Late spring ใบไม้ผลิอันล่วงพ้น บนชีวิตที่คือบทกวีอันแสนเศร้า / FS
posted on 09 Sep 2005 12:57 by filmsick in see-it-and-die
การดูหนังของ ปรมาจารย์ ยาสุจิโร่ โอสุ นั้น สำหรับผม ถือเป็นความรื่นรมย์ประการหนึ่ง แม้ว่าออกจะเป็นความรื่นรมย์ที่ต้องเริ่มต้อนด้วยอดทนอยู่สักเล็กน้อย ด้วยว่าหนังของโอสุ มักมีจังหวะเฉพาะ ที่ออกจะเชื่องช้ากว่าจังหวะหนังโดยทั่วไป ปราศจากเทคนิคด้านภาพที่เร้าอารมณ์ มิหนำซ้ำ ยุคสมัยในหนังที่ห่างไกลเกินกว่าที่จะจับต้องมีส่วนร่วมได้อย่างสนิทใจ รวมไปถึงตัวเรื่องที่มักจะวนเวียนอยู่ในประเด็นเดิมๆ แต่ก็เพราะเหตุผลดังกล่าวนี่เอง ที่ทำให้ ความรื่นรมย์(อันแสนเศร้าสร้อย ) บังเกิดขึ้นเสมอๆ การเคลื่อนกล้องเชื่องช้า การเดินเรื่องที่ราวกับไม่มีเรื่อง ทำให้หนังกลายตัวเองเป็นบทกวีแห่งการมีชีวิตอยู่ ภาพชีวิตประจำวันถูกตัดสลับกับภาพของธรรมชาติเช่น ท้องฟ้า ต้นไม้ ยอดหญ้า เหตุการณ์ไร้ความสลักสำคัญ และบทสนทนา ที่ไม่ได้มีผลต่อการหักเหเรื่อง หากเมื่อมองจากมุมทาตามิ(อันเป็นมุมที่โอสุมักเลือกตั้งกล้อง) มันกลับมีความเป็นบทกวีในการมีชีวิตอยู่ไม่น้อย และนี่เอง คือความรื่นรมย์ ในการรับชมหนังของโอสุ
ในบรรดาหนังของเขาทั้งหมด tokyo story อาจถือเป็นงานชิ้นที่สำคัญที่สุด สวยงามและโศกเศร้าที่สุด แต่สำหรับ late spring งาน ที่สร้างขึ้นก่อนหน้า Tokyo story ( และเป็นผลงานเรื่องแรกที่เขาเริ่มตั้งชื่อภาพยนตร์ตามชื่อฤดูกาล) อาจไม่เทียบเท่าtokyo story แต่ถ้าหากต้องให้คะแนนหนังทั้งสองเรื่อง คงทำคะแนนห่างกันแค่ 0.05 คะแนน เท่านั้น แต่สิ่งที่ทำให้ late spring เป็นผลงานที่ไม่อาจลืมเลือนได้ นั่นก็เนื่องเพราะ นี่คือ บทบาทที่ดีที่สุด ของ เซตสึโกะ ฮาระ ดาราหญิง ขาประจำของ โอสุนั่นเอง
Late spring เล่าเรื่องของโนริโกะ (ในหนังของโอสุทุกเรื่องที่เซตสึโกะ ฮาระเล่น เธอจะได้รับบท- โนริโกะ เสมอ) หญิงสาววัยปลายยี่สิบ ที่ใช้เวลากว่าค่อนชีวิต ปรนนิบัติ พ่อ (ชิสุ เรียว ดาราคู่บุญอีกคนหนึ่งของโอสุ) ผู้เป็นศาสตราจารย์วัยชรา ชีวิตของโนริโกะเป็นสุขดี เธอรักชีวิตของเธอรักที่ได้ดูแลบ้านช่องห้องหับ ได้เข้าเมืองไปพบอายะ เพื่อนเก่า ได้ถีบจักรยานไปทะเล และได้ใช้เวลาร่วมกับพ่อของเธอ แต่คนอื่นๆรวมทั้งพ่อไม่คิดเช่นนั้น เขาเห็นว่ามันถึงเวลาที่เธอจำต้องออกเรือนแล้ว แม้ชีวิตในตอนนี้จะเป็นสุข แต่ไม่อาจเป็นเช่นนี้ไปชั่วกาลนาน คุณป้า ( ฮารูโกะ ซูกิมุระ อีกหนึ่งขาประจำของโอสุ) จึงรับหน้าที่จัดหาชายที่เหมาะสมให้กับโนริโกะ แต่เธอก็ยังไม่ยินยอม จนกระทั่งพ่อต้องออกปากเรื่องจะแต่งงานใหม่ เธอจึงค้นพบว่า เวลาแสนสุขในชีวิตของเธอกำลังจะจบลง
ดังที่กล่าวไว้ข้างต้นหนังได้การแสดงในระดับสุดยอดจาก เซตสึโกะ ฮาระ ยิ่งในหนังเรื่องนี้เราจะได้เห็นว่ากล้องรักเธอมากเพียงใด เพราะเธอดูจะเฉิดฉายในแทบทุกฉากที่ปรากฏตัว (โดยเฉพาะในฉากที่เธอสวมชุดเจ้าสาว) รอยยิ้มเอียงอาย หรือการหัวเราะแบบเขินๆ อาจเป็นภาพลักษณ์ประจำตัวเธอ หากแต่ในหนังเรื่องนี้เธอได้แสดงอารมณ์ที่หลากหลายมากขึ้น ในฉากที่โรงละคร ที่เธอลอบมองพ่อ และผู้หญิงซึ่งเธอคิดเอาว่าคือคนรักใหม่ของพ่อ ใบหน้าที่ค่อยๆหม่นหมองลงของเธอ ทำให้ฉากที่แสนจะธรรมดานั้น ทรงพลังอย่างน่าทึ่ง ซึ่งหลังจากนั้นหนังจะตามมาด้วยฉากทางเดินคู่ขนานของพ่อลูก กล้องที่จับภาพด้านหลังของทั้งคู่ มองเห็นพ่อเดินเชื่องช้า และลูกสาวเดินนำลิ่ว(ด้วยเพราะงอนพ่อ) ดูเหมือนจะเป็นภาพทำนายอนาคต ของทั้งสองพ่อลูกในเรื่อง และพ่อลูกไม่ว่าคู่ใดในโลก ไล่มาจนถึงฉากที่เธอสารภาพความในใจเรื่องการแต่งงานซึ่งเป็นฉากที่น่าจดจำที่สุดของหนัง ทั้งในส่วนของการแสดง และตัวบท
ข้างฝ่ายของ ชิสุ เรียว นั้นก็ให้การแสดงที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน ในฉากการไปเที่ยวเกียวโตกันเป็นครั้งสุดท้าย เขารำพึงเบาๆว่าน่าจะมาบ่อยๆ พอรู้มันก็เป้น ครั้งสุดท้ายเสียแล้ว ชั่วเวลาสั้นนิดเดียว เขาถ่ายทอดความชราภาพออกมาจนน่าใจหาย ก่อนที่เขาจะสั่งสอนลูกสาวเป็นครั้งสุดท้ายได้อย่างลึกซึ้งกินใจ แต่เหนืออื่นใด ในฉากสุดท้ายของเรื่อง ฉากพ่อเฒ่าปอกแอปเปิ้ลนั้น ให้อารมณ์สะเทือนใจไม่แพ้ฉากพ่อเฒ่าพัดวีตัวเองใน Tokyo story (ซึ่งก็เป็นฝีมือของ ชิสุ เรียว อีกเช่นกัน) เลยทีเดียว
และแม้ประเด็นหลักของภาพยนตร์ จะยังเป็นเรื่องของความเปลี่ยนแปลง อันนำมาซึ่งความไม่สมประสงค์อันเป็นของชีวิต แต่หนังกลับซ่อนประเด็นวิเคราะห์คุณค่าความหมายของการแต่งงานไว้อย่างน่าสนใจ เมื่อหนังมีภาพของชีวิตการแต่งงานหลายๆแบบสอดแทรกอยู่ ศาสตราจารย์เพื่อนของพ่อ ที่แต่งงานใหม่ หรือความล้มเหลวในชีวิตคู่ของ อายุเพื่อนสนิท อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เธอไม่อยากแต่งงาน(นอกจากเหตุสำคัญที่เธอไม่อยากให้พ่อต้องอยู่ลำพัง) จนกระทั่งเธอได้พบ คู่รักคนใหม่ของเพื่อนพ่อ (ก่อนหน้านี้เธอมองว่าเป็นเรื่องน่ารังเกียจที่คนอายุคราวพ่อจะแต่งงานใหม่) จนกระทั่งพ่อออกปากสอน การแต่งงานไม่ใช่ความสุข หากมันคือการสร้างชีวิตใหม่ร่วมกัน จงเป็นภรรยาที่ดี และความสุขมันจะอยู่ในระหว่างนั้นนั่นแหละ โนริโกะจึงได้ยินยอมเข้าพิธี (และในฉากที่เธอกล่าวลาพ่อนั้น สะเทือนอารมณ์เอามากๆ)
ภาพผู้ชรานั่งคุยกันถึงชีวิตลูกๆ ยังคงเป็นภาพที่พบเห็นได้เสมอในหนังของโอสุ รวมไปถึงภาพท้องฟ้า ต้นไม้ สายลม รถไฟ ยังคงปรากฏในงานเรื่องนี้เฉกเช่นกับที่จะปรากฏในงานเรื่องต่อมา ที่จะถูกใส่เข้ามาเป็นระยะ ขับเน้นมุมมองที่เขามีต่อชีวิตในโลกนี้
บางทีชีวิตอาจคือ บทกวีอันเสนเศร้า
ดูข้อมูลหนังได้ที่นี่ที่เดิมครับ
http://www.imdb.com/title/tt0041154/
เคยเขียนถึงหนังของโอสุไว้สามเรื่องครับ หากสนใจไปดูได้ตามนี้ครับ
Tokyo story
http://www.bioscopemagazine.com/review/index-in.php?id=11598
Early summer
http://www.bioscopemagazine.com/review/index-in.php?id=13089
Floating weeds
http://www.bioscopemagazine.com/review/index-in.php?id=12733
ส่วนตัวหนังนั้นหาได้ที่ร้านพี่คนนั้นเช่นเคยครับ