paris ,texas ชายผู้เกาะเกี่ยวอยู่กับผืนดินแต่กลับลอยหายไปในผืนฟ้า / FS
posted on 09 Sep 2005 16:56 by filmsick in see-it-and-die
ทัศนียภาพกว้างโล่ง แห้งผากและร้างไร้
คงเป็นทะเลทรายที่ไหนสักแห่ง
ท้องฟ้าเป็นสีฟ้าเข้มจัด
ตัดเหลืองฝุ่นของผงทราย
ผู้ชายคนนั้นดุ่มเดิม ดุ่มเดิน ดุ่มเดิน
หมวกสีแดงกับสูทเก่าคร่ำสีน้ำตาลตุ่นๆ
ดุ่มเดิน ดุ่มเดิน ดุ่มเดิน
ตัวเล็กจ้อยกลางทัศนียภาพกว้างใหญ่ในฉากเปิดเรื่องของ paris, texas หนังปาล์มทองปี 84
ของลุงวิม เวนเดอร์สเรื่องนี้
หนังเล่าเรื่องของแทรวิส ชายหนุามแปลกแยกที่จู่ๆก็หายตัวไปจากครอบครัว ญาติพี่น้อง
ทิ้งลูกชายวัย 4 ขวบไว้ให้น้องชายน้องสะใภ้ดูแล
สี่ปีผ่านไปถูกพบอยู่กลางทะเลทรายร้างไร้ เหม่อลอย ไม่พูดจา
และไม่ยอมเดินทางด้วยวิธีที่ไกลจากพื้นดิน
น้องชายของเขาขับรถข้ามรัฐพาแทรวิสกลับบ้าน
พบกับฮันเตอร์ ลูกชายที่อายุ 8 ขวบ
ปรับตัวเข้าหากัน
ก่อนจะใช้เวลาช่วงสั้นๆด้วยกันในการไปผจญภัย
ตามหาหญิงสาวที่ได้ชื่อว่าเคยเป็นเมีย และแม่ของทั้งคู่
........................................
เสมือนหนังลุงวิม เรื่องอื่นๆทั้งก่อนหน้าและหลังจากนั้น หนังยังอาศัยทัศนียภาพเป็นตัวเดินเรื่อวหลัก ( wing of desireและ faraway so close ใช้เมือง เบอร์ลิน , million dollar hotel ใช้โรงแรมเก่าโทรม lisbon story ใช้เมือง ลิสบอน และ king of the roadใช้ถนนชนบท กระทั่งหนังเรื่องล่าอย่าง land of plenty ก็ใช้อเมริกาเป็นฉากหลังสำคัญ) คราครั้งนี้ทัศนียภาพของ ทะเลทรายในtexas ยังคงเป็นตัวละครเอกอีกเช่นเคย ภาพถ่ายท้องฟ้าสีฟ้าจัด กับดินแดนแห้งแล้งร้างไร้ติดตาคนดูจนต้องนึกถึงเป็นสิ่งแรกเวลานึกถึงหนังเรื่องนี้
แต่นอกจากการเป็นทัศนียภาพจับตามันยังทำหน้าที่แทนลักษณะภายในของตัวละครเอกอีกด้วย(นี่ก็เหมือนกัน ย้อนไปดูหนังลุงวิมก็มักเป็นเช่นนี้อยู่บ่อยครั้ง) หนังกำหนดให้แทรวิสพันธนาการตัวเองอยู่กับพื้นดิน เขาถามน้องชายว่าทำไมต้องบินกลับ เพราะเครื่องบินจะพาเขาไปจากพื้นดิน พื้นดินที่เขาผูกพัน พื้นดินว่างเปล่าเหมือนที่ดินที่เขาซื้อเอาไว้ในปารีส เท็กซัส เขาเชื่อว่าพ่อกับแม่ร่วมรักกันครั้งแรกที่นั่นและให้กำเนิดเขา พื้นดินสีฝุ่นที่แห้งแล้งจนน้องชายสงสัยว่าเขาซื้อไว้ทำไม แห้งแล้งเหมือนจิตวิญญาณของเขาเอง
นอกจากความแห้งแล้ง การที่ที่ดินนั้นอยู่ในสถานที่ที่เรียกว่า ปารีส เท็กซัส ยิ่งเป็นการตอกย้ำถึงจิตวิญญาณแตกสลายเลื่อนลอยของแทรวิส เพราะปารีสจริงๆอยู่ในฝรั่งเศส แต่ ปารีสจริงๆแล้ว เป็นเพียงชื่อของดินแดนร้างไร้ในเท็กซัส กลวงเปล่าและอาจไม่มีอยู่จริง ไม่มีอยู่เหมือนเรื่องโจ๊กที่พอ่เขามักบอกทุกคนว่า แม่เขามาจากปารีส เว้นระยะ ก่อนจะบอกว่า เท็กซัส เรื่องโจ๊กที่ในที่สุดพ่อเขาก็เชื่อตามนั้น
เหมือนที่แทรวิสเป็น เชื่อถือยึดติดกับบางสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง
ในขณะเดียวกัน หนังกลับให้ ฮันเตอร์ลูกชายของแทรวิสผูกพันอยู่กับท้องฟ้า เขามักพูดถึงเรื่องบิ๊กแบง ชอบที่อยู่ใกล้สนามบิน (ขณะที่แทรวิสไม่แต่กระทั่งจะมองดูเครื่องบิน เวลาเขาส่องกล้องดูเขามองแต่เงาของของเครื่องบินที่ทาบบนพื้น) ท้องฟ้าของฮันเตอร์ มีอยู่จริง ทั้งที่เป็นเพียงอากาศ ในขณะที่ผืนดินของแทรวิสกลับเป็นที่ว่างทั้งที่มีอยู่จริง แต่แทรวิสก็ค่อยๆปรับตัว พยายามจะเป็นพ่อ พยายามจะเดินกลับบ้านพร้อมลูก(ตอนแรกฮันเตอร์อยากนั่งรถ) แม้จะต้องเดินคนละฟากถนนก็ตาม จนขณะที่ความหลังค่อยๆถูกรื้อฟื้น เขาจำไม่ได้ว่าทำไมถึงต้องเอาแต่ดุ่มเดิน รู้แต่ว่าอยากจะทำเช่นนั้น จนกระทั่งเขาพบฮันเตอร์ ท้องฟ้าที่สอนให้พื้นดินรู้ถึงการมีอยู่ของตัวเอง ทั้งคู้จึงออกเดินทางไปตามหาแม่ของฮันเตอร์ ก่อนที่จะพบเธอในสถานบริการทางเพศ ที่เวลาเขาเห็นหน้าเธอเธอจะไม่เห็นเขา และหากเธอเห็นเขา เขาจะไม่เห็น ดูเหมือนกับแทรวิส มันจะเป็นเช่นนี้เสมอมา ความสัมพันธ์ข้างเดียว ที่พยายามเท่าไหร่ก็ไปไม่ถึง
.........................................
ฉากจบของหนังสั่นสะเทือนคนดูพอสมควร เมื่อแทรวิสออกเดินทางไปอีกครั้ง มันเป็นตอนจบที่เข้าใจได้แต่ไม่อาจยอมรับ เพราะสำหรับคนเช่นแทรวิส ผู้ซึ่งมีดวงวิญาณแตกสลาย การรื้อฟื้น ผเชิญหน้า ไม่อาจเยียวยาได้ เหมือนที่หมอคนที่รักษาแทรวิสในทะเลทรายคนนั้นบอก คนบางคนเมื่อล้มลงไปเขาก็อาจต้องใช้ชีวิตทั้งชีวตเพื่อปีนกลับขึ้นมา แทรวิสอาจเลยผ่านจุดนั้นไปไกลแล้ว พื้นที่ร้างไร้ที่อาจไม่มีอยู่จริงไม่อาจปลูกเมล็ดพันธุ์ใดๆให้งอกใหม่ได้อีก อดีตที่ทิ่มแทงไม่อาจถูกให้อภัยทำได้เพียงพยายามลบเลือนมัน เป็นทางออกที่เจ็บปวดและโหดร้าย แต่ดีที่สุดเท่าที่คนวิญญาณแตกสลายดวงหนึ่งจะทำได้ แม้จะรักสักเท่าไร ก็ไม่อาจอยู่ร่วม คนบางคนทำได้แค่บางอย่าง และไม่ใช่ทุกคนจะค้นพบบทจบที่สวยงาม ผืนดินกับผืนฟ้าอาจเหมือนขั้วตรงข้าม แต่สิ่งที่สัมผัสผืนดินแห้งแล้งก็คือผืนฟ้าไม่ใช่หรือ
.........................................
หนังได้การแสดงของแฮร์รี่ ดีน แสตนตัน ในบทแทรวิส และ นาตาชา คินสกี้ ในบทเจน ภรรยาของเขา ทำให้ฉากสำคัญของเรื่อง โศกเศร้า เจ็บปวด โหยหาได้อย่างถึงอารมณ์ ยังผลให้ฉากจบดูมีพลังเอามากๆ(และอาจกระแทกใจใครหลายคน) ร่วมกับเพลงประกอบฝีมือ ry cooder (ซึ่งในภายหลัง ลุงวิมถึงขั้นทำสารคดี beuna vista social club ให้กับ ลุงry และผองเพื่อน) เสริมอารมณ์คว้างเหงาแปลกแยก และเหนืออื่นใด อันเป็นสิ่งที่โดเด่นในหนังลุงวิม มาเสมอ คือทัศนียภาพอันสวยงาม แปลกแยก และเต็มไปด้วยความหาย
..........................................
จิตวิญญาณที่แตกสลาย
บัดนี้ลอยล่องไปในผืนฟ้า
ที่โอบคลุมผืนดินของเขาเอาไว้
อาจรกร้างว่างเปล่า
เจ็บปวดหมองเศร้า
แต่เราก็ต้องเดินหน้าต่อไป
..........................................
edit @ 2005/09/26 11:52:34