repulsion ความบ้ามาเยือน /MM
posted on 09 Sep 2005 17:34 by filmsick in sickfilm
การที่คนเราจะกลายเป็นบ้านั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร
มันเป็นเรื่องเฉพาะสำหรับผู้คนที่ผเชิญหน้ากับเรื่องร้ายแรงจนไม่อาจรับได้
อาจเพราะถูกสังคมบีบคั้นบังคับ หรือเป็นไปเพราะกรรมพันธุ์
หรือ ว่าเป็นความผิดปกติของสารสื่อประสาทในสมอง
มีสาเหตุมากมายสำหรับการกล่าวอ้าง
และบางทีสาเหตุอันจริงแท้ยังคงเป็นเรื่องลึกลับดำมืดก็เป็นได้
แต่ที่หนังเก่าปี 1965 ของ โรมัน โปลันสกี้ สุดยอดผู้กำกับชาวโปแลนด์ผู้นี้ ไม่ได้พยายามค้นหาสาเหตุดังกล่าว หากแต่พาเราดำดิ่งลึกลงไปในจิตมนุษย์ บันทึกภาพในใจของผู้หญิงคนหนึ่ง และ สำรวจตรวจสอบว่า ผู้หญิงคนนั้น -กลายเป็นบ้า- ไปได้อย่างไร (ต่อมา เขาทำหนัง ผู้หญิงกลายเป็นบ้าอีกครั้ง ได้อย่างตื่นเต้นไม่แพ้กันใน rosemary sbaby การแสดงของมีอา ฟาร์โรว์ในเรื่องนั้นเป็นที่น่าจดจำมากๆ เพราะเมื่อเวลาบนจอผ่านไป เธอก็ดูทรุดโทรมลงเรื่อยๆ จนแทบจะเป็นศพเดินได้ในตอนจบ! )
หนังเล่าเรื่องของแครอล หญิงสาวหน้าตาดี(และรับบทโดย catherine deneuveครั้งยังสาวมาก สวยมาก และเล่นได้สุดยอดมากๆ)ที่ทำงานเป็นช่างเสริมสวยอยู่ในร้านเสริมสวยใหญ่ร้านหนึ่ง
เธออาศัยอยู่กับพี่สาวที่บัดนี้มีหนุ่มมาติดพัน
เป็นชายหนุ่มตาเจ้าชู้ที่แอบเล่นซุกซนอยู่ตลอดเวลา และแครอลไม่ชอบหน้าไอ้หมอนี่นัก
แครอลเองก็มีชายหนุ่มมาติดพัน แต่เธอก็ออกจะหลบเลี่ยงเขาอยู่ตลอดเวลา
เธอ ไม่ชอบที่แฟนของพี่สาวใส่แปรงสีฟันและมีดโกนหนวดลงในแก้วน้ำของเธอ
บางทีก็ได้ยิน้สียงแปลกๆ เห็นภาพฝาบ้านปริแตก
และเอาแต่เหม่อลอย อยู่กับบางสิ่งที่ไม่มีใครล่วงรู้ บางทีแม้แต่เธอเองก็เช่นกัน
ต่อมาพี่สาวเธอหนีไปเที่ยวต่างประเทศ ทิ้งเธอไว้ลำพัง
ตอนนั้นเอง ที่-ความบ้า- ค่อยๆมาเยือนเธอช้าๆ
ในนิมิตภาพฝันการถูกข่มขืน(ซึ่งอาจจะ หรืออาจจะไม่ เกิดขึ้นก็ได้)
แทรกในเสียงโทรศัพท์ กริ่งประตู กระดิ่งของสำนักนางชีข้างบ้าน
มีความบ้าอยู่ในทุกสิ่ง ในภาพสะท้อนของกาน้ำร้อน ในมีดโกนหนวด ในหวี
ในกรรไกรตัดเล็บ ในเสื้อผ้าใส่แล้ว ในตู้เย็น กระทั่งในหัวเธอเอง
............................................................................
หนังเปิดเรื่องด้วยภาพของดวงตา ที่จ้องตรงมายังจอ ดวงตาที่กลิ้งกลอกไปมา ถูกฉายพร้อมกับภาพเครดิตคนทำหนัง หากถ้อยคำเชยๆเช่นดวงตาคือหน้าต่างของหัวใจ เป็นเรื่องจริง นี่คือการพาคนดูไปยืนตรงปากประตู ทางเข้าไปสู่ความอับทึมมืดทึบในหัวใจของผู้หญิงคนนี้ คนที่จะว่าไปแล้ว แค่การใช้ชีวิตในสังคมปกติ ก็อาจทำให้เธอ(หรือเรา) เป็นบ้าได้!
หนังบอกเป็นนัยว่าแครอลอาจมีปัญหากับเพศชาย เธอเกลียดพี่เขยของเธอเอง กับผู้ชายที่มาติดพัน เธอก็ไม่ได้แสดงทีท่ามีใจ
เมื่อโดนสัมผัสต้องก็รีบทำความสะอาด (ในฉากหนึ่งหลังการจูบ เธอถึงกับรีบวิ่งขึ้นไปบ้วนปากแปรงฟัน) หนังไม่ได้บอกเล่าสาเหตุที่มา หากปล่อยให้เราซึมซับว่า ความขยะแขยงผู้ชายของเธอนั้นให้ความรู้สึกกระอักกระอ่วนเพียใด และยิ่งเวลาดำเนินไป เราก็ยิ่งรู้สึกตามเธอมากขึ้น แต่ในขณะที่เธอเกลียดผู้ชาย เธอก็กลับฝันเห็นตัวเองถูกข่มขืนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผู้ชายที่เราไม่เห็นหน้า ผลักประตูห้องเธอ สะท้อนเงาในกระจก แอบซ่อนอยู่ใต้ผ้าห่ม มาหาเธอยามหลับ ข่มขืนในความเงียบที่เราได้ยินเพียงเสียงนาฬิกา นัยยะหนึ่งมันอาจแสดงถึงที่มาของความรังเกียจเพศชายของเธอ แต่ในอีกทางใช่หรือไม่ว่าที่แท้แล้วแม้เธอจะรังเกียจแต่เธอก็ต้องการผู้ชายด้วยเหมือนกัน
เธออาจชิงชังเสียงร่วมรักของพี่สาว แต่หลังจากนั้นก็มักตามด้วยความฝันของการถูกข่มขืนเสมอ เธอดิ้นรน แต่ไม่อาจเรียกได้ว่าการขัดขืน รังเกียจแต่ฝันถึงซ้ำ ๆ ต้องการแต่ผลักใส และนั่นยิ่งทำให้เธอแปลกแยกมากขึ้น
หนังเต็มไปด้วยความแพรวพราวของกลวิธีทางภาพยนตร์กดดันคนดู ทั้งภาพและเสียงถูกหนังนำมา-เล่น- จนกลายจากภาพธรรมดาเสียงสามัญ ไปเป็นความบิดเบี้ยวหวาดผวา ตลอดทั้งเรื่องหนังไม่ได้ฉายภาพอะไรมากไปกว่าภาพชีวิตชนชั้นกลางสามัญทั่วไป ไม่มีเรื่องเลวร้ายที่รอการปะทุ ไม่มีฆาตกรโรคจิตไล่ฆ่าผู้คน เราเห็นเพียงภาพของผู้คนท่ามกลางข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ภาพฉายใกล้ชิดตัวละครจนเรารู้สึกอึดอัดคับแคบอยู่ตลอดเวลา ไม่ก็ถูกปิดล้อมอยู่ในวัตถุ เฟอร์นิเจอร์ ประตู ห้องหับคับแคบ แสงที่สาดส่องลงมาเป็นลำเส้นเฉียง คล้ายกดทับ ทิ่มแทง ภาพแรกที่เราเห็นเป็นภาพหญิงแก่ที่กำลังมาสค์หน้า ภาพใบหน้าหลังครีมแห้งเกรอะ และดวงตาที่ถูกปิดไว้ด้วยผ้า ดูประหลาดบิดเบี้ยวราวภูตผี ภาพที่จริงแท้เป็นภาพสามัญธรรมดา หากแต่ที่เราสัมผัสถึง คือความสะพรึง โดยเฉพาะเมื่อเธอลืมตาขึ้น และทั้งหมดนั่นคือการมองผ่านดวงตาของแครอล
หนังมักถ่ายภาพซากกระต่าย และมันฝรั่ง บ่อยครั้ง เนื้อกระต่ายที่พี่สาวเธอเตรียมไว้เป็นมื้อเย็นในวันหนึ่ง ถูกทิ้งค้างไว้ในตู้เย็นเมื่อเธอเกิดเปลี่ยนใจไปกินนอกบ้าน แครอลไม่ชอบภาพเนื้อกระต่ายในจาน แต่เธอก็ถือมันออกมาวางข้างนอก ต่อมาหนังจะตัดภาพมายัง ซากกระต่ายที่ค่อยๆเปื่อยเน่า กับภาพมันฝรั่งที่งอกรากบิดเบี้ยวน่ากลัวไปพร้อมๆกับความบ้าในหัวเธอ
นอกจากภาพ เสียงก็เป็นองค์ประกอบสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ ความเงียบ และความดัง กดดันคนดู ในชั่ว 1ชั่วโมงหลังของหนัง แครอลถูกทิ้งให้อยู่ลำพัง หนังทิ้งเธอไว้กับความเงียบแทบจะตลอดเวลา ก่อนที่จะให้เสียงโทรศัพท์ เสียงกริ่งประตู ทำลายความเงียบ ด้วยการดังอย่างบ้าคลั่ง จนเราสัมผัสเช่นแครอล สรรพเสียงสามัญ แม้แต่เสียงสนทนาเว้าวอนของหนุ่มคนรัก ก็แทบทำให้เธอเป็นบ้าได้
ต้องขอบคุณ การแสดงที่น้อยแต่มาก ของแคทเธอรีน เดอเนิฟ เธอเล่นราวกับเป็นระเบิดเวลาที่รอการปะทุแตกอยู่ตลอดเวลา พยุงหนังที่เกือบทั้งเรื่องมีเธออยู่คนเดียว ไว้ได้อย่างน่าทึ่ง ระคน ตระหนกระแวง ในความบ้าของแครอล ร่วมกับการถ่ายภาพจัดแสงฝีมือ กิลเบิร์ต เทย์เลอร์ การเลือกถ่ายทำเป็นหนังขาวดำ ยังผลให้เส้นตัดของสว่างกับมืด กลายเป็นเส้นที่สร้างความหวาดผวาอยู่ตลอดเวลา และทำให้หนังทั้งเรื่องเต็มไปด้วยภาวะบีบคั้นรุนแรง น่าทึ่งยิ่งนัก
หรือบางทีที่หนังต้องการพูด นั่นคือ แค่ชีวิตประจำวัน มันก็ทำให้เราเป็นบ้าได้อย่างง่ายดาย จริงอยู่ที่แครอลอาจกลายเป็นบ้าเนื่องจากภาพนิมิตในหัวเธอ ผนวกกับความโดดเดี่ยวแปลกแยกจากครอบครัว (หนังไม่ได้เล่าเรื่องนี้อย่างโจ่งแจง แต่ภาพถ่ายคอรบครัวเพียงหนึ่งใบ ในห้องสามารถอธิบายทุกเรื่องได้เป็นอย่างดี ) แต่กลับเป็นปัจจัยรอบๆตัวเธอต่างหากที่ผลักจนเธอกลายเป็นบ้าไปจริงๆ ทั้ง ความสัมพันธ์รัก ชัง ของเธอกับพี่สาว อำนาจของเพศชายในการกระทำเรื่องต่างๆ (ตลอดเรื่องหนังกำหนดให้แครอล ถูกจ้องมองจากผู้ชาย ตลอดเวลา ด้วยสายตาไม่น่าไว้วางใจ บางคนเลนยเถิดถึงขั้นพยายามจะเล่นหมาหยอกไก่กับเฮราวกับเธอเป็นเพียงวัตถุทางเพศ ) การอยู่ท่ามกลางวัตถุแห้งแล้งเย็นชา(ทั้งในร้านเสริมสวยและในอพาร์ทเมนท์ ) เสียงบ้าคลั่งที่กรีดขึ้นเป็นระยะ ๆ สิ่งเหล่านั้นต่างหากที่เร้าเธอไปจนถึงจุดที่สติขาดผึง และตามมาด้วยฉากฆาตกรรมที่ทำได้อย่างน่ากลัวมากกก (โดยเฉพาะฉากมีดโกย หนังถ่ายภาพเธอกรีดมันซ้ำ จนเรารู้สึกเหมือนโดนเธอกรีดเสียเอง)
และฉากที่สำคัญทีสุดฉากหนึ่งคือฉากในตอนท้ายเรื่อง เมื่อพี่สาวเธอกลับมา แล้วเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด เพื่อนบ้านมามุงดู วิพากษ์วิจารณ์ ใส่สีตีไข่ แต่ไม่มีใครลงมือช่วยเหลือเลยสักคน ราวกับว่าความบ้าขอเธอเป็นโชว์สนุกสนานน่าตื่นเต้น เพื่อที่พวกเขาจะได้เอ่าไปเล่าต่อในวงกาแฟตอนเช้า อย่างสนุกสนาน ราวกับว่าเธอเป็นใครสักคนที่เขาไม่รู้จัก บางที อาจเพราะสภาพแบบนี้ต่างหากที่ทำให้เธอเป็นบ้า หรือบางที ความบ้าของเธออาจเป็นเรื่องถูกต้อง เพราะมีแต่การเป็นบ้าเท่านั้น จึงจะสามารถหลบหนีไปจากสังคมที่ทุกคนเป็นบ้าไปจนหมดได้
ดูข้อมูลหนังได้ที่นี่ ที่เดิมครับ
ระหว่างค้นไปเจอเวบนี้เข้า รวมข้อมูลหนังสยองอังกฤษ (กรี๊ด!) ว่างเชิญแวะครับ น่าตะลึงมากๆ
http://www.britishhorrorfilms.co.uk/
ปล. มีหนังสามเรื่องที่มีสามคำ เกี่ยวกับผู้หญิงสามคน ที่ผมอยากดูมากๆๆๆๆมาหลายปี
เรื่องแรก คือ persona สวยจิตแตก เรื่องที่สอง repulsion สวยจิตตก และเรื่องสุดท้ายที่ยังหาดูไม่ได้นั่นคือ suspiria สวยจิตป่วน
อย่างน้อยก็สองในสามแล้ว ว้าวว
edit @ 2005/09/13 01:28:24

[e3
แล้วถ้าคนที่คิดว่าตัวเองบ้า
ได้ดูเรื่องนี้แล้วจะเลิกคิดอย่างนั้นได้ไหมน้อ
#1 By pimtawan* on 2005-09-09 17:47