Begotten กำเนิดของโลกนี้ /MM
posted on 12 Sep 2005 18:31 by filmsick in sickfilm********************************************************************************************
บทความชิ้นนี้ถูกเขียนขึ้นด้วย ความเข้าใจไม่ถึงครึ่ง ที่มีต่อหนังเรื่องนี้ เนื่องจากตัวหนังเต็มไปด้วยความซับซ้อน และต้องอาศัย ทั้งความรู้ด้านศิลปะ ภาษาไปจนถึงศาสนา เพื่อจะวิเคราะห์อย่างรอบด้าน มันจึงเป็นบทความที่เขียนขึ้นจาก-ความรู้สึก- ที่หนังกระทบกับเรา เพราะการพินิจศิลปะอาจเพียงการถูกสั่นสะเทือนทางอารมณ์ โดยไม่จำเป็นต้องเข้าใจที่มาที่ไป ลูกล่อลูกชน กระทั่งความหมายซ่อนเร้น(แม้ความเข้าใจจะทำให้-ครบเครื่องมากกว่า- บทความชิ้นนี้จึงมีจุดมุ่งหมายเพียงเพื่อ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ การเผชิญหน้ากับภาพยนตร์ โดยไม่มีหลักใดๆให้ยึดเกาะ และ มุ่งหวังจะกระตุ้น ยั่วล้อ ให้บรรดาผู้อ่านไปหาภาพยนตร์เรื่องนี้มารับชม ตกตะลึก โดนกระทบกระแทก กระทั่งทำความเข้าใจกับมันในโอกาสต่อไป
**********************************************************************************************
หากคุณเชื่อมั่นในความสามารถการรับรู้ของคุณ
ความสามารถของดวงตา และจิตวิญญาณในการแยกแยะภาพตรงหน้า
คุณคิดว่าภาพที่ไม่อาจบ่งบอก ได้ว่า คนที่คุณเห็นเป็นหญิงหรือชาย ภาพในหนังคือการทารุณกรรม หรือ เพียงภาพฉาย ของการแสดง กระทั่งว่า สีที่เห็นคือสีดำ หรือส่วนกลับของสีขาวในเงาสะท้อน ภาพขาวดำที่ถูกปรับแต่งจนรางเลือนราวกับว่าเป็นฟุตเตจเก่าแก่ที่เพิ่งขุดค้นพบ และอาจเป็นภาพแสดงถึงการกำเนิดโลก!
หนังเปิดตัวด้วยภาพรางเลือนของผู้ชายคนหนึ่ง (ความเข้าใจว่าเป็นเพศชายนั้นขึ้นกับตัวคุณมากกว่าที่หนังแสดงจริงๆ) เขานั่งอยู่ในห้องที่อวลด้วยบรรยากาศแปลกที่เราไม่สามารถอธิบาย(ภาพที่ปรากฏไม่เอื้อให้เราอธิบายสภาพใดๆได้ด้วยซ้ำ)
ผู้ชายคนนั้นกำลังทำบางสิ่งที่ดูเหมือนกับว่ากำลังคว้านท้องตัวเอง !
