'Round midnight ลีลาจะงอกงามอยู่ในตัวของเราเอง
posted on 16 Sep 2005 13:11 by filmsick in humanism
เดล เทอร์เนอร์ มักเรียกชื่อผู้คนที่เขารักไม่ว่าจะหญิงหรือชายโดยนำหน้าว่า เลดี้
เลดี้ เอช เลดี้ฟรานซิส เลดี้เฮสเซล กระทั่งแซกโซโฟนตัวเก่ง เขาก็เรียกมันว่าเลดี้
เขาเป็นนักแซกโซโฟนระดับปรมาจารย์
เป็นแรงบันดาลใจให้นักดนตรี และผู้คนมากมาย
ชายชราผิวสี ร่างสูง มีพุง ตาปรือเยิ้ม เดินเซนิดๆคล้ายเมามายชั่วนิรันดร์
และบ่นรำพึงเสมอๆว่า เขาเหนื่อยหน่ายต่อทุกสิ่งทุกอย่างในโลก เว้นแต่ดนตรี
เขาย้ายมาปารีส เพื่อมาเล่นที่บลูโน้ต คลับ
กับบัตเตอร์คัพ เขาเป็นxxxแก่ขี้เหล้าที่เธอต้องคอยริบเงินไว้ และดูแลไม่ให้กื่ม
กับคนฟัง ยามเขาจับแซก เล่นเพลงแจซซ เขาคือนักดนตรีมือฉมัง
และสำหรับฟรานซิส ชายหนุ่มนักวาดภาพโปสเตอร์หนังจนๆ ที่ต้องยืนตากฝนฟังเสียงแซกของเขาอยู่ข้างนอกเพราะไม่มีปัญญาจะเข้าไปฟังในคลับ เดล เทอร์เนอร์คือพระเจ้า
ฟรานซิสอาศัยในห้องเช่าเล็กแคบกับลูกสาวที่มักตื่นกลางดึกมารอพ่อกลับบ้าน
เขาไม่มีเงินมากนัก มีเพียงดนตรีของ เดล เทอร์เนอร์เป็นแรงบันดาลใจ
ทุกค่ำคืนเขาจะไปยืนอยู่ข้างนอก เงี่ยหูฟังเพลงแจซซที่เขารัก ก่อนจะกลับบ้านไปกอดลูกสาวที่เขารักมาก แต่ก็ไม่อาจดูแลเธอได้ดีนัก
ค่ำหนึ่งหลังคลับเลิก เดลเดินโซซัดโซเซ ออกมา หมายจะหาใครสักคนเลี้ยงเหล้า ฟรานซิสอาจเพียงหลงเข้ามาระหว่างทาง แต่นั่นทำให้ทั้งคู่ได้รู้จักกัน พูดคุยกัน
ดูแลกันและกัน เป็นเพื่อนกัน ในช่วงเวลาที่ความรุ่งโรจน์ของคนผู้หนึ่งผ่านพ้น ของอีกคนยังมาไม่ถึง
ผ่านค่ำคืนหนาวเหน็บไปพร้อมกัน และสอนกันและกันในเรื่องของลีลา
-เราจะหยิบลีลาของใครมาเป็นของเราไม่ได้ ลีลามันจะเติบโตงอกงามอยุ่ในตัวของเราเอง เดลกล่าวไว้เช่นนั้น -
เช่นเดียวกับหนังที่มีลีลาเป็นของมันเอง หนังของ bertrand tavernier เรื่องนี้ ย้อนยุคไปยังยุคสมัย 1950 เล่าเรื่อง สลับ กับ ภาพการเล่นดนตรีของ เดล (เพลงประกอบ ของหนัง ฝีมือ herbie hancock ที่เข้าชิงรางวัลดนตรีประกอบ ในทุกๆสถาบันที่หนังไปถึง) ท่วงทำนองของหนังไม่ต่างจากเพลงแจซซ ของเดล เศร้าสร้อย หากอ่อนหวาน นิ่งเนิบ หากเต็มไปด้วยอารมณ์
ในตอนแรกฟรานซิส อยู่ในฐานะ ของแฟนเพลงผู้เชื่อมั่นและ โกรธ ที่โลกปฏิบัติต่อนักดนตรีคนเก่งของเขาอย่างไร้ค่า ขณะที่เดล เป็นนักดนตรีผู้เหนื่อยล้าเกินไป เขาไม่ได้ตกอับ เขาแค่อ่อนล้าต่อชีวิต เวลาเลิกงาน บัตเตอร์คัพจะขังเดลไว้ในห้องนอน ภาพมุมกด มองเห็นเดลนั่งมองผนัง เงียบๆ ผนังปิดวอลเปเปอร์ที่ไม่อาจแยกแยะ เพราะห้องไหนๆก็เหมือนกันหมด พอผ่านโลกมามากๆ เขาก็พบว่าจะโลกใบไหนก็ไม่ได้ต่างกันอีกแล้ว
- บางครั้ง หากคุณต้องแสวงหาในทุกคืนค่ำ กระทั่งสิ่งที่สวยงามที่สุด ก็อาจกลายเป็นเป็นสิ่งที่แสนจะเจ็บปวดได้ -
นักดนตรีคนหนึ่งบอกฟรานซิส เมื่อเขารู้สึกเจ็บปวดแทนเดล
จนกระทั่งเมื่อเขาย้ายไปอยู่กับฟรานซิส ที่พยายามทำทุกอย่างถึงขั้น บากหน้าไปยืมเงินจากเมียเก่าเพื่อหาเงินมาจ่ายค่าห้องเช่าใหม่ที่พอสำหรับ เบอร์แรงเจีย ลูกสาว เขาเอง และเดล ผู้เป็นแรงบันดาลใจของเขา และภรรยาของเขาเอ่ยปากถาม ฉันไม่เคยเป็นแรงบันดาลใจให้คุณบ้างหรือไร
แต่หลังจากการหลั่งน้ำตาเงียบเชียบในคืนวันหนึ่งความสัมพันธ์ของเดลกับหฟรานซิสก็เปลี่ยนแปลงไป เขาทั้งคู่กลายเป็นเพื่อนกัน เดลได้เรียนรู้ อีกด้านของชีวิต ที่เยาไม่เคยรับรู้มาก่อน อาจเฉียดเข้าไปใกล้ชิด แต่ก็ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งนั่นคือ ความเป็นครอบครัว
(ซึ่งในช่วงท้ายที่นิวยอร์ค ความพยายาม กลับไปยังครอบครัวของเดล รังแต่จะนำความเจ็บปวดมาให้)
หนังตามมาด้วยฉากสวยๆ จี๊ดๆ อย่างฉากของ เบอร์แรงเจีย ริมทะเล หรือฉากบทสนทนาของเดล กับฟรานซิส ฉาก ร้องเพลง ของมาดาม ดาร์ซีย์ ลี ในเพลง how long has this been going on(ซึ่งร้องได้หวานแทบขาดใจ) และฉาก ปาร์ตี้ กับเพลงของ บัตเตอร์คัพ ( สุดยอด อีกเพลง)
นอกจาดนตรีประกอบ ที่ยอดเยี่ยม ไพเราะจนแทบลืมหายใจแล้ว หนังได้การแสดงระดับสุดยอด ของ dexter gordon ที่มารับบทเดล เทอร์เนอร์ เขาทำให้ตัวละครตัวนี้มีวิญญาณแจซซ ไม่ว่าจะเล่นดนตรี สนทนา เมาเหล้า หรือ เดินเล่น ทุกข์ตรมขมไหม้ แต่อบอุ่นละมุนละไม ขณะที่ froncoius cluzet ในบท ของ ฟรานซิส ก็สร้างตัวละครตัวนี้ให้เป้นผู้ชายธรรมดา มีด้านมืดของตัว แต่ก็มุ่งมั่นที่จะกอบกู้จิตวิญญาณของคนที่เขายกย่องนับถือ แม้ว่าจะทุกข์ยากสักเท่าไรก็ตาม
เดลบอกฟรานซิสว่า ดูสิ โลกนี้ไม่อยู่ข้างในอะไรเลย หัวใจ และวิญญาณของเธฮ อยู่ในตัวเธอ เด็กทารกอยู่ในท้องแม่ของพวกเขา ปลาก็อยู่ในน้ำ แต่โลกไม่อยู่ในอะไรเลย
และบางที ดนตรี ออาจอยู่ในตัวเดล ตัวเขาเองก็อยู่ในดนตรี นั้น
เดลลาลับ และไม่อยู่ในอะไรอีก ลาลับไปเป็นเหมือนโลก ทิ้งให้เสียงดนตรีนั้นบรรเลงไม่สิ้นสุดในตัวเรา
เราผู้ซึ่งอยู่ในโลกใบนี้
เหมือนกับที่เดลบอก เลดี้ฟรานซิส ของเขา โลกนี้มีความเมตตาไม่เพียงพอสำหรับทุกคนหรอก
หนังจบลงอย่างเศร้าสร้อยในตอนท้าย
เศร้าเหมือนเพลงแจซซ ที่เดล เล่นมาชั่วชีวิต
โศกเศร้าหากกลับตราตรึง ปลุกให้ลีลาอันหลับไหลทั้งในตัวฟรานซิส และตัวเราได้เริ่มต้นงอกง่าม อีกครั้ง
ลีลาที่เป็นของเราเอง
f o o t n o t e
หนังเรื่องนี้มีให้เช่าในรูปแบบวีดีโอลิขสิทธิ์ ซีวีดี ชื่อไทยว่า มนต์เพลงสนธยา
ผมได้มาจากร้านที่โละวีดีโอทิ้งในราคาม้วนละ 9 บาท
ข้อมูลหนังหาได้จากที่นี่ครับ
http://www.imdb.com/title/tt0090557/
มีบทวิจารณ์หนังเรื่องนี้(ซึ่งเขียนไว้ดีมาก ) (อย่างน้อยก็ดีกว่าบทความชิ้นนี้) ในหนังสือ รวมบทวิจารณ์ของคุณ น้ำผึ้ง ครับ จำชื่อเล่มไม่ได้ รบกวนผู้รู้มาช่วยตอบต่อไปครับ
ไม่สำคัญว่าคุณจะเป็น ของแจซซหรือไม่ คุณก็สามารถซึมซับความอ่อนช้อยของหนังเรื่องนี้ได้ นอกจากนี้ หากคุณไม่รู้จักแจซซ นี่คือหนังที่จะสอนทุกอย่างเกี่ยวกับแจซซให้คุฯณ ตั้งแต่ดนตรี ไปจนถึง อารมณ์แจซซ บางที คุณอาจต้องวิ่งไปหาเพลงแจซซมาฟังหลังหนังจบก็เป็นได้
คารวะเดล เทอร์เนอร์ นักดนตรีผผู้มีวิญญาณ แจซซ มาตรงนี้ 1 จอก
และคารวะ herbie hancock สำหรับ ดนตรีประกอบ dexter gordon(ซึ่งเป็นนักดนตรีแจซซจริงๆ) สำหรับการสวมวิญญาณ เดล และ bertrand tavernier สำหรับการสร้างหนังแจซซเรื่องนี้คนละ หลายๆจอกครับ
#1 By Mrs. Holmes on 2005-09-16 13:50