underground ประเทศที่ไม่มีอยู่อีกต่อไป
posted on 15 Sep 2005 15:15 by filmsick in see-it-and-die
กาลครั้งหนึ่ง
ยังมีประเทศประเทศหนึ่งที่มีเมืองหลวงชื่อเบลเกรด
หนังขึ้นต้นไว้เช่นนั้น
แล้วลงมือเล่าเรื่อง
ในช่วงปี 1940 มาร์โก้ และ แบล๊คกี้ เป็นจอมโจรนามกระเดื่องแห่งยูโกสลาเวีย
พวกเขาปล้นคนรวยช่วยคนจน
และใช้ชีวิตเมามันประหนึ่งผู้พิชิตโลก
มาร์โก้ โดนเมียทิ้ง ขณะที่แบล๊คกี้เพื่อนสนิมมีเมียท้องแก่ใกล้คลอดแต่ยังแอบกิ๊กกับนางละคร
แถมยังไปสมัครเข้าพรรคคอมมิวนิสต์อีกต่างหาก
จนกระทั่งสงครามโลกครั้งที่สองมาถึงเยอรมันเข้าบุกยึด ยูโกสลาเวีย
นาซีเดินเพ่นพ่านตามถนน ไล่ต้อนผู้คนบริสุทธิ์
มารโก้และแบล๊คกี้ จึงตัดสินใจพาพรรคพวกคนรู้จักมุดลงไปอาศัยอยู่ในห้องใต้ดินของบ้านหรูหลังหนึ่งรอให้สงครามสงบ
เวลาผ่านไปหลายปี สงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดเข้าสู่ยุคสงครามเย็น
มาร์โก้ซึ่งเป็นคนเดียวที่เชื่อมต่อกับโลกภายนอก(หลังจากแบล๊คกี้เดี้ยงจากการถูกทารุณกรรมโดยนาซี)
กลายเป็นวีรบุรุษสงคราม กลายเป็นสหายคอมมิวนิสต์ที่สนิทสนมกับประธานาธิบดีติโต
ผุ้ปกครองยูโกสลาเวีย
มาร์โก้หลอกทุกคนให้คิดว่ายังอยู่ในสงคราม
เสวยสุข อย่างเมามันก่อนที่ทุกอย่างจะเปิดเผยพร้อมๆกับ การเกิดสงครามกลางเมือง
ซึ่งนที่สุดทำให้ไม่มี -ยูโกสลาเวีย- อีกต่อไป
........................................................................
พลอตของหนังดูท่าจะเป็นหนังการเมืองหนักๆ ดราม่าเข้มข้น อุดมไปด้วยสัญลักษณ์และการเปรียบเปรย
ซึ่งหนังก็เป็นเช่นนั้น แต่ไปได้ไกลกว่านั้นมาก
เพราะหนังความยาว 167 นาที เรื่องนี้ เต็มไปด้วยเรื่อง การเมือง รักสามเส้า การทรยศหักหลัง มุกตลกเสียดสี การต่อต้านสงครามบ้าคลั่ง
ฉากบู๊สุดระทึก และที่สำคัญคือ อารมณ์เหนือจริง และ อารมณ์สุดเหวี่ยง ราวกับอยู่ในปาร์ตี้สุดมันส์ที่ครอบคลุมหนังทั้งเรื่องเอาไว้
หนังแบ่งตัวเองออกเป็น สามองก์ คือ สงคราม(สงครามโลกครั้งที่สอง) สงครามเย็น และ สงคราม(สงครามกลางเมือง)
โดยในสองส่วนแรก หนังอยุ่ในอารมณ์เหนือจริงในการขับเน้นเรื่องราวให้ดูราวกับเป็นเรื่อง มหัศจรรย์
อารมณืเหนือจริงราวกับหลุดไปอยู่ในโลกในหนังสือของ การ์เบรียล การ์เซีย มาเกซ เจ้าพ่อ magical realism
หนังที่ว่าด้วยสงครามเรื่องนี้จึงเต็มไปด้วยฉากอย่าง นาซีบอมบ์สวนสัตว์ ฉากกัดสายไฟผมตั้ง ฉากการลักพาตัวนางเอกกลางละครเวทีแล้วยิงนายทหารเยอรมันล้มคว่ำ(ฮาและมันมาก) ฉากเจ้าสาวบินได้
และที่สำคัญหนังให้วงแตรวงทั้งวง วิ่งตามแบล๊คกี้ไปตลอดเรื่อง คอยเล่นเพลงเสริมอารมณ์เมามันเต็มที่(ย้ำว่าแตรวงจะอยู่กับเราไปทั้งเรื่องจนพอดูจบ เสียงทรัมเป๊ตจะติดหูไปอีกนาน)
และแทนที่หนังจะเล่าเรื่องสงครามอย่างจริงจังหนังกลับหันไปเล่าเรื่องรักสามเส้า ของ มาร์โก้ แบล๊คกี้ และ นาตาเลีย แม่นางละครของแบล๊คกี้
ส่วนในองก์ที่สองหนังทำตัวราวกับเป้น ฟอร์เรสท์ กัมป์ (ฉบับบ้าคลั่ง) ด้วยการให้ มาร์โก้ ได้เข้าไปมีส่วนร่วมอยู่ในเหตุการณ์สำคัญๆของประวัติศาสตร์ยูโกสลาเวีย หนังอาศัยวิธีตัดต่อแบบเดียวกับฟอร์เรสท์ กัมป์ แล้วเติมความบ้าคลั่งลงไปในตัวเรื่อง
องก์นี้เราจะได้เห็นฉากเลิฟซีน แบบ ดัดจริตสุดๆ(แต่มันมาก) ฉากปารตี้สุดเหวี่ยง ฉากดราม่าเข้มข้น ฉากร้องเพลงปลุกใจ และฉาก บู๊สุดระทึกเมื่อพ่อลูกแบล๊คกี้และโยวาน บุกเข้าสังหารโหดทหารเยอรมัน
แต่ทหารที่ว่าดันเป็นกองทหารในหนัง(เพราะสงครามโลกจบไปสิบห้าปีแล้วตอนนั้น)ซึ่งกำลังถ่ายทำฉากการตายของแบล๊คกี้ โดยฆนังเรื่องที่ว่ามาจากบทประพันธ์ของมาร์โก้ ที่ตอนนี้กลายเป็นคนดังของยูโกสลาเวียไปแล้ว!
ส่วนในองก์สุดท้าย หนังหันกลับมาเล่นกับอารมณ์จริงจัง และทำได้อย่างถึงเอามากๆ เมื่อมาร์โก้(ที่กลายเป็นอาชญากรสงครามและพ่อค้าอาวุธ)รำพึงว่า -ไม่มีสงครามไดเลยที่เป็นเรื่องจริง ตราบจนกระทั่ง พี่น้องลุกมาฆ่ากันเอง-
เป็นถ้อยคำที่สุดสะเทือนใจ ทั้งเมื่อกล่าวกับชาวยูโกสลาเวีย และเมื่อกล่าวถึงสถานการ์ภาคใต้ของบ้านเราในตอนนี้
ก่อนที่หนังจะหันมาปิดตัวเองด้วยอารฒณืเหนือจริงอีกครั้งหนึ่งซึ่งมันทั้งลงตัว สวยงาม และเสียดสีไปในตัว
หนังให้บรรดาตัวละครใต้ดินเหล่านั้น เป็นเสมือนประชาชนชาวยูโกสลาเวีย
ในยุคสงครามโลกพวกเขาต้องถูกกดขี่อยู่ภายใต้อำนาจของนาซี
ผู้คนอาศัยอยู่อย่างอดอยากแร้นแค้น(ในห้องใต้ดิน)
จนกระทั่งนาซีจากไปพร้อมการมาถึงของคอมมิวนิสต์(หลังสิ้นสุดสงครามประเทศยูโกสลาเวีย ผนวกรวมเข้ากับสหภาพโซเวียตก่อนจะแตกหักกันในปี 1948 และ ถูกปกครองโดยประธานาธิบดี ติโต)
ผู้ในหนังยังพากันอยู่ใต้ดิน ภายใต้คำลวงของมาร์โก้ว่าสงครามยังไม่สิ้นสุด
มาร์โก้ซึ่งเป็นเสมือนตัวแทนของคอมมิวนิสต์ในยุคสมัยหนึ่ง
เขาคอยให้น้ำให้อาหารและผู้คนใต้ดินทำหน้าที่ผลิตอาวุธให้กับเขา โดยเชื่อเอาเองว่ากำลังช่วยมาร์โก้ กู้ชาติจากนาซี
ส่วนมาณ์โก้ผู้ซึ่งเสวยสุขอยู่บนดินก็สอดส่องเฝ้ามองผู้คนข้างล่างอย่างใกล้ชิด
วันดีคืนดีก็สร้างสถานการณ์ ระเบิดลง หรือส่งนาตาเลียลงไปป่วนแบล๊คกี้(ที่เป็นเสมือนตัวแทนของวีรบุรุษภาคประชาชน)
นอกจากนี้มาร์โก้เอาแบล๊คกี้มายกย่อง โดยเขียนบทประพันธ์ให้แบล๊คกี้เป็นวีรบุรุษถึงขั้นมีการสร้างอนุสาวรีย์กันเลยทีเดียว)
ซึ่งนี่เป็นการเสียดสีวิธีคิดแบบสร้าภาพให้ประชาชนเป็นวีรบุรุษแบบที่คอมมิวนิสต์นิยม ได้อย่างน่าทึ่ง
และในการออกมาพบโลกครั้งแรกของแบล๊คกี้นั้นได้มาจากฝีมือของลิงตัวหนึ่ง(ซึ่งเป็นเพื่อนซี้ของิวาน น้องชายของมาร์โก้ ที่ถูกพี่ชายหลอกให้อยู่ใต้ดินไปหลายสิบปีกับเขาด้วย)
นี่ก็นับเป็นการเสียดสีประการหนึ่ง
ยิ่งการได้รู้ความจริงว่าที่แท้มันเป็นเพียงการจัดฉากขึ้น
และในส่วนของโยวาน ลูกชายของแบล๊คกี้ มุกตลกเกี่ยวกับการพบเห็นสิ่งต่างๆเป็นครั้งแรกในชีวิตนั้นไม่ใช่แค่ความฮา
แต่เป็นการเสียดสี ชีวิตหลังคอมมิวนิสต์ได้อย่างน่าสนใจ(และทำให้นึกไปถึง goodbye lenin! หนังการเมืองที่เล่นเรื่องนี้ได้อย่างแสบสันต์ไม่แพ้กัน)
รวมไปถึงจุดจบของโยวาน(ซึ่งเกิดจากทำสงครามของแบล๊คกี้กับเฮลิคอปเตอร์) ราวกับจะบอกว่าเราได้ฆ่าลูกหลานของเราเอง แม้พวกเขาไปม่ได้ไปรบเลยก็ตาม
และในช่วงท้าย สงครามกลางเมืองที่แบ่งแยกยูโกสลาเวียออกเป็นรัฐต่างๆ ไม่ว่าจะเป้น บอเสนีย เฮอร์เซโกวินา เซอร์เบีย โครเอเชีย และรัฐอื่นๆ
ถูกขับเน้นให้ดูสมจริง และเจ็บปวด
แบล๊คกี้(ที่เคยเป็นวีรบุรุษภาคประชาชน)กลายเป็นหัวหน้าขบวนการปฏิวัติ (แต่ยังคงตามหาลูกชายที่หายสาบ
มาร์โก้กลายเป็นนักค้าอาวุธสงคราม
กลายเป้นการฆ่าฟันกันเองที่เจ็บปวดเหลือใจ
หนังปิดตัวลงด้วยภาพงานเฉลิมฉลอง เสียงแตรวงกระหึ่มกึกก้อง
แผ่นดินแยกออกล่องลอยไปในทะเลและอิวานบอกกับเราถึงความหวังใหม่ บ้านใหม่
เป็นบทจบที่ราวกับจะสะท้อนถึทิศทางความหวังในแผ่นดินที่ตอนนี้ลอยอยู่กลางกระแสธารเชี่ยวกรากแห่งโลกเสรี
emir kusturica ผู้กำกับชาวยูโกสลาเวีย(และบอสเนียในปัจจุบัน)สร้างหนังที่เล่าเรื่องของประเทศตัวเองที่ไม่มีอยู่อีกต่อไป
ได้อย่างยอดเยี่ยม เต็มไปด้วยพลังแรงสูง สนุกสนาน และเจ็บปวดไปในคราวเดียว
รวมไปถึงการแสดงแบบทรงพลังจาก miki manojlovic(ในบทมาร์โก้) lazar ristovski(ในบท แบล๊คกี้ ) mijana jokovic(ในบทนาตาเลีย)
ผลักดันให้หนังขึ้นไปถึงจุดสูงสุดในการเร้าอรมณ์ได้อย่างง่ายดาย
หนังคว้ารางวัลปาล์มทองในปี 1995 และสมควรเป็นอย่างยิ่งไม่ว่าจะมองจากจุดไหน
และไม่ว่าจะในฐานะคนดูหนัง คนศึกษาประวัติศาสตร์ หรือ คนทั่วไป
นี่เป็นหนังเรื่องหนึ่งที่คุณไม่ควรพลาดในชีวิตนี้ ครับ
...............................................
ข้อมูลเพิ่มเติมดูที่นี่ครับ
http://www.imdb.com/title/tt0114787/
หนังมีขายที่ร้าน-พี่คนนั้น - นะครับ
ถ้าหาดูไม่ได้ยืมพี่ดูได้ปะ

แค่พล็อตก็กินขาดแล้ว
น่าดูมาก ๆๆ เอ่อ... พี่
หมอครับ เคยดูหนังแนว
สงครามเรื่อง Europa -
Europa มั้ย ? (เคยดูอยู่
แล้วแหละ
ดูมากเลย มันเป็นยังไง
อ่ะครับ ? อัพหน่อยสิครับ
Lenin เป็นหนังการเมืองนะ
(ตอนแรกนึกว่าหนังแม่-ลูก
อะไรเถือก ๆ นั้นเลย - -")
ด้วยชื่อเรื่องภาษาไทยและ
cover รูปพระเอกเรื่องเหล่า
ผู้สั่งสอนกะรูปคุณแม่
#1 By หมาบ้าในคืนเหงา. on 2005-09-15 16:51