ภาพของเหลว ขลุกขลักไหลนองพื้น หากมันมีสี จะเป็นสีแดงหรือเปล่า
เขาดึงบางสิ่งออกมาจากท้องของเขายากจะแยกออกว่ามันคือเศษผ้าหรืออวัยวะภายใน
แล้วจากนั้นเขาก็แน่นิ่งไป
พลันหญิงคนหนึ่งคลานออกมาจากใต้ที่ที่เขานั่งลงมือกระทำการบางอย่าง ซึ่งดูราวกับเธอกำลังร่วมรักกับชายผู้ตายไปแล้วนั้น จากนั้นเธอก็ตั้งครรภ์
ในเวลาต่อมา เรามองเห็น อะไรบางอย่างที่ดูคล้ายมนุษย์ ผู้ชายกระเสือกระสนไปบนพื้นหญ้าที่เธอเหยียบพ้น
(บางสิ่ง)ซึ่งดูเหมือน มนุษย์ผู้ชาย ถูกฉุดลากไปด้วยผู้คนซึ่งซ่อนตัวใต้ผ้าคลุมและถูกกระทำการบางอย่างที่ดูคล้ายการทารุณกรรม ชวนหวาดแสยง (หากว่าภาพนั้นคือการทารุณกรรมที่จริงแท้)
ต่อมา เราพบ(บางสิ่ง)ซึ่งดูเหมือน มนุษย์ผู้ชายคนเดิม ถูกชักลาก โดยหญิงสาว ซึ่งดูคล้ายหญิงสาวคนเดิม เธอฉุดลากเขาไปพบกับบรรดาผู้คนในชุดคลุม ซึ่งจับตัวเธอไว้ กระทำบางอย่าง ที่คล้ายกับการข่มขืนเธอซ้ำๆ (หากเรามองภาพ นั้นเป็นอวัยวะเพศอันเปิดโล่ง และบางสิ่งซึ่งอาจเป็นได้ทั้งท่อนไม้ หรืออวัยวะเพศ กระหน่ำซ้ำๆลงไป ) ขณะที่มนุษย์เพศชายถูกเปลื้องผ้า ทำร้าย ทารุณกรรม สารพัด (หากว่าภาพนั้นคือการทารุณกรรมล่ะก็..)
หนังปิดตัวด้วยภาพเงาที่ไม่อาจระบุระหว่างภาพของชายผู้ลุกขึ้นยืน หรือภาพการแทงยอดอ่อนของพืชพันธุ์กันแน่!
นี่คือผลงานชิ้นแรกของ E Elias Merhige ผู้กำกับซึ่งต่อมาทำ shadow of the vampire หนังที่เกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงการถ่ายทำหนังเรื่อง nosferatu เข้ากับตำนานปรัมปรา
งานชิ้นแรกของเขาแม้ภาพจะดูดิบ เบลอราวกับไม่จงใจถ่ายทำ หากเรากลับพบว่าเขาพีถีพิถันกับงานด้านภาพ มากถึงขนาดวัดความเข้มแสง ความหนาแน่นของแสงเงาที่ตกกระทบเนื้อฟิล์ม การพริ้นท์ฟิลืมซ้ำๆ เพื่อให้ภาพออกมารางเลือน เก่าแก่ ไม่อาจระบุความ-จริงแท้-ของสิ่งที่ปรากฏบนจอได้ อย่างที่เห็น
หากภาพยนตร์คือการละเล่นของแสงและเงาแล้ว merhige ก็ล้อเล่นกับผู้ชมของเขาด้วยแสงและเงา หากภาพยนตร์คือภาพซึ่งเล่าเรื่อง มันจะเป็นไปได้หรือไม่ที่จะเล่าเรื่องด้วยภาพ ที่ไม่อาจเล่าเรื่อง ภาพอันไม่อาจระบุได้ว่ามันคือกระไร หรือถึงระบุได้ก็ไม่อาจเข้าใจจุดมุ่งหมายถี่ถ้วน เราคนดูถูกทิ้งไว้ในโลกแห่งความไม่ปรากฏชัด ความลึกลับหลอกหลอน ท่ามกลางเสียงประกอบที่เป็นเพียงเสียงของ ดิน น้ำลมไฟ ภาพที่ถูกทิ้งให้เราจินตนาการต่อเนื่องอย่างสยดสยองความโหดร้ายทารุณบนจอ ทุกสิ่งชี้มุ่งตรงไปสู่สิ่งซึ่งถูกอธิบายไว้ในเครดิต เรากำลังนั่งดู กำเนิดของโลกนี้!
languages leavers, photgrapher ,diry makers, ypu with your memory are dead ,frozen lost in present that never stop passing . Here lives the incantation of matter a language forever .
ผู้ใช้ภาษา ช่างภาพ คนเขียนบันทึก เอย เธอและความทรงจำของผองเธอล้วนตายซากและถูกแช่แข็งไว้ในปัจจุบันกาลอันมิเคยหยุดนิ่ง และท่ามกลางการร่ายเวทย์ของเหตุการณ์ให้มีชีวิต นี่จะเป็นภาษาใหม่ไปนิรันดร์กาล*
....................................................
และนี่ถ้อยคำที่ถูกนำมาใช้เปิดหนังเรื่องนี้ ความอหังการ แห่งการสร้าง ภาษาใหม่ที่มีชีวิตชีวาเพื่อเล่าเรื่องที่ไม่อาจเล่าได้ด้วยภาษา หรือการบันทึกใดๆในอดีต
ฉากแรกของหนังถูกเรียกขานว่า อัตวินิบาตกรรมแห่งพระเจ้า god killing himself- หญิงสาวผู้นั้นคือ พระแม่ธรณี mother earth และชายผู้นั้น คือ บุตรของโลก : เลือดเนื้อและกระดูก son of earth: flesh and bone และผู้คนที่เหลือถูกเรียกขานในนาม มหรสพแห่งวัตถุ - theatre of material
หากเป็นเช่นนั้นหมายความว่าตลอดเวลา 78 นาทีของการฆ่า การทารุณกรรม การข่มขืน ความเจ็บปวด และความตาย ทั้งหมดนั้นล้วนคือกระบวนการเพื่อนำไปสู่ การกำเนิด-
พระเจ้าฆ่าตัวตาย สมสู่กับพระแม่ธรณีให้กำเนิดดบุตรผู้ทุกข์ทรมาน บุตรผู้มีเลือดเนื้อ อันอาจหมายถึงมนุษย์ มนุษย์ผู้ซึ่งในกาลต่อมาถูกฉุดคร่า ทำร้าย ด้วย มหรสพแห่งวัตถุ- อันอาจหมายถึง พลังโลกทุนนิยม ที่ขับเคลื่อนโลกใบนี้ บีบรัด กดหัว ทุบตี ทำร้ายจนมนุษย์ได้แต่ ทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวด ขณะที่พระแม่ธรณีก็ถูกย่ำยีซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่จบสิ้น และในโลกเช่นนี้ที่เราไม่อาจหวังพึ่งพระเจ้าได้อีกต่อไป เพราะพระเจ้าชิงฆ่าตัวตายไปตั้งแต่ต้นเรื่องแล้ว และการให้ทุกอย่างเกิดขึ้นภายใต้เสียงประกอบเช่น เสียงเปลวไฟ น้ำไหล เสียงนกร้องเสียงแห่งธรรมชาติ มันอาจหมายความถึงการทุกข์ยากเพื่อฝึกตนไปสู่สิ่งใหม่ เป็นความตายที่คลี่คลายไปสู่การเกิด
แต่ความทุกข์กรมานทั้งหลายที่เราได้รับ ไม่ได้นำพาเราไปสู่ความเสื่อม หากแต่ มันคือการทุกข์กรมานเพื่อหลุดพ้น (อาจเป็นเฉกเช่นเดียวกับ การไถ่บาป ของพระเยซู) เมื่อในที่สุดความทุกข์ทรมาน แปรรูปมนุษย์ไปสู่ การแตกหน่อของพืชพันธุ์
และท่ามกลางภาพอันรางเลือน ความรู้สึกอันไม่อาจบรรยายได้ด้วยถ้อยคำอย่างง่าย เราพเยงรู้สึกอย่างหวดแสยงว่าการกำเนิดและความตาย ชีวิต และความทรมานอาจไม่ใช่อื่นไดนอกจากสองด้านบนเหรียญเดียว
FOOTNOTE
ข้อมูลหนังหาดูได้ที่นี่ครับ
http://www.imdb.com/title/tt0101420/

edit @ 2005/09/13 00:50:49

น่ากลัวอะ
ไม่เอานะเรื่องนี้ผ่าน
#1 By agaligo on 2005-09-12 19:52