เราล้วนเป็นเพียงหมากหนึ่งตัวบนกระดาน

ไม่มีใครสนใจหรอกว่าเราจะเป็นยังไง
จินกล่าวกับเสี่ยวเม่ยเช่นนั้นในครั้งหนึ่งที่ทั้งสองต้องพลัดพรากจากกัน
ที่จริงแล้วจินเป็นมือปราบวังหลวงปลอมตัวมาเพื่อหมายตามล่าคนของบ้านมีดบืน
เช่นเดียวกับเสี่ยวเม่ยซึ่งที่จริงแล้วเป็นคนของบ้านมีดบินปลอมตัวมาเป็นนางระบำตาบอด
จินถูกสั่งให้ปลอมตัวเป็นวายุ ลักพาเสี่ยวเม่ยออกจากคุกแล้วติดตามนางไปหาที่ซ่อนของพวกบ้านมีดบิน
ภายใต้การดูแลของมือปราบเหลียวหัวหน้าของจินอยู่กลายๆ
ระหว่างการเดินทาง ทั้งคู่ต้องผจญกับการตามล่าของทหารหลวง
และต้องผจญกับความรักในใจที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆอย่างมิบังควรที่สุด
เพราะมันย่อมนำมาซึ่งบทสรุปอันเป็นโศกนาฏกรรม
..................................................
หลังจาก hero ประสบความสำเร็จอย่างสูงจากเวทีนานาชาติ
จางอี้โหมว ผู้ซึ่งออกตัวตั้งแต่แรกว่าหลงรักเสน่ห์หนังกำลังภายใน
ก็ประกาศจะทำหนังเรื่องนี้ตามติดออกมาเป็นเรื่องที่สอง และจะทำออกมาเป็นหนังรัก
ยังผลให้ผู้คนทั่วโลกตั้งตารอดูตั้งแต่ทราบรายชื่อนักแสดงนำ
ตัวหนังได้รับเกียรติไปฉายโชว์แต่ไม่ประกวดที่คานส์
และบัดนี้ขึ้นจอให้เราได้ชมกันแล้ว
ตัวหนังตั้งใจแต่เริ่มแรกที่จะเป็นหนังรัก
บอกเล่าความสัมพันธ์สามเส้าที่เกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงกับสถานการณ์ทางการเมือง
ซึ่งจุดนี้หนังดูคล้ายจะเป็นส่วนกลับของ hero อยู่กลายๆ
เนื่องเพราะใน hero หนังใช้ความสัมพันธ์ของผู้คน(กระบี่หัก หิมะเหิร นิรนาม และอ๋องฉิน)วิพากษ์การเมือง
แต่ใน house of flying daggers หนังกลับใช้การเมือง วิพากษ์ความสัมพันธ์สามเส้าของผู้คน
หนังจัดให้สถานการณ์อยู่ในช่วงรอยต่อของยุคสมัย
บ้านมีดบินตั้งตัวเป็นปฏิปักษ์กับราชสำนัก ปล้นคนรวยช่วยคนจน
แต่มีดบินจะบินได้ก็ด้วยอาศัยพลังแห่งสายลม
จินเป็นคนของราชสำนัก แต่ขณะที่เขาปลอมตัวเขาใช้ชื่อวายุ
วายุหมายถึงสายลม สายลมอันเป็นอิสระ
จะธนูหรือมีดก็ต้องใช้แรงจากสายลมทั้งสิ้น
หากเปรียบจิน เป็นเสมือนปัจเจกบุคคล
ทั้งราชสำนักและบ้านมีดบินคือระบบ คือสังคม คืออุดมการณ์
ใช่หรือไม่ที่การจะขับเคลื่อนระบบนั้น อุดมการ์ณนั้นก็ล้วนเกิดขึ้นโดยอาศัยเรี่ยวแรงของปัจเจกบุคคลทั้งสิ้น
หนังไม่ให้เราเห็นทั้งราชสำนักและบ้านมีดบิน
เราอาจเห็นทหารหลวง หรือเห็นผู้คนในบ้านมีดบิน
แต่เราไม่มีโอกาสได้เห็นทั้งแม่ทัพและ ต้าเจี๋ย(ตัวจริง)
และในจุดหนึ่งไม่ว่าจะเป็นราชสำนักหรือบ้านมีดบินล้วนไม่แตกต่างกัน
(หนังให้ทั้งทหารหลวงและคนในบ้านมีดบินสวมชุดสีเขียวเฉกเช่นกัน)
เป็นระบบอำนาจอันไม่แตกต่างกัน
ปัจเจกบุคคลถูกใช้เพื่อขับเคลื่อนระบบที่เขาไม่อาจเข้าใจหรือแลเห็น
จินอุทิศตัวเพื่อราชสำนัก เสี่ยวเม่ยอุทิศตัวเพื่อบ้านมีดบิน
แต่ทั้งจินและเสี่ยวเม่ยล้วนเป็น-สายลมอิสระ(หรืออย่างน้อยเสี่ยวเม่ยก็ได้เรียนรู้ที่จะกลายเป็น-สายลมอิสระ-
สายลมที่ไม่ขับเคลื่อนสิ่งใดทั้งสิ้น หาสกโบโบยไปไม่รู้จบ
แต่ปัจเจกบุคคลไม่อาจดำรงอยู่ได้หากปราศจากซึ่งสังคม และ อุดมการณ์
ดังนั้นสายลมจึงไม่มีวันได้เป็นอิสระ
ความรักยิ่งใหญ่ การท่องยุทธภพทั่วหล้าเป็นความฝันเชิงปัจเจกไม่ว่าจะผู้คนรุ่นใด
แต่ทุกคนยังคงมีสังกัดอยู่ จะสังกัดบ้านมีดบิน หรือสังกัดราชสำนักก็แล้วแต่
ไม่ว่าจะเป็นอิสระเพียงใดก็ไม่อาจเลี่ยงหลบพ้นต้นสังกัดได้
จินกล่าวกับเสี่ยวเม่ยถึงจุดจบของสายลมไว้ในฉากหนึ่งว่า
เราล้วนเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งบนกระดาน
ไม่มีใครสนใจหรอกว่าเราจะเป็นหรือตาย
และนั่นคือจุดจบของทั้งคู่
เฉกเช่นกับวีรบุรุษไร้นามที่เคยมีใครเอ่ยถึง
ขับเคลื่อนอุดมการณ์จนลมหายใจหมดสิ้น
ถูกหลงลืมไปในหล่มหลุมแห่งประวัติศาสตร์อย่างรวดเร็ว
สาบสูญชั่วนิรันดร์
.....................................................




หนังถ่ายภาพได้อย่างดงาม
และใช้ประโยชน์จากอารยธรรมโบราณเต็มที่
(จางซิยี่ทำให้ฉากระบำกังสดาลเป็นฉากหนึ่งที่งดงามจนแทบลืมหายใจ)
และแม้เราจะได้เห็นพลังดาราฉายโชน
เห็นฉากบู๊และฉากร่ายรำอลังการมากมาย
เห็นทัศนียภาพงามงด(ที่จางอี้โหมวไม่เคยพลาด)
แต่หนังกลับพลาดในจุดที่สำคัญที่สุด
ที่สำคัญจุดสำคัญนั้นเคยเป็นจุดแข็งที่สุดของจางอี้โหมวที่ไม่มีใครบังอาจกล้าเทียบรัศมี
นั่นคือการสร้างอารมณ์ร่วม
หากจะทำหนังบู๊คนดูต้องมีอารมณ์เลือดเดือดในฉากสำคัญ
หากจะทำหนังเศร้าคนดูต้องร่ำให้เสียน้ำตา(หรือเหนือชั้นกว่านั้นคือไม่ร้องให้แต่ซึมลงหลังหนังจบไปหลายวัน)
เช่นกัน หากจะทำหนังรัก ต่อให้ทุองค์ประกอบยอดเยี่ยมเพียงไหน ปัจจัยสำคัญกลับคือ อารมณ์รัก
ซึ่งในหนังเรื่องนี้ดูเหมือนอารมณ์นั้นบางเบาเกินกว่าจับต้องได้
แม้ดารนำอย่าง จินเฉิงอู่ จางซิยี่ หลิวเต๋อหัว จะถือเป็นทีมที่เข็งแกร่งมาก
แต่น่าเสียดายที่เคมีของทั้งสามไม่ได้เกิดขึ้น
หรือเกิดขึ้นก็มีปฏิกิริยาน้อยเต็มที
(ในขณะที่ในครั้ง hero แม้จะแทบไม่พูดถึงความรัก เคมีของ กระบี่หัก(เหลียงเฉาเหว่ย) กับ หิมะเหิร(จางม่านอี้ว กลับพลุ่งพล่านในทุกองก์ของหนัง ...แน่ละ ในเมื่อใช้คู่นั้นมันคงต้องพลุ่งพล่านแน่)
เมื่อความรักไม่บังเกิด อารมณ์เศร้าสะเทือนใจในตอนท้ายจึงถูกลดทอนลงไปจนแทบไม่มีความสำคัญ
ยิ่งประกอบกับอาการ-ตายยาก-ของตัวละครซึ่งจริงอยู่เป็นลักษณะสามัญของหนังจีนกำลังภายใน แต่หากจังหวะไม่เหมาะมันจะกลายเป็นเรื่องน่าขันไปอย่างช่วยไม่ได้
ปัญหาสำคัญอีกประการหนึ่งคือเวลาขึ้นจอของมือปราบเหลียว
การที่หนังเก็บเรื่องนี้ไว้หักมุมในครึ่งหลังยังผลให้ตัวละครตัวนี้แทบไม่สามารถเรียกอารมณืจากผู้ดูได้
ทั้งๆที่เขาเป็นตัวละครสำคัญมากตัวหนึ่ง
และแม้หลิวเต๋อหัวจะทำหน้าที่ได้ดีเพียงใด
ด้วยตัวบทที่มีที่ทางเพียงเท่านั้นไม่ว่าใครก็คงทำไปได้ไม่ดีกว่านี้
บางทีถ้าลดจังหวะของฉากบู๊วิจิตรมาเสริมน้ำหนักความสัมพันธ์ของตัวละคร
หนังอาจเยี่ยมกว่านี้ขึ้นอีกมาก
...........................................
และกับในยุคสมัยปัจจุบัน
อันเป็นยุคสมัยแห่งการสิ้นสูญของต้นสังกัด
เราไม่ผูกพันกับสังกัดใดๆ ประเทศชาติ พื้นที่อยู่อาศัย มหาวิทยาลัย โรงเรียน ที่ทำงาน
เราทุกคนกลายเป็นสายลมอิสระกันไปหมดสิ้น
เรามีจินและเสี่ยวเม่ยมากมาย
จินและเสี่ยวเม่ยที่ไม่มีสังกัดใดๆ
แต่นั่นก็ใช่จะเป็นทางออกที่งดงามโรแมนติก เหมือนที่คิด
เพราะสายลมอิสระไม่ยอมขับเคลื่อนสิ่งใดนอกจากปรารถนาในใจตนเอง
ซึ่งนับวันปรารถนานั้นจะยิ่งน่ากลัวและเป็นอันตรายขึ้นทุกวันทุกวัน
หรือที่จริงแล้วแม้สายลมจะอิสระเสรีสักเพียงใด
สายลมก็คงยังต้องมีหน้าที่ของสายลมเช่นกัน
..............................................
และสุดท้ายหนังสร้างขึ้นเพื่อเป็นการคารวะแด่ เหมยเยี่ยนฟาง
นักแสดงหญิงพลังล้นเหลือที่เสียชีวิตด้วยมะเร็งปากมดลูกก่อนหนังจบ
ซึ่งบางทีอย่างที่เพื่อนคนหนึ่งเคยบอกไว้
มองในแง่นี้ เพลงที่ใช้การเริงระบำในฉากแรก ใช่หรือไม่ที่มันถูกอุทิศให้เธอ
คิดแล้วก็น่าขนลุกยิ่งนัก

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อ่านแล้วนึกตามก็ขนลุกจริง ๆ

เรื่องนี้ดิฉันได้ดู แต่ไม่ชอบเนื้อหาโดยรวมของหนัง เพราะไม่ชวนให้ซาบซึ้งใจเท่าที่ควร

ดิฉันหยิบเรื่องนี้ เพราะชอบจางอี้โหมวแท้ ๆ เลย

#1 By Mrs. Holmes on 2005-08-22 09:24

อ่า
filmsick
สำนวนดีอย่างเคย
อ่า......
ชอบจัง
รักหนัง >O<

#2 By |tO tRy Not on 2005-08-22 19:43

อ่าอยากดูยังไม่ได้ดู

#3 By Hiney* on 2005-08-26 00:47

ดูไปเมื่อนานมาแล้ว
แต่เห็นด้วยมากๆ ว่ามันออกมาไม่ดีเท่าที่คิด ฉากต่อสู้ยืดเยื้อเกินไป เนื้อน้ำหนักเบาไปยังไงก็ไม่รู้

#4 By มุก on 2005-08-30 10:17