หลังจากเหมืองปิดตัวลง คนงานหลายร้อยชีวิตก็ถูกลอยแพ นั่นรวมถึงเทสโตด้วย หลังเหมืองปิด เขาไปนั่งจับเจ่าในร้านกาแฟกับเพื่อนร่วมงานชรา คนที่จู่ๆ ก็ให้กุญแจรถคาดิแลคสีขาวคันโก้แก่เทสโต บอกเขาให้ไปหางานในเมือง จากนั้นก็เข้าห้องน้ำ แล้วยิงตัวตาย เทสโตเก็บกระเป๋า หอบวิทยุเครื่องเล็ก ใส่ท้ายรถเปิดประทุนที่ปิดหลังคาไม่ได้ ขับรถฝ่าอากาศหนาวยะเยือกไปยัง เฮลซิงกิ
ที่นั่น เทสโต โดนขโมยเงิน ยังคงตกงาน เขามักไปเกร่แถวท่าเรือเพื่อรองานแบกหามเล็กน้อย หอบเพื่อนๆคนงานใส่รถเปิดประทุนคันหรูขับไปส่งบ้าน โชคชะตาโหดร้ายยังคงกระหน่ำซ้ำซ้อนไม่จบสิ้น เขาไม่มีงานทำ ติดคุก จับพลัดจับผลูไปเป็นโจนปล้นธนาคาร และอื่นๆอีกมากมาย แต่ที่นั่น เขาพบกับ เออร์เมลี หญิงม่ายลูกติด ที่ทำงานเป็นทั้งคนเขียนใบสั่ง ยาม พนักงานห้องเย็น เพื่อเลี้ยงดูลูกชาย และจ่ายค่าอพาร์ตเมนท์ เขาพบเธอเพียงครั้งสองครั้งก็ตัดสินใจว่าจะอยู่กับเธอและลูกชายของเธอตลอดไป และไม่ว่าจะต้องเจออะไร เทสโต และเออร์เมลีก็ยังคงเชื่อมั่นในชีวิตที่ดีขึ้น
......................................................
หนังยังคงความเป็น - ภาพยนต์คนทุกข์ - อันเป็นลายเซ็นประจำตัวของ อากิ คอริสมากิผุ้กำกับชาวฟินแลนด์ ทุกประการ (นี่คือตอนสอง จากหนังไตรภาค ขี้แพ้ของเขา ซึ่งประกอบด้วย shadow in paradise , areil และ the match factory girl) ภายใต้บรรยากาศ สลดหดหู่ หนังเล่าเรื่องราวของคนชนชั้นใต้ถุนของสังคม คนที่หาเช้ากินค่ำ ความเหลวไหลไม่ได้ความของการจัดการสวัสดิการประชาชนโดยรัฐ บวกร่วมกับการแสดงแบบหน้าตาย นิ่งสนิท (แม้คราวนี้ kati outinen สาวอมทุกข์ขาประจำจะไม่ได้มาร่วมแสดงด้วยก็ตาม) และบรรยากาศ อบอวลด้วยเสียงเพลงสุดไพเราะ(แต่เนื้อหาเศร้าสร้อย) และแม้ว่าจากที่เคยดูมาจะพบว่านี่เป็นหนังที่ชะตากรรมเล่นตลกกับตัวละครของคอริสมากิอย่างหนักข้อมากกว่าเดิม แต่หนังก็ยังคงเป็นเช่นหนังเรื่องอื่นของเขา ท่ามกลางความทุกข์ทน หนังยังคงมีความหวังดีอยู่เต็มเปี่ยม

คนทุกข์ของคอริสมากิ อาจยากจน แต่ไม่เคยป่วยไข้ทางจิตใจ พวกเขายังคงเอื้อเฟื้อเกื้อกูลกันอยู่เสมอ ยังคงแต่งตัวดี และดื่มด่ำในความงามของชีวิต แม้จะแทบไม่เหลือเงิน ติดกระเป๋า เทสโตก็จะหวีผมใส่สูทไปพบเออร์เมลีเสมอ
และแม้พวกคนงานที่ท่าเรือจะไม่มีงานทำ พวกเขาก็ยังชอบฟังเพลงไพเราะจากวิทยุของเทสโต เช่นเดียวกับ มิคโคเน็น ที่เทสโตพบกับเขาในคุก ที่ไม่ว่าจะอย่างไรก็คอยช่วยเหลือเทสโตเสมอ และสิ่งเดียวที่แข็งแรงที่สุด นั่นคือความรัก
หนังให้เทสโตกับเออร์เมลี รักกันอย่างรวดเร็ว(จนน่าตกใจ) และเมื่อเออร์เมลีเอ่ยถาม คุณจะจากไปไหม เหมือนคนก่อนๆ เทสโต ตอบ ไม่ ผมจะอยู่กับคุณ ชั่วนิรันดร์ ฟังดูคล้ายคำสัญญาน้ำเน่าสำหรับความรักชั่วคืนอคืน แต่เทสโตก็จริงจังกับมัน เออร์เมลีก็เช่นกัน เขาทำแหวนแต่งงานให้เธอในคุก และเธอก็รอคอยเขา

