Eyes without a face เธอไร้หน้า
posted on 24 Oct 2005 18:54 by filmsick in sickfilm
-ห้ามทำหนังที่มีเลือด ไม่งั้นจะไม่ผ่านกองเซนเซอร์ฝรั่งเศส ห้ามทำหนังที่มีการทรมานสัตว์ไม่งั้นจะไม่ผ่านเซนเซอร์ของอังกฤษ ห้ามทำหนังเกี่ยวกับหมอวิปริตไม่งั้นจะไม่ผ่านเซนเซอร์ของเยอรมัน-
นี่คือบทสัมภาษณ์ของgeorge franju ถึงข้อกำหนดที่เขาได้รับตอนทำหนังเรื่อง eyes without a face
หากแต่ หนังเรื่องนี้กลับว่าด้วยคุณหมอวิปริต กับห้องทดลองที่เต็มไปด้วยสัตว์ทดลอง และเขาทดลองเรื่องการเปลี่ยนผิวหน้า ถึงขั้นให้เลขาส่วนตัวออกไปไล่จับสาวๆมาถลกกหนังหน้า มาใส่ให้ลูกสาวที่เสียโฉม
แล้วจะทำเรื่องนี้อย่างไรในเมื่อมันมีทุกอย่างที่เขาถูกห้าม แต่ george franju ทำได้ ทำได้สยอง สยองจนกลายเป็นหนึ่งหนังสยองขวัญคลาสสิคที่ไม่ควรพลาด
หนังเล่าเรื่องของคุณหมอ เจเนซิเญร์ ผู้ซึ่งประสบความสำเร็จในวิชาชีพ
หากแต่หลังจากเมียตายไปไม่นาน เขาและคริสตีน ลูกสาวก็ประสบอุบัติเหตุจนใบหน้าเธอเสียโฉม
คริสตีนต้องสวมหน้ากากยาง เก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน และอยากตายไปให้พ้นๆ
ดอกเตอร์ คิดว่าเป็นความผิดของเขาที่ทำให้ลูกสาวต้องเสียโฉม
เขาจึงทำการทดลองอย่างลับๆ เพื่อหาทางรักษาลูก และกระทำการบังหน้าด้วยการแจ้งทางการว่าลูกสาวเสียชีวิตจากการจมน้ำ (ทั้งที่ที่จริงเป็นเหยื่อ คนหนึ่งต่างหาก)
จากนั้นก็ให้เลขา ออกไปล่อลวงหญิงสาวหน้าตาสะสวยมาที่บ้านเพื่อจับมาลอกหน้า ซึ่งยิ่งทำก็ยิ่งถลำลึกลงทุกที
พลอตหนังฟังดูซ้ำซากจืดชืดไม่ต่างจากหนังสยองขวัญเรื่องอื่นๆทั้งในยุคก่อนหน้า หรือที่ร่วมยุค หรือกระทั่งในยุคต่อมา อีกทั้งยังต้องระมัดระวังความรุนแรงในหนัง ทำให้หนังยิ่งฟังก็คงยิ่งสามัญจนไม่คุ้มเวลาจะมาดู หนังผีเก่าๆล้าสมัย
แต่มันก็เป็นเช่นที่ geroge franju ให้สัมภาษณ์ไว้เช่นกัน ว่า บางทีสิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่ความช๊อคฉับพลันทันใด หากแต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นราวกับเป็นสิ่งสามัญ ภายใต้บริบทที่สุดแสนจะปกติ ภาพการเชือดเกิดขึ้นโดยไม่ได้เน้นที่อารมณ์วิปริต เหมือนภาพในโรงฆ่าสัตว์ ซึ่งแสนจะสามัญ สิ่งนั้นสิ
นำพาความสยองขวัญมายังเรา
และในความสามัญของหนังเรื่องนี้ หนังกลับทำให้เรารู้สึกได้ด้วยการจัดแสง วางมุมกล้อง และปล่อยเหตุการณ์สยองให้เกิดขึ้นแบบสบายๆ จนเราไม่ทันสังเกต แต่รู้สึก
เฉกเช่นหน้ากาของคริสตีน ที่หากมองผ่านๆก็ดูปกติ แต่มัน ปกติจนน่ากลัว เพราะมันปกติจนผิดปกติ ซีดขาว และ ไม่แสดงความรู้สึกใดๆ และพอคริสตีนถอดหน้ากาก หนังก็ให้เราเห็นเพียงภาพเบลอๆ ซึ่งมันยิ่งน่ากลัวมากขึ้นไปอีก
แต่เหนืออื่นใด ฉากลอกหน้าของหนังเกิดขึ้นอย่าสามัญ คนดูจะได้เห็นตลอดการกระทำตั้งแต่ต้นจนจบ คล้ายกับการดู สารคดีหมอประจำบ้าน หากทันทีที่ใบหน้าถูกลอกออกมาคนดูก็เพิ่งตระหนักว่าถูกหลอกให้ดูฉากสยองขวัญ คุณหมอวิปริตเข้าให้แล้ว หรือต่อมาในฉากที่แสดงผลการทดลอง หนังใช้ภาพถ่ายเหมือนภาพไสลด์ปกติแล้วเราก็ค่อยๆเห็นใบหน้าที่ไม่เข้ากัน และหลุดลอกออก ไม่ต้องใช้เอฟเฟคต์มากมาย ก็สร้างความสยองได้แล้ว
และในยุคสมัยของหนัง สเปเชียลเอฟเฟคต์ยังจำกัดอยู่มากๆ ดังนั้นสิ่งที่หนังทำได้คือการอาศัย ความสามารถและเทคนิคทางภาพยนตร์มาเร้าอารมณ์คนดูแทน (ซึ่งเป็นสิ่งที่หนังสยองขวัญยุคปัจจุบันมักละเลย (หรือไม่สามารถทำได้อีกแล้ว)) บรรยากาศสยองแบบgothic คลี่คลุมอยู่ในฉากคฤหาสน์ของคุณหมอ ห้องทดลองใต้ดินที่เต็มไปด้วยสุนัข และตึกใหญ่โตท่ามกลางอากาศแปรปรวน กระทั่งในฉากภายนอก ฉากหนึ่งเมื่อคุณหมอมาสถานีตำรวจ รถของคุณหมอจอดอยู่ใต้ต้นไม้ เงาสะท้อนบนตัวถังเห็นกิ่งก้านแห้งแล้งของต้นไม้แผ่ยื่นราวกับเป็นรถแห่งความชั่วร้าย
แต่เพียงความสยองอย่างเดียวคงไม่อาจทำให้หนังเรื่องนี้เป็นที่กล่าวขวัญได้จนถึงตอนนี้ เพราะสิ่งที่หนังมีมอบเพิ่มให้คือ มิติเชิงลึกของตัวละคร ในขณะที่หนังสยองขวัญทั่วไป มักเลือกเล่าผ่านมุมของเหยื่อ หรือถ้าจะเล่าผ่านมุมของฆาตกร ก็จะจัดให้อยู่ในมิติ ของ ปีศาจ กับ มนุษย์ หากแต่ในหนังเรื่องนี้กลับเต็มไปด้วยมุมมองหลากหลาย ดอกเตอร์ ทำการทดลองอย่างบ้าคลั่งด้วยความเสียใจที่คิดว่าตัวเองมีส่วนรับผิดชอบในอุบัติเหตุของคริสทีน ขณะที่เลขาของเขาดูจะมีบุญคุณความรักกันอยู่ แต่ตัวที่น่าสนใจคือ คริสตีน (ซึ่งเล่นโดย Edith Scobb) เธอต้องซ่อนใบหน้าไว้ใต้หน้ากากตลอดเวลา แต่หนังไม่ได้ทำให้เธอเป็นเพียงเหยื่อผู้น่าสงสารที่ถูกพ่อบงการ แต่ยังให้เราได้เห็นว่า ลึกๆแล้วเธอก็ปรารถนา ใบหน้าใหม่- ของเธอเช่นหัน ดังนั้นเราจึงไม่เห็นเธอทำอะไรแสนดี เช่นการช่วยเหลือเหยื่อสาว เธอเพียงมองดู แม้จะไม่สบอารมณ์ เธอก็ยอมรับการทดลองของพ่อด้วย และยิ่งในตอนจบ การตัดสินใจของเธอก็ยิ่งดูคลุมเครือมากขึ้นไปอีกว่าเธอต้องการฆ่าพ่อตัวเองหรือไม่
มาถึงตอนนี้ eyes without a face อาจเสื่อมมนต์ขลังของความสยองลงไปมาก เพราะหนังถูกสร้างมาหลายสิบปี และเรื่องราวเช่นในหนังในที่สุดก็ถูกเล่าซ้ำๆจนจำเจ หนำซ้ำในยุคปัจจุบัน หนังยังสามารถมีทั้ง เลือด การทรมานสัตว์ และหมอวิปริต(ที่ยิ่งกว่าวิปริต) ออกมามากมาย เทคนิคพิเศษก็คลี่คลายไปจนทำอะไรก็ได้ หากแต่สิ่งที่ยังทำให้หนังเรื่องนี้ยังคงสนุก สยอง และน่าตื่นตาคือเรื่องง่ายๆที่หนังสมัยนี้อาจจะไม่ร็ นั่นคือเทคนิคของ-ภาพ- และความลึกของตัวละคร นั่นเอง
นิดนึง.. รูปไม่ขึ้นงะ
#1 By *--Warum?--* on 2005-10-24 21:44