มันจะเป็นอย่างไร ? ถ้าจู่ๆวันหนึ่ง คนรักของคุณ เดินลงจากรถเพื่อไปซื้อขนมขบเคี้ยวในซุปเปอร์มาเกต จากนั้นหายสาบสูญไปจากคุณชั่วนิรันดร์

มันจะเป็นอย่างไร? ถ้าหลังจากนั้นสามปี มีคนมาบอกว่าเขารู้ว่าเธอหายไปที่ไหน อย่างไร เพียงแต่ถ้าคุณอยากรู้ ก็ต้องไปกับเขา ไปในวิถีที่เธอเคยไป

มันจะเป็นอย่างไร? ถ้าวันหนึ่งคุณพบว่า คุณตั้งคำถามกับตัวเองทุกวันว่า มันจะเป็นอย่างไร ถ้าฉัน.... เช่น มันจะเป็นอย่างไรถ้าฉันจะกระโดดตึก มันจะเป็นอย่างไรถ้าฉันจะทำให้คนตกใจ มันจะเป็นอย่างไรถ้าฉันทำให้ใครสักคน-หายไป-

มันจะเป็นอย่างไร ?

คำถามง่ายๆ ที่บอกถึงสามสิ่ง ความรู้ ความไม่รู้ และ ความอยากรู้ ซึ่งนั่นคือสิ่งที่หนังเรื่องนี้เล่นสนุกปั่นหัวคนดูอย่างชวนตระหนก ตลอดเวลา 106 นาทีของมัน

หนังเล่าเรื่องของเรกซ์ กับ ซาสเกีย คู่รักชาวดัทช์คู่หนึ่งที่ขับรถไปพักผ่อนใช้วันหยุดกันในฝรั่งเศส แผนของพวกเขาคือการปั่นจักรยาน ตามเส้นทางชนบท นอนเอกเขนก ฟังรายงานผล ตูร์ เดอ ฟรองซ์ อย่างสบายใจกลางทุ่งหญ้า และแสงแดดอุ่น

ระหว่างทางพวกเขาทะเลาะกันนิดหน่อยด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง ซึ่งนั่นทำให้พวกเขารักกันมากขึ้น(และทำให้คนดูเข้าใจลักษณะคร่าวๆของคนทั้งคู่) ก่อนที่พวกเขาจะแวะที่ปั๊มน้ำมัน ซาสเกีย ลงไปซื้อขนม เบียร์ และโค้ก เรกซ์นั่งรอในรถและทำโรแมนติคไปเรื่อย จนกระทั่งเขาพบว่านี่มันนานเกินไป เธอเดินไปซื้อของ และ สาบสูญ- ชั่วนิรันดร์ โดยไม่มีทางรู้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ

*********************************************************************************

หลังจากนี้จะมีการเปิดเผยเนื้อหาสำคัญของหนังครับ สำหรับท่านที่ยังไม่ชม ไม่แนะนำให้อ่านอย่างยิ่งครับ

*******************************************************************************

และยังมีชายชื่อเรย์มอนด์ อาจารย์สอนเคมี หรืออะไรสักอย่างที่เกี่ยวกับการแพทย์ เรย์มอนด์มีเมีย มีลูกสาวน่ารักสองคน มีชีวิตที่น่าอิจฉา ถ้าเพียงแต่เขาจะไม่ครุ่นคิดตลอดเวลาในรสชาติฉ่ำหวานของ การ-ทำลาย -

หลายปีล่วงผ่าน เรกซ์จมอยู่ในห้วงทุกข์ หากเขากลับได้รับการติดต่อจากชายลึกลับ ผู้ซึ่งอ้างว่ารู้ว่า ซาสเกียหายตัวไปได้อย่างไร หลังจากเล่นเอาเถิดเจ้าล่อกันอยู่พักนึง ทุกอย่างมาจบลงที่ปั๊มน้ำมัน พร้อมกับคำเฉลยที่สุดสะพรึง!

พลอตอาจชวนให้นึกถึงหนังระทึกขวัญ ที่ว่าด้วย การตามแกะรอยจากสิ่งละอันพันละน้อยที่ถูกทิ้งไว้ร้ายทาง และบทลงเอยด้วยการไล่ล่าของเหยื่อ กับ ไอ้โรคจิต ซึ่งทั้งหมดนั้นไม่ได้มีอยู่เลยในหนังเรื่องนี้! เพราะเรกซ์ไม่มีหลักฐานอะไรในการตามหา ขณะที่เรย์มอนด์ ดูแทบไม่คล้ายไอ้โรคจิตเลย

หากที่หนังเล่นสนุกด้วย นั่นคือสามสิ่งอันเป็นทั้งข้อเด่น และข้อจำกัดของมวลมนุษย์ เป็นทั้งพลังสร้างสรรค์ และพลังทำลายล้างของมนุษย์ สามสิ่งที่ว่านั่นคือ ความรู้ ความไม่รู้ และ ความอยากรู้

หนังปล่อยให้ซาสเกียสาบสูญไร้ร่องรอย และปล่อยให้เรกซ์ติดอยู่ในความไม่รู้ยาวนาน พอเวลาล่วงพ้น เรกซ์ไม่ได้ใส่ใจแล้วว่าเขาจะหาซาสเกียพบหรือไม่ ฉากหนึ่งเขาถึงกับรำพึงว่า ถ้าต้องเลือกระหว่างให้เธอยังอยู่ (ซึ่งนั่นหมายความว่าเธอเดินลงจากรถแล้วหนีเขาไป ) กับให้เธอตายไปแล้ว เขาเลือกอย่างหลัง ซึ่งแสดงถึงความอ่อนแอเห็นแก่ตัวของเขาในทางหนึ่ง แต่ในทางหนึ่งมันแสดงให้เห็นว่า เขาไม่ได้ทุกข์ทรมานกับการหายไปของเธอ เขาทุกข์ทรมานกับ ความไม่รู้- ของเขาเองว่า เธอหายไปได้อย่างไร- ต่างหาก

ในขณะที่เรย์มอนด์ เองก็ติดกับ ของความไม่รู้ ชีวิตของเรย์มอนด์ โดยมาตรฐานจัดได้ว่า สมบูรณ์แบบ ลูกสาวของเขาน่ารัก มีภรรยาที่ดี หากเขากลับถูกครอบงำด้วยความอยากรู้มาชั่วชีวิต ในวัยเด็ก จู่ๆวันหนึ่งเขาก็กระโดลงมาจากระเบียงจนแขนหัก ทุกคนคิดว่าเขา-ตก- จากระเบียง ทั้งที่ที่จริง เขาเพียงนึก อยากรู้- ความรู้สึกของการ ทำในสิ่งที่เขา-ไม่รู้ และเขาทดสอบ ความไม่รู้ของตนด้วยการแสวงหาความรู้อย่างเป็นระบบ เราไม่เห็นปฏิบัติการของเขากับเหยื่อรายอื่นๆ สำหรับเรย์มอนด์ เขาไม่ใช่ฆาตกรโรคจิต เพราะที่เขาเป็นคือ นักวิทยาศาสตร์ผู้กำลังตรวจสอบสมมติฐานของตน เพียงแต่มันเป็นสมมติฐานว่าด้วยความรู้สึกเมื่อได้-ทำลาย-ชีวิต !

เรื่องสั้นต้นฉบับที่กลายมาเป็นหนังเรื่องนี้นั้นจริงๆแล้วชื่อว่า ไข่ทองคำ และ เมื่อกลายมาเป็นหนัง ไข่ ถูกนำมาเล่นอย่างสนุกสนาน เริ่มจากความฝันก่อนจะสาบสูญของซาสเกีย ที่เธอฝันเห็นตัวเองถูกห่อหุ้มอยู่ในไข่ทองคำ ล่องลอยไปในอวกาศชั่วนิรันดร์ ต่อมาหลังการสาบสูญของเธอ มีหลายครั้งที่หนังถ่ายภาพของเรกซ์ และ เรย์มอนด์ราวกับว่าทั้งคู่ก็อยู่ในไข่คนละใบ ฉากหนึ่งที่เรย์มอนด์เล่นเอาเถิดเจ้าล่อกับเรกซ์ เรกซ์พาเพื่อนหญิงคนใหม่ไปในที่ที่เขากับซาสเกียไม่อาจไปถึงก่อนจะเกิดภาวะประสาทหลอน จนบึ่งรถกลับมายังจุดนัดพบ(ที่เรย์มอนด์นัดเขาไว้) ฉากที่เขาจอดรถลงมาตะโกนหา เรย์มอนด์ กล้องถ่ายทำจากมุมสูง แสงไฟจากโคมข้างทางสาดส่องตีวงล้อมเขาไว้ขณะที่ข้างนอกมืดมิด ราวกับติดอยู่ในไข่ทองคำ ในขณะเดียวกัน ในฉากที่เรย์มอนด์ทดสอบ ฤทธิ์ยา เขาหลับไปบนเบาะนอนในบ้านร้างมืดมิด ราวกับอยู่ในไข่ทองคำเช่นกัน

หรือที่จริงแล้ว เราทุกคนล้วนติดอยู่ในไข่ทองคำของความรู้ (การนัดพบของเรกซ์ และ ยาของเรยมอนด์) ท่ามกลางอวกาศมืดมิดของความไม่รู้ และเรารู้สึกโดดเดี่ยว ถูกตัดขาด ไม่ใช่เพราะมันเป็นเช่นนั้น แต่มันอาจเกิดเพราะความอยากรู้ ของเรา ที่ไม่อาจได้รับการตอบสนอง !

อย่างไรก็ดีในตอนท้ายเรื่อง ความฝันของซาสเกีย กลายเป็นความจริง เมื่อหนังฉายภาพสุดท้ายเป็นไข่ทองคำสองใบ ล้อมกรอบใบหน้าผู้สาบสูญ

ในฉากแรกและฉากสุดท้าย ภาพเปิดและปิด เรื่องเป็นภาพของแมลงที่พรางตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อม ตั๊กแตนที่มีรูปร่างเหมือนกิ่งไม้ กับตั๊กแตนที่ดูคล้ายต้นหญ้า พวกมันเกาะสงบนิ่ง สงบนิ่งเหมือนกับเรย์มอนด์ในตอนท้ายเรื่อง กำลังมองดูครอบครัวของตัวเองปิคนิค ใต้สนามหญ้าเขียวชอุ่มฝังไข่ทองคำไว้สองใบ ดวงตาของเรย์มอนด์กลับเป็นปกติเมื่อได้รู้ในสิ่งที่อยากรู้ สงบราวเป็นปกติ หรืออาจเป็นเพียงการพรางตัวกลืนไปกับบรรยากาศโดยรอบ รอเวลาเหมาะสมเพื่อจะตะครุบเหยื่อรายต่อไป

George Sluizer ผู้กำกับหนังเรื่องนี้ถ่ายทำหนังอย่างไม่เร่งร้อน หนังปราศจากการเร้าอารมณ์ทตามขนบหนังเขย่าขวัญในแนวเดียวกัน หากปล่อยให้บรรยากาศ หม่นเศร้า คลุมเครือครอบคลุมหนังทั้งเรื่องเอาไว้ ก่อนจะน๊อคคนดูด้วยฉากระทึกเพียงฉากเดียวท้ายเรื่อง ทำให้หนังเป็นส่วนผสมของ หนังระทึกขวัญที่ว่าด้วยด้านมืดของมนุษย์ และ หนังรักที่ทั้งหวานและเศร้า ไปในคราวเดียว ก่อนที่ต่อมา เขาจะกลับมารีเมคมันในฉบับฮอลลีวู้ด ด้วยตัวเอง เพิ่มเติมพลอตหักเห เพิ่มตัวละครประกอบ และเปลี่ยนตอนจบ จนในที่สุดกลายเป็นหนังระทึกขวัญดาดๆเรื่องหนึ่ง จนอดคิดไม่ได้ว่า หา Sluizer คือเรย์มอนด์ ความอยากรู้ที่เขามีต่อฮลลีวู้ดในที่สุดก็ทำลายตัวเขาลง

ดูข้อมูลหนังได้ที่นี่ครับ

http://www.imdb.com/title/tt0096163/


edit @ 2005/10/20 14:58:51

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ไข่ทองของความไม่รู้.......

อืม น่าสนใจๆ ขอยังไม่อ่านสปอยนะคะ อ่านเฉพาะท่อนบนไปพลางๆก่อน

#1 By vendetta on 2005-10-06 00:32

เข้าโรงรึค่ะ...หรือว่า......VCD อ่านท่อนบนแล้วอบากดูมากๆ....เลยยังไม่อ่านข้างล่างค่ะ......น่าดูจริงๆ......

#2 By Gratai...Ka!!! on 2005-10-06 05:12

สวัสดีตอนเช้าๆพี่ชาย
ยังไม่อ่านนะ
เย็นจะแวะมาอีกรอบ

#3 By sofa on 2005-10-06 09:00

น่าดูค่ะ ถ้าไม่ฆ่ากันแบบเลือดพล่าน ก็จะพยายามหามาดูค่ะ
ขอบคุณนะคะ

#4 By Mrs. Holmes on 2005-10-06 09:03

หนัง ของพี่ล้วนหาดูยากทั้งนั้นเลยอะ

แต่เรื่องนี้ น่าดูเนอะ......


ไอ้ขวด สีแดง ฟ้า ขาว ในตู้เย็นหนะ กินอาทิตย์หน้า ได้ปะ อาทิตย์นี้กินเจ ยังกินไม่ได้อะ

คิดว่า แอ๊ะ กับ พี่มาศ น่าจะกินเจด้วยอะ ไม่มีแนวร่วมแบบ นี้ ค่อยกินนะพี่

#5 By วาซาบิ on 2005-10-06 13:39

เออว่ะ จริงๆด้วย อาทิตย์นี้กินเจ (เราก็กินนะ)

นี่ๆ หนังที่ว่ามาอยู่บนชั้นทั้งหมดเลย คนอื่นคงหายาก แต่เอ็งน่ะไม่ เดินไปหยิบมาจากบนชั้นได้เลย 555

#6 By filmsick on 2005-10-06 15:02

ลืมไป หนังไม่ได้เข้าโรงครับ (แต่ฉบับรีเมคเข้าโรงและหาดูได้ครับ นำแสดงโดย เจฟฟ์ บริดเจส , ซานดร้า บุลลอค )
แต่ฉบับบนี้ เป็นต้นฉบับของฝรั่งเศศครับ

#7 By filmsick on 2005-10-06 16:01

โดยส่วนตัวแล้ว ชอบ THE VANISHING เวอร์ชันเก่าในระดับ A+ และ THE VANISHING เวอร์ชันฮอลลีวู้ดในระดับ A- ค่ะ เวอร์ชันเก่าชอบความหลอน (หนังเคยมาฉายที่ศาลาเฉลิมกรุงในเทศกาลหนังยุโรป) ส่วนเวอร์ชันใหม่ชอบตัวละครที่แสดงโดย NANCY TRAVIS

ได้ดู THE STONE RAFT (2002, A-) ที่กำกับโดย GEORGE SLUIZER เหมือนกันค่ะ แต่หนังออกมาคนละแนวกับ THE VANISHING

พูดถึง

#8 By M.Scudery featuring Siouxsie and the Banshees (210.86.146.181 /192.168.0.69) on 2005-10-08 00:21

ฟอนต์แปลกตาดีครับ อยากหาดูเรื่องนี้เหมือนกัน เรื่องนี้ภาษาไทยตั้งชื่อตลกดีว่า "เมียผมหายแบบสยอง"

#9 By yuttipung (202.44.8.98 /10.4.41.17) on 2005-10-10 20:30

#10 By (203.113.77.73) on 2007-11-18 00:15