แม้การตกหลุมรักจะง่ายดายเกินไป แต่ความรักในเรื่องกลับแข็งแรงอย่างยิ่ง ราวกับหนังจะบอกเราว่า กระทั่งความยากจน ความอยุติธรรม ความไม่เท่าเทียมใดๆในชีวิต มันไม่อาจมีผลทำร้ายหรือแปรเปลี่ยนผู้คนได้ เพราะที่สำคัญที่สุด คือจิตวิญญาณที่แข็งแรง และเต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก ความหวัง ความเอื้ออาทรต่อเพื่อนมนุษย์ สิ่งเหล่านี้ต่างหากที่จะเป็นปัจจัยกำหนดความทุกข์ตรมสมเพชในตัวเราอย่างจริงแท้ เพราะจะว่าไปแล้ว หากเทสโตเอารถออกช้าเพียงนิดเดียว หลังคาโรงรถจะถล่มลงมา ดังนั้น ไม่มีหลังคาก็ดีกว่าถูกทับตายไม่ใช่หรือ และที่จริงแล้วใช่ว่าหลังคารถจะเสียเพียงแต่เขาไม่รู้วิธีการจัดการกับมันเท่านั้น


หนังได้การแสดงแบบได้ใจจากบรรดาขาประจำ และขาจรของคอริสมากิ แต่ที่น่าจดจำมากที่สุด คือเด็กน้อยผู้รับบท ลูกชายของเออร์เมลี เขาเป็นเด็กเงียบเชียบ น่ารักใคร่ และน่าสงสาร ขณะเดียวกันก็มุ่งมั่นอย่าประหลาด และกลายเป็นตัวละครที่คนดูเอาใจช่วยอย่างถึงที่สุด

และคอริสมากิยังคงเล่าเรื่องราวต่างๆอย่างซื่อตรงเช่นเคย หนังของเขาอาจดูเชย และไร้จริตจก้านปรุงแต่งแบบที่เห็นกันในหนังเก๋เท่แบบปัจจุบัน เรื่องราวก็แสนจะขมขื่น(แม้จะซ่อนอารมณ์ขันหน้าตายไว้เต็มไปหมด) การแสดงก็แข็งโป๊ก(แม้ว่ากันว่าคนฟินแลนด์จะเป็นดังเช่นที่เห็นในหนังจริงๆ) แถมดารายังไม่สวยไม่หล่อสักคน ส่งผลให้หลายคนส่ายหัวไม่ดูหนังสุดเชยของเขา แต่หากใครได้ลองสัมผัส การมองโลกด้วยดวงตาแห่งความหวังดี ของเขาอย่างจริงจังสักครั้ง ก็กลับจะหลงรักผู้กำกับคนนี้อย่างถอนตัวไม่ขึ้นเลยทีเดียว ( เหมือนที่ผม ในที่สุดก็กลายเป็นแฟนคอริสมากิไปแล้ว)
............................................................
และที่แท้แล้วชื่อ เอเรียลไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องเลยจนกระทั่งฉากสุดท้ายมาถึง พร้อมๆกับเสียงเพลง over the rainbow ฉบับภาษาฟินแลนด์ (ที่มาได้อย่างพอเหมาะพอเจาะ ) บอกเล่าถึงดินแดนสุดสายรุ้งที่ทุกสิ่งทุกอย่างจะดีขึ้น และผู้คนดีๆ อย่าเทสโต เออร์เมลี และลูกชายของเธอจะได้พบสิ่งที่ดีงามแบบเดียวกับในจิตใจของพวกเขาเสียที



ดูข้อมูลหนังได้ที่นี่ครับ
http://www.imdb.com/title/tt0094675/
ผมเคยเขียนถึงหนังเรื่อง shadow in paradise (ควบ สวรรค์มืด) ไว้ที่นี่ครับ (และที่นี่มีลิงค์ต่อไปยังบทความอื่นๆที่ผมเคยเขียนถึงหนังคอริสมากิไว้ด้วยครับ
http://www.bioscopemagazine.com/review/index-in.php?id=14379
ในพัลพืฉบับล่าสุด คุณ วิศิษฐ์ ผกก.หมานคร ได้จัน10อันดับหนังในดวงใจ มี drofting cloud ของ คอริสมากิ ติดอยู่ในนั้นด้วย ดีใจมากๆครับ เพราะผมชอบหนังเรื่องนี้มาก

อ้อ หนังหาได้ที่ร้านพี่คนนั้นเช่นเคยครับ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet