแบบ A HOLE IN MY HEART นั้น คิดว่ามีเรื่อง DOG DAYS (2001, ULRICH SEIDL, A+) ที่ทำออกมาได้ดีมากเหมือนกัน

#4 By M.Scudery Worships Semih Kaplanoglu (210.86.146.121 /192.168.0.62) on 2005-11-11 23:28

อยากดูจัง หาดูจากไหนอ้า >_<
น่าดูจังเลยค่ะ..จะไปหาดูได้ที่ไหน ฤ
วิจารณ์ได้ดีทีเดียวค่ะ

#6 By ©>KoNPiSeD™® on 2005-11-14 05:16

#7 By (202.143.128.133 /192.168.2.227) on 2007-09-11 13